“เถียวหลันพาน้องเข้ามาเล่นในบ้านก่อน เดี๋ยวแม่จะไปดูว่าใครมาหา”
เจียงเหยาวางมือจากทุกอย่างที่กำลังทำแล้วหันไปสั่งลูกสาวคนโตด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทุก ๆ ฝีก้าวที่เดินออกไปจากประตูบ้านเจียงเหยาลอบถอนหายใจหลายครั้งหล่อนเป็ผู้หญิงตัวคนเดียว ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น หล่อนจะเอาตัวรอดยังไงดีล่ะ? T__T
ไม่เท่าไหร่เจียงเหยาก็เดินมาหยุดใกล้ๆ ริมรั้วแล้วชะเง้อมองคนตรงหน้าให้ชัด ๆ หล่อนพยายามนึกให้ออกว่าเคยเจอกับผู้ชายคนนี้ที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าเพราะผู้ชายคนนี้หล่อมาก แม้ทรงผมกับการแต่งตัวของเขาออกจะดูคลาสสิคไปหน่อยแต่นั่นไม่ได้ทำให้ความหล่อของเขามันลดน้อยลงเลย
ผู้ชายแปลกหน้าสีตาเข้มผมดำขลับ ตัวสูงสง่า อกหนา ไหล่กว้างถ้าไม่บอกว่าเขาทำอาชีพอะไรหล่อนคงคิดว่าเขาเป็นายแบบในนิตยสาร...
แล้วตกลงว่าผู้ชายคนนี้มีธุระอะไรกับหล่อนกันแน่...ไม่สิ...ต้องบอกว่าเขามีธุระอะไรกับฟางหลีกันแน่จากที่เจียงเหยาพยายามขุดคุ้ยในความทรงจำของร่างเดิม ก็ไม่เห็นว่าร่างเดิมจะคุ้นเคยหรือรู้จักกับผู้ชายคนนี้เป็การส่วนตัวอย่างนั้นเขามาหาใคร? แล้วมีธุระอะไรกันแน่?
"นี่คุณ!มัวยืนอึ้งอะไรอยู่ได้ตั้งนานสองนาน หยุดหายใจไปแล้วหรือไง"
เจียงเหยาสะดุ้งตัวเพราะเสียงตะคอกของผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นคราวนี้ล่ะยิ่งทำให้หล่อนมึนงงเข้าไปใหญ่ คนบ้าอะไรเนี่ย พอมาถึงก็ะโปาว ๆใส่หน้าเ้าของบ้าน ดูไม่มีมารยาทเอาซะเลย
“มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”
เ้าของบ้านทำใจดีสู้เสือไปอย่างนั้นเพราะเห็นว่าเขาเป็ผู้ชายตัวใหญ่หล่อนกำลังคิดว่าถ้าหากมีเื่เข้าใจผิดอะไรกัน ก็น่าจะค่อย ๆ พูดกันได้ในทางตรงกันข้ามผู้ชายคนนั้นเอาแต่วางท่าเคร่งขรึมทั้งยังทำหน้าตาข่มขวัญผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อีกต่างหาก
หล่อนไม่เข้าใจในพฤติกรรมกร่างกระด้างของเขาซะทีเดียวหรือว่าไอ้หน้าหล่อนี่จะเป็นักเลงประจำหมู่บ้าน? แต่ระหว่างที่หล่อนขมวดคิ้วครุ่นคิดเงียบ ๆ ตามลำพัง อยู่ดีไม่ว่าดีผู้ชายคนนั้นก็ตะคอกใส่หล่อนเป็ครั้งที่สอง
“เห้ย จะมีอะไรได้ล่ะเอาเงินมาให้ผมซะที ภารกิจของผมจะได้จบ ๆ ไป”
หา...เงิน? เงินอะไรกัน?
“คุณบ้าหรือไง อยู่ ๆมาชี้ไม้ชี้มือที่นี่ แล้วยังจะมาขูดรีดเอาเงินจากเ้าของบ้านอีกพฤติกรรมแบบนี้คงเป็อันธพาลกระจอกล่ะสิท่า แต่ถ้าคุณไม่ใช่พวกอันธพาลงั้นคุณยังสติดีอยู่หรือเปล่า”
“เธอนั่นแหละสติดีอยู่หรือเปล่าอย่ามาแกล้งตีเนียนพูดเปลี่ยนเื่ไปเรื่อย เอาเงินมาให้ผม แค่นี้ก็จบ!”
“ชักจะมากเกินไปแล้วนะคะคุณฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือไง คำก็จะเอาเงิน สองคำก็จะเอาเงิน แม้แต่ชื่อของคุณฉันยังไม่รู้จักแล้วพวกเราก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันด้วย เื่อะไรฉันถึงต้องจ่ายเงินให้คุณล่ะ?”
“ปัดโถ่!จะถามหาความสมควรหรือถามหาความสัมพันธ์อะไรให้ยากล่ะ ทีตอนที่มาขอเงินไปทำเป็ผู้จาดี อะไรก็ดี อะไรก็ได้ไปหมด มาตอนนี้ไม่เห็นจะทำได้อย่างที่พูดเลยคุณเนี่ย...เป็ผู้หญิงประเภทไหนก็ลองคิดดูเอาเองแล้วกัน”
“พูดอะไรน่ะที่พูดมาแต่ละอย่างฉันไม่เห็นจะเข้าใจ งั้นออกไปเลยนะ!! ไสหัวไปให้ไกล!!ไม่งั้นฉันจะแจ้งผู้ใหญ่บ้าน แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก”
คราวนี้เจียงเหยาโต้กลับเต็มเสียงหล่อนเท้าเอวจ้องเขม็งอย่างเอาจริงเพราะทุกคำพูดยียวนที่หลุดออกมาจากปากของหนุ่มหล่อมันทำให้หล่อนโกรธจัดจนลืมยำเกรงต่อรูปร่างสูงโปร่งของเขาไปชั่วขณะแค่ได้เจรจากับเขาไม่กี่นาทีหล่อนก็ตัดสินว่าเขาเป็พวกนักต้มตุ๋นที่มาหลอกขูดรีดเงินคนอื่นไม่งั้นก็เป็นักเลงประจำหมู่บ้าน เชื่อเถอะว่าไม่มีผู้ชายดี ๆที่ไหนเขาทำพฤติกรรมแบบนี้กับผู้หญิงหรอก
พอถูกไล่ตะเพิดเสียงแข็งชายหนุ่มที่ถูกจ้างวานให้มาทวงเงินก็ถึงกับหดคิ้วแล้วนิ่งผงะพอเริ่มประมวลผลได้เขาเลยเดินถอยหลังราวสองก้าวแล้วสาดสายตามองเจียงเหยาั้แ่หัวจรดเท้าไม่เพียงเท่านั้นเขายังล้วงภาพถ่ายออกมาจากกระเป๋าเสื้อเพื่อตอกย้ำให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้มาหาผิดคน
ก็ไม่ได้ผิดคนนี่?
“ให้ตายเถอะคุณผู้หญิงลูกไม้ตื้น ๆ พวกนี้ผมเจอมาเยอะแล้วต่อให้ตีหน้าซื่อแสร้งทำเฉไฉไม่รู้เื่มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาหรอกผมจะบอกให้นะ ใครเป็หนี้ คนนั้นก็ต้องใช้หนี้ แม้ผมไม่ใช่เ้าหนี้ของคุณโดยตรงแต่การทวงหนี้คืองานของผม เพราะงั้นอย่าทำให้ผมต้องเสียเวลาเลยนะแบบนี้ชัดเจนพอหรือยัง?”
คำตอบของชายตรงหน้าช่วยไขข้อสงสัยของเจียงเหยาได้เป็อย่างดีพอได้รู้อย่างนี้แล้วหล่อนก็เกิดหน้าด้านขึ้นมาโดยไร้ข้อโต้แย้งที่หล่อนต้องตีมึนไปก่อน ไม่ใช่้าหนีหนี้แต่เพราะตอนนี้หล่อนไม่มีเงินจะใช้หนี้ต่างหาก ถ้าเอาเงินตั้งตัวไปใช้หนี้แล้วหล่อนจะเอาอะไรกิน ถ้าอยู่ลำพังจะปล่อยให้ตัวเองอด ๆ อยาก ๆ บ้างคงไม่เป็ไรแต่ในบ้านยังมีเด็กอีกสองชีวิต หล่อนไม่มีทางปล่อยให้เด็ก ๆ อยู่อย่างอด ๆ อยาก ๆแน่นอน
“เห้! ว่ายังไง!!!จะคืนหรือไม่คืน ถ้าไม่คืนผมคงต้องตามทวงหนี้จนชีวิตของคุณหาความสงบสุขไม่ได้งั้นก็อย่ามาโทษผมก็แล้วกัน”
“งั้นก็เชิญตามสบายเถอะค่ะก็อย่างที่เห็นว่าฉันเพิ่งถูกเฉดหัวออกมาจากบ้านใหญ่ดูจากสภาพบ้านที่ฉันใช้ซุกหัวนอน ถ้าคุณฉลาดพอก็น่าจะเดาได้บ้างว่าชีวิตของฉันกำลังอยู่ใน่วิกฤติ แล้วจะให้เอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้มิทราบ”
“ผมมีหน้าที่ทวงหนี้ไม่ใช่นักบวช ถ้าผมเป็คนขี้สงสารขนาดนั้น คุณคิดว่าผมจะทำงานนี้ได้เหรอเื่ส่วนตัวของคุณผมไม่สนใจหรอกเพราะงั้นคุณผู้หญิงคนสวยก็เตรียมตัวเจอหน้าผมทุกวันได้เลยไม่ว่าจะหลบไปทางไหนผมก็จะหาคุณจนเจอ ผมจะตามหลอกหลอนคุณให้เหมือนผีเลยคอยดู”
การเจรจาไม่ค่อยลงรอยสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นลงไม้ลงมือ อย่างมากเขาก็แค่ใช้คำพูดข่มขู่เท่านั้นพอวางมาดเสร็จแล้วเขาก็พูดประโยคยาว ๆ ทิ้งท้ายแล้วล่าถอยออกไปเองแต่โดยดี
เจียงเหยาเดินคอตกกลับเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายพอได้ฟังคำชี้แจงจากปากผู้ชายคนนั้น จู่ ๆ ความทรงจำบางส่วนก็ผุดขึ้นมาในหัวเป็ข้อๆ หล่อนเพิ่งรู้ว่าตอนที่ฟางหลียังไม่ตายฟางหลีหลวมตัวไปยืมเงินนอกระบบจากเถ้าแก่โรงไม้
ฟางหลีไม่ใช่คนใช้เงินฟุ่มเฟือยฟางหลีไม่ใช่คนติดการพนัน แต่ครั้งนั้นถานฉินป่วยหนักต้องเอาตัวไปรักษาในโรงพยาบาลซึ่งอยู่ในตัวเมือง ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่ายารวมถึงค่าหมอไม่ใช่ถูก ๆ เงินเก็บที่มีก็ใช้จ่ายไปหมดแล้วเงินที่แม่สามีเจียดมาให้ก็ไม่พอสำหรับค่ารักษา ในเมื่ออับจนหนทางถึงขั้นนั้นฟางหลีจึงจำใจต้องหันหน้าไปพึ่งพวกเ้าหนี้หน้าเืงั้นการที่ผู้ชายคนนั้นตามมาทวงหนี้ถึงที่นี่ คงเดาได้ไม่ยากว่าคนบ้านใหญ่เป็คนชี้เป้าให้เ้าหนี้ตามมาที่นี่แน่นอน
"แม่คะคุณลุงคนนั้นพูดไม่ดีกับแม่ใช่หรือเปล่า"
เถียวหลันเห็นสีหน้าเหม่อลอยของคนเป็แม่ก็พอจะรับรู้ได้ว่าแม่ของตัวเองเพิ่งเผชิญกับอะไรมาเถียวหลันเป็เด็กดี อ่อนโยน และชอบสังเกตพฤติกรรมของคนรอบตัวเพราะแบบนี้หล่อนเลยเดินเข้ามาจูงมือคุณแม่แล้วพามานั่งที่โต๊ะอาหารพร้อมกับพูดว่า
"โตขึ้นหนูจะช่วยแม่หาเงินนะคะลุงพวกนั้นจะได้ไม่ต้องมาทวงเงินจากแม่อีก"
"ขอบใจนะจ๊ะลูกสาวของแม่เป็เด็กดีที่สุดเลย ว่าแต่ลุงคนนั้นมาบ่อยหรือเปล่า?"
“เพิ่งมาเป็ครั้งที่สามเองค่ะครั้งแรกกับครั้งที่สองมาหาแม่ แต่ไม่ได้เจอแม่หนูคิดว่าคุณลุงคนนี้ดูใจดีกว่าทุกคนนะคะ บางครั้งก็มีขนมมาฝากหนูกับน้องด้วยค่ะ”
เจียงเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายปากจัดคนนั้นจะดูใจดีกว่าคนอื่น ๆ ที่วนเวียนเข้ามาทวงหนี้แถมยังซื้อขนมมาล่อเด็กอีกด้วย
"ต่อไปลูกกับน้องห้ามรับของจากคนแปลกหน้าอีกเด็ดขาดเข้าใจที่แม่พูดหรือเปล่า"
"เข้าใจแล้วค่ะ"
เจียงเหยาถอนหายใจออกมาอีกแล้วก่อนจะหันหน้าไปมองลูกชายตัวน้อยที่กำลังนั่งเล่นของเล่นอย่างไร้เดียงสาอยู่บนเสื่อความทรงจำที่เลือนรางของร่างเดิมกำลังบอกกับเธอว่า ่เดือนก่อนถานฉินป่วยบ่อยมากเข้าโรงพยาบาลก็บ่อย
หลิวฟางหลีที่เป็แม่เลี้ยงเดี่ยวต้องใช้เวลาตลอดทั้งวันหมดไปกับการดูแลลูกชายวัยเพียงสี่ขวบเนื่องจากคนในครอบครัวไม่มีใครที่อาสายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลยหล่อนจึงไม่มีเวลาปลีกตัวออกไปหาเงินมาคืนเ้าหนี้สุดท้ายก็กลายเป็ว่าหล่อนผลัดส่งมาเรื่อย ๆ
เงินต้นไม่ได้ส่งเงินดอกทับถมกันเรื่อย ๆ จากที่เป็หนี้ยอดไม่เท่าไหร่ ตอนนี้ได้กลายเป็หนี้ก้อนโตแบบงงๆ
พอคำนึงมาถึงจุดนี้เจียงเหยาที่มาจากต่างโลกก็อดสงสารฟางหลีไม่ได้
ฟางหลีเป็ผู้หญิงสวยที่มีวาสนาได้แต่งเข้าตระกูลดีๆ แต่ดันโชคร้ายไปเจอเข้ากับแม่ผัวใจแคบ ที่ชอบเลือกปฏิบัติกับคนในบ้านถ้าฟางหลีมีความกล้ามากขึ้นอีกสักหน่อย คุณภาพชีวิตของสามแม่ลูกน่าจะดีกว่านี้
เจียงเหยาส่ายหน้าเบา ๆเพื่อสลัดความคิดพวกนั้นทิ้ง หล่อนไม่อยากจมอยู่ในอดีตของร่างเดิม หล่อนควรให้ความสำคัญกับปัจจุบันและอนาคตถึงจะถูก
ดังนั้นสิ่งที่เจียงเหยาควรทำในลำดับต่อไปก็คือการหาเงินไปคืนเ้าหนี้ให้มันจบ ๆ ไป ต่อด้วยปฏิวัติความยากจนของตัวเองซะในเมื่อหล่อนได้กลายเป็แม่คนแล้วหล่อนก็จะทำให้ชีวิตในวันข้างหน้าของถานฉินและเถียวหลันพบเจอแต่ความมั่งคั่ง!