ตอนที่ 18 การเรียกพบของเซ่าอี้ผิง (2)
มู่ชิงได้ยินก็หยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างประหลาดใจ แล้วถึงเห็นว่าเมื่อคืนนี้เจอเรื่องนั้นเข้าไปทำเอาเขาลืมชาร์จแบตโทรศัพท์เสียได้
เขายิ้มน้อยๆ แล้วพยักหน้าขอบคุณเสี่ยวเฉิน เดินไปท่ามกลางสายตาคนรอบข้างที่มีทั้งอิจฉาและริษยา และขณะเดียวกัน ด้วยใบหน้าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ นี้ ในใจกลับบ่นพึมพำ...
ทั้งซือก้วนเอนเทอร์เทนเมนต์มีผู้อำนวยการเซ่าแค่คนเดียว ก็คือเซ่าอี้ผิงกรรมการผู้จัดการของบริษัท ชาติที่แล้วก่อนจะเสียโฉม เขาคือนักแสดงหน้าใหม่ที่ควรค่าแก่การสนับสนุนที่สุดในสายตาผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ทำให้เขาได้ติดต่อกับนักธุรกิจที่เบื้องหน้าดูมีน้ำใจแต่ความจริงแล้วกลับเลือดเย็นคนนี้อยู่ไม่น้อย
ในชาตินี้แม้ว่าเขาเองก็คิดว่าไม่ช้าก็เร็วตนคงจะต้องทำให้อีกฝ่ายสนใจได้แน่ แต่คิดไม่ถึงว่าวันนั้นจะมาเร็วขนาดนี้ ดูแล้วอีกฝ่ายน่าจะพบว่าในบริษัทมีปัญหาบางอย่าง และคงจะนั่งไม่ติดแล้ว
แน่นอนว่าเซ่าอี้ผิงย่อมรู้นานแล้วว่าในบริษัทมีปัญหาอยู่...เขาคือผู้ก่อตั้งซือก้วนเอนเทอร์เทนเมนต์ขึ้นมาเองกับมือ ถึงจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับบริษัทเซิ่งซื่อหรือคุนเผิงที่อยู่ในวงการเดียวกันได้ แต่ก็นับว่าเป็นบริษัทเอเจนต์ชั้นนำแห่งหนึ่ง
แต่ปีนี้ไม่รู้ว่าโดนของอะไรเข้า สองในสามคนของตัวหลักแนวหน้าถึงได้ออกจากสตูดิโอของเขาไป ทำให้บริษัทเสียเงินก้อนใหญ่ ส่วนนักแสดงระดับสองระดับสาม ใครที่ดังขึ้นมาต่างก็พากันยกเลิกสัญญา ทำอย่างไรก็เก็บคนเอาไว้ไม่ได้ ส่วนพวกนักแสดงที่ระดับต่ำลงไปอีกก็ไม่คิดจะสนใจกับเรื่องสำคัญ วันๆ เอาแต่หวังว่าจะหาเสี่ยเลี้ยงสักคน และยังงัดสารพัดวิธีมาใช้เพื่อเอาอกเอาใจคนเหล่านั้น ทำเอาบรรยากาศในบริษัทอึมครึม จิตใจล่องลอยฟุ้งซ่านกันไปหมด
ดังนั้นสภาพของบริษัทในตอนนี้คือขาดแคลนคนอย่างมาก ตอนนี้นอกจากราชาภาพยนตร์คนใหม่อย่างซ่งจื่อเซวียนที่พอจะฝืนเป็นหน้าเป็นตาได้ นักแสดงชายคนอื่นที่พอจะใช้การได้ก็มีแค่ไม่กี่คน
ที่ทำให้เขาร้อนใจที่สุดคือ หลายวันก่อนเขาได้ข่าวว่าเหมือนซ่งจื่อเซวียนเองก็กำลังติดต่อกับผู้บริหารระดับสูงของเซิ่งซื่อเอนเทอร์เทนเมนต์อย่างลับๆ ทำเอาเขากังวลมากแต่ก็ไม่มีหลักฐาน เรียกได้ว่าปวดหัวจนแทบจะถึงขั้นนอนไม่หลับเลยทีเดียว
ดูท่าซ่งจื่อเซวียนเองก็คงพึ่งพาอะไรไม่ได้แล้ว เขาจะต้องรีบหาวิธีแก้ปัญหาเรื่องขาดคนของบริษัทในตอนนี้ให้ได้
และในตอนที่เซ่าอี้ผิงกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานเพื่อหาวิธีจัดการกับบรรยากาศภายในบริษัท และฝึกฝนนักแสดงสักสองสามคนเพื่อให้บริษัทพ้นวิกฤตนี้ไปได้นั้น เขากลับได้รับสายจากเพื่อนนักข่าวคนหนึ่งที่โทรเข้ามาหา แล้วเอ่ยปากสอบถามเขาถึงข่าวของนักแสดงในสังกัดที่ชื่อว่ามู่ชิง ขณะที่เซ่าอี้ผิงกำลังตามไม่ทัน อีกฝ่ายกลับบอกข่าวที่ทำให้เขาต้องตกใจออกมาว่า...ความโกลาหลของช่องหลิวเหลียนในการออดิชั่นตัวละครเรื่องบทลงโทษของปีศาจก่อนหน้านี้ได้สิ้นสุดลงเมื่อคืนนี้ ข่าวจากวงในบอกมาว่า บทพระรองอย่างม่อยวนที่เลือกนักแสดงไม่ได้อยู่นานนั่นกลายเป็นของนักแสดงหน้าใหม่ที่ชื่อว่ามู่ชิง และคนนี้ยังเป็นนักแสดงในสังกัดเขาอีกด้วย!
ข่าวนี้ทำให้เซ่าอี้ผิงถึงกับมึน เขาไม่รู้เลยว่ามู่ชิงคือใคร ยิ่งไม่รู้เรื่องตัวละครม่อยวนที่ตกลงกันได้แล้วนั่นด้วย พอสอบถามเลขา เซ่าอี้ผิงถึงได้รู้ว่ามู่ชิงเป็นคนของบริษัทตนจริงๆ และยังเป็นศิลปินในการดูแลของหลี่ว์ซิ่งด้วย ความโมโหของเขาพลันพุ่งปรี๊ดขึ้นมา...
ล้อกันเล่นใช่ไหม ยังไม่ต้องพูดเรื่องตอนนี้บริษัทกำลังขาดคน แค่พูดถึงการคัดเลือกนักแสดงในเรื่องบทลงโทษของปีศาจที่สื่อต่างๆ ล้วนแต่กำลังให้ความสนใจตอนนี้ เขาที่เป็นกรรมการผู้จัดการกลับต้องมารู้ข่าวนี้จากอินเทอร์เน็ต!
หลี่ว์ซิ่งทำอะไรอยู่เหรอ
เขาเคยเห็นตนที่เป็นหัวหน้าอยู่ในสายตาบ้างไหม!
ใครจะรู้ว่ายังไม่ทันรอให้เซ่าอี้ผิงทำอะไร หลี่ว์ซิ่งกลับมาหาเขาที่ห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่ได้รับความเป็นธรรมก่อน
สาเหตุก็คือ...นักแสดงในการดูแลกำลังจะดัง แต่ตนเองกลับไม่ใช่ผู้จัดการแล้ว...