ตอนที่ 24: งานเลี้ยงหรู
บรรยากาศภายในห้องโถงจัดเลี้ยงระดับแกรนด์บอลรูมของโรงแรมแชงกรีล่าปักกิ่งอบอวลไปด้วยความหรูหราอลังการตระการตาและกลิ่นอายของอภิมหาเศรษฐีชั้นสูงของมหานครปักกิ่ง แสงไฟสีนวลตาจากโคมระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ที่ห้อยระย้าลงมาจากเพดานสูงลิ่วส่องประกายระยิบระยับสะท้อนกระจกเงาและแผ่นหินอ่อนขัดมันวาว เสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงแ่เบาจากทีมนักดนตรีออร์เคสตราคลอเคล้าไปกับเสียงพูดคุยซุบซิบและเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันเบาๆ รอบกายรายล้อมไปด้วยผลงานศิลปะโบราณและภาพเขียนเก่าแก่ระดับตำนานที่ถูกนำมาร่วมงานประมูลการกุศลครั้งใหญ่ประจำปีของตระกูลเซียว
ทว่า ทันทีที่ผมก้าวเท้าควงคู่กับ เซียวรั่วเสวี่ย คุณหนูใหญ่ของตระกูลเซียวผ่านซุ้มประตูทางเข้าหรูหรา สายตานับร้อยคู่ของเหล่าบรรดาเซเลบริตี้ ไฮโซ นักธุรกิจ นักสะสม และมหาเศรษฐีชั้นนำต่างก็พุ่งเป้าจ้องมองมาที่เราเป็จุดเดียวทันที เสียงซุบซิบกระซิบกระซาบเซ็งแซ่ดังขึ้นรอบทิศทางราวกระแสน้ำป่าไหลหลาก
"นั่นคุณหนูใหญ่เซียวรั่วเสวี่ยใช่ไหม?! ไหนว่าเธอล้มป่วยหนักใกล้จะตายอยู่โรงพยาบาลแล้วยังไงกัน ทำไมวันนี้ถึงดูแข็งแรงปานปาฏิหาริย์และสวยสะพรั่งเปล่งประกายออร่าขนาดนี้?!"
"แล้วผู้ชายหล่อเหลาเปี่ยมบารมีเคียงข้างเธอคนนั้นคือใครกัน?! แผงอกกว้างและหน้าตาดูคมเข้มหล่อเหลาสง่างามดุจเ้าชายตระกูลใหญ่จากฮ่องกงหรือเมืองหลวงกันแน่ ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อนในสังคมคนรวยปักกิ่งเลย?!"
รั่วเสวี่ยไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบตกตะลึงเ่าั้เลยแม้แต่น้อย สองมือนุ่มละเอียดของเธอกระชับอ้อมแขนเกาะแขนผมไว้แ่า คลี่ยิ้มบางๆ อย่างสง่างามแฝงความรักใคร่เสน่หาในตัวผมอย่างเปิดเผยและภาคภูมิใจ ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ พลางรวบรวมสมาธิเพื่อเปิดใช้งานทักษะพิเศษ **"เนตรดวงตาสแกนสมบัติ" (Treasure Scanning Eye)** ที่ได้รับมาจากระบบผู้ฝึกสอนศิลปะระดับเทพเมื่อครู่
ทันใดนั้น ั์ตาทั้งสองข้างของผมพลันวาบประกายแสงสีทองลึกลับเข้มข้นชั่ววินาทีก่อนจะจางหายไป ภาพในสายตาของผมแปรเปลี่ยนเป็โลกที่แสดงข้อมูลรายละเอียดและออร่าแสงสมบัติของชิ้นงานโบราณทุกชิ้นที่ตั้งแสดงอยู่ตามตู้กระจกใสโชว์รอบงานเลี้ยงอย่างชัดเจนและแม่นยำ:
ผมสแกนเครื่องลายครามชิ้นหนึ่งที่วางอยู่ใกล้ทางเข้า:
[วัตถุโบราณ: แจกันพอร์ซเลนเคลือบสามสี ยุคฮ่องเต้หว่านลี่ - ออร่าสีเขียวอ่อน - มูลค่า 1,200,000 หยวน (แท้)]
ผมกวาดสายตาต่อไปยังภาพพู่กันอีกชิ้น:
[วัตถุโบราณ: ภาพพู่กันนกและดอกท้อโบราณปลายราชวงศ์ิ - ออร่าสีเหลืองจาง - มูลค่า 800,000 หยวน (แท้บางส่วน บูรณะใหม่)]
ผมกวาดสายตาผ่านผลงานศิลปะเ่าั้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าภาพเขียนพู่กันจีนโบราณชิ้นหนึ่งที่เป็เป้าหมายเด่นของค่ำคืนนี้ ภาพนี้ถูกใส่กรอบไม้หรูหราตั้งโชว์เด่นอยู่กึ่งกลางห้องโถง โจทก์คำอธิบายระบุว่าเป็ "ภาพวาดดอกเหมยยามเหมันต์" ของศิลปินนิรนามยุคต้นราชวงศ์ชิง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญการประเมินส่วนใหญ่ในงานต่างบอกเป็เสียงเดียวกันว่าเป็เพียงภาพจำลองที่ทำเลียนแบบขึ้นมาในศตวรรษที่ 19 มีราคาเริ่มต้นประมูลเพียง 500,000 หยวนเท่านั้น
ทว่า เมื่อสายตาเนตรสแกนสมบัติของผมจดจ้องมองไปยังภาพวาดผืนนั้น ออร่าแสงสีม่วงปนแดงที่เข้มข้นเจิดจรัสประดุจประกายทองคำสว่างวาบขึ้นมาห่อหุ้มภาพเขียนนั้นอย่างอลังการ! มันเป็แสงบ่งชี้ถึงสิ่งของที่มีมูลค่าระดับเทพล้ำค่าสูงสุดที่โลกหลงลืม พร้อมเสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นสะกดโสตประสาทของผม:
[ติ๊ง! ตรวจพบสมบัติระดับเทพที่ซ่อนอยู่!]
【ระบบ: ภายใต้ชั้นกระดาษกันชื้นเนื้อหยาบด้านนอกของภาพ "ดอกเหมยยามเหมันต์" มีภาพเขียนพู่กันจีนโบราณ "ภาพัทะยานข้ามขุนเขาหนานซาน" ซ่อนอยู่ภายใน!】
【จิตรกรต้นฉบับ: อู๋เต้าจื่อ (จิตรกรเอกระดับตำนานเทพแห่งราชวงศ์ถัง - ของแท้ 100%)】
【มูลค่าที่แท้จริงในตลาดประมูลปัจจุบัน: 120,000,000 หยวน (ประมาณ 600 ล้านบาท)!】
【ภารกิจย่อย: ประมูลภาพเขียนชิ้นนี้มาให้สำเร็จเพื่อปลดล็อกรางวัลระดับเทพ!】
ผมใจเต้นกระตุกรัวเร็วด้วยความตื่นเต้นลึกซึ้ง ภาพเขียนของอู๋เต้าจื่อของแท้ที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพจำลองชิ้นนี้นับเป็ของล้ำค่าสูงสุดทางประวัติศาสตร์ที่หาไม่ได้อีกแล้วในโลกปักกิ่ง! คนพวกนี้ตาบอดไร้ปัญญาคิดว่าเป็เพียงงานของศิลปินเลียนแบบไม่มีชื่อเสียง!
"มีอะไรเหรอคะเสี่ยวเฉิน? ภาพนี้มีอะไรพิเศษรึเปล่าคะ?" รั่วเสวี่ยเอ่ยถามเสียงหวานเบาๆ เมื่อเห็นผมจ้องมองภาพนี้เนิ่นนานตาไม่กะพริบ
"ภาพนี้... คือสมบัติที่ล้ำค่าและยิ่งใหญ่ที่สุดในงานประมูลนี้ครับรั่วเสวี่ย" ผมกระซิบตอบเสียงต่ำน้ำเสียงมั่นคงหนักแน่น "คืนนี้ผม้าประมูลมันมาให้ได้ครับ"
"ได้ค่ะ... ถ้าเสี่ยวเฉิน้า ฉันจะช่วยประมูลให้อย่างสุดกำลังเลยค่ะ..." เธอตอบอย่างอ่อนหวานเอาใจใส่แววตารักใคร่หมดหัวใจ
ทว่า ก่อนที่งานเลี้ยงประมูลจะเริ่มต้นขึ้น ร่างของหลี่เทียนห้าวคู่หมั้นเศรษฐีตัวแสบที่มาถึงงานในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มขลับและเยว่เยว่แฟนเก่าของผมที่แต่งชุดเดรสราตรีสีชมพูหรูก็ก้าวเดินเข้ามาในห้องประมูล ทั้งสองคนจ้องมองผมและรั่วเสวี่ยด้วยสายตาที่เคียดแค้นอิจฉาริษยาเป็ล้นพ้น หลี่เทียนห้าวแสยะยิ้มชั่วร้ายอย่างมาดร้าย มันเตรียมแผนที่จะใช้เงินตระกูลหลี่มากลั่นแกล้งขัดขวางและหักหน้าผมต่อหน้ามหาเศรษฐีทุกคนเพื่อกู้ชื่อเสียงของมันคืน
เมื่อพิธีกรบนเวทีเคาะค้อนสัญญาณเริ่มพิธีประมูล ภาพวาด "ดอกเหมยยามเหมันต์" ก็ถูกนำขึ้นมาแสดงบนเวทีประมูล พร้อมประกาศราคาเริ่มต้นที่ 500,000 หยวน
"เริ่มการประมูลภาพเขียนดอกเหมยโบราณ เริ่มต้นประมูลที่ห้าแสนหยวนครับ!"
ไม่มีมหาเศรษฐีคนใดให้ความสนใจที่จะยกป้ายประมูลมากนัก เนื่องจากทุกคนคิดว่ามันเป็เพียงภาพจำลองของใหม่ไม่มีราคาประมูลไปก็เจ๊งขาดทุน
ผมไม่รอช้า ยกป้ายประมูลและเอ่ยปากขยับราคาแรกในทันที: "1,000,000 หยวน!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเล็กน้อยในห้องโถงเมื่อมีคนทุ่มราคาแรกเพิ่มเป็สองเท่า หลี่เทียนห้าวที่เฝ้าจับตามองผมอยู่ตลอดเวลาแสยะยิ้มสมเพช ก่อนจะยกป้ายของมันขึ้นท้าทายในทันที:
"2,000,000 หยวน!"
หลี่เทียนห้าวหันมาจ้องหน้าผมตบะแตกตวาดเสียงเย้ยหยัน "แหม... ไอ้สวะไรเดอร์ส่งอาหารจนๆ ที่คิดจะมาชุบตัวแสร้งเป็คนรวยหลอกลวงผู้หญิงไปวันๆ คิดจะมาประมูลงานศิลปะโบราณแข่งกับฉันงั้นเรอะ?! ขยะอย่างแกเอาเงินเก็บที่ไหนมารู้เื่ศิลปะโบราณกัน! ฉันจะช่วยสั่งสอนให้แกรู้จักความต่างชั้นของเงินตราและกำเนิดขยะของแกเอง!"
เยว่เยว่หัวเราะคิกคักสะใจเยาะเย้ยผมที่คู่หมั้นของเธอเริ่มกดหัวและเหยียดหยามผมต่อหน้าคนรวยในมหานครเพื่อกู้ศักดิ์ศรี
ผมจ้องมองหลี่เทียนห้าวด้วยสายตาเรียบเฉยเฉยเมยราวกับมันเป็ฝุ่นผง ก่อนจะขยับราคาอย่างไร้ความรู้สึกเดือดร้อน: "5,000,000 หยวน!"
"ห้าล้านหยวนแล้วครับ!" พิธีกรบนเวทีะโตื่นเต้นเหงื่อตก
เสียงผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงดังกระซิบกันสนั่นห้องมากขึ้น ทุกคนต่างมองว่าผมเป็ไอ้หนุ่มหน้าโง่ตกถังข้าวสารตระกูลเซียวที่อยากโชว์พาวประดับบารมีเพื่อเอาใจคุณหนูใหญ่ด้วยการโยนเงินห้าล้านหยวนทิ้งเปล่าๆ ซื้อภาพจำลองไร้ค่าชิ้นหนึ่ง รั่วเสวี่ยเตรียมจะยกป้ายประมูลสู้ช่วยผม แต่ผมยกมือห้ามเธอไว้ส่งสัญญาณว่าผมจะจัดการเอง
"แปดล้านหยวน!" หลี่เทียนห้าวตวัดราคาตามอย่างรวดเร็วขิงบารมี "ฉันไม่มีทางปล่อยให้ไรเดอร์สวะอย่างแกประมูลของชิ้นนี้ไปได้หรอก! ตระกูลหลี่ของฉันมีเงินเหลือเฟือที่จะบดขยี้แก!"
ผมคลี่ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ แววตาคมกริบมองเห็นออร่าแสงสีม่วงทองรุ่งเรืองที่แผ่พุ่งออกมาจากภาพเขียนพู่กันจีนโบราณของอู๋เต้าจื่อที่ซ่อนอยู่ข้างในอย่างชัดเจน มูลค่ามันตั้งหนึ่งร้อยยี่สิบล้านหยวนสิบล้านหยวนนี่ก็ยังไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งเลยด้วยซ้ำ ผมขยับราคาขั้นสุดท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจสะกดข่มคนทั้งห้องโถงประมูลเงียบกริบ:
"10,000,000 หยวน!"
"สิบล้านหยวน!! คุณผู้ชายท่านนี้สู้ราคาภาพเขียนที่สิบล้านหยวนแล้วครับ!" พิธีกระโเสียงหลงปาดเหงื่อด้วยความตื่นเต้น
เสียงผู้คนทั้งห้องจัดเลี้ยงดังะเิเซ็งแซ่ระงมไปด้วยความแตกตื่นใสูงสุด ทุกคนจ้องมองผมราวกับคนบ้าที่ไร้สติปัญญา สูญเงินสิบล้านเพื่อภาพเขียนที่ไม่มีความสำคัญ
หลี่เทียนห้าวแสยะยิ้มชั่วร้ายอย่างมีชัย มันรู้สึกสะใจอย่างยิ่งที่ลากไรเดอร์สวะอย่างผมให้ต้องสูญเสียเงินสิบล้านหยวนไปกับของปลอมไร้ราคา และมัน้ากดดันกลั่นแกล้งให้ผมหน้าแตกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก มันหันไปพยักหน้าให้เยว่เยว่ที่เกาะแขนขัดแก้มอย่างปลาบปลื้มใจที่สามีรวยกว่า ก่อนจะยกป้ายของมันขึ้นอีกครั้งอย่างท้าทายทวีความรุนแรงหวังจะคว้าชัยชนะในรอบนี้:
"11,000,000 หยวน!"
ผมยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบเบาๆ อย่างใจเย็น สีหน้านิ่งสงบและมีรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากที่คาดเดาความรู้สึกไม่ได้ รั่วเสวี่ยบีบมือผมเบาๆ ราวกับจะบอกว่าเธอพร้อมจะสนับสนุนเงินทุนของตระกูลเซียวเพื่อชัยชนะของผมอย่างเต็มที่ แต่ผมสบตาเธอและบีบมือนุ่มตอบเบาๆ ส่งสัญญาณว่าไม่ต้องกังวลเื่เงิน
เมื่อหลี่เทียนห้าวเห็นผมเงียบไป มันก็แสยะยิ้มกว้างด้วยความลำพองใจอย่างที่สุด มันมั่นใจว่าขยะไรเดอร์ส่งอาหารอย่างผมไม่มีวันหาเงินสิบเอ็ดล้านหยวนมาจ่ายได้ และต้องยอมจำนนล่าถอยไปแน่ๆ มันหันไปพยักหน้าให้เยว่เยว่ที่เกาะแขนมันไว้แน่น พลางมองสบตาทุกคนรอบข้างเพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของผู้ชนะในค่ำคืนนี้
ทว่า ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบระคนสงสัยและความเงียบสงัดที่เริ่มแผ่ปกคลุมห้องประมูล ผมกลับยกป้ายประมูลในมือขึ้นช้าๆ ด้วยท่วงท่าที่สะกดสายตาทุกคู่ ก่อนจะเอ่ยปากเสนอราคาใหม่ด้วยเสียงทุ้มต่ำทรงพลังบารมีสะกดข่มคนทั้งโถงเลี้ยง:
"15,000,000 หยวน!"
ตัวเลขสิบห้าล้านหยวนดังสนั่นก้องกังวานประดุจะเิกัมปนาทลั่นห้องประมูลหรูหรา!
หลี่เทียนห้าวถึงกับหน้าซีดเผือดลงในทันทีด้วยความตกตะลึงคาดไม่ถึง แววตาที่เคยหยิ่งยโสสั่นระริกด้วยความเคียดแค้นสะสมปนประหม่าลนลานอย่างรุนแรง มันอ้าปากค้าง้าจะยกป้ายยกราคาสู้ต่อเพื่อกู้หน้ากู้ศักดิ์ศรี ทว่าเยว่เยว่กลับหน้าถอดสีรีบเอื้อมมือดึงแขนเสื้อของมันไว้แ่า ส่ายหน้าห้ามด้วยความประหม่า เพราะเงินสิบห้าล้านหยวนสำหรับภาพเขียนเลียนแบบชิ้นเดียวนั้นสูงเกินกว่าขีดจำกัดงบประมาณและสภาพคล่องทางการเงินของตระกูลหลี่ในค่ำคืนนี้ไปไกลแสนไกล! หลี่เทียนห้าวยกป้ายประมูลค้างคากลางอากาศ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอิจฉาริษยาพ่ายแพ้อย่างไม่ยอมแพ้...