ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 20 ช่วยเงียบปากหน่อยได้ไหม

            "หา?"

            คำพูดของหลี่ลี่เพิ่งหลุดออกมาจากปากทำให้ทุกคนตกตะลึง

            ชายวัยกลางคนลากตัวเขาออกมา"เ๱ื่๵๹นี้ไม่ใช่เ๱ื่๵๹เล่นๆ นะ อย่ามาล้อพวกเราเล่นสิบอกความจริงมา"

            "เ๹ื่๪๫นี้ผมก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกันแต่พี่สะใภ้มาจากในเมือง พวกเราเองก็ไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไหร่" หลี่ลี่เกาหัวบางเ๹ื่๪๫ก็ไม่จำเป็๞ต้องอธิบายให้คนพวกนี้ฟังมากนัก

            อีกอย่าง เขาเป็๲ผู้ชายอกสามศอกจะเอาเ๱ื่๵๹ซุบซิบนินทาที่พวกผู้หญิงในหมู่บ้านพูดมาเล่าต่อได้ยังไงกัน?

            พอได้ยินว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวมาจากในเมืองหลายๆ คนก็คลายความกังวลลงไปบ้าง

            อย่างน้อยเธอก็พอจะมีที่มาที่ไปอยู่

            ทางด้านบ้านของฉินซู่

            เสิ่นต้าลี่ตั้งใจจะพาเด็กสองคนกลับไปบ้านของเขาก่อนแต่ฉินไห่เยว่กับฉินไห่หยางไม่ยอม เด็กทั้งสองอยากอยู่ที่บ้านของตัวเองมากกว่า

            เด็กทั้งสองบอกว่าพอต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมาจะได้เจอพวกเขาเป็๞คนแรก

            เสิ่นต้าลี่ถอนหายใจได้แต่อยู่เป็๲เพื่อนเด็กๆ ที่บ้าน

            เด็กๆ สองคนเป็๞เด็กดี ไม่ร้องไห้งอแงพวกเขานั่งซุกตัวอยู่ที่มุมห้องเงียบๆ ไม่พูดไม่จาเสิ่นต้าลี่พยายามจะพูดคุยกับพวกเขา แต่เด็กทั้งสองก็ก้มหน้าลงร้องไห้ออกมาเบาๆ

            "ไม่ต้องห่วงนะ ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง"เสิ่นต้าลี่พูดปลอบเด็กๆ อีกครั้งในหัวของฉินไห่หยางมีแต่คำพูดที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดกับเขาก่อนจากไป

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวบอกว่า ให้เขาเชื่อใจเธอ!

            แต่พอคิดถึงภาพนั้นหัวใจของฉินไห่หยางก็เต้นรัว สุดท้ายความเชื่อใจก็ชนะความระแวงทั้งหมดที่เคยมี

            ลองเชื่อใจเธอดูสักครั้งยังไงซะที่โรงพยาบาลก็ยังมีเพื่อนร่วมงานของฉินซู่อยู่เธอคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามหรอก!

            ถ้าเธอหนีไปกลางคันไม่สนใจพวกเขาอีกเลยละก็...

            พอคิดถึงตรงนี้ ฉินไห่หยางก็กำหมัดแน่นเด็กน้อยแสดงสีหน้าเกลียดชังออกมาในแววตา

            ถ้าถึงวันนั้นจริง ๆ พอเขาโตขึ้นเขาจะไม่ปล่อยผู้หญิงใจร้ายคนนี้ไปอย่างแน่นอน

            สิ่งที่เธอเคยทำกับเขาและน้องสาวเขาจะเอาคืนเป็๞สองเท่า!

            "พี่คะ" ฉินไห่เยว่รู้สึกใจคอไม่ดีเธออายุยังน้อย มือทั้งสองข้างจับฉินไห่หยางเอาไว้แน่น "พี่ว่าพ่อจะเป็๲อะไรไหม?"

            เธอพูดไปน้ำตาก็ไหลอาบแก้มไปทำให้ฉินไห่หยางสงสารน้องสาวจับใจ เขารีบดึงเธอเข้ามากอดปลอบโยน และลูบหลังเบา ๆ"ไม่เป็๞ไร ไม่เป็๞ไร พ่อจะต้องไม่เป็๞อะไรแน่นอน"

            "แต่ว่า..." แค่คิดถึงภาพนั้นฉินไห่เยว่ก็รู้สึกกลัวจนตัวสั่น

            ถึงฉินไห่หยางจะรู้สึกกังวลไม่ต่างกันแต่ตอนนี้เขาก็ทำได้แค่ลูบหลังปลอบใจน้องสาวเท่านั้น"ไม่ต้องห่วงนะ พ่อเป็๞คนดีเทวดาจะต้องคุ้มครองเขาพ่อจะต้องปลอดภัยแน่นอน"

            ไม่รู้ว่าเด็กน้อยปลอบโยนไปนานเท่าไหร่แล้วเสิ่นต้าลี่ที่เป็๲ผู้ใหญ่คนหนึ่ง พอเห็นแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกหดหู่ใจ

            ฉินไห่เยว่ผล็อยหลับไปทั้งน้ำตาบนใบหน้ายังมีรอยคราบน้ำตา มือเล็กๆ กำผ้าห่มแน่น เธอรู้สึกกลัวมากจริงๆ

            ทางด้านห้องผ่าตัด

            ทันทีที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวลงมีดหมอที่อยู่ข้างๆ ก็ชะงักไป

            "ผมยังไม่เคยเห็นหมอคนไหนที่สามารถต่อกระดูกที่แตกละเอียดได้มาก่อนเลย!"พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังจะลงมือผ่าตัด หมอที่ยืนอยู่ข้างๆก็ส่งเสียงคัดค้าน เขาคือ 'เจียงหนิง' เป็๲หมอเ๽้าของไข้

            เขาเรียนหมอมาแล้วแปดปีอยู่ที่โรงพยาบาลนี้มาอีกสี่ปี ผ่านการผ่าตัดและดูแลคนไข้มานับไม่ถ้วนไม่เคยมีใครสามารถทำการผ่าตัดแบบนี้ได้มาก่อน

            ยิ่งไปกว่านั้น หมอเผยกลับพาเธอเข้ามานี่มันจงใจก่อเ๱ื่๵๹ชัดๆ !

            ต่อให้จะเป็๞อาจารย์ที่สอนเขามาก็อาจจะไม่สามารถทำการผ่าตัดต่อกระดูกที่แตกละเอียดแบบนี้ได้

            "ช่วยเงียบปากหน่อยได้ไหมคะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวหันไปมองเจียงหนิงด้วยสายตาคมกริบ "อย่าเอาความไม่รู้ของคุณมาตัดสินความสามารถของคนอื่น สิ่งที่คุณทำไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะทำไม่ได้นี่คะ"

            "ผม..."

            เจียงหนิงกำลังจะเถียงกลับแต่ดวงตาคมกริบของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จ้องมาที่เขาอีกครั้ง

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวเหลือบมองด้วยสายตาดูถูกถ้าเขากล้าพูดอะไรออกมาอีกมีดผ่าตัดในมือของต่งเสี่ยวเสี่ยวคงจะพุ่งเข้าไปหาเขาแทน

            ถ้าไม่ได้ผลจริงๆ ก็คงต้องเย็บปากเขา

            เผยเห่อที่อยู่ข้างๆ กระแอมเบาๆ"เจียงหนิง ไม่ว่าใครจะเป็๞คนรักษาก็ไม่สำคัญสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องรักษาขาของคนไข้คนนี้ไว้ให้ได้"

            ในประวัติของฉินซู่ระบุว่าเขาอายุใกล้จะสามสิบแล้ว ถ้าต้องตัดขาทิ้งในตอนที่อายุแค่นี้ชีวิตที่เหลือก็คงจะหมดหวัง

            นี่คือสิ่งที่เผยเห่อกังวลมาตลอด

            ไม่รู้ว่าเป็๲เพราะสายตาที่คมกริบของต่งเสี่ยวเสี่ยวหรือคำเตือนของเผยเห่อ หลังจากนั้น ในระหว่างการผ่าตัดอีกเลยเจียงหนิงก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเลย

            แต่เขาก็ไม่สนใจ และหันหลังให้เธอเขาไม่เชื่อว่าผู้หญิงอย่างต่งเสี่ยวเสี่ยวจะทำอะไรแบบนี้ได้

            ก็แค่หญิงบ้านนอก จะเก่งสักแค่ไหนกันหรือเธอคิดจะใช้วิธีรักษาแบบเดียวกับที่ใช้กับหมาแมว?

            ในใจของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามแต่หมอคนอื่นที่อยู่ข้างๆ กลับจ้องมองอย่างไม่ละสายตา

            โดยเฉพาะเผยเห่อเมื่อเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวค่อย ๆเชื่อมกระดูกที่แตกละเอียดแต่ละชิ้นเข้ากับกระดูกชิ้นใหญ่ด้วยความตั้งใจ

            หัวใจของเขาก็เต้นระรัวไม่หยุด

            เขาเคยคิดจะทำแบบนี้เหมือนกัน แต่เขาไม่กล้าเพราะเขาไม่เชี่ยวชาญขนาดนั้น

            ในระหว่างขั้นตอนการผ่าตัดนี้ถ้ามีใครมารบกวนหรือเกิดความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็จะไปกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทโดยรอบ

            ถึงตอนนั้นคงไม่ใช่แค่การตัดขาทิ้งแต่มีแนวโน้มว่าเส้นประสาทอาจะจะถูกทำลายหรือกลายเป็๲อัมพาตไปทั้งตัว

            เขาไม่กล้า!

            แต่ผู้หญิงที่อายุยี่สิบกว่าๆตรงหน้านี้กลับกล้าลงมือทำ

            กระดูกหลายชิ้นที่แตกละเอียดก่อนหน้าตอนนี้ต้องค่อยๆ ต่อเข้าด้วยกันทีละชิ้น

            บรรดาพยาบาลที่ตอนแรกยังสงสัยพอเห็นภาพตรงหน้า ถึงกับเบิกตากว้างแทบไม่อยากเชื่อสายตา

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว

            มือของต่งเสี่ยวเสี่ยวสั่นเล็กน้อยเธออดทนมานานกว่าสี่ชั่วโมงแล้ว เหงื่อที่ไหลออกมาก็มีพยาบาลคอยช่วยเช็ดให้

            แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่ามือของเธออ่อนแรงลง

            "ฟู่ว"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจออกมาบีบนวดแขนที่ปวดเมื่อย เผยเห่อที่อยู่ข้างๆ อยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออกแม้แต่เจียงหนิงที่ตอนแรกไม่สนใจ ตอนนี้ก็จ้องมองอย่างไม่กะพริบตา

            "ดูจนพอแล้วใช่ไหมคะ?" ตอนนี้ยังเหลือกระดูกแตกอีกสองสามชิ้นที่ต้องจัดการพอจัดการต่อให้เข้าที่เสร็จแล้วก็จะทำการเย็บและสังเกตอาการในภายหลัง

            มือของต่งเสี่ยวเสี่ยวสั่นเกินไปเธอจึงตัดสินใจให้เผยเห่อกลับมาผ่าตัดแทน

            "ถ้าดูจนทำเป็๲แล้วก็มาลองดูสิกระดูกสามชิ้นสุดท้ายนี้กับเย็บปิดปากแผลฉันให้คุณเป็๲คนทำ" พูดจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เดินไปทรุดตัวลงพิงกำแพงอย่างช้า ๆ

            เธอเหนื่อยมาก

            แต่เธอรู้ว่าด่านที่ยากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้วต่อไปก็ปล่อยให้เป็๲หน้าที่ของเผยเห่อ ถึงยังไงเขาก็เป็๲ศัลยแพทย์ที่เก่งที่สุด

            เผยเห่อรีบตามมาด้วยใจที่เต้นไม่เป็๞จังหวะเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนถุงมือที่สะอาดที่ฆ่าเชื้อแล้วเดินขึ้นไป

            เขาทำตามสิ่งที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำเมื่อสักครู่ค่อยๆ เชื่อมกระดูกที่แตกละเอียดเข้าด้วยกัน แล้วทำการผ่าตัดตามขั้นตอน

            พอเชื่อมกระดูกที่แตกสามชิ้นเข้าด้วยกันแล้วและทำตามขั้นตอนสุดท้ายเสร็จแล้วก็เริ่มทำการเย็บแผล

            คนที่อยู่ข้างนอกไม่รู้ว่ารอมานานแค่ไหนแล้วหลี่ลี่ร้อนใจจนอยากจะกลับไปที่หมู่บ้านเพื่อไปหาลูกๆ ของฉินซู่

            ถ้าเกิดฉินซู่ไม่รอด...

            ในระหว่างที่พวกเขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก

            หลายคนรีบเข้าไป เผยเห่อยืนอยู่ข้างหน้าสุดมองพวกเขาด้วยรอยยิ้ม "การผ่าตัดประสบความสำเร็จนอกจากจะช่วยชีวิตไว้ได้แล้ว ยังรักษาขาของเขาเอาไว้ได้อีกด้วย"

            "คนที่ควรได้รับความดีความชอบมากที่สุดคือญาติของคนไข้การผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูงขนาดนี้เธอเป็๲คนลงมือผ่าตัดเองครับ"