"หา?"
คำพูดของหลี่ลี่เพิ่งหลุดออกมาจากปากทำให้ทุกคนตกตะลึง
ชายวัยกลางคนลากตัวเขาออกมา"เื่นี้ไม่ใช่เื่เล่นๆ นะ อย่ามาล้อพวกเราเล่นสิบอกความจริงมา"
"เื่นี้ผมก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกันแต่พี่สะใภ้มาจากในเมือง พวกเราเองก็ไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไหร่" หลี่ลี่เกาหัวบางเื่ก็ไม่จำเป็ต้องอธิบายให้คนพวกนี้ฟังมากนัก
อีกอย่าง เขาเป็ผู้ชายอกสามศอกจะเอาเื่ซุบซิบนินทาที่พวกผู้หญิงในหมู่บ้านพูดมาเล่าต่อได้ยังไงกัน?
พอได้ยินว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวมาจากในเมืองหลายๆ คนก็คลายความกังวลลงไปบ้าง
อย่างน้อยเธอก็พอจะมีที่มาที่ไปอยู่
ทางด้านบ้านของฉินซู่
เสิ่นต้าลี่ตั้งใจจะพาเด็กสองคนกลับไปบ้านของเขาก่อนแต่ฉินไห่เยว่กับฉินไห่หยางไม่ยอม เด็กทั้งสองอยากอยู่ที่บ้านของตัวเองมากกว่า
เด็กทั้งสองบอกว่าพอต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมาจะได้เจอพวกเขาเป็คนแรก
เสิ่นต้าลี่ถอนหายใจได้แต่อยู่เป็เพื่อนเด็กๆ ที่บ้าน
เด็กๆ สองคนเป็เด็กดี ไม่ร้องไห้งอแงพวกเขานั่งซุกตัวอยู่ที่มุมห้องเงียบๆ ไม่พูดไม่จาเสิ่นต้าลี่พยายามจะพูดคุยกับพวกเขา แต่เด็กทั้งสองก็ก้มหน้าลงร้องไห้ออกมาเบาๆ
"ไม่ต้องห่วงนะ ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง"เสิ่นต้าลี่พูดปลอบเด็กๆ อีกครั้งในหัวของฉินไห่หยางมีแต่คำพูดที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดกับเขาก่อนจากไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวบอกว่า ให้เขาเชื่อใจเธอ!
แต่พอคิดถึงภาพนั้นหัวใจของฉินไห่หยางก็เต้นรัว สุดท้ายความเชื่อใจก็ชนะความระแวงทั้งหมดที่เคยมี
ลองเชื่อใจเธอดูสักครั้งยังไงซะที่โรงพยาบาลก็ยังมีเพื่อนร่วมงานของฉินซู่อยู่เธอคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามหรอก!
ถ้าเธอหนีไปกลางคันไม่สนใจพวกเขาอีกเลยละก็...
พอคิดถึงตรงนี้ ฉินไห่หยางก็กำหมัดแน่นเด็กน้อยแสดงสีหน้าเกลียดชังออกมาในแววตา
ถ้าถึงวันนั้นจริง ๆ พอเขาโตขึ้นเขาจะไม่ปล่อยผู้หญิงใจร้ายคนนี้ไปอย่างแน่นอน
สิ่งที่เธอเคยทำกับเขาและน้องสาวเขาจะเอาคืนเป็สองเท่า!
"พี่คะ" ฉินไห่เยว่รู้สึกใจคอไม่ดีเธออายุยังน้อย มือทั้งสองข้างจับฉินไห่หยางเอาไว้แน่น "พี่ว่าพ่อจะเป็อะไรไหม?"
เธอพูดไปน้ำตาก็ไหลอาบแก้มไปทำให้ฉินไห่หยางสงสารน้องสาวจับใจ เขารีบดึงเธอเข้ามากอดปลอบโยน และลูบหลังเบา ๆ"ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร พ่อจะต้องไม่เป็อะไรแน่นอน"
"แต่ว่า..." แค่คิดถึงภาพนั้นฉินไห่เยว่ก็รู้สึกกลัวจนตัวสั่น
ถึงฉินไห่หยางจะรู้สึกกังวลไม่ต่างกันแต่ตอนนี้เขาก็ทำได้แค่ลูบหลังปลอบใจน้องสาวเท่านั้น"ไม่ต้องห่วงนะ พ่อเป็คนดีเทวดาจะต้องคุ้มครองเขาพ่อจะต้องปลอดภัยแน่นอน"
ไม่รู้ว่าเด็กน้อยปลอบโยนไปนานเท่าไหร่แล้วเสิ่นต้าลี่ที่เป็ผู้ใหญ่คนหนึ่ง พอเห็นแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกหดหู่ใจ
ฉินไห่เยว่ผล็อยหลับไปทั้งน้ำตาบนใบหน้ายังมีรอยคราบน้ำตา มือเล็กๆ กำผ้าห่มแน่น เธอรู้สึกกลัวมากจริงๆ
ทางด้านห้องผ่าตัด
ทันทีที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวลงมีดหมอที่อยู่ข้างๆ ก็ชะงักไป
"ผมยังไม่เคยเห็นหมอคนไหนที่สามารถต่อกระดูกที่แตกละเอียดได้มาก่อนเลย!"พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังจะลงมือผ่าตัด หมอที่ยืนอยู่ข้างๆก็ส่งเสียงคัดค้าน เขาคือ 'เจียงหนิง' เป็หมอเ้าของไข้
เขาเรียนหมอมาแล้วแปดปีอยู่ที่โรงพยาบาลนี้มาอีกสี่ปี ผ่านการผ่าตัดและดูแลคนไข้มานับไม่ถ้วนไม่เคยมีใครสามารถทำการผ่าตัดแบบนี้ได้มาก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น หมอเผยกลับพาเธอเข้ามานี่มันจงใจก่อเื่ชัดๆ !
ต่อให้จะเป็อาจารย์ที่สอนเขามาก็อาจจะไม่สามารถทำการผ่าตัดต่อกระดูกที่แตกละเอียดแบบนี้ได้
"ช่วยเงียบปากหน่อยได้ไหมคะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวหันไปมองเจียงหนิงด้วยสายตาคมกริบ "อย่าเอาความไม่รู้ของคุณมาตัดสินความสามารถของคนอื่น สิ่งที่คุณทำไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะทำไม่ได้นี่คะ"
"ผม..."
เจียงหนิงกำลังจะเถียงกลับแต่ดวงตาคมกริบของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จ้องมาที่เขาอีกครั้ง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเหลือบมองด้วยสายตาดูถูกถ้าเขากล้าพูดอะไรออกมาอีกมีดผ่าตัดในมือของต่งเสี่ยวเสี่ยวคงจะพุ่งเข้าไปหาเขาแทน
ถ้าไม่ได้ผลจริงๆ ก็คงต้องเย็บปากเขา
เผยเห่อที่อยู่ข้างๆ กระแอมเบาๆ"เจียงหนิง ไม่ว่าใครจะเป็คนรักษาก็ไม่สำคัญสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องรักษาขาของคนไข้คนนี้ไว้ให้ได้"
ในประวัติของฉินซู่ระบุว่าเขาอายุใกล้จะสามสิบแล้ว ถ้าต้องตัดขาทิ้งในตอนที่อายุแค่นี้ชีวิตที่เหลือก็คงจะหมดหวัง
นี่คือสิ่งที่เผยเห่อกังวลมาตลอด
ไม่รู้ว่าเป็เพราะสายตาที่คมกริบของต่งเสี่ยวเสี่ยวหรือคำเตือนของเผยเห่อ หลังจากนั้น ในระหว่างการผ่าตัดอีกเลยเจียงหนิงก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเลย
แต่เขาก็ไม่สนใจ และหันหลังให้เธอเขาไม่เชื่อว่าผู้หญิงอย่างต่งเสี่ยวเสี่ยวจะทำอะไรแบบนี้ได้
ก็แค่หญิงบ้านนอก จะเก่งสักแค่ไหนกันหรือเธอคิดจะใช้วิธีรักษาแบบเดียวกับที่ใช้กับหมาแมว?
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามแต่หมอคนอื่นที่อยู่ข้างๆ กลับจ้องมองอย่างไม่ละสายตา
โดยเฉพาะเผยเห่อเมื่อเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวค่อย ๆเชื่อมกระดูกที่แตกละเอียดแต่ละชิ้นเข้ากับกระดูกชิ้นใหญ่ด้วยความตั้งใจ
หัวใจของเขาก็เต้นระรัวไม่หยุด
เขาเคยคิดจะทำแบบนี้เหมือนกัน แต่เขาไม่กล้าเพราะเขาไม่เชี่ยวชาญขนาดนั้น
ในระหว่างขั้นตอนการผ่าตัดนี้ถ้ามีใครมารบกวนหรือเกิดความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็จะไปกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทโดยรอบ
ถึงตอนนั้นคงไม่ใช่แค่การตัดขาทิ้งแต่มีแนวโน้มว่าเส้นประสาทอาจะจะถูกทำลายหรือกลายเป็อัมพาตไปทั้งตัว
เขาไม่กล้า!
แต่ผู้หญิงที่อายุยี่สิบกว่าๆตรงหน้านี้กลับกล้าลงมือทำ
กระดูกหลายชิ้นที่แตกละเอียดก่อนหน้าตอนนี้ต้องค่อยๆ ต่อเข้าด้วยกันทีละชิ้น
บรรดาพยาบาลที่ตอนแรกยังสงสัยพอเห็นภาพตรงหน้า ถึงกับเบิกตากว้างแทบไม่อยากเชื่อสายตา
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว
มือของต่งเสี่ยวเสี่ยวสั่นเล็กน้อยเธออดทนมานานกว่าสี่ชั่วโมงแล้ว เหงื่อที่ไหลออกมาก็มีพยาบาลคอยช่วยเช็ดให้
แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่ามือของเธออ่อนแรงลง
"ฟู่ว"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจออกมาบีบนวดแขนที่ปวดเมื่อย เผยเห่อที่อยู่ข้างๆ อยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออกแม้แต่เจียงหนิงที่ตอนแรกไม่สนใจ ตอนนี้ก็จ้องมองอย่างไม่กะพริบตา
"ดูจนพอแล้วใช่ไหมคะ?" ตอนนี้ยังเหลือกระดูกแตกอีกสองสามชิ้นที่ต้องจัดการพอจัดการต่อให้เข้าที่เสร็จแล้วก็จะทำการเย็บและสังเกตอาการในภายหลัง
มือของต่งเสี่ยวเสี่ยวสั่นเกินไปเธอจึงตัดสินใจให้เผยเห่อกลับมาผ่าตัดแทน
"ถ้าดูจนทำเป็แล้วก็มาลองดูสิกระดูกสามชิ้นสุดท้ายนี้กับเย็บปิดปากแผลฉันให้คุณเป็คนทำ" พูดจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เดินไปทรุดตัวลงพิงกำแพงอย่างช้า ๆ
เธอเหนื่อยมาก
แต่เธอรู้ว่าด่านที่ยากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้วต่อไปก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของเผยเห่อ ถึงยังไงเขาก็เป็ศัลยแพทย์ที่เก่งที่สุด
เผยเห่อรีบตามมาด้วยใจที่เต้นไม่เป็จังหวะเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนถุงมือที่สะอาดที่ฆ่าเชื้อแล้วเดินขึ้นไป
เขาทำตามสิ่งที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำเมื่อสักครู่ค่อยๆ เชื่อมกระดูกที่แตกละเอียดเข้าด้วยกัน แล้วทำการผ่าตัดตามขั้นตอน
พอเชื่อมกระดูกที่แตกสามชิ้นเข้าด้วยกันแล้วและทำตามขั้นตอนสุดท้ายเสร็จแล้วก็เริ่มทำการเย็บแผล
คนที่อยู่ข้างนอกไม่รู้ว่ารอมานานแค่ไหนแล้วหลี่ลี่ร้อนใจจนอยากจะกลับไปที่หมู่บ้านเพื่อไปหาลูกๆ ของฉินซู่
ถ้าเกิดฉินซู่ไม่รอด...
ในระหว่างที่พวกเขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก
หลายคนรีบเข้าไป เผยเห่อยืนอยู่ข้างหน้าสุดมองพวกเขาด้วยรอยยิ้ม "การผ่าตัดประสบความสำเร็จนอกจากจะช่วยชีวิตไว้ได้แล้ว ยังรักษาขาของเขาเอาไว้ได้อีกด้วย"
"คนที่ควรได้รับความดีความชอบมากที่สุดคือญาติของคนไข้การผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูงขนาดนี้เธอเป็คนลงมือผ่าตัดเองครับ"