ย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 40 เส้นทางใหม่แห่งการพัฒนา

            ตอนที่ 40 เส้นทางใหม่แห่งการพัฒนา

            “ด้วยวิธีไหนล่ะ? ” ผู้นำชุมชนถามด้วยความสนใจ

            “การสร้างโรงงานตอนนี้ในตอนเริ่มแรกนั้นเรายังมีเงินทุนไม่เพียงพอแต่เราสามารถใช้วิธีการร่วมมือกันในแต่ละครัวเรือนเพื่อจัดตั้งโรงเลี้ยงนกกระทาค่ะ”

            “การร่วมมือกันในแต่ละครัวเรือนคืออะไร?”ผู้นำชุมชนถามอย่างฉงนสงสัย

            “บนภูเขาหลังชุมชนเรามีนกกระทาอยู่ไม่น้อยการสร้างโรงเลี้ยงนกกระทาจึงเป็นเรื่องที่ดี แต่เรายังไม่มีเงินทุนใช่ไหม? งั้นก็ให้แต่ละครัวเรือนแบ่งหน้าที่กันไปเลยค่ะแต่ละครัวเรือนเลี้ยงนกกระทาตามจำนวนสมาชิกในครอบครัวพอถึงสิ้นปีก็เอามารวบรวมขายกัน”

            ผู้นำชุมชนฟังแล้วรู้สึกแปลกๆแต่ดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่บ้าง

            “แบบนี้ไม่ฝ่าฝืนกฎเหรอ?”

            “ผู้นำชุมชนคะ เราเป็นโรงเลี้ยงนกกระทาไม่ใช่การแยกเลี้ยงกันเองในแต่ละครัวเรือน พอถึงปีหน้า ถ้าเรามีเงินทุนแล้วก็จะสามารถสร้างโรงงานได้”

            คำพูดนี้ปลุกผู้นำชุมชนให้ตื่นจากภวังค์ผู้นำชุมชนปรบมือด้วยความชื่นชม วิธีการนี้ถือเป็นวิธีที่ดีทีเดียวเปลี่ยนจากใหญ่เป็นเล็ก ประหยัดเงินทุนได้อย่างยิ่งด้วย

            เหมือนที่ชีเยวี่ยพูดพอถึงจุดหนึ่งที่เงินทุนสะสมเพียงพอแล้วก็ค่อยๆ เริ่มขยายโรงงาน

            ในเวลานี้ ผู้นำชุมชนลืมไปสนิทว่าถ้าหากการเลี้ยงนกกระทาประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ แล้วชาวบ้านทุกคนจะยังยินยอมให้สร้างโรงงานและเลี้ยงแบบรวมกลุ่มกันอยู่หรือไม่

            หานชีเยวี่ยก็ไม่ได้คิดหยิบปัญหาเรื่องนี้ออกมาพูดเพราะยังไงซะ รถวิ่งถึงหน้าภูเขาต้องเจอทางไปต่อแน่ [1]

            “การเลี้ยงนกกระทาเป็นเรื่องที่น่าสนใจแต่ฉันก็กังวลว่าจะขายได้หรือเปล่า? หากถึงตอนนั้นแล้วเกิดต้องทุบแตกคามือ[2] คงไม่ดีแน่ถ้าขายไม่ออกก็แย่เลยสิ! ”

            เจ้านกกระทาตัวน้อยนี้เป็นสัตว์ที่หาได้ทั่วไปตามภูเขาอยู่แล้ว ไข่ก็ฟองเล็กนิดเดียว คนเมืองจะชอบหรือ?แล้วร้านค้าสหกรณ์จะรับซื้อไหม?

            ผู้นำชุมชนยังคงรู้สึกว่ามีความเสี่ยง

            “ผู้นำชุมชนคะ ถ้าหากคุณยังกังวลอยู่ฉันจะเข้าเมืองไปสำรวจตลาดดูก่อนว่ามีความต้องการไหม”

            หานชีเยวี่ยกลัดกลุ้มว่าจะหาข้ออ้างไหนที่จะเข้าเมืองไปอีกรอบนี่ไง สุดท้ายก็หาเหตุผลได้แล้ว ส่วนการสำรวจตลาดวิธีที่เห็นผลได้ชัดที่สุดก็คือการนำไข่นกกระทาไปทดลองขาย

            ถ้ามีคนต้องการ ก็แสดงว่ามีตลาด ลึกๆในใจเธอรู้ดีว่าไข่นกกระทาต้องมีคนต้องการแน่ๆ แต่ราคาคงสู้ไข่ไก่ไม่ได้แต่การเลี้ยงนกกระทาใช้เงินทุนไม่มาก โดยรวมแล้วก็น่าจะยังได้กำไร

            ผู้นำชุมชนมองหานชีเยวี่ยอย่างลังเล“จะสำรวจยังไง?”

            สำรวจตลาด นี่เป็นคำใหม่!

            เขาไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อนลูกสาวที่เรียนหนังสือมานี่ช่างแตกต่างจริงๆ! แต่ผู้นำชุมชนก็ไม่กล้าถามถ้าถามออกไปจะดูเหมือนตัวเองไม่มีความรู้ คงน่าอายมาก

            “พรุ่งนี้ฉันจะลองไปดูก่อนแล้วจะกลับมารายงานให้คุณฟังตอนเย็น…” หานชีเยวี่ยพูดด้วยความกระตือรือร้นแต่ยังไม่ทันพูดจบ กลับถูกย่าเฒ่าหานขัดขึ้นเสียก่อน

            “อาเยวี่ยพรุ่งนี้หลานจะเข้าเมืองอีกแล้วหรือ?” ย่าเฒ่าหานมองหลานสาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

            สองสามวันมานี้ย่าเฒ่าหานได้ยินคนนินทาชีเยวี่ยแล้วเดิมทีเธอก็กำลังคิดอยู่ว่าจะพูดเกลี้ยกล่อมหลานสาวให้อยู่บ้านสักสองสามวัน

            หานชีเยวี่ยไม่รู้ว่าในชุมชนมีข่าวลือแบบนี้เธอโอบแขนย่าเฒ่าหานแล้วพูดว่า “ย่าจ๊ะ ไม่ต้องห่วงนะคะอย่างมากหนูไปแค่สองสามครั้งเอง พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อยหนูจะอยู่บ้านอย่างสบายใจแล้ว”

            “ย่าลองคิดดูสิถ้าหากทุกอย่างสำเร็จเรียบร้อยล่ะก็หลังจากนี้ไปชีวิตของชาวบ้านในชุมชนเราจะดีขึ้นมากเลยนะคะ”

            “หลายปีมานี้ ชาวบ้านในชุมชนอดมื้อกินมื้อวันคืนก็อยู่ยากเหลือทน หากสามารถหาเงินได้ ในอนาคตก็จะไม่ต้องอดอยาก สาวๆจากชุมชนอื่นก็ยินยอมพร้อมใจกันแต่งงานเข้ามา พอถึงตอนนั้นการแต่งเมียสักคนของเด็กหนุ่มในชุมชนคงจะง่ายขึ้นมาก”

            ตอนที่พูดประโยคนี้หานชีเยวี่ยยังจ้องมองพี่ชายของเธออย่างมีนัยยะ

            เหล่าพี่ชาย : …

            โดนเหน็บแนมเข้าแล้ว

            ถ้าเป็นคนอื่นคงจะต้องมีเรื่องกันชกต่อยกันสักยก แต่พอเปลี่ยนเป็นน้องสาวตัวเอง ก็ช่างเถอะโดนเหน็บก็โดนเหน็บไป

            ต้องยอมรับว่าตอนที่ย่าเฒ่าหานได้ยินว่าเด็กหนุ่มจะแต่งเมียได้ง่ายขึ้น เธอรู้สึกหวั่นไหวแต่ว่าพอลองคิดทบทวนดูอีกที ก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง การสร้างโรงงานอะไรพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่ชีเยวี่ยต้องมารับผิดชอบเลย

            ทำไมชีเยวี่ยต้องแบกรับภาระมากมายขนาดนี้?

            “ชีเยวี่ยเอ้ย เรื่องพวกนี้ปล่อยให้ผู้นำชุมชนเขาป็นคนจัดการเถอะ! ” ตอนที่ย่าเฒ่าหานพูดเธอก็หันมองไปที่ผู้นำชุมชน

            ผู้นำชุมชนเอาธุระของตัวเองมาโยนให้ชีเยวี่ยทั้งๆ ที่ตัวเองก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ทำไมถึงได้ไร้ความสามารถแบบนี้?

            ถ้าเปลี่ยนเป็นยายแก่คนนี้ คงจะอายแย่!

            “แม่ ปล่อยให้ชีเยวี่ยลองดูเถอะ! ”พ่อหานแสดงออกว่าสนับสนุนลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่างไม่มีเงื่อนไข

            เขามีลางสังหรณ์ว่าลูกสาวของเขาไม่ใช่คนธรรมดาบางทีในอนาคต เธออาจจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก็ได้

            พอเขาพูดแบบนี้ออกมาก็ถูกซย่าซิ่วเหอภรรยาของเขามองค้อนความคิดของซย่าซิ่วเหอก็เหมือนกับย่าเฒ่าหาน

            ข่าวลือไม่ดีเหล่านั้น เธอเองก็พอได้ยินมาบ้างเหมือนกันเพียงแต่ว่าพอกลับมาถึงบ้านก็เจอแขกพอดี เลยยังไม่มีโอกาสได้พูด

            สังคมนี้เต็มไปด้วยความอคติต่อผู้หญิงเด็กผู้หญิงจะทำอะไรทุกการเคลื่อนไหวก็ถูกจับตามอง เพราะปัญหาเรื่องบ้านจวงชื่อเสียงของชีเยวี่ยก็เสียหายไปแล้ว ถ้าหากมีข่าวลืออะไรแพร่ออกไปอีกชีเยวี่ยคงหาคู่ครองที่ดีได้ยากแน่

            หานชีเยวี่ยเห็นย่ากับแม่ทำท่าอึกๆ อักๆเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่พูดออกมาเสียทีเธอก็รู้สึกว่าอาจจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

            “แม่ ย่ามีเรื่องอะไรที่หนูไม่รู้หรือเปล่าคะ?” หานชีเยวี่ยถาม

            “ข้างนอกเขาลือกันว่าลูกเที่ยวเข้าเมืองบ่อยๆดูไม่เหมาะสมเลย” ซย่าซิ่วเหอพูดที่จริงแล้วสิ่งที่เธอได้ยินมามันรุนแรงกว่านี้เป็นสิบเท่าร้อยเท่าแต่ซย่าซิ่วเหอไม่อยากให้ลูกสาวไม่สบายใจ จึงพูดแค่สั้นๆ

            “แม่ของอาเยวี่ยช่วงนี้ลูกสาวเราค่อนข้างทุกข์ใจปล่อยให้เธอออกไปเที่ยวเล่นคงช่วยให้ดีขึ้นได้บ้าง”พ่อหานยังคงไม่สามารถทนเห็นลูกสาวผิดหวังเสียใจได้

            “แกนี่มันตามใจลูกจริงๆ! ”พ่อหานถูกภรรยาดุบ่นเข้าไป ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วยกมือขึ้นลูบหัว ไม่เถียงสักคำ

            ตามใจลูกสาวแล้วมันผิดตรงไหน?เขามีลูกสาวให้ตามใจก็ดีแค่ไหนแล้ว 

            พี่ชายอยากจะตามใจลูกสาวบ้าง ยังไม่มีเลยไม่รู้เขาอิจฉามากแค่ไหนกันนะ

            “เรื่องนี้มีฉันอยู่ ไม่ต้องห่วงฉันจะไม่ปล่อยให้คนในชุมชนพูดจาไร้สาระหรอก”ผู้นำชุมชนรับปากด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

            ทุกคนต่างก็มีลูกสาวความรู้สึกของซย่าซิ่วเหอและย่าเฒ่าหาน ผู้นำชุมชนเองก็เข้าใจเป็นอย่างดี

            เรื่องนี้เขามีวิธีจัดการแน่นอนว่าจะไม่ปล่อยให้เด็กคนนี้เสื่อมเสียชื่อเสียง

            พอได้ยินผู้นำชุมชนรับปากย่าเฒ่าหานและซย่าซิ่วเหอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากผู้นำชุมชนอาจจะไม่ได้มีความสามารถมากมาย แต่คำพูดของเขามีน้ำหนักมากในชุมชน

            “ชีเยวี่ย เธอจะวางแผนยังไง?” ผู้นำชุมชนถาม

            “ฉันจะลองสอบถามข้อมูลคนรู้จักดูก่อนแล้วค่อยวางแผนค่ะ”

            “ตอนที่เธอร่ำเรียนหนังสือในเมืองรู้จักคนที่มีความสามารถบ้างไหม?” พอได้ยินหานชีเยวี่ยพูดถึงการติดต่อคนรู้จักดวงตาของผู้นำชุมชนก็เป็นประกายทันที 

            ใช่แล้ว เด็กคนนี้เรียนหนังสือในเมืองต้องรู้จักคนที่มีความสามารถแน่ๆ

            “ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งค่ะครอบครัวของเธอค่อนข้างมีอิทธิพล ความสัมพันธ์ของฉันและเธอก็จัดว่าดีมากฉันจะลองไปปรึกษาเธอดู” หานชีเยวี่ยพูดตามน้ำ

            ทันทีที่พูดจบก็ได้ยินย่าเฒ่าหานถามด้วยความตื่นเต้น “อาเยวี่ยเพื่อนที่หลานพูดถึงเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง?”

            หานชีเยวี่ยถึงกับตะลึงงันเธอแค่พูดไปอย่างนั้นเอง ทำไมย่าถึงได้ตื่นเต้นขนาดนี้?หรือว่าจะเป็นผลพวงความหวาดกลัวจากเรื่องของจวงเหวินหลิน

            “ย่าคะ เป็นเพื่อนผู้หญิงค่ะตอนเรียนเธอดีกับฉันมาก”

            ยังไงซะก็เป็นคนที่แต่งเรื่องขึ้นมาอยู่แล้วหานชีเยวี่ยจึงรีบตัดไฟแต่ต้นลม ทำให้ย่าเฒ่าหานสบายใจ แน่นอนว่าย่าเฒ่าหานถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            “เพื่อนผู้หญิงก็ดีแล้ว ชีเยวี่ยอย่าไปทำให้เขาเดือดร้อนล่ะ เรื่องนี้จะสำเร็จหรือไม่ก็อย่าไปฝืนเขา”

            “ย่าคะ หนูรู้ค่ะ หนูแค่จะไปถามดูเฉยๆย่าวางใจเถอะ หนูยังมีความคิดอยู่! ” หานชีเยวี่ยรีบรับปาก

            “เขาดีกับหลาน หลานก็ต้องดีกับเขาด้วยอย่าให้ใครมาว่าเราเป็นคนเนรคุณได้” ย่าเฒ่าหานยังคงไม่ลืมสั่งสอนหลานสาว

            หานชีเยวี่ยก็ไม่ได้โต้งแย้งอะไรทุกอย่างที่ย่าเฒ่าหานพูด เธอล้วนพยักหน้ารับหมด

            เชิงอรรถ

            [1] รถวิ่งถึงหน้าภูเขาต้องเจอทางไปต่อสุภาษิตนี้เปรียบเทียบกับเมื่อมีปัญหาจะต้องมีวิธีแก้ไขแน่นอน  หรือ ทุกปัญหามีทางออก 

            [2] ทุบแตกคามือ หมายถึงมีของอยู่ในมือคิดว่าน่าจะขายได้ราคาสูง ทว่าพอถึงเวลากลับขายไม่ออก หรือราคาต่ำกว่าราคาก่อน

             

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808