เหลินชิว ทำหน้าโง่งมขึ้นมาทันที ‘หมายความว่าอย่างไร หมัดข้า น่าจะทำแขนเ้าขอทาน แหลก ะเิ เืสาดกระเด็นไปแล้ว ซิ!’
ขณะกำลังเผยดวงตาคู่คม จ้องมองว่ายเปียว คล้ายมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ผู้มองชมเื่สนุกครั้งนี้ ยังทอสีหน้า ไม่เข้าใจขึ้นมา “หืม!”
ก่อนทันใดนั้น เสียงปราณจิตส่งตรง จะกระตุ้น เหลินชิว ได้สติกลับมาอีกครั้ง
เมื่อผู้ติดตามของเฉียนกวงจิน ส่งคำพูดเข้ามาในโสตประสาท “เ้ามัวยืนบื้อ อะไร อีกนานไหมเหลินชิว รีบซัดไอ้เด็กขอทานน่าชัง นั้น ให้หมอบกระแต เลยซิ!”
แววตา เหลินชิวเหลือบไปมอง หยูข่าย แปรเปลี่ยนเป็คมกล้า…พุ่งเข้าโจมตีว่ายเปียวอย่างทรงพลัง ย๊าก! ราวนกอินทรีย์ โฉบโจมตีเข้าหาเหยื่อ
“รับหมัดของข้า ต่อ!” เคล็ดวิชายุทธ คลื่นหมัดอำมหิต ตู้ม! ตู้ม!
ส่งให้อากาศบิดเบี้ยว สั่นผ่าวจากแรงหมัดขั้นมนุษย์
ว่ายเปียวร่างผอมบางราวกับจะปลิวไปตามสายลม อาภรณ์โยกพัดไหว ดั่งธงโบกสะบัดอย่างรุนแรง คล้ายถูกพลังหมัดทรงพลัง เหลินชิว ผลักร่างออกไปอย่างต่อเนื่อง
ตู้ม!
เมื่อว่ายเปียวลอบขับเคลื่อนฝ่ามือหัตถ์ศูนย์รุกรับการจู่โจม ให้รู้สึกเจ็บๆ คันๆ ร่าง เขาแทบหาวต่อสู้ไปด้วย ได้อยู่แล้ว
‘เม็ดยาะเิเืสัตว์อสูรมายา ใช้งานได้ดีจริงๆ’ ขณะว่ายเปียว ประหนึ่งปลิวไปตามแรงหมัดของอีกฝ่าย…เหลินชิว ยิ่งเผยแววตาดุร้ายแทบใส่พลังของเขาออกมาทั้งหมด
เมื่อะเิสภาวะจุดกักพลังในร่าง ออก วูม! “ย๊าก!”
เปรี้ยง!
ว่ายเปียว ต้องแสร้งทำตัวกะร่อนไร้ยางอาย ถูกโจมตี ลงไปนอนดิ้นทุรนทุราย อ๊าก! “หมัด ศิษย์พี่ ช่างรุนแรงยิ่งนัก!”
“ฮ่าๆ เ้าว่ายเปียว โดนการโจมตีเข้าแล้วไง!” ผู้เฝ้ามองต่างก็ฉีกยิ้มอย่างเบิกบานใจ เมื่อเห็นความยากลำบาก ขอทาน อยู่ในครรลองสายตา
แต่ไม่ใช่สำหรับ เหลินชิว ประลองกับว่ายเปียว มือไม้มันสั่นไหว จากแรงสะท้อนกายาขอทานไม่หยุด
“บัดซบ! ร่างกายมันแข็งชะมัดยาดเลย!” เมื่อลอบสบถด่าในใจ นึกว่าต่อยหินผา เกือบจะเลิกล้ม ต่อยตีว่ายเปียวอยู่แล้ว
ทว่าเมื่อสายตาเห็น ว่ายเปียวแสร้งทำตัวเ็ป รวดร้าว
เหลินชิว ค่อยๆ แสยะยิ้มอย่างมั่นใจอีกครั้ง ที่คำราม “เ้าก็แค่นี้!” พร้อมกระชับ บีบฝ่ามือไว้จนแน่น ออกแรงเตะว่ายเปียว ดัง
ปัง! มาพร้อมเสียง อัก!
ทว่าก็รู้สึกว่าร่างกาย ‘ไอ้บ้านี่ แข็งแกร่งเหมือนเหล็กเลย’
หยูข่าย รีบเอ่ยสั่ง เมื่อเห็นหน้าศิษย์พี่ใหญ่เฉียนกวงจิน ยิ้มชอบใจ “แบบนั้นแหละ กระทืบมัน เอาให้าเ็หนักเลย เหลินชิว!”
เหลินชิว เริ่มหน้าซีดขาวขณะรวบรวมปราณพลังไว้ที่ฝ่าเท้า ตึง! พุ่งเข้าเตะว่ายเปียว กลิ้งเป็ลูกข่างด้วยความรวดเร็ว ไป มา
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
มันก็อยากจะ ก่นด่า ‘ร่างกายไอ้เด็กเวรนี่ มันจะแข็งอะไรขนาดนี้ แค่ขาเตะใส่มัน ก็แทบเท้าแตก ระบมอยู่แล้ว’
“บัดซบ! บัดซบ! เท้าข้า ชาหมดแล้ว” พร้อมกัดฟันเข้าหากันจนแน่น ไม่ให้เสียงดังเล็ดลอด
ว่ายเปียว แสร้ง กรีดร้องโหยหวน ทว่าหน้ายังคงหาววอดน้อยๆ “โปรดยั้ง เท้า ด้วย ศิษยพี่!”
ผู้คนต่างก็ขำกันออกมาร่า มู่หลง ยังต้องส่ายหัว เมื่อได้ยินเสียงของใครบางคน เอ่ยพูดขึ้นมาด้วยความสะใจ “อัดมัน ให้ตาย!”
เหลินชิว ทำตาใสปิ้ง ไม่อยากจะเตะว่ายเปียวแล้วตอนนี้ ที่ขามัน ระบม ปั้นหน้ายากลำบากออกมา
แต่ด้วยศักดิ์ศรีค้ำคอจากเสียงเชียร์ ของเหล่าศิษย์ มันจะง้างเท้าเตะ ว่ายเปียว หาววอดไปเต็มแรงอีกครั้ง
เปรี้ยง! แกรก! ทุกคนได้ยินเสียง กระดูกแตกร้าว ชัดเจน ที่มองภาพว่ายเปียว ร่วงหล่นกระเด็น สู่พื้นลานหินเรียบ ปึง!
พร้อมว่ายเปียวกลิ้ง หลุนๆ ชุดเปื้อนฝุ่น เขาแสร้งทำปากกระอักเื สด อัก! เสียงเฮโลก็ดังอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“ดี ดี มาก เหลินชิว!”
“ใช่ๆ เ้าทำได้ไม่เลว ชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเชียว” ทว่าก็มีบางคนประหลาดใจ หลี่ดวงตากันจนเล็กแคบ เมื่อเห็น เหลินชิวเดินกะเผลกออกมาจากสนามประลอง
“เหอะๆ สงสัยเ้าเหลินชิว เตะขอทานสนุกตีนไปหน่อย เล่นเอาขาเจ็บเลย ฮ่าๆ”
ส่วนเหลินชิว หัวเราะแห้งๆ เหอะๆ แต่ในใจ ไม่คิดแบบนั้นแน่ ที่ปลายตามองว่ายเปียวอยู่เสี้ยวหนึ่ง ‘ไอ้เด็กบ้า เนื้อตัวแข็งแกร่งชะมัดยาก เล่นข้ากระดูกนิ้วเท้าหักหมดแล้ว’
“มารดาแม่พวกเองเถอะ ข้าเตะอะไรอยู่กันเนี่ย พวกเ้าก็ยุข้า เตะ ขอทาน จัง หากมาโดนซะบ้างจะได้รู้ ความเ็ป!” ที่อยากจะคำราม จนหน้าแดง เขียวคล้ำขึ้นมาแล้ว
หยูข่าย หัวเราะก้อง “สงสัย เหลินชิว เตะน้องใหม่ จนงอมตีน ไปแล้วกระมัง?” เมื่อหันไปมองทางว่ายเปียว ดูนิ่ง นอนกับพื้นลานหินเย็นไปสักครู่แล้ว
ว่ายเปียว จู่ๆ จะลุกปัดเนื้อปัดตัว ดื้อๆ ทอสีหน้าละลื่นขึ้นมา ที่สลายผลเม็ดยาภายในร่าง “เฮ้อ! แย่จัง แพ้ให้กับศิษย์พี่เสียได้”
หลายคนพร้อมเบ้ปากหา ตัวปัญหาอย่างว่ายเปียว ก็มีบางคน ตบหัวอย่างโล่งใจนึกว่าอีกฝ่ายจะตายไปเสียแล้ว
ว่ายเปียวก็ยังพออยู่เป็บ้าง ไม่ได้เอ่ยปากดี ที่กล่าวชมเหลินชิว “เพลงเตะศิษย์พี่ร้ายกาจนัก หากเตะข้าแรงกว่านี้ เต็มพลังละก็ ข้าคงตายไปแล้วแน่ เหอะๆ”
ขณะทุกคนเตรียมตามขึ้นสำนักหมู่ตึกศิษย์สายในไป… เหลินชิว มันแทบปากกระอักเื สด ด้วยโทสะ ที่ปลายตามองว่ายเปียว เล็กๆ
หากเขาเตะว่ายเปียวด้วยแรงทั้งหมดที่มี แรงสะท้อนนั้นคงทำให้ ขาเขาหักเป็สองท่อน พิการอย่างแน่นอน
‘เ้าเด็กบ้านี่ เกือบทำข้า กลายเป็คนโง่งม แล้วไง’
ประหนึ่งรู้ความร้ายกาจ หากใครพ่ายแพ้ให้ว่ายเปียว พวกเขาจะสูญเสียความมั่นใจ ไปหมดสิ้น แม้ไม่ฆ่าก็ราวกับถูกขอทาน ต้อยต่ำ เหยียบย่ำ ‘วิธีคิดอีกฝ่าย ช่างน่ากลัวจริงๆ’
เฉียนกวงจิน ตอนแรกเขาค่อนข้างชมชอบ ทว่าเมื่อเห็นบางอย่างไม่ถูกต้อง เขาจะเผยความไม่สบอารมณ์ ที่เดินจากไปั้แ่ก่อนหน้านี้ “เ้าขอทานน่าชัง ดูท่าจะลูกเล่นเยอะไม่เบา ชิ!” พร้อมเสียงขบกรามน้อยๆ ไม่แปลกใจที่จี้จิ่งเทียน น้องชายเขาถูกเล่นงาน
“มาดูกันว่าการประลองศิษย์สายในทุกเดือน ‘บังคับต้องประลอง’ เ้าขอทานน่าชังตัวเหม็น จะรอดพ้นการประลอง ของศิษย์สายในไปได้อย่างไร?”
อีกด้านกลุ่มพวกว่ายเปียว เดินขึ้นบันใดของศิษย์สายในเป็ครั้งแรก ก็เห็นลานจัตุรัสหอฝึกฝน ต่างๆ
ส่วนศิษย์พี่สายในมีอยู่ทั่วลาน พวกเขาไม่ได้ไปดูชมการประลอง ต่างก็พากันยิ้มหยัน มาให้พวกเขาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้สร้างความยากลำบากให้ศิษย์สายใน ผู้มาใหม่อย่างพวกว่ายเปียวเท่าใดนัก
ปู้หาญซาน ลอบถอนลมหายใจ “ศิษย์สายในกับ ศิษย์สายนอก พื้นที่การฝึกฝนช่างแตกต่างกับพวกเรา อย่างลิบลับ จริงๆ”
ว่ายเปียวกวาดตามองรอบๆ ข้อนี้เอง เขาเองก็ไม่เถียง ที่พยักหน้า
ศิษยพี่ว่านหลง ร่างใหญ่องอาจ กอดอก หน้าเชิดขึ้น รีบกล่าวเตือนพวกว่ายเปียว “พวกเ้าหยุดพูดคุยกันได้แล้ว”
เมื่อประสานฝ่ามือ ออกหาศิษย์พี่หลานหลี่ ยิ้มเล็กๆ อย่างไม่ใส่ใจ ที่กล่าวน้ำเสียงเป็กันเอง “ศิษย์น้อง…มา ข้าจะพาพวกเ้า ไปยังหอธุรการเอง”
หญิงสาวร่างระหง เดินท่วงท่ามั่นใจ จะกล่าวเื่กฎศิษย์สายใน ค่อนข้างเข้มงวดส่วนสำคัญออกมา…ขณะส่วนที่เหลือ ไว้ให้พวกเขาไปอ่านจดจำกันเองทีหลัง
“ศิษย์สายในทุกเดือน ต้องประลองชิงอันดับ รับคำท้า1ครั้ง แต่หากแพ้สองครั้งในรอบ2เดือน ‘รับคำท้า’ ..พวกเ้าต้องไปอยู่กลุ่มคนทำงานในคุกมืด”
“การรับคำท้าประลองกับใคร พวกเ้าจงพึงระวังไว้ด้วย ศิษย์พี่เตือนด้วยความหวังดี...” เมื่อนางกล่าวย้ำ เสียงจริงจังในตอนท้าย
ก็แอบลอบมองว่ายเปียว ร่างผอมบางลู่ลม เล็กๆ ที่รู้อีกฝ่าย ต้องเจอสถานการณ์ ยากลำบากแน่
ว่ายเปียว กับพวกลอบพยักหน้า รัวๆ ที่จู่ๆ ก็เหมือนได้รับรู้แรงกดดัน ขึ้นมาหลายเท่า พลางลอบกลืนน้ำลายลงคอดังอึก!
ก่อนศิษย์พี่หลานหลี่ ทอสีหน้าเปื้อนยิ้ม ก็จะพาพวกว่ายเปียวเดินทอดน่อง ไปยังหอธุรการ กำลังวุ่นวาย จากการแจกจ่ายทรัพยากรเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
ไม่นานเกินรอ หินปราณระดับต่ำ ถึง100ก้อน บวกกับเม็ดยาฝึกฝนพื้นฐาน ต่ำๆ ที่พวกว่ายเปียวได้ในแต่ละเดือนอยู่ในมือ 20เม็ดยา แทบไม่นับเป็อะไรได้เลย เมื่อเทียบกับศิษย์สายนอก
“ได้เยอะขนาดนี้เชียว!”
“แบบนี้ปิดขั้นพลัง เลื่อนขั้นขอบเขตใหม่ได้เลยนะ”
พวกรั่วเฉินกวาง ไม่เว้นว่ายเปียว ยังทำหน้าขี้ตืด หวงถุงเก็บของในฝ่ามือตนเอง คล้ายพวกเขา กลายเป็คนรวยทรัพยากรไปเลย
ซึ่งของเหล่านี้ ส่งให้ว่ายเปียว ชอบของล้ำค่าเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ลืมความตาย คืบคลานเข้ามา ไปเสี้ยวขณะได้เชียวล่ะ
‘แบบนี้ขั้นพลัง ข้าต้องรุดหน้าไปได้อย่างรวดเร็วแน่’ เมื่อว่ายเปียวคล้ายคิดอะไรบางอย่าง
ในขอบเขตขั้นพลังที่5 เกือบเอื้อมถึงขอบเขตขั้นพลังที่6ของเขา เหมือนััได้ แต่ก็เหมือนไม่อาจเอื้อมมือถึงได้เช่นกัน
หลานหลี่ มองว่ายเปียว อดไม่ได้อมยิ้ม น้อยๆ กับท่าทีของอีกฝ่าย
ว่ายเปียว กำถุงเก็บของในมือไว้จนแน่น จะกล่าวถามเสียมารยาท ศิษย์พี่อมยิ้มน้อยๆ ออกมา “แล้วพวกท่านได้ ทรัพยากรฝึกฝน พวกนี้ เท่าใดกัน?”
หลานหลี่ กลั้วหัวเราะร่า ที่บอกกล่าวศิษย์ผู้น้อง ตรงๆ “น่าจะ 3เท่า ที่พวกเ้าได้ตอนนี้กระมัง”
ว่ายเปียวพร้อมคนอื่นๆ ต่างก็ทำหน้าโง่งมกันหมดแล้ว “นั้นมันแทบหอบตะกร้า กินเม็ดยาเลยไม่ใช่หรืออย่างไร?”
“อืมๆ” แม้แต่ว่านหลงปั้นหน้าจริงจัง ยังอดไม่ได้ที่จะใ
“เอาล่ะ เอาล่ะ เข้าไปที่หอเลือกเคล็ดวรยุทธเถอะ อีกอย่างศิษย์ ที่แต่งชุดแตกต่าง…พวกเขาต่างก็เป็กลุ่มศิษย์สายตรงของเหล่าผู้าุโ คอยชี้แนะ ดูแลเหมือนข้า…”
เมื่อหลานหลี่ หยุดคำพูดเล็กน้อย นางจะยิ้มบางกล่าวต่อ “คงไม่ต้องบอกกระมัง เป็ไปได้พวกเ้า อย่าคิดไปหาเื่พวกเขาน่าจะดีกว่า”
ว่ายเปียว ได้ยิน ทำหน้างอ เบ้ปาก โกธาทันใด “ใครอยากไปหาเื่พวกเขากันเล่า เกรงว่าจะมีแต่พวกเขา ที่มาหาเื่ข้า มากกว่า”
พร้อมคนอื่นๆ ส่ายหัวหมดคำจะพูดให้กับว่ายเปียว…หลานหลี่ นางยังปั้นสีหน้ายากขึ้นมา เมื่อรู้ศิษย์พี่ใหญ่อันดับหนึ่ง จะต้องไม่ปล่อยว่ายเปียวไปแน่
ส่วนปู้หาญซาน หัวเราะร่า ยังกล่าว สำทับ เสริม “หลังจากหนึ่งเดือนนี้ไป เราคงได้เห็นหน้าเ้าอีกนะ ไอ้บ้าขอทาน”
“แน่นอนอยู่แล้วเ้าหมาตัวใหญ่ ข้ายังไม่ได้คิดบัญชี การประลองที่เ้าอัดข้าวันนั้นเลย” พลันให้เกิดเสียงหัวเราะขึ้นมา เมื่อพวกเขาตรงไปที่หอเคล็ดวรยุทธ
ซึ่งการกระทำของว่ายเปียว ล้วนอยู่ในสายตา ลู่หนิง แขกสำนักมารโอสถ นางทำหน้าครุ่นคิด อย่างจริงจังกับขอทานคนนี้ น่าจะกุมความลับ อะไรบางอย่างไว้แน่
***จากผู้เขียน นิยายเื่นี้น่าจะไม่ได้ไปต่อแล้วครับ จากสภาพยอดวิวของอีก2เว็บ ว่ายเปียวเหมือนว่าจะดึงคนอ่านไม่ได้เลย ผู้เขียนเองก็ตั้งใจเขียนมา1เดือนเต็ม ซึ่งลงนิยายวันแรกก็รู้สภาพเลยว่าไม่น่ารอดแล้ว กราบขออภัยทุกท่านด้วยครับ