เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 4 บทที่ 96 เขาหาว่าเธอ...เล็ก?

            หลังจากตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้วคุณหมอก็แจ้งกับซูเจี่ยนอันว่า บาดแผลที่หน้าผากไม่ได้หนักหนาอะไรแค่ฟกช้ำเท่านั้นแต่อาการแพลงบริเวณข้อศอกขวาอาจจะต้องใช้เวลารักษาประมาณหนึ่งอาทิตย์

            ซูเจี่ยนอันส่องกระจกมองรอยฟกช้ำบนหน้าผากซึ่งน่าจะส่งผลต่อการที่เธอต้องร่วมงานเลี้ยงครบรอบของเครือลู่

            “หมอหลี่คะมียาอะไรที่ช่วยทำให้รอยช้ำหายเร็วบ้างไหมคะ” เธอถาม“จะมีผลข้างเคียงเล็กน้อยก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากให้มันจางลงภายในสองวัน”

            “มีครับ”หมอหลี่พยักหน้า “เดี๋ยวผมจะจ่ายยาให้ คุณนำใบนี้ไปให้ที่ห้องจ่ายยาบริเวณชั้นหนึ่งได้เลยครับ”

            “ขอบคุณค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันรับใบสั่งยาจากหมอหลี่จากนั้นจึงเรียกลั่วเสี่ยวซีให้ลงไปข้างล่างพร้อมกันแต่เมื่อหันหลังเตรียมจะออกจากห้องก็เห็นลู่เป๋าเหยียนกำลังยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูเธอหันมามองหน้าลั่วเสี่ยวซีอย่างตกใจ

            ลั่วเสี่ยวซียักไหล่“ฉันไม่ได้โทรหาเขานะ แต่โทรหาพี่ชายเธอให้เขาไปจัดการยัยเฉินเสวียนเสวียนซะ”ลั่วเสี่ยวซีพูดพลางยิ้ม “งั้น...ในเมื่อบอสลู่มาแล้ว จะอยู่ต่อก็คงไม่มีประโยชน์ฉันกลับบริษัทก่อนนะ”

            พูดจบลั่วเสี่ยวซีก็รีบหายตัวออกจากจุดนี้อย่างรวดเร็วลู่เป๋าเหยียนเดินเข้ามาพลางพูดสั่งเสียงเข้ม

            “เอาใบสั่งยามาให้ฉัน”

            ซูเจี่ยนอันยื่นมันให้เขาอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินตามหลังเขาไปโดยทิ้งระยะห่างไว้สองสามก้าว

            หลังเข้าไปในลิฟต์บรรยากาศอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมไปทั่ว ซูเจี่ยนอันรู้สึกทำอะไรไม่ถูกจึงได้แต่ยืนหลบมุมอยู่อย่างนั้น

            “ที่จริงนายไม่ต้องลำบากมาที่นี่ก็ได้เสี่ยวซีก็...”

            “เธอไม่อยากให้ฉันลำบากแต่อยากให้คนอื่นลำบาก?”ลู่เป๋าเหยียนพูดขัดเสียงเย็น

            “เพราะเธออยากให้ลั่วเสี่ยวซีได้เข้าวงการไวๆครูฝึกสอนจึงจัดตารางเอาไว้แน่น เธอเรียกเพื่อนของเธอออกมาตามใจแบบนี้ กระทบกับลั่วเสี่ยวซีหลายอย่างไม่เพียงแต่กำหนดการที่ถูกวางไว้เท่านั้น”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งอึ้งเธอแค่ไม่อยากรบกวนเขาก็แค่นั้น ทำไมมันลามไปถึงเรื่องลั่วเสี่ยวซีได้ล่ะเนี่ย?

            “ฉันขอโทษ...”เธอก้มหน้างุดก่อนเอ่ย “ฉันไม่ได้...”

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วก่อนจะพูดเสียงเย็นกว่าเดิม

            “พอได้แล้ว!”

            ซูเจี่ยนอันสูดหายใจลึกอย่างพยายามข่มความโกรธเอาไว้ครั้งที่สองแล้วนะ ถ้าลู่เป๋าเหยียนตะคอกเธออีก เธอจะไม่เกรงใจเขาแล้ว!

            แต่พวกเธอทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีกจนกระทั่งรับยาเสร็จ เขาก็พาเธอออกจากโรงพยาบาลไป

            ไม่รู้เป็นเพราะลู่เป๋าเหยียนรีบร้อนมากหรืออย่างไรถึงได้จอดรถทิ้งไว้หน้าโรงพยาบาลทั้งๆ ที่เป็นที่ห้ามจอดเขาเปิดประตูฝั่งที่นั่งคนขับเธอ

            “ขึ้นรถ”

            “ฉันเรียกรถกลับเองก็ได้”ซูเจี่ยนอันรู้ว่าเขางานยุ่ง จึงไม่อยากรบกวนเขา “นายกลับบริษัทเถอะ”

            ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตามอง“ขึ้นรถซะ อย่าให้ฉันพูดซ้ำอีกรอบ”

            แววตาของเขาเย็นยะเยือกจนซูเจี่ยนอันเริ่มรู้สึกเสียวสันหลัง จึงทำได้แต่ขึ้นรถอย่างว่าง่าย

            ลู่เป๋าเหยียนสตาร์ทรถสายตาเย็นของเขามองถนนด้านหน้า ก่อนจะพูดด้วยเสียงเข้ม

            “เฉินเสวียนเสวียนชนเธอยังไง”

            เอ๋? ทำไมเขาไม่ถามว่าเพราะอะไรเฉินเสวียนเสวียนถึงขับรถชนเธอเขามั่นใจได้อย่างไรว่าเรื่องนี้เธอไม่ใช่คนผิด?

            แต่ไม่ถามก็ช่างซูเจี่ยนอันเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เขาฟังก่อนจะมองซีกหน้าด้านข้างของเขาหลังพูดจบ

            “เข้าใจแล้ว”

            ปฏิกิริยาของเขาดูเย็นชาราวกับแค่ถามไปอย่างนั้น ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเธอ

            ซูเจี่ยนอันเริ่มน้อยใจเธอหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เธอน่าจะคิดได้นะว่าเฉินเสวียนเสวียนกับหานรั่วซีเป็นเพื่อนซี้กันลู่เป๋าเหยียนจะจัดการเฉินเสวียนเสวียนเพื่อเธอได้อย่างไร

            แต่ว่า...นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่จัดการเฉินเสวียนเสวียนด้วยตัวเองเมื่อกี้ถ้าไม่ใช่เพราะโชคช่วย เธออาจจะไม่ใช่แค่บาดเจ็บเล็กน้อย

            คำพูดดูถูกเหยียดหยามทั้งหลายถ้าเธออารมณ์ดีก็อาจจะพอปล่อยผ่านไปได้ แต่การทำร้ายร่างกายกันแบบนี้ เธอไม่ยอมแน่

            เมื่อถึงบ้านไม่มีใครนึกเลยว่าถังอวี้หลันจะมาปรากฏตัวที่นี่

            เมื่อวานลู่เป๋าเหยียนบอกว่าจะพาซูเจี่ยนอันไปที่ Zijing Palace Garden อีกครั้งถังอวี้หลันกลัวว่าทั้งสองคนจะลำบากเทียวไปเทียวมาแถมเธอเองก็ไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว จึงถือโอกาสนี้มาหาลูกๆ ด้วยตัวเองโดยนึกไม่ถึงว่าลู่เป๋าเหยียนจะกลับมาพร้อมกับซูเจี่ยนอันที่ได้รับบาดเจ็บ

            “เจี่ยนอันหนูไปโดนอะไรมาเนี่ย” เธอรีบลุกเดินมาหา “เป๋าเหยียน นี่มันเรื่องอะไรกัน!?”

            “แม่คะไม่เกี่ยวกับเขาหรอกค่ะ” ซูเจี่ยนอันเห็นถังอวี้หลันกำลังจะโมโหจึงรีบเดินเข้ามาอธิบายว่า เป็นเพราะเธอลืมรัดเข็มขัดตอนอยู่บนรถเลยกลายเป็นแบบนี้โดยละเรื่องของเฉินเสวียนเสวียนเอาไว้

            แต่ถังอวี้หลันไม่ใช่คนเชื่อคนง่ายขนาดนั้นเธอรีบถามขึ้นทันที

            “คนที่ขับรถชนหนูคือใคร?”

            ขณะที่ซุเจี่ยนอันกำลังลังเลว่าจะบอกชื่อคนทำออกไปดีหรือไม่ลู่เป๋าเหยียนก็เดินเข้ามา

            “ลูกสาวตระกูลเฉินครับผมจะจัดการเรื่องนี้เอง แม่อย่าได้ร้อนใจไปเลยครับ”

            ซูเจี่ยนอันดึงให้ถังอวี้หลันนั่งลงพลางยิ้ม

            “แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะแค่ข้อศอกพลิกนิดหน่อย กระดูกไม่ได้หักหรือร้าวอะไร”

            “แม่ไม่ห่วงก็ได้แต่แม่สงสารหนูเหลือเกิน” ถังอวี้หลันแตะรอยช้ำบนหน้าผากซูเจี่ยนอันอย่างเบามือก่อนจะเหลือบไปเห็นถุงยาที่ลู่เป๋าเหยียนถือเข้ามา

            “เป๋าเหยียนทายาให้เจี่ยนอันก่อนเร็วเข้า”

            “ครับ”ลู่เป๋าเหยียนตอบ “เจี่ยนอัน กลับห้อง”

            แค่ทายาทำไมต้องกลับห้อง?

            ถึงจะข้องใจแต่ซูเจี่ยนอันก็เดินตามเข้าขึ้นชั้นบนไปอย่างว่าง่าย เธอกำลังจะผลักประตูเข้าห้องนอนตัวเองแต่กลับถูกลู่เป๋าเหยียนจับมือเอาไว้ และลากเข้าไปในห้องนอนของเขา

            จริงสิถังอวี้หลันอยู่ข้างล่าง ถ้าเธอกลับห้องตัวเองมีหวังความแตกหมด

            “โทษที”เธอก้มหน้าก่อนเอ่ย “ฉันลืมไป...”

            “ไปเอาเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวเธอมา”ลู่เป๋าเหยียนกล่าว

            ซูเจี่ยนอันงง“ทำไมล่ะ”

            “คืนนี้แม่น่าจะนอนค้างที่นี่”ลู่เป๋าเหยียนตอบคำถามด้วยคำถาม “ถ้าแม่เห็นว่าในห้องฉันไม่มีข้าวของของเธออยู่เลยเธอจะตอบแม่ยังไง”

            “...”

            งั้นก็หมายความว่า คืนนี้เธอต้องย้ายมานอนห้องเดียวกันกับเขาอีกน่ะสิ?

            ภาพความใกล้ชิดของเหตุการณ์ที่ผ่านๆมาผุดเข้ามาในสมอง ซูเจี่ยนอันเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ความคิดเริ่มปั่นป่วน

            ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย“ฉันบอกให้เธอไปเก็บของ คิดอะไรอยู่”

            “เอ่อ...”ให้ตายซูเจี่ยนอันก็ไม่มีทางบอกความจริงออกไป จึงหาข้ออ้างตอบเขา“มือฉันมันแบบว่า...”

            ลู่เป๋าเหยียนมองแขนขวาที่กำลังบวมก่อนจะลากซูเจี่ยนอันเข้าไปในห้องนอนของเธอ

            “จะเอาอะไรบ้าง พูดมา!”

            ซูเจี่ยนอันตาเป็นประกายลู่เป๋าเหยียนจะช่วยเธออย่างนั้นเหรอ ตลอดเวลาที่ผ่านมามีแต่ลู่เป๋าเหยียนที่ออกคำสั่งกับเธอคราวนี้ถึงตาเธอสั่งเขาบ้างแล้วสินะ!

            เยส!

            ลู่เป๋าเหยียนกัดฟันพูด“ซูเจี่ยนอัน เก็บอาการหน่อย”

            เขารู้ดีว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

            ซูเจี่ยนอันรีบปรับสีหน้าให้กลับเป็นปกติก่อนจะกระแอม

            “งั้นเริ่มจากในห้องน้ำก่อนเลย”

            ห้องน้ำเธอมีกลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆดูสว่างสดใสสะอาดตา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ลู่เป๋าเหยียนหายเซ็งเพราะซูเจี่ยนอันดูจะได้ใจเกินไปแล้ว

            “นายหยิบตะกร้าที่อยู่บนชั้นออกมาก่อนแล้วก็...แปรงสีฟันไฟฟ้า อ๋อ แล้วก็ผ้าเช็ดตัวที่อยู่บนราวตรงนั้นด้วยโฟมล้างหน้าข้างกระจก น้ำมันหอมระเหย...”

            ลู่เป๋าเหยียนหยิบทุกอย่างตามที่ซูเจี่ยนอันบอกไม่นานข้าวของขวดเล็กขวดน้อย ผ้าเช็ดตัว และของอื่นๆ อีกมากมายก็ถูกวางลงเต็มตะกร้าซูเจี่ยนอันตรวจสอบของทั้งหมดราวกับหัวหน้า ก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ

            “โอเคไปหยิบเสื้อผ้าได้”

            เธอเดินออกไปก่อนที่ลู่เป๋าเหยียนจะถือตะกร้าเดินตามออกมา

            คราวนี้เธอไม่ได้ออกคำสั่งให้ลู่เป๋าเหยียนหยิบของทีละอย่างอีกแล้วแต่เธอกลับเอาเสื้อผ้าออกมาจากตู้และวางลงบนเตียง

            “ช่วยพับให้หน่อยสิ”

            เคยมีใครสั่งลู่เป๋าเหยียนแบบนี้ที่ไหนเขาหรี่ตามองเธอ แต่ซูเจี่ยนอันกลับยิ้มอย่างช่วยไม่ได้

            “คุณสามีขา ฉันเหลือมือแค่ข้างเดียวแล้วจะพับยังไงล่ะคะ”

            ที่จริงเธอจงใจแกล้งเขาก็ใครใช้ให้เขามาตะคอกเธอกันล่ะ!

            ลู่เป๋าเหยียนจ้องหน้าเธอก่อนจะก้มตัวลงไปช่วยเธอพับเสื้อผ้าทุกชุด และซูเจี่ยนอันก็ต้องแปลกใจเพราะเขาไม่เพียงแต่พับเสื้อผ้าเป็น แต่ยังพับได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกต่างหาก

            ของใช้ทั่วไปกับเสื้อผ้าปกติก็เก็บหมดแล้วที่เหลือก็...เอ่อ...

            ซูเจี่ยนอันยืนหน้าแดงอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าก่อนจะพูดอึกอัก

            “พอแล้วล่ะ นะ...นายเอาของพวกนี้กลับไปก่อนเถอะ”

            ใบหน้าของเธอแสดงสาเหตุของการหน้าแดงในครั้งนี้ไว้จนหมดลู่เป๋าเหยียนยกมุมปากยิ้ม

            “มั่นใจว่าเก็บหมดแล้ว? ทำไมฉันรู้สึกว่ายังขาดอะไรอีกอย่าง”

            ถ้าเขาพูดตรงกว่านี้หน้าของเธอคงแดงก่ำจนแทบระเบิดแน่ๆเธอทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกก่อนจะหันหน้าเข้าหาตู้เสื้อผ้า

            “ขาดอีกอย่างจริงๆ นั่นแหละ”

            เขาจงใจแกล้งเธอใช่ไหมได้ หยิบก็หยิบสิ เอาออกมาให้รู้แล้วรู้รอด เธอกลัวที่ไหนล่ะ!

            เธอเปิดลิ้นชักออกมาอย่างกล้าหาญก่อนจะหยิบบางอย่างยัดเข้าไปในตะกร้า

            “ครบแล้ว!”

            ลู่เป๋าเหยียนมองของที่เธอยัดเข้ามาแล้วเงยหน้ามองซูเจี่ยนอัน ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปบริเวณหน้าอกของเธอเขาแย้มยิ้มอย่างยากที่จะคาดเดาความหมาย จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไป

            ซูเจี่ยนอันถึงกับเซ็งรอยยิ้มของเขาเมื่อกี้...มันหมายความว่ายังไง?

            นี่เขาหาว่า...ของเธอเล็กไปอย่างนั้นเหรอ?

            โรคจิตที่สุด!

            เธอรีบวิ่งกลับห้องนอนของเขาทันทีก่อนจะนำเสื้อผ้าทุกชิ้นไปวางไว้ในห้องแต่งตัว

            ห้องแต่งตัวของเขาขนาดกว้างพอๆกับห้องนอนหลักในบ้านคนทั่วไป มันถูกออกแบบมาสำหรับคนสองคนเสื้อผ้าของลู่เป๋าเหยียนถูกเก็บไว้หนึ่งฝั่งซึ่งจัดเรียงตามสีและประเภทเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ

            ส่วนอีกฝั่งนั้นว่างเปล่าซูเจี่ยนอันมองความว่างเปล่านั้นอย่างเหม่อลอย

            เธอไม่รู้หรอกว่าอนาคตที่ว่างฝั่งนี้จะเป็นที่เก็บเสื้อผ้าของผู้หญิงคนไหนแต่ตอนนี้ ขอเธอใช้ก่อนละกัน

            ซูเจี่ยนอันเก็บเสื้อผ้าของตัวเองเข้าไปในตู้ก่อนจะเดินออกจากห้องแต่งตัว

            “มานี่”ลู่เป๋าเหยียนออกคำสั่ง ข้างมือเขามียาที่ถูกแกะออกมาแล้วเรียบร้อย

            ซูเจี่ยนอันเดินเข้าไปหาก่อนจะยื่นแขนออกไป ลู่เป๋าเหยียนเขย่าขวดเล็กน้อยก่อนจะพ่นยาลงไปตรงบริเวณที่เธอได้รับบาดเจ็บ

            ยาพ่นลดการอักเสบประเภทนี้มีสีวินาทีต่อมาบริเวณข้อศอกของเธอก็กลายเป็นสีเหลืองอมน้ำตาลตัดกับสีผิวช่วงแขนของเธออย่างเห็นได้ชัด

            เธออยากจะร้องไห้

            “น่าเกลียดจัง”

            ลู่เป๋าเหยียนวางยาพ่นลงก่อนจะหยิบยาอีกอย่าง

            “เงยหน้าสิ”

            ยาแก้รอยฟกช้ำอย่างเร่งด่วนเป็นแบบแผ่นแปะซึ่งมีขนาดใหญ่มากจนแทบจะปิดครึ่งหนึ่งของหน้าผากซูเจี่ยนอันไว้จนมิดมันออกฤทธิ์เย็นเล็กน้อย ช่วยระงับความเจ็บปวดได้อย่างดี

            “เสร็จแล้ว”ลู่เป๋าเหยียนเก็บยาทั้งหมด “ลงไปข้างล่างกันเถอะ พวกเราขึ้นมานานเกินไปแล้ว”

            ถ้ายังไม่ลงไปถังอวี้หลันคงได้เข้าใจผิดแน่ ซูเจี่ยนอันตอบรับก่อนจะเดินตามเขาลงไป

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371