“ขอบคุณมากน้าวันนี้ฉันสนุกมากๆเลยแหละ” ฉันพูดกับแอคมี่ ตอนนี้เราอยู่กันหน้าบ้านหลังใหญ่ของแอคมี่ว้าววว ฉันแอบมองเข้าไปข้างในสวยเป็บ้าเลย
“มองอะไรหรอ”
แว้กกกกก! สงสัยฉันจะออกนอกหน้าไปหน่อยแอคมี่เลยสังเหตุได้ว่าฉันแอบมองบ้านเขาอยู่
“เอ่อออ บ้านเธอหลังใหญ่แล้วก็สวยมากๆเลยนะแอคมี่” ฉันชมจากใจจริง
“หึ ฉันอยากมีบ้านเล็กๆแบบเธอมากกว่า น่าจะมีความสุขกว่าเยอะ”
เอ๋? พูดงี้หมายความว่าไงนะ
“แอคมี่!”
เสียงทรงพลังของผู้หญิงคนหนึ่งเรียกแอคมี่จากในบ้านเธอเดินออกมาด้วยลุคแบบผู้ใหญ่น่าเกรงขาม แต่ทว่าสีหน้าและแววตาดูน่ากลัวชะมัดถ้าให้เดาคุณคนนี้ต้องเป็แม่ของแอคมี่แน่ๆ
“มัวทำอะไรอยู่หน้าบ้าน รีบเข้าบ้านได้แล้ว” คุณผู้หญิงคนนี้พูดใส่แอคมี่เสียงแข็ง
“แม่คะ นี่เพื่อนหนูชื่อพิกเล็ตค่ะ” และแล้วแอคมี่ก็แนะนำฉันให้แม่รู้จัก
ขวับ! แม่หันมามองฉันด้วยสายตาพิฆาต นี่ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่านะ
“หะ หวัดดีค่ะแม่”
“ใครแม่เธอ!”
จึก! ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบประโยคก็โดนเบรกก่อนซะแล้ว
“แม่!” แอคมี่ร้องเสียงหลงไม่พอใจที่แม่พูดแบบนั้น
“เป็เพื่อนกันก็ช่วยเว้นระยะห่างกันหน่อยนะจ๊ะมายืนคุยกันหน้าบ้านแบบนี้เดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิดว่าลูกฉันผิดเพศ”
ยังจ้า แม่ยังไม่หยุดแถมเพิ่มดีกรีความรุนแรงอีกด้วยฉันได้แต่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก ั้แ่เกิดมายังไม่เคยถูกผู้ใหญ่ด่าแบบจริงจังเลยส่วนมากก็โดนครูบ่นเวลาไม่ตั้งใจเรียนแค่นั้น
“แม่พูดเกินไปหรือเปล่า หนูกับพิกเล็ตเราเป็เพื่อนกัน” แอคมี่ยังคงเถียงต่อเพื่อปกป้องฉัน
“ฉันไม่สนใจ เข้าบ้าน” แม่ออกคำสั่งอีกครั้ง
“แต่แม่”
“เข้าบ้านเถอะแอคมี่” ฉันรีบห้ามก่อนที่เื่จะใหญ่ไปกว่านี้แถมฉันเองก็ไม่อยากทนฟังอะไรอีกแล้วด้วยถ้าเลือกได้ฉันอยากจะวาปเข้าบ้านตัวเองซะเดี๋ยวนั้น
“อื้อ ฉันขอโทษนะพิกเล็ต” แอคมี่ยอมแต่โดยดี
แม่แอคมี่หันมามองฉันหัวจรดเท้าและทำสายตาเหยียดอีกครั้งก่อนจะหันหลังเข้าบ้านตามแอคมี่ไปเห้อ นี่มันเื่อะไรกันนะ
เช้าวันจันทร์
หลังเกิดเื่ฉันก็ไม่ได้คุยกับแอคมี่อีกเลยแต่เื่วันนั้นก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวตลอดทำไมแม่ของแอคมี่ต้องทำท่าทีเกลียดชังฉันขนาดนั้นแถมยังพูดเหมือนว่าฉันกับแอคมี่ไม่ได้เป็แค่เพื่อนกันอีกทั้งที่จริงๆฉันคิดกับแอคมี่เป็แค่เพื่อนเท่านั้น
จึก! พอคิดมาถึงจุดนี้ทำไมฉันรู้สึกหวิวๆในใจ เห้อออ นี่เธอกำลังเป็อะไรนะพิกเล็ตเธอไม่มีทางคิดอะไรกับแอคมี่มากไปกว่าเพื่อนกันหรอกแค่เธอไม่มีแฟนแค่นั้นเองเลยไม่มีใครมาคอยใส่ใจเหมือนที่แอคมี่ทำ
“น้องพิกเล็ต” ระหว่างที่ฉันกำลังเดินใจลอยอยู่แถวโรงอาหารพี่ดีแลนก็เรียกฉันจากข้างหลัง
“อ้าว หวัดดีค่ะพี่ดีแลน” ฉันยิ้มทักทายพี่ดีแลน
“มาเช้าจัง กินข้าวเช้ามาหรือยังเนี่ย” จะว่าไปสองคืนที่ผ่านมาฉันนอนไม่ค่อยหลับก็เลยตื่นเช้าวันนี้เลยมาโรงเรียนไวแถมเมื่อเช้ายังกินข้าวมาน้อยอีก
“กินมาแล้วค่ะ”
“ว้า เสียดายจังว่าจะชวนนั่งกินเป็เพื่อนกันหน่อย พวกเพื่อนๆพี่มันชอบมาสายพี่ต้องมานั่งกินข้าวเช้าที่โรงอาหารคนเดียวทุกวันเลย”พี่ดีแลนทำท่าทางเสียดาย เล่นเอาฉันรู้สึกผิดเลย
“อ๊ะจริงๆหนูกินมาแค่นิดเดียวยังไม่ค่อยอิ่มงั้นนั่งกินอีกรอบเป็เพื่อนพี่ดีแลนก็ได้ค่ะ”ก็ดีเหมือนกัน เผื่อฉันจะได้เลิกฟุ้งซ่านเื่แอคมี่ได้บ้าง
“เย่ งั้นเราไปซื้อข้าวกันเถอะ” ฉันยิ้มรับก่อนที่เราสองคนจะเดินไปซื้อโจ้กกลับมานั่งกินด้วยกัน
“ไม่อร่อยหรอ” พี่ดีแลนถามหลังจากที่เห็นฉันเอาแต่เขี่ยโจ้กไปมา
“ปะ เปล่าค่ะ อร่อยมากเลย” ฉันโกหกออกไป
“ไม่สบายใจอะไรบอกพี่ได้นะ ถ้าพี่ช่วยได้พี่ยินดีช่วยเต็มที่เลย” พี่ดีแลนส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ ทำไมกันนะทำไมฉันถึงไม่รู้สึกกับพี่ดีแลนเหมือนที่รู้สึกกับแอคมี่
“สงสัยเครียดๆเื่ประกวดดาวน่ะค่ะ เหลือเวลาแค่อาทิตย์เดียวเอง” ฉันโกหกออกไปเพราะไม่อยากพูดเื่แอคมี่กับพี่ดีแลน
“อ๋อ คิดว่าเื่อะไร ไม่ต้องกังวลนะน้องพิกเล็ตทำได้อยู่แล้วเอ้อว่าแต่น้องพิกเล็ตเลือกการแสดงหรือยัง”
การแสดงหรอ เห้อออ ที่จริงแอคมี่อยากให้ฉันโชว์ Cover Dance แต่ฉันว่าไม่น่าไหวคงต้องหาอย่างอื่นมาโชว์แทน
“ยังเลยค่ะ หนูยังคิดไม่ออกเลย” ฉันก็ไม่ใช่คนมีความสามารถพิเศษอะไรเื่การแสดงอะไรแบบนี้ยากชะมัด
“ร้องเพลงมั้ย น้องพิกเล็ตชอบร้องเพลงมั้ยล่ะ” พี่ดีแลนทำท่านึกก่อนจะเสนอไอเดียออกมา
เอ๋ร้องเพลงหรอ อืม เอาจริงๆเสียงฉันก็ไม่ได้ขี้เหร่ตอนประถมเคยประกวดร้องเพลงลูกทุ่งด้วยนะ อิอิ
“ก็น่าสนใจนะคะ หนูชอบร้องเพลงด้วย” ฉันยิ้มออกมาอย่างมีหวังใช่แล้วฉันต้องไปบอกแอคมี่ว่าเราจะเปลี่ยนการแสดงเป็ร้องเพลงแทนแล้วค่อยมาคิดอีกทีว่าจะร้องเพลงอะไร
“เยี่ยมเลย เพราะงั้นถ้าน้องพิกเล็ตอยากให้พี่ช่วยอะไรบอกได้เลยนะเื่เพลงพี่ถนัด”
“หูยยย ขอบคุณพี่ดีแลนจริงๆนะคะ ลำบากพี่ดีแลนแย่เลย” พี่ดีแลนช่างหล่อแล้วก็ใจดีกับฉันมากจริงๆ
“ไม่ต้องเกรงใจ อย่างที่บอกพี่จริงใจกับน้องพิกเล็ตนะครับ” กรี้ดดดดดดด หัวใจฉันแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มพี่ดีแลนยิ้มหวานเจี๊ยบส่งมาให้ฉัน งืออออ สับสนตัวเองชะมัด
“ขะ ขอบคุณนะคะ”
ปิ๊งป่อง…..
“ออดดังแล้ว เรารีบไปเข้าแถวกันเถอะ” พี่ดีแลนเอ่ยขึ้นก่อนที่เราสองคนจะแยกกันไปเข้าแถวเคารพธงชาติ เห้อ อย่างน้อยก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยจริงๆฉันก็แอบรู้สึกหวั่นไหวกับพี่ดีแลนแล้วน่ะสิ หรือจะตกลงคบกับพี่เขาดีนะจะได้ไม่ต้องคิดเื่แอคมี่วนไปมาแบบนี้ เห้อออสับสนจัง
ห้องเรียน4/10
“หวัดดี” แอคมี่ทักฉันขึ้นมา
“หวัดดี แอคมี่ฉันมีเื่จะคุยพอดีเลย” ฉันยิ้มให้แอคมี่ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ฉันคิดออกแล้วว่าฉันจะโชว์ร้องเพลง เธอว่าไง” ฉันเสนอออกไปหวังว่าแอคมี่จะเห็นดีเห็นงามด้วยนะ
“อื้อ เอาสิฉันบอกแล้วไงว่าเธอสบายใจแบบไหนก็เอาตามนั้นเลย” แอคมี่ยิ้มและทำสายตาอบอุ่นส่งมาให้ฉัน เธอน่ารักกับฉันเสมอจริงๆ
“เอ่อ แล้วก็มีอีกเื่หนึ่ง” ฉันตัดสินใจจะบอกเื่พี่ดีแลนกับแอคมี่เพราะไม่อยากปิดบังอีกต่อไปแล้ว
“ว่ามาสิ ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้น” แอคมี่เริ่มสีหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัดโถววว ยิ่งเธอเป็งี้ฉันยิ่งลำบากใจที่จะพูด
“คือฉันกำลังคุยกับพี่ดีแลนอยู่” ฉันกลั้นหายใจก่อนจะพูดออกไป
แอคมี่เงียบไปชั่วขณะฉันเดาไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“ออกไปคุยกันข้างนอกหน่อย”
ฉันเดินตามแอคมี่ออกไปนอกห้องเรียน แอคมี่พาฉันมาอยู่ที่ห้องน้ำหญิงซึ่งตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเพราะส่วนใหญ่ก็แยกย้ายกันเข้าห้องเรียนหมดแล้ว
“ฉันบอกเธอแล้วใช่มั้ยว่าไอ้ดีแลนมันคือตัวอันตราย” แอคมี่ไม่รอช้าเสียงดังใส่ฉันทันทีเดี๋ยวนะ! มันเื่อะไรทำไมต้องมาใส่อารมณ์กันแบบนี้ด้วย
“อะไรของเธอ ฉันบอกเธอดีๆทำไมต้องมาขึ้นเสียงใส่” วันนี้ฉันจะไม่ยอมแอคมี่อีกต่อไป
“ไปเลิกคุยกับมันซะ” แอคมี่ไม่มีทีท่าสงบเลยสักนิดเขาโมโหมากจนฉันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโมโหขนาดนี้
“ฉันไม่รู้นะว่าเธอไปได้ยินเื่ไม่ดีอะไรของพี่ดีแลนแต่ที่แน่ๆเขาดีกับฉันมาก” ฉันพูดเื่จริงั้แ่รู้จักพี่ดีแลนมา เขาก็เป็อีกหนึ่งคนที่ใส่ใจฉันไม่แพ้แอคมี่เลย
“ฟังนะพิกเล็ต มันไม่ได้ดีอย่างที่เธอคิด”
“พอกันที! เธอมีอะไรก็พูดมาตรงๆสิฉันไม่ใช่หุ่นเชิดที่เธอจะมาคอยสั่งให้ทำอะไรก็ได้นะ”ฉันะเิอารมณ์ออกมาทั้งน้อยใจและทั้งโมโห
“ได้! ถ้าเธออยากรู้นักไอ้ดีแลนมันเลยหลอกฟันเพื่อนฉันตอนอยู่ ม.ต้นจนเพื่อนฉันทำใจไม่ได้ต้องย้ายโรงเรียนกลางเทอมยังไงล่ะ!”
สิ่งที่แอคมี่พูดทำให้ฉันอึ้งฉันไม่อยากจะเชื่อเลย พี่ดีแลนไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่ๆหรือจริงๆแล้วแอคมี่แอบชอบพี่ดีแลนแล้วไม่พอใจที่เขามาสนใจฉันพอคิดมาถึงตรงนี้ทำให้ฉันนึกย้อนไปที่วันแรกที่เปิดเทอมแอคมี่มีท่าทีเกลียดชังฉันมากยิ่งตอนที่เห็นว่าฉันทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษได้คะแนนเท่ากัน เขายิ่งมีทีท่าไม่พอใจหรือที่จริงแล้วแอคมี่แค่ไม่ชอบขี้หน้าฉันเลยไม่อยากให้ฉันสมหวังกับพี่ดีแลนกันแน่
“โกหก นี่เธอเกลียดฉันขนาดนี้เลยหรอแอคมี่ ฉันไปทำอะไรให้เธอทำไมต้องคอยมาอิจฉากันทุกเื่ด้วย”
แอคมี่ทำหน้าอึ้งหลังจากที่ฉันะเิคำพูดแรงๆพวกนี้ออกมา
“นี่เธอคิดได้ยังไงว่าฉันอิจฉาเธอพิกเล็ต ที่ฉันคอยช่วยเธอ ดูแลเธอที่เราไปเที่ยว มีความสุขด้วยกัน เธอพูดมาได้ยังไงว่าฉันเกลียดเธอ” ฉันเริ่มเห็นแอคมี่ตาแดงก่ำ เห้อ นี่ฉันพูดแรงไปหรือเปล่านะ
“อะ แอคมี่ฉัน”
“ไม่เป็ไรถ้าเธอคิดงั้นก็ตามใจฉันไม่มีอะไรจะพูดงั้นขอให้เธอโชคดีแล้วกันนะ” แอคมี่พูดจบก็รีบเดินออกจากห้องน้ำทันที
ฮึกฮึก ฮึก ฉันทนไม่ไหวร้องไห้ออกมา ฉันเสียใจกับเื่ที่เกิดขึ้นทำไมฉันต้องมาทะเลาะกับแอคมี่แบบนี้ด้วย แล้วทำไมฉันถึงต้องรู้สึกเจ็บขนาดนี้…