EP 5
ปี กุ น อ อ ก ก ะ ในเวลาบ่ายสองเพื่อจะมาเข้าเวรอีกทีกะดึกในเวลาห้าทุ่ม
ในห้องพักของหอพักพนักงาน ปีกุนอาบน้ำอาบท่าจนสบายเนื้อสบายตัวแล้วมานั่งเอกเขนกอยู่บนชั้นล่างของเตียงไม้ ซึ่งเป็เตียงแบบบิวท์อินสองชั้นเตียงชั้นบนว่าง เพราะเพื่อนร่วมห้องรายล่าสุดย้ายออกไปมีครอบครัว
เธอเหลือบชำเลืองไปมองสมาชิกใหม่ในกล่องกระดาษA4 ตรงปลายเตียง เ้ามะเดื่อพอกินอาหารแมวเด็กจนอิ่มก็หลับปุ๋ยไปอีกครา
หน้าต่างบานเล็กถูกเปิดไว้ปล่อยสายลมยามบ่ายพัดเอื่อยเข้ามาภายในห้องคนบนเตียงนั่งอ่านตำราระบบไฟฟ้ากำลังอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ
ปีกุนมาดมั่นว่าปลายปีนี้ เธอจะเข้าสอบ ก.ว.ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม เพื่อใช้ต่อยอดงานของเธอในอนาคต เธอมั่นใจว่าต้องทำข้อสอบได้แน่
ถ้าอดทนทำงานรีสอร์ทอีกสักสองสามปีเธอจะลาออกไปทำงานกับรุ่นพี่ที่คณะ ชื่อพี่โจ้ก - จิตภัทรซึ่งตอนนี้เขามีกิจการรับเหมาติดตั้งงานระบบและไฟฟ้ากำลัง
จิตภัทรคะยั้นคะยอเธอเสมอให้เธอไปทำงานด้วยแต่เธอบ่ายเบี่ยงมาเรื่อย เพราะอยากหาประสบการณ์จากองค์กรใหญ่ๆ ก่อนบวกกับที่แม่ฝากงานนี้ให้ เพราะอยากให้ทำงานตอบแทนบุญคุณคุณธเนศ
ปีกุนตั้งใจว่า หากทำงานทดแทนบุญคุณคุณธเนศสักสองสามปี คงเพียงพอแล้ว เธอจะขอให้แม่เลิกเป็คนรับใช้คุณธเนศสักที ถึงแม้ทั้งคุณธเนศและคุณวรรณสุรีย์จะแสนดีและมีบุญคุณมายาวนาน แต่เธอไม่ได้อยากให้แม่ต้องอยู่รับใช้ใครไปจนชั่วชีวิตเธออยากพาแม่กับน้องออกมาอยู่ข้างนอก อยากมีชีวิตเป็อิสระเหมือนคนอื่นๆ
เ พี ย ง ชั่ ว ข้ า ม คื น พนักงานทุกคนต่างก็รับรู้ถึงการมาของลูกชายเ้าของโรงแรม ความดุความเขี้ยว ของคุณช้าง ถูกร่ำลือพูดกันปากต่อปากจนแทบไม่มีพนักงานคนไหนนั่งติดเก้าอี้ โดยเฉพาะหัวหน้าแผนกไม่เว้นแม้แต่ฝ่ายบริหารระดับสูงอย่างสกุณาหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อและกวินตราหัวหน้าฝ่ายการเงิน
"ทำยังไงดี! ทำยังไงดี คุณกุ้ง... นกจะทำยังไงดี?" สาววัยกลางคนผุดลุกผุดนั่งอย่างคิดไม่ตกชนักปักหลังอันเป้ง ส่อแววว่าแผลจะอักเสบขึ้นมาเสียแล้ว
"ตอนคุณวรรณกับคุณธเนศลงมาบริหารเองนกก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเป็อาทิตย์ๆ โชคดีว่าตอนนั้นเราเตรียมตัวรับมือเอาไว้ล่วงหน้าสองคนนั้นเลยไม่คลางแคลงสงสัย แต่รอบนี้ตาช้างลงมาด้วยตัวเองหน้ำซ้ำมาแบบไม่บอกไม่กล่าว นกชักจะใจคอไม่ดีซะแล้วค่ะคุณกุ้ง"สกุณามือไม้เย็นเฉียบ ใบหน้าไร้เมคอัพซีดเหลือง ลุกๆ นั่งๆรอคอยทางออกจากเพื่อนร่วมทีมด้วยความร้อนใจ
"ใจเย็นก่อนค่ะ"กวินตราปลอบอย่างมีสติ "เด็กอ่อนหัดอย่างตาช้างพวกเราต่างก็เห็นมันมาั้แ่ตอนตีนเท่าฝาหอย โง่ทึ่มจะตายอย่างตอนคุณอาชานอนป่วยจะตายไม่ตายแหล่ มันยังไม่รู้เื่เลยเอาแต่เที่ยวเล่นอยู่เมืองนอก กว่าจะรู้อีกทีก็ตอนวันเผา" พูดไปขำไปอย่างกระหยิ้มยิ้มย่อง"แล้วข่าวแว่วๆ มาอีกว่ามันไปอยู่เมืองนอกเป็สิบๆ ปีก็จริงแต่เรียนไม่จบอะไรสักอย่าง"
"แต่เราจะนิ่งนอนใจไม่ได้นะคะคุณกุ้ง"สกุณาผุดลุกขึ้นอีกครั้ง กวินตราลูกขึ้นลูบไหล่กลับมาเบาๆ
"อย่าห่วงเลยกุ้งเตรียมแผนไว้แล้วล่ะค่ะ แต่คุณนกต้องรับปากก่อนนะคะ..."
สกุณาเลิกคิ้ว"รับปากเื่อะไรคะ"
"ถ้ามันจำเป็จะต้องเกิดอะไรขึ้นกับตาช้างคุณนกจะไม่เสียใจแล้วมาต่อว่าเอาทีหลัง ... อย่างน้อยตาช้างก็คือลูกชายคนเดียวของคุณอาชา ผู้ชายที่คุณนกทั้งรักทั้งเทิดทูน"
สกุณาอึ้งไป
ความเงียบของอีกฝ่ายทำให้กวินตานิ่วหน้าขบคิด"คุณนกยังมีเยื่อใยกับคุณอาชา เลยอดไม่ได้ที่จะเอ็นดูตาช้าง กุ้งจำได้ตอนเด็กๆ ตาช้างติดคุณนกยิ่งกว่าติดแม่แท้ๆ ของตัวเอง คุณอาชาพามาเล่นที่นี่ทีไรคุณนกก็จะคอยเป็พี่เลี้ยงดูแลอยู่ไม่ห่าง"
สกุณาหวนระลึกถึงใบหน้าหล่อเหลากับความสุภาพอ่อนโอนของอาชาที่มีต่อเธอเธอจึงทอดไมตรีให้ ยอมแม้กระทั่งยินดีจะเป็อนุของเขา แต่แล้วกลับถูกเขาปฏิเสธทำเอาเธอเสียหน้า ไม่กล้าโผล่มาทำงานเป็เดือนๆ กว่าจะปลงใจได้และยอมกลับมาทำงานในตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อ ก่อนจะได้รับการเลื่อนขั้นเป็หัวหน้า หลังจากคนเก่าแก่เกินแกงลาออกไปทำไร่ทำสวน
"อย่าพูดถึงมันได้ไหมคะอดีตทุเรศๆ พวกนั้น นกลืมมันไปหมดแล้วแล้วถ้าคุณกุ้งกลัวว่านกจะเสียใจหากเกิดอะไรขึ้นกับตาช้าง ไม่ต้องกลัวเลยค่ะแต่เื่ที่ต้องกลัว คือจะทำยังไงให้เราไม่ดูเป็ผู้ต้องสงสัยในสายตาคนอื่นๆมากกว่า"
บ่ า ย วั น นั้ น มื้อเที่ยงของกิตติกับเ้านายหนุ่มจบลงอย่างไม่พิถีพิถันนักกับอาหาร Streetfood ย่านการท่องเที่ยวหน้าหาดป่าตอง
กิตตินอกจากไม่เจอหนุ่มกล้ามล่ำเป็อาหารตาแล้วเขายังสุดแสนจะไม่ประทับใจกับแดดร้อนเปรี้ยงและการต้องขับรถฟันฝ่าการจราจรที่แน่นขนัด กว่าจะสามารถเดินทางกลับมายังเขาไตรตรังเพื่อจะมุ่งหน้ากลับไปยังโรงแรม ซึ่งจุดหมายปลายทางอยู่อีกไม่ถึงสิบกิโลฯ แท้ๆรถเ้ากรรมดันยางรั่วล้อแบนแต๊ดแต๋ติดพื้น
สองหนุ่มช่วยกันประคองรถเลียบจอดข้างทางค่อนข้างทุลักทุเล เพราะเป็ไหล่เขาและกิตติเองก็เรี่ยวแรงเทียบเท่าผู้หญิงวัยกระเตาะตอนนี้กำลังนั่งลิ้นห้อยอยู่ขอบฟุตบาธกะว่าเผื่อมีรถของใครผ่านมาจะได้รีบกระโจนออกไปเรียกขอความช่วยเหลือ
เอราเดินไปเปิดกระโปรงท้าย ปกติรถเช่ายังไงๆเครื่องมือซ่อมฉุกเฉินกับยางอะไหล่จะมีให้พร้อม
"เฮ้ย! ไม่มี รถบ้าอะไรวะไม่มีเครื่องมือห่าอะไรเลย" เขาสบถเสียงลั่น กระโปรงรถถูกปิดโครมเขาทั้งร้อนทั้งเหนื่อย นี่มันยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นูเา ล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือโคตรเซ็ง ลืมเซฟหมายเลขโรงแรมตัวเองซะได้
"กี้ นายมีเบอร์โรงแรมไหมโทรเรียกคนมารับหน่อย"
กิตติหน้าสลด "บอสกี้ลืมมือถือเอาไว้ที่โรงแรมค่ะ บอกบอสไปแล้วตอนขับรถออกมา ขอให้วนรถกลับไปเอาบอสยังบอกว่าช่างมันเถอะ ออกมาแป๊บเดียว"
"โอเค"เอราพ่นลมหายใจ เลื่อนหน้าจอมือถือ เสิร์ซหาเลขหมายโรงแรมตัวเองแต่ปรากฏว่าไม่มีสัญญาอินเตอร์เน็ต หน้าจอค้างอยู่เป็นาทีๆก่อนที่เสียงรถกระบะคันหนึ่งซึ่งแล่นผ่านไปแล้ว จะแล่นถอยหลังเข้ามาและเบรกเอี๊ยดจอดประกบข้างรถของเขา
ชายฉกรรจ์ผิวสีเข้มรูปร่างสูงโปร่งเดินอกผายไหล่ผึ่งลงมาจากรถกระบะกิตติดีดตัวผึงขึ้นจากพื้นฟุตบาธ มองฝ่ายนั้นตาไม่กะพริบ
"รถเสียเหรอครับ"ชายผิวเข้มพรายยิ้มถามอ่อนโยนแม้โทนเสียงจะห่ามทุ้มและดังกังวานตามสไตล์คนปักษ์ใต้แต่กิตติก็ยิ้มแฉ่งให้ด้วยหัวใจพองโต
"มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ไหม"หนุ่มผิวเข้มถาม เอราเดินเข้ามาบอกว่ายางรั่วในรถไม่มีทั้งยางอะไหล่และเครื่องมือ หนุ่มผิวเข้มเลิกคิ้วแปลกใจ
"เช่ารถจากไหนครับเนี่ยแย่จัง แล้วกำลังจะไปไหนกันครับ"
"พวกเราพักที่ธารทะเล เอราวรรณครับส่วนรถเนี่ยก็ทางรีสอร์ทนั่นล่ะเป็คนจัดหาให้" กิตติตอบขวยเขินแอบบุ้ยหน้าเล็กน้อยเื่แผนกบริการรถเช่าที่ไม่มีคุณภาพ
"งั้นขึ้นรถผมไหมเดี๋ยวผมไปส่ง" หนุ่มผิวเข้มเสนอความช่วยเหลือ"ผมกำลังจะไปธุระแถวนั้นพอดี"
กิตติพยักคอรัวๆ ยิ้มดีใจใบหน้าชมพูระเรื่อ
รถกะบะค่อนข้างเก่า เป็กะบะตอนเดียวกิตติมองสบตาเ้านายเล็กน้อยก่อนจะเห็นเขาะโขึ้นท้ายกะบะไปเองเงียบๆคงไม่ใช่จะแสดงความสุภาพบุรุษ ปกติเอราไม่มีโมเมนต์เอาใจสาวๆ ให้เห็นและเอราก็ไม่เคยเห็นกิตติเป็สุภาพสตรีมาแต่ไหรแต่ไรแต่ที่ยอมเอาตัวเองไปนั่งตากแดดอยู่ท้ายกะบะ คงเพราะเสี่ยงจะความแตกว่าใครคือคุณช้างตัวจริง
"ขอบคุณนะครับ เอ่อคุณ..." กิตติกระมิดกระเมี้ยนถาม ตอนก้าวเข้ามานั่งข้างๆ ตำแหน่งคนขับประตูรถถูกปิดเบาๆ หนุุ่มผิวเข้มผลักเกียร์แล้วปลดเบรกมือ ก่อนจะหันมายิ้มละมุน
"ผมชื่อเขียวครับ"
"ผมกิตตินะหรือเรียกกี้ก็ได้" พูดไปเขินไป "คุณเขียวเป็คนพื้นเพที่นี่เหรอ"
"ผมเป็คนคอนฯแต่มาทำงานภูเก็ตได้เกือบสิบปีแล้วครับ คุณกี้ล่ะ เป็นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯหรือครับ" เขียวถามสุภาพแม้สำเนียงจะไม่ชัดถ้อยชัดคำแต่กิตติฟังแล้วก็เอ่ยอ้อมแอ้มตอบรับขวยเขินพวงแก้มสีชมพูระเรื่อตึงจนแทบปริ
รถกะบะเคลื่อนตัวช้าๆรถเช่าถูกจอดทิ้งไว้เื้ั กิตติแอบเหลียวมองเสี้ยวหน้าเขียวบ่อยๆมองไปก็บิดมือตัวเองไป ใบหน้าร้อนผ่าวจนแดงเถือกไปถึงใบหูนึกอยากหยุดเวลานี้เอาไว้ตรงนี้จังเลย
แต่แล้วรถของเขียวก็เดินทางถึงรีสอร์ทในเวลาเพียงสิบนาทีชายหนุ่มส่งผู้โดยสารทั้งสองลงหน้าล้อบบี้ ไม่กล้าจอดนานนักกลัวว่าถ้าฝ่ายบุคคลผ่านมาเห็นจะจับได้ว่าเขาโกหกที่ขอลาหยุดกะทันหัน
เอราะโลงจากท้ายกะบะกิตติปลดล็อคเปิดประตู ไม่อยากลงจากรถเลย แต่บอสยืนหน้าตึงรออยู่นอกกระจก
"ขอบคุณเขียวมากๆเลยนะ" กิตติเอ่ย จะขอเบอร์หรือแลกไลน์คงไม่ทันหยิบนามบัตรส่วนตัวที่พกติดกระเป๋าเอาไว้ไม่เคยให้ใครนอกจากคนที่ตรงทาร์เก็ต"นี่ นามบัตรกี้ ถ้าเขียวมีอะไร หรือ้าความช่วยเหลืออะไร โทรหาได้ตลอดนะแล้วไว้กี้จะหาโอกาสเลี้ยงข้าวสักมื้อเป็การตอบแทน"
เขียวรับนามบัตรนั้นมาแบบยิ้มๆกิตติก้าวลงจากรถแววตาอาลัยอาวรณ์ ประตูถูกผลักปิดเบาๆก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกมาอีกครั้งอย่างรีนร้อนจนไม่ทันเหลียวมองว่ากิตติโบกมือหย็อยๆ ส่งท้ายอยู่เื้ั
หนึ่งกิโลเมตรเศษเมื่อขับออกจากประตูทางเข้ารีสอร์ทเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆถึงโรงซักรีด ซึ่งใกล้ๆ กันคือหอพัก เขียวนัดปีกุนไว้ มีเอกสารสำคัญจะให้เธอ
ปีกุนอ่านไลน์ของเขียวเสร็จก็ออกจากห้องเดินมาที่โซนม้าหินอ่อนหน้าตึก เห็นเขียวนั่งรออยู่แล้วเขากุลีกุจอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลพร้อมกับปากกาส่งมาให้ปีกุนดึงเอกสารออกมาแล้วถึงกับต้องเบิกตาโต
"โหย! ไฟแนนซ์ไหนของพี่เขียวอ่ะทำไมสัญญามันถึงได้หนายังกะวิทยานิพนธ์แบบนี้ล่ะ"ปีกุนปราดสายตาไล่อ่านเอกสารกว่ายี่สิบหน้ากระดาษใจหนึ่งก็เชื่อมั่นว่าพี่เขียวเป็คนดี บวกกับโลโก้บริษัทไฟแนนซ์บนหัวมุมกระดาษแต่อีกใจก็อดไม่ได้ที่จะลังเล เพราะยอดเงินกู้สูงลิบลับ
"สามแสนเลยเหรอ!?"
เ้าแก่รถกะบะคันนั้นของพี่เขียวเนี่ยนะได้ราคาตั้งสามแสน!?
"แล้วนี่หมูต้องเซ็นหมดทุกหน้าเลยเหรอพี่"
"ช่ายจ้ะน้องรักทั้งเพนั่นแหละ" เขียวพยักหน้ายิ้มหวานดวงตาโปนโตกะพริบปริบๆ "ไม่ต้องหวังเหวิดน๊ะน้อง พี่ขายที่สวนยางได้จะแขบเอาตังค์มาปิดแม่พี่มีที่สวนยางจังหูนิ ปลูกยางขายกาหม้ายได้ไหร้ พี่บอกให้แกขายตั้งนานแล้วแกไม่ยอมขาย นี่จำเป็ต้องเสียค่าผ่าตัดไม่งั้นกาคงไม่ยอมขาย คนที่รับซื้อมัดจำมาแสนเดียวว่าอีกสองเดือนค่อยโอนที่เหลือมาให้ พี่เลยต้องเอารถไปจำนำพลาง"
"อือ"ปีกุนพยักหน้าเอออกับเื่ที่เขียวเล่าโดยไม่ได้ละสายตาไปจากเอกสารมือจรดปากกาเซ็นแต่ละหน้ากระดาษ
เธอรวบรวมเอกสารส่งคืนเขาเมื่อเซ็นครบ
"หมูขอให้แม่พี่เขียวหายป่วยไวๆนะคะ"
เขียวยิ้ม กล่าวขอบอกขอบใจ
"แล้วนี่พี่เขียวจะกลับบ้านวันนี้เลยเหรอ"
เขียวผงกคอ "เสร็จนี้กาหลบเลย" แล้วใบหน้าคมเข้มก็สลดลงก่อนที่มือหนาใหญ่จะเลื่อนมากุมมือเธอ "ขอบใจลูกหมูมากนะ"แล้วลุกขึ้น เดินกลับไปที่รถแล้วขับออกไป
ปีกุนใจคอไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สงสารเขียวเป็ห่วงแม่ของเขา เพราะนึกถึงแม่ของตัวเอง ถ้าเป็แม่เธอที่ป่วยรอเงินค่ารักษาเธอเองก็คงทำทุกวิถีทางให้ได้เงินมา
"ขอให้แม่พี่เขียวหายป่วยไวๆแล้วก็ขอให้พี่เขียวได้เงินไปโปะเงินกู้ไวๆ ทีเถอะ สาธุ"ภาวนาต่อลมต่อฟ้ารอบๆ ตัว ก่อนจะลุกเดินกลับเข้าห้องพักรอเวลาเข้างานกะดึกในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
ปี กุ น ก ลั บ เ ข้ า ม า ทำงานอีกครั้งในเวลาห้าทุ่ม เธอรับรอบงานต่อจากประหยัด ซึ่งอยู่กะบ่าย ความจริงประหยัดในฐานะ Seniortech และเป็ผู้ชาย เขาสมควรต้องเข้าSplit shift ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเท่าเมี่ยงและเป็แค่ลูกช่างประสบการณ์กะร่อยกะหริบอย่างปีกุน แต่ประหยัดมีเมียและลูกเล็กๆต้องดูแล ขืนให้เข้าๆ ออกๆ วันละหลายกะ เมียเขาได้ขอเลิกแล้วพาลูกหนีไปปะไรอีกอย่างงานกะดึกไม่ได้ยากหรือต่างไปจากงานกะกลางวันเท่าไหร่หรอก ปีกุนทำได้สบาย
ประหยัดสแกนนิ้วเลิกงานออกไปแล้วเหลือปีกุนให้ต้องอยู่โดดเดี่ยวในแผนกช่างอีกตามเคย เพื่อไม่ให้เสียเวลาและไม่ให้เกิดอาการง่วงหงาวหาวนอนอย่างแรกเลยก็เปิดสมุด Log book ดูว่ามี workorder หรืองานแจ้งซ่อมจากแผนกต่างๆ ค้างมาจากกะกลางวันหรือไม่ส่วนใหญ่เป็ประเภทซ่อมห้องน้ำ ส้วมตัน ขันก๊อกน้ำที่หลวม เปลี่ยนหลอดไฟ บลาๆๆๆซึ่งค่ำคืนนี้เธอยิ้มโล่งใจเพราะประหยัดเคลียร์งานเสร็จหมด ไม่เหลือค้างตกมาถึงเธอ
เมื่อไม่มีงานเก่าให้สะสางปีกุนจึงถือชาร์ตตรวจเช็คเครื่องจักรเดินลงชั้นใต้ดินไปยังห้องเครื่องภายในห้องเครื่องประกอบด้วยระบบไฟฟ้ากำลัง อาทิ ตู้ควบคุมระบบไฟหรือ MDB, เครี่องปั่นไฟสำรอง หรือ Generator, ตู้สับเมนทำหน้าที่จ่ายกระแสไปยังระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบลิฟต์ ระบบแอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าตามอาคาร
สิบกว่านาทีสำหรับการตรวจเช็คอุปกรณ์ในห้องไฟ จากนั้นเดินมายังห้องปั๊มซึ่งไม่ไกลกันมาก ในนี้มีทั้งปั๊มน้ำบริโภค และปั๊มสระว่ายน้ำ
ปั๊มน้ำบริโภคขนาด 7 แรง มี 3 ตัวเช่นเดียวกันกับปั๊มสระว่ายน้ำและปั๊มจากุซซี่ ถึงจะสลับการทำงานแต่เสียงของพวกมันก็ดังจนกลบเสียงรอบข้างหมดสิ้น
ปั๊มน้ำบริโภคแรงดันตกเล็กน้อยปกติในหนึ่งนาทีอัตราเฉลี่ยจะอยู่ 3 - 4.5 บาร์ จากที่เซ็ตสูงสุดไว้ 6 บาร์ถือว่าไม่ดีแต่ก็ไม่แย่ เธอจดตัวเลขลงบนแผ่นชาร์ต
เช็คเสร็จทั้งปั๊มน้ำและปั๊มสระกินเวลาไปครึ่งชั่วโมง ถัดมาคืองานที่บ่อบำบัดน้ำเสีย และบ่อเกรอะช่างกะดึกมีหน้าที่หมักเชื้อจุลินทรีย์ใส่ถัง พักเอาไว้ข้ามคืนพรุ่งนี้ช่างกะบ่ายจะเอาไปเทลงบ่อเกรอะเพื่อช่วยเร่งอัตราการย่อยสลาย
ในขณะที่ปีกุนเพิ่งจะหยิบซองจุลินทรีย์ผงออกจากกล่องในชั้นวางเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าหลังของเธอดังขึ้น เบอร์ต้นทางเป็เบอร์โรงแรม...คงโทร.มาจากหน้าฟร้อนท์
"ลูกหมูไหมนั่น?" เสียงใบเตย รีเซฟชั่นกะดึก
"เตย มีอะไร ทำไมไม่วอ.เรียก"
"วอ.จนปากจะฉีกแล้วแก อย่าถามมากลิฟต์ค้างระหว่างชั้น มีลูกค้าติดอยู่คนนึง" .
ลิฟต์ค้างอีกแล้ว ขนาดฝนไม่ตกไฟไม่ดับนะเนี่ย แถมสะเออะค้างไม่ตรงชั้น
“ชั้นไหนแก!?”
“ระหว่างชั้นสามกับชั้นสี่”
“โอเคๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ผละมือจากซองจุลินทรีย์ผง วิ่งกลับขึ้นไปเอากุญแจลิฟต์ที่ห้องช่าง
เพียงครึ่งนาทีร่างเล็กๆ ก็ปราดมาถึงชั้นสี่ไขเปิดห้องเครื่อง ปิดเบรกเกอร์ ไขเปิดลิฟต์ แง้มประตูให้แหวกออกเบาๆความกว้างประมาณห้าเซนต์เพื่อส่งเสียงบอกคนในลิฟต์
“ไม่ต้องกลัวนะคะคุณ เ้าหน้าที่กำลังช่วยอยู่นะคะ” เห็นหน้าลูกค้าไม่ค่อยชัดนัก รู้แค่เป็ผู้ชายรูปร่างสันทัดสวมเสื้อยืดกางเกงยีน
คนในลิฟต์ส่งเสียงตอบกลับมาฟังไม่ค่อยได้ศัพท์นัก
ปีกุนใจเต้นระทึก บอกเขาไม่ต้องกลัวแต่ตัวเองกลัวเสียเอง ค้างตัวไหนไม่ค้าง ดันมาค้างเอาตัวที่พัดลมระบายอากาศพังด้วยเกิดเป็ลมตายขึ้นมา เธอจะซวยไหมนี่
อะไหล่ลิฟท์ที่ชำรุดแผนกช่างทำเื่ขอสั่งซื้อไปแล้วนานเป็ชาติยังไม่ได้รับอนุมัติสรุปเป็ความผิดใคร?
ระยะลิฟต์ที่หยุดค้างอยู่ห่างกว่าระดับพื้นชั้นเกิน3 ฟุต ปกติจะส่งบันไดให้ปีนขึ้นมา แต่ปีกุนไม่ได้หิ้วบันไดติดมือมาแล้วบันไดแผนกช่างก็เก่าเกินจะเอามาให้ลูกค้าใช้งาน ดีไม่ดีลูกค้าจะตกบันไดขาหักกลายเป็เื่ใหม่ไปอีก
“เดี๋ยวช่างจะขับลิฟต์ขึ้นมาให้ตรงกับระดับพื้นชั้นสี่นะคะคุณเกาะราวจับเอาไว้ให้แน่นๆ นะคะ” เธอะโบอก
ลุงยามกับรีเซฟชั่นซึ่งยืนรอจะช่วยง้างฝาประตูลิฟต์อยู่ที่ชั้นสามพากันวิ่งตึงๆ ขึ้นมาหาที่ชั้นสี่ ปีกุนเปิดฝาช่องชาร์ป กดปุ่มขับลิฟต์เสียงสลิงถูกกระตุกดังสลับกับเสียงหวีดร้องของคนในลิฟต์ลุงยามกับรีเซฟชั่นช่วยกันส่งแรงใจจนเหงื่อแตกพลั่กประมาณแปดนาทีห้องโดยสารลิฟต์ถูกขับขึ้นมาตรงกับระดับพื้นชั้นสี่ได้สำเร็จทุกคนช่วยกันง้างประตูลิฟต์
ประตูลิฟต์เปิดโดยสวัสดิภาพ
แ ล ะ ค น ที่ ก้ า ว อ อ ก ม า ห น้ า ดำ หน้ า แด ง คื อ . . .
“คุณช้าง!” ปีกุนหน้าเจื่อนยกมือไหว้ทำความเคารพแบบเงอะๆ งะๆ “สวัสดีค่ะ”
กิตติยิ้มแหยๆ พูดอะไรไม่ออกมือไม้เย็นเฉียบสั่นเทา หยดเหงื่อเม็ดเป้งอาบเต็มสองข้างแก้ม...เขานึกว่าจะไม่มีชีวิตรอดกลับออกมาดูโลกซะแล้วงานนี้
ปีกุนกดรีเซ็ตระบบ ออนเบรกเกอร์แล้วปิดฝาช่องชาร์ป ลิฟต์กลับมาทำงานเป็ปกติ
กิตติพอปรับระดับการเต้นของหัวใจให้เป็ปกติได้ก็ส่งเสียงบ่นทันที
"แย่ที่สุด!" เอามือกอดอกแล้วมองเขม็งไปที่ช่างสาวตัวเปี๊ยก จำได้ว่าวันนี้เห็นคุณเธอมาเกือบทั้งวันนี่ชีวิตคุณเธอจะวนเวียนอยู่แต่งานในโรงแรม ไม่กลับบ้านไปหลับไปนอนเลยหรือไง?!
"โรงแรมเราเกิดเื่แบบนี้ขึ้นบ่อยเหรอ"กิตติหันไปทางรปภ.
รปภ.วัยห้าสิบส่งยิ้มเรี่ยๆกำลังจะอ้าปากบอกว่าเกิดขึ้นบ่อย เกือบจะวันเว้นวันเชียวล่ะ แต่ใบเตย รีเซฟชั่นสาวสวยซึ่งใบหน้ายังตื่นกลัวไม่หายมือเท้าไวรีบเขี่ยขาเบรกเสียงลุงพร้อมๆ กับพูดแทรกขึ้นว่า
"ไม่บ่อยนะคะคุณช้าง... อืมมม์..."เธอโกหก ทั้งที่ความเป็จริงมันเป็บ่อยแต่เธอทำหน้าครุ่นคิดให้มันสมจริงสมจังสักหน่อย"ก็ประมาณสองเดือนจะเป็สักครั้งค่ะ"
กิตติพยักหน้าเล็กน้อย ทอดถอนลมหายใจวันนี้ทั้งวันเจอแต่ปัญหาๆๆ อดคิดไม่ได้ว่าบอสจะประคับประคองที่นี่ได้ยังไงความจริงน่าจะปล่อยให้เจ๊งตามยถากรรมไปซะ เอาเงินมรดกสิบกว่าล้านจากบิดาไปลงทุนทำธุรกิจอย่างอื่นดีกว่าอีก
ใบเตยเหลียวมองลุงยามทีมองเพื่อนซี้ทีภาวนาอย่าให้คุณช้างซักไซ้ไล่เลียงอะไรอีกเลย ยายลูกหมูยิ่งซื่อๆโกหกปั้นน้ำเป็ตัวไม่ค่อยเก่งอยู่ด้วย ขืนถามมากเข้ามันได้เล่าความจริงพาดพิงไปถึงฝ่ายจัดซื้อกับฝ่ายการเงิน ได้พาซวยกันเป็แถบๆ แน่
กิตติเมื่อรอดชีวิตออกมาได้ก็สั่งให้ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำงานเขาเสียเวลามามากพอแล้วกับการติดอยู่ในลิฟต์เกือบยี่สิบนาทีแล้วนี่บอสก็เพิ่งส่งไลน์มาบอกว่ามีเื่จะคุยที่อุตส่าห์เดินตามหนุ่มมะกันตาสีฟ้าขึ้นลิฟต์อีกตัวมาถึงชั้นสี่เพื่อจะขอแลกไลน์เลยเป็อันว่าชวด อดแดก เสียเวลาเปล่า
พนักงานได้รับอนุญาตให้แยกย้ายกันไปทำงานกิตติขยาดการใช้ลิฟต์ไปชั่วขณะ จนต้องอาศัยเดินลงบันได้จากชั้นสี่ลงมาชั้นสองห้องพักของเอราอยู่ถัดจากห้องของเขาคำถามแรกที่เตรียมผึ่งหูรอฟังได้เลยก็ไม่แคล้วคำถามว่า...
"ทำไมมาช้า ห้องอยู่ติดกันแค่นี้"คำถามเดียวกับที่คิดไว้เป๊ะ!ชายหนุ่มนั่งหน้าเข้มอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวแนบเนื้อโชว์มัดกล้ามแน่นเปรี๊ยะกางเกงผ้านิ่มขายาวเอวรูด ซึ่งรูดไว้เพียงหลวมๆ ปล่อยให้ไรขนหน้าท้องโผล่แพลมไปก็แพลมมา...นี่แหละ ชุดนอนของบอสเขาล่ะ
"เอ่อ...อ่า..."กิตตินึกข้อแก้ตัวไม่ออก เลยจำใจบอกความจริง "ติดลิฟต์ค่ะ เลยมาช้า"ดีที่ไม่ปากไวบอกว่าติดอยู่ชั้นสี่ไม่งั้นคงต้องสรรหาเหตุผลผีบ้าผีบอมาแจกแจงว่าห้องพักอยู่ชั้นสอง ทำไมขึ้นไปเที่ยวเล่นที่ชั้นสี่...นี่ล่ะ บอสของเขาล่ะ
เอรานิ่วหน้า "ติดลิฟต์? หมายถึงลิฟต์โรงแรมเราค้างงั้นเหรอ"
กิตติพยักหน้า ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ
"แล้วพวกพนักงานแก้ปัญหากันยังไง"คนถามซึ่งก่อนนี้แผ่นหลังเอนพิงพนักโซฟา ในท่วงท่าสบาย ดีดตัวตั้งตรงใบหน้าเครียดขึงขัง
"เอ่อ... รีเซฟชั่นกับยาม แล้วก็...เอ่อยายเด็กช่างคนนั้นมาช่วยไว้ค่ะ"
เอรานิ่วหน้ารอบสอง "เด็กช่างคนนั้น? คนที่ชื่อลูกหมู??"
"ค่ะ"
"ไปตามมาพบฉันหน่อย"
"คะ?"
"บอกไปตามเด็กช่างคนนั้นมาพบ"
"เรียกพนักงานขึ้นมาพบกลางดึกเนี่ยนะคะเราจะใช้สิทธิ์อะไรถึงทำแบบนั้นได้ ใครเขาได้ว่าเอา"
นิ้วยาวๆ ของฝ่ายนั้นชี้ดิ่งมาที่หน้า
"ก็ใช้สิทธิ์ตรงที่นายเป็ลูกเ้าของโรงแรม... หรือว่านายทำไม่ได้?"
"ดะ ได้ค่ะ ทำได้ กี้จะตามให้เดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ"
เอาแต่ใจจริงๆ ลูกชายคุณวรรณเนี่ย! เดินงึมงำๆ ไปที่ห้องนอน คว้าโทรศัพท์พื้นฐานจากโต๊ะตรงหัวเตียงกดผ่านเบอร์ 0 รีเซฟชั่นรับสายในริงแรกที่เรียก
"Front desk ใบเตย speakinghow I may help you?" ใบเตยรับสายพูดเสียงสั่นปากสั่นพั่บๆก็เลขห้องโชว์หราว่าโทรมาจากคุณช้าง เขาจะโทร.มาด้วยเื่อะไร... หรือจะยังไม่จบเื่ที่ลิฟต์ค้าง
"ตามช่างคนที่ชื่อปีกุนขึ้นมาพบที่ห้องหน่อย"
"ตอนนี้อ่ะนะคะ?!" ใบเตยเผลอปากโพล่งถาม ก่อนจะรีบกลับลำ "เอ่อ ขอโทษค่ะที่ถามดิฉันจะรีบตามให้ค่ะ" งานอะไรมันจะมาเข้ายายลูกหมูดึกๆ ดื่นๆวันนี้ควงเวรมาตั้งหลายรอบแล้ว
ใบเตยทอดถอนใจ อดไม่ได้ที่จะนึกสงสารเพื่อนแต่ก็จำใจต้องวิทยุเรียก เพื่อแจ้งว่าลูกชายเ้าของโรงแรมเรียกพบ
ปีกุนที่เพิ่งหยิบซองจุลินทรีย์ผงกำลังจะเทลงถังต้องชะงักอีกครั้ง ได้ยินเสียงวอ. จากหน้าฟร้อนท์ทีแรกนึกว่าหูฝาด
"ลูกหมู วอ.สอง! (เรียก), วอ.สิบห้า (ให้ไปพบ) ที่ห้อง 209"
"ห๊ะ! ตอนเที่ยงคืนเนี่ยนะ!?"
"เออ" ใบเตยตอบสั้นกุดอยากจะพูดเยอะกว่านั้น แต่ผ่านวิทยุสื่อสาร เขาให้สั้นกระชับและเป็ทางการเลยตัดสินใจพิมพ์ข้อความผ่านไลน์ไปเตือนด้วยอีกทาง
"สอง-แปด (รับทราบ)" ปีกุนตอบ แล้วเสียงไลน์ก็ดีดติ้ง มีข้อความส่งมาจากใบเตย...
'ห้อง 209... ห้องที่คุณช้าง(ลูกชายคุณวรรณ)เข้าพักอ่ะแก ฉันว่าเื่ที่ลิฟต์ค้างแหงๆโชคดีนะเพื่อน'
เวรเอ๊ย! ปีกุนเหลือกตามองเพดาน พร้อมกับพ่นลมหายใจแบบสุดเซ็งพับปากซองจุลินทรีย์ผง เก็บกลับเข้าชั้นวางตามเดิม
. . . . . . . . .