-----------------------------------------
ณ พื้นป่าอันเขียวขจีอันกว้างใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์ หนึ่งในนั้นมีเสือเวทย์(Magic Tiger) พวกมันอยู่รวมกันเป็ฝูงเเตกต่างจากกวางสีคราม(blue Deer) พวกมันอาศัยที่เเหล่งน้ำใหญ่บริเวณกลางป่า พื้นที่ที่พวกมันอาศัยประกอบไปด้วย าาเเห่งป่าไฮดร้า ตามตำนานผู้ใดสามารถสังหารมันลงได้จะสามารถเข้าสู่ระดับ 11 ซึ่งเหล่าผู้กล้ามากมายเข้าออกป่าเเห่งนี้ทุกๆเดือน
"เข้ามาสิเ้าไฮดร้า! มาเลยข้าจะเอาเืเเกมาสังเวยพวกพองข้า"
"ลูกพี่เซฟัส อย่าไปท้ามันสิ!"
"ข้าคือเซฟัสผู้มีพลังระดับ8 ใครหน้าไหนข้าก็ไม่กลัวทั้งสิ้น"
เหล่าผู้กล้ากลุ่มอีกา นำโดยเซฟัส ครูซ เข้าไปท้าทายกับาาเเห่งป่าไฮดร้า เพียงชั่วครู่ที่มันปรากฎตัวออกมาเหล่าผู้กล้าในกลุ่มอีกาก็ถูกสังหารไปมากกว่าครึ่ง เสียงร้องของคนที่โดนไฮดร้ากัด เเสดงอาการทะรนทุรายหนังที่ปกคลุมเนื้อของมนุษย์ถูกพิษที่ได้รับคมเขี้ยวพิษจากมัน ละลายเนื้อของคนอย่างช้าๆเผยให้เห็นกระดูก "ฟู.."เสียงพ่นพิษของไฮดร้าซึ่งคุณสมบัติของพิษมันเป็กรดที่มีความเข้มข้นสูงมาก สามารถละลายเนื้อของคนให้หายไปในพริบตา
"เฮ้ย!...ใช้เกราะเวทย์สิ"
"ข้าทนไม่ไหวเเล้วลูกพี่ อ๊า......"
"เฮ้ย...ช่วยบารอนเร็ว"
"สถานะการณ์เช่นนี้เอาตัวเองให้รอดก่อนดีไหม"
สถานการณ์ตอนนี้กำลังเเย่เนื่องจากผู้มีพลังระดับ8 ลงมาไม่สามารถต้านพิษของไฮดร้าได้ ซึ่งคนที่โดนพิษจะส่งผลต่อิัเป็เสมือนกรดกัดกินเนื้อเยื่อของคนเราตามจำนวนพิษที่ได้รับ
<healing fast>
การรักษาเฉียบพลัน
"ทำดีมากลูเชีย"
"เซฟัสท่านต้านไว้ก่อน ตอนนี้ข้าใช้เวทย์รักษาพวกเขาอยู่"
ลูเชียกำลังรักษาเหล่าผู้ถูกพิษจากไฮดร้าอยู่โดยมอบหมายให้เซฟัสใข้เวทย์ป้องกันพิษไว้
"ลูเชียข้าต้านไม่ไหวเเล้วนะ เ้าเร่งมือที"
ทางฝั่งผู้ปกครองทางตอนใต้ นิโคลัสได้เคลื่อนทัพผ่านมาสังเกตเห็นเหล่านกที่ป่าเเตกตื่นบินพุ้งตรงไปทุกทิศทางอยากบ้าครั้ง ด้วยจำนวนนกที่มากทำให้บังวิสัยทัศน์ของกองทัพของผู้ปกครองทั้งหมด
"ท่านนิโคลัส!"
"กองทัพฝ่ายหน้าเราตรวจพบาาเเห่งป่าไฮดร้า"
ทหารนายกองฝ่ายหน้าได้เเจ้งข่าวมายังกองหลักเื่ตรวจพบาาไฮดร้า ซึ่งเเกนเวทย์ของาาไฮดร้าสามารถทำเป็ยาเพื่อทะลุระดับเป็ระดับ11ได้ เเต่ด้วยเื่จำนวนของาาไฮดร้าที่มีอยู่ไม่มากเเละหาตัวได้ยากจัดเป็ 10 สัตว์อสูรหายากของโลก ซึ่งาาไฮดร้าจัดเป็ลำดับที่ 10
"ฟีดัส โยฮัน เคลื่อนพลต่อ..ข้าไม่สนใจเ้าสิ่งนี้หรอก"
"เเต่ท่านนิโคลัส"
"เอาเถอะฟีดัส ทำตามคำสั่งข้าเถอะ!"
ผู้ปกครองทางตอนใต้ได้สั่งให้ทหารคนสนิทเคลื่อนพลเพื่อเปิดากับตระกูลมิคาเอลให้เร็วที่สุด
ณ ตระกูลมิคาเอลซึ่งกำลังอพยพผู้คนออกจากเมืองอาร์คอยู่ทางเหล่าผู้าุโตระกูลมิคาเอลกำลังประชุมเื่การรับศึกกับผู้ปกครองทางตอนใต้
"มิคัส มิคาเอล ทางฝ่ายเรามีกองทัพมากเท่าไหร่"
"ประมาณหนึ่งเเสนกว่าคน ได้ท่านผู้าุโ"
การประชุมของตระกูลมิคาเอลได้รั่วไหลไปยังผู้ปกครองนิโคลัส โดยผ่านสายลับที่เเฝงตัวในตระกูลมิคาเอลได้จุดพุสัญญาณที่อยู่ให้เเก่ฝ่ายตน
"เเย่เเล้วท่านเฟาร์รอส ตระกูลของเรามีหนอนบ่อนไส้"
"เเกว่าไงนะ! มันไม่จริงใช่ไหม ครูซ.."
"ตัวข้าเฟาร์รอส เป็ถึงผู้นำตระกูลมิคาเอลรุ่นที่ 35 ตระกูลมิคาเอลต้องมาจบลงที่น้ำมือข้าคนนี้"
ประมุขตระกูลมิคาเอลกล่าวด้วยสีหน้าวิตกกังวล คิ้วขมวดหน้าเคร่งขรึมเเสดงท่าทีอันเกรียวกราดออกมาให้เหล่าผู้าุโสะพรึงกลัว
"นี้เเกพูดว่าไง เฟาร์รอส?"
"เเกมันไม่มีความเป็ผู้นำเลยด้วยซ้ำ!"
"ลาออกจากตำเเหน่งประมุขสิ!"
ผู้าุโครูเซลได้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเเข็งกร้าวจนประมุขตระกูลมิคาเอล สวนด้วยถ้อยคำหยาบว่า
"บังอาจ!..มากครูซ!"
ผู้นำตระกูลเฟาร์รอสกล่าวขึ้นพร้อมกับทุบโต๊ะเสียงดัง "ตึมมม!" เพียงเเค่เสียงทุบโต๊ะด้วยความรุนเเรลของคลื่นพลังเวทย์ที่ปล่อยออกมาทำให้โต๊ะพังจากชั้นสี่ลงไปถึงชั้นหนึ่ง
"นี้เเกคิดจะเด็ดหัวข้าคนนี้อย่างงั้นหรือ!"
"เ้าครูซ มิคาเอล"
ครูซที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ได้ยืนขึ้นพร้อมกับรีดเร้นออร่าเวทย์ออกมาปะทะกับผู้นำตระกูลเฟาร์รอส อ่อร่าของทั้งสองได้พังคฤหาสน์ชั้นสี่ของตระกูลถึงครึ่งเเถบเพยให้เห็นถึงบรรยากาศข้างนอกที่เต็มไปด้วยหมอกควันสีขาวปกคลุมทั่วบริเวณ
"นี้เเกถึงระดับ 9 ขั้นต้น เเล้วหรือครูซ"ประมุขตระกูลกล่าว
"อย่าคิดว่าระดับ 9 ขั้นต้นจะหยุดระดับ 9 ขั้นปลายของข้าได้"ประมุขตระกูลกล่าว
"ยังไม่ลองเเล้วจะรู้ได้ไง ท่านประมุข!" ครูซได้กล่าว
ทั้งสองได้กระโจนเข้าหากันด้วยกำลังที่มีทั้งหมดด้วยเวทย์ดินของครูซกับเวทย์น้ำของประมุขเฟาร์รอสได้ทำให้คฤหาสน์ประจำตระกูลพังทลายลงมา เหล่สผู่าุโที่ยืนดูเหตุการณ์จะเข้าไปห้ามปรามเเต่ก็ด้วยความเเข็งเเกร่งของทั้งสองได้ดันพลังของผู้อาสุโสกลับออกมาจนหมด
"ท่านผู้ปกครองนิโคลัส ขณะนี้เราตรวจพบการคลื่นพลังเวทย์ที่คฤหาสน์ตระกูลมิคาเอล"ททารกององครักษ์ได้บอกกล่าวเเก่ผู้ปกครอง
"เราไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับพวกนั้น!" ผู้ปกครองนิโคลัสกล่าวขึ้น
หลังจากเวลาผ่านไปได้ไม่นาน หน่วยลับได้ส่งข่าวมาให้ท่านผู้ปกครองว่าประมุขตระกูลมิคาเอลถูกสังหารโดย ครูซ มิคาเอล ผู้าุโสูงสุด
"เดี๋ยวข้าจะไปดูเหตุการณ์ที่ตระกูลมิคาเอล!"
"ฝากดูเเลค่ายทหารด้วย ครูเซอร์"
ผู้ปกครองนิโคลัสใช้เวทย์สายฟ้าเคลื่อนย้ายตนเองไปยังคฤหาสน์ประจำตระกูลมิคาเอล ซึ่งผู้าุโต่างๆในตระกูลตรวจจับคลื่นพลังเวทย์อันมหาศาลของผู้ปกครองได้จึงหันอาวุธทั้งหมดไปทางผู้ปกครองนิโคลัส
"นี้เเกคิดจะมายึดตระกูลมิคาเอลหรือ?"ผู้าุโตระกูลมิคาเอลกล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยโทสะ
"ข้าไม่สนใจตระกูลพวกเเกหรอกนะ เ้าพวกโง่!"ผู้ปกครองมิคาเอลกล่าว
"เเล้วเเกสนใจอะไรในตระกูลข้า!"ผู้าุโกล่าว
"มันพูดยากนะ เเต่ว่าจงบอกที่อยู่มันมา ดาบเทพพิพากษา!"ผู้ปกครองนิโคลัสกล่าว
"เเกจะเอาไปทำอะไร!"ผู้าุโกล่าว
"ปกครองโลกใบนี้ยังไงละ!"ผู้ปกครองนิโคลัสกล่าว
เมื่อไม่ได้คำตอบผู้ปกครองนิโคลัสได้สำเเดงพลังเวทย์ออกมาด้วยพลังเวทย์ที่มหาศาลเต็มของผู้อยู่ระดับ 10 ขั้นปลายได้กดพลังเวทย์ของผู้าุโทุกคนให้คุกเข่าด้วยเเรงกดดันของชั้นบรรยากาศ
<Roar lightning aura>
คลื่นสายฟ้าคำราม
ด้วยความสามารถของคลื่นสายฟ้าคำรามได้สร้างัสายฟ้าพุ้งไปยังซากคฤหาสน์ตระกูลมิคาเอล
ด้วยพลังอันมหาศาลของผู้ปกครองได้ทำลายเขตเเดนป้องกันของตระกูลมิคาเอลจนหมดสิ้นเผยให้เห็นดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เป็หินวางอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมประดับประดาด้วยทองคำขาวเเละทองคำสีทองบริสุทธิ์
"อยู่นี้เองสินะ 1ใน 10 ศราตราศักดิ์สิทธิ์ของโลกใบนี้!"ผู้ปกครองนิโคลัสกล่าวขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มเเย้ม
"เเกมิสามารถทำลายคำสาปบนดาบได้หรอก!"ผู้าุโกล่าว
"งั้นจงดูซ่ะ"ผู้ปกครองนิโคลัสกล่าว
"จงตื่นขึ้นเหล่าวีรชนผู้วอดวาย หวนกลับสู่ดาบอันเป็นิรันดร์ "
"Ontwaakt voor de dolende helden Keer voor altijd terug naar het zwaard"บทสวดของเหล่าอัศวินที่หายสาบสูญไปนานมากกว่าสามร้อยปี บทสวดนี้สามารถทำลายคำสาปที่สถิตในดาบได้ซึ่งบทสวดนี้เมื่อท่องกลับกันจะสามารถสามารถผนึกดาบเช่นกัน
ผู้ปกครองนิโคลัสหลังจากร่ายคาถาจบหินที่เกราะบนตัวดาบได้หายไปเผยให้เห็นใบดาบสีทองเหลืองอร่ามออร่าที่ออกมาจากดาบได้ส่งผลต่อโลกใบนี้ เพียงดาบเทพพิพากษาปรากฎบนโลกใบนี้ ผู้ปกครองทั้ง เหนือ ตะวันออก ตะวันตกพุ้งตรงมายังสถานที่เเห่งนี้
"เฮ้ย!...นิโคลัส เเกส่งดาบเทพพิพากษามา!"ผู้ปกครองตะวันตก ลีโอ พาร์ซีโอ (Leo Parzio)
"ส่งมันมาหรือจะให้ข้าเข้าไปเเย่ง!" ผู้ปกครองตะวันออก เฟดัส ครูส (Fadus Cruse)
"มาพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกคนเลยสินะ!" มาคัส ดีโอ มารอสซ่า (Makus dio marosza)
-----------------------------------------------------------