“อ๊ะ? ที่แท้ก็เป็นเหงื่อของคุณ ฉันนึกว่าตัวเองเหงื่อออกซะอีก” คังอิงยิ้มน้อยๆ พอเห็นว่าเธอไม่ถือสา สือเจียงหย่วนพลันโล่งอก เขาพูดขึ้นว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้ น่าอึดอัดจริงๆ ดีที่ได้คุณมาช่วย”
“แบบนี้คืออู๋ฮวนตกหลุมรักคุณตั้งแต่แรกพบเลยใช่ไหม? งั้นทำไมเธอถึงได้ชอบคุณขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียว? ฉันเห็นสายตาที่เธอมองฉันเมื่อกี้ อย่างกับจะกินฉันเข้าไปอยู่แล้ว” คังอิงที่รู้สึกขบขันจึงหัวเราะออกมา
สือเจียงหย่วนมองเธออย่างตัดพ้อ “ผู้หญิงแบบนั้นน่ากลัวมากนะ เข้าใจไหม? เหมือนคนบ้าเลย คอยตามตอแยไม่เลิก น่ากลัวชะมัด
จ้าวซื่อหงก็เคยเจอผู้หญิงแบบนี้เหมือนกัน เธอตามตอแยเขาตลอด โชคดีที่ครอบครัวของเธอส่งเธอไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่งั้นจ้าวซื่อหงคงบ่นกับผมทุกวัน บอกว่าชีวิตเขาแย่ยิ่งกว่าตายซะอีก
ก่อนหน้านี้ผมยังหัวเราะเยาะเขาอยู่เลย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าผมจะเข้าใจความรู้สึกของเขาแล้ว”
ขณะที่สือเจียงหย่วนพูดประโยคเหล่านี้ออกมา เขาก็แอบมองคังอิง เหมือนว่าเธอจะไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ในใจก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
คังอิงกล่าวอย่างเห็นใจ “มันน่ากลัวจริงๆ นะ ตอนนั้นฟู่ซินหลางเหมือนสุนัขบ้า จะไม่ยอมหย่ากับฉัน
ฉันก็กลัวมากเหมือนกัน แต่โชคดีที่ฉันมีหลักฐานมัดตัวจนเขายอมสงบลง เมื่อเทียบกับการรักษาชีวิตสมรสเอาไว้ ฟู่ซินหลางยังให้ความสำคัญกับอนาคตของตัวเองมากกว่า”
“โชคดีที่คุณฉลาด” สือเจียงหย่วนกล่าวอย่างชื่นชม
คังอิงกลอกตาไปมาแล้วพูดยิ้มๆ “ฉันมีวิธีดีๆ ที่จะทำให้คุณกำจัดอู๋ฮวนได้นะ”
“วิธีอะไรเหรอ?” สือเจียงหย่วนถามขึ้น
“ก็แนะนำคู่ครองดีๆ ให้เขาสิ!” คังอิงพูดจบก็หัวเราะออกมา เธอรู้สึกว่าวิธีการนี้ไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลเท่าไหร่
“อย่าเลย ผู้หญิงแบบนั้นใครแต่งกับเธอรังแต่จะมีภัย ถ้าผมแนะนำคู่ครองให้เธอ จะไม่เท่ากับผมทำร้ายคนอื่นเหรอ” สือเจียงหย่วนกล่าวพูดอย่างดูแคลน
“นั่นสินะ” คังอิงคิดในใจว่า หากอู๋ฮวนตกหลุมรักสือเจียงหย่วนแบบนี้แล้ว บรรดาชายหนุ่มในอำเภอเล็กๆ อย่างอำเภอหลี่ว์คงไม่เข้าตาเธออีก
พูดตามตรง ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาติปัจจุบันนี้ สือเจียงหย่วนเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเจอ เขาทั้งตรงไปตรงมาและสง่าผ่าเผย แต่ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกแบบผู้ชายนั้น กลับมีจิตใจที่อ่อนโยนและละเอียดอ่อน
ดังนั้นในสายตาของคังอิง อู๋ฮวนไม่มีทางคู่ควรกับเขาได้เลย
เมื่อสือเจียงหย่วนกลับไปถึงบ้านของน้ารอง ชุยซิ่วถิงที่แทบรอไม่ไหวรีบถามเขา “เป็นยังไงบ้างเจียงหย่วน? คุยกับผู้หญิงคนนั้นถูกคอไหม? น้าจะบอกอะไรให้นะ หากหลานรู้สึกดีกับหล่อน ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องที่น้าเคยแนะนำหล่อนกับน้องชายของหลาน หลานตามสบายเลยนะ”
เมื่อสือเจียงหย่วนได้ฟังแบบนั้น เขาก็รู้สึกว่าน้ารองเหมือนแม่แท้ๆ ของเขา นับสิบๆ ปีจนถึงตอนนี้เธอดูแลเขาดีพอๆ กับลูกชายแท้ๆ ของตัวเอง สือเจียงหย่วนที่รู้สึกซาบซึ้งใจจึงพูดพลางยิ้ม “ไม่ต้องกังวลไปครับน้ารอง ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเลยสักนิด ที่ผมนัดเจอกับเธอ ก็แค่ต้องการอธิบายเรื่องนี้ให้เธอเข้าใจ เพื่อไม่ให้เธอคิดฟุ้งซ่าน
อีกอย่าง ลูกชายของอาสะใภ้หงก็ทำงานเป็นลูกน้องพ่อเธอ ผมกลัวว่าเธอจะทำไม่ดีกับอาหง”
“เจียงหย่วน หลานยังนึกทบทวนเรื่องพวกนี้รอบคอบรอบกว่าน้า พอหลานพูดขึ้นมาน้าถึงนึกได้ว่าลูกชายของหงเหมยฮวาทำงานอยู่ที่สำนักงานการศึกษาจริงๆ หลานชักจะเหมือนกับพ่อของหลานมากขึ้นทุกที เป็นคนใส่ใจและคิดถึงคนอื่นอยู่เสมอ” ชุยซิ่วถิงกล่าวอย่างชื่นชม
แม้ว่าพ่อของสือเจียงหย่วนจะเป็นคนใหญ่คนโต แต่เขาก็เป็นคนทำอะไรพิถีพิถันและละเอียดรอบคอบ แผนกของเขาไม่ได้โดดเด่นเท่าแผนกอื่นๆ แต่กลับเป็นแผนกสำคัญที่เชื่อมโยงทุกฝ่ายไว้ด้วยกัน สำคัญกว่าบางแผนกที่เบื้องหน้าดูเหมือนยิ่งใหญ่มีอำนาจ ดังนั้นคนที่ทำงานในแผนกแบบนี้จะต้องเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบและอดทน
จากเหตุการณ์นี้ ชุยซิ่วถิงได้รู้ว่าสือเจียงหย่วนมีพรสวรรค์แบบเดียวกับพ่อของเขาแฝงอยู่โดยไม่คาดคิด
เมื่อวานตอนที่หงเหมยฮวาแนะนำอู๋ฮวนให้รู้จักกับสือเจียงหย่วน ตอนนั้นชุยซิ่วถิงแค่คิดว่าสือเจียงหย่วนจะชอบอู๋ฮวนหรือเปล่า เธอไม่ได้คิดถึงเลยว่าที่หงเหมยฮวากัดฟันมาเป็นแม่สื่อ เพราะกลัวว่าลูกชายของตนเองจะลำบากตอนทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของอู๋ต๋าซาน
พอชุยซิ่วถิงคิดถึงเรื่องที่หงเหมยฮวายอมขายสือเจียงหย่วนและตัวเธอเพื่อลูกชายของ ในใจก็รู้สึกกรุ่นโกรธ ในใจคิดว่าจะขีดเส้นความสัมพันธ์กับหงเหมยฮวา ตัดสินใจว่าต่อไปเธอจะไม่ติดต่อกับหงเหมยฮวาอีก
“น้ารอง เรื่องนี้ถือว่าคลี่คลายด้วยดีแล้วครับ” สือเจียงหย่วนที่เห็นว่าสีหน้าของน้ารองไม่ค่อยดีเอ่ยปลอบโยน
ชุยซิ่วถิงเห็นสือเจียงหย่วนเป็นเหมือนลูกชายคนหนึ่งมาโดยตลอด เธอรู้สึกเสียใจที่ตนเองตกหลุมพรางของหงเหมยฮวา จึงถอนหายใจแล้วบอกว่า “เจียงหย่วน อายุขนาดนี้แล้วก็ควรจะหาแฟนได้แล้วนะ ครั้งก่อนเชี่ยนเชี่ยนบอกว่าเห็นหลานพาสาวสวยคนหนึ่งซ้อนท้ายจักรยาน ไม่งั้นหลานพาเธอมาให้พวกเราเจอหน่อยดีไหม?”
หลังจากที่สือเจียงหย่วนบอกว่าเขาจะไปเจออู๋ฮวน ชุยซิ่วถิงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก จึงโทรศัพท์ไปหาพี่สาวที่เมืองหลวงแล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับสือเจียงหย่วนให้อีกฝ่ายฟัง
คิดไม่ถึงว่า ชุยฮุ่ยเสียน พี่สาวที่ดูอ่อนโยนและเรียบร้อย พอได้ยินเรื่องแฟนของสือเจียงหย่วนก็พูดขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว เธอบอกว่า “ถ้าเจียงหย่วนอยากหาแฟนก็ถือว่าเป็นเรื่องดี การที่ตระกูลสือจะหาลูกสะใภ้ พวกเราไม่สนใจเรื่องความสามารถหรือชาติตระกูลหรอก ขอแค่เข้ากับเจียงหย่วนได้ก็พอ”
ตอนนั้นเอง ชุยซิ่วถิงค่อยรู้ว่าพี่สาวของเธออยากให้ลูกชายแต่งงานมากแค่ไหน
ก่อนหน้านี้ขอแค่คนตระกูลสือพูดเรื่องแต่งงานต่อหน้าสือเจียงหย่วน เขาก็จะทำหน้าบูดบึ้ง หรือไม่ก็เดินหนีไปเลย เพราะเป็นแบบนั้นจึงไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้กับเขา
นึกไม่ถึงว่าสือเจียงหย่วนจะยอมไปดูตัวที่อำเภอหลี่ว์แห่งนี้ ทำเอาชุยฮุ่ยเสียนแทบทนไม่ไหวขอให้น้องสาวเล่ารายละเอียดการดูตัวให้ฟัง
ชุยซิ่วถิงเพิ่งจะวางสาย สือเจียงหย่วนก็กลับมาถึงบ้านพอดี แถมเขายังบอกอีกว่าการดูตัวกับอู๋ฮวนนั้นล้มเหลวไม่เป็นท่า
ชุยซิ่วถิงนึกถึงน้ำเสียงอันตื่นเต้นของพี่สาว เธอจึงไม่รู้จะบอกเล่ากับอีกฝ่ายยังไงดี จึงได้แต่รวบรวมความกล้าแล้วลองถามหยั่งเชิงดูว่าสือเจียงหย่วนมีแฟนแล้วหรือยัง
“น้ารอง วางใจเถอะครับ สุดท้ายแล้วผมก็ต้องมองหาแฟนแน่ๆ เอาไว้ถึงเวลาที่เหมาะสม ผมจะพาเธอมาเจอนะครับ” สือเจียงหย่วนพูดแบ่งรับแบ่งสู้
ชุยซิ่วถิงได้ฟังแบบนั้น รู้สึกว่าครั้งนี้ถือว่ามีความคืบหน้า ในที่สุดหลานชายของเธอก็พูดถึงเรื่องการพาแฟนกลับมาให้พวกเขาดูแล้ว
ชุยซิ่วถิงรู้สึกตื้นตันใจจนน้ำตาแทบไหล เธอบอกว่า “พวกเราที่เป็นแม่ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก แค่อยากให้ลูกๆ รีบหาแฟน แล้วแต่งงานสร้างครอบครัว ต่อไปก็ไม่มีอะไรต้องห่วง”
สือเจียงหย่วนพยักหน้าแล้วปลอบโยนน้ารองของตน “ผมเข้าใจครับ แต่ว่าผู้ชายน่ะต้องสร้างเนื้อสร้างตัวก่อนถึงค่อยสร้างครอบครัว ตอนนี้ผมยังไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ไม่อาจให้ชีวิตที่ดีๆ กับคนอื่นได้ เพราะแบบนี้ผมเลยคิดว่ารอให้ผมประสบความสำเร็จก่อนจะดีกว่า ก่อนหน้านี้ผมเคยบอกพ่อกับแม่หลายครั้งแล้ว แต่พวกเขาไม่เชื่อ เอาแค่คิดว่าผมกำลังหาข้ออ้าง ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย”
เมื่อเห็นน้ารองห่วงใยตนเองเช่นนี้ สือเจียงหย่วนก็พลันรู้สึกตื้นตันใจ เขาจึงเปิดใจพูดกับน้ารอง
บางครั้งสือเจียงหย่วนก็รู้สึกว่า หากให้น้ารองเข้าใจเขาขึ้นมาได้ น้าคงจะไม่พูดเรื่องแต่งงานกับเขาอีก แบบนี้เขาจะได้ไม่กดดันด้วยเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้าพวกนี้อีก