วันนี้ว่านฮวนอารมณ์ดีมากเมื่อนับวันดูแล้วพบว่ายังไม่ถึงครึ่งเดือนเลยนับั้แ่นางบรรลุเข้าสู่นักยุทธ์ระดับเจ็ด แต่ผลงานของนางในงานประลองรอบแรกของศิษย์ระดับสูงก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็อัจฉริยะ! นางสามารถเอาชนะนักยุทธ์ระดับแปดหลายสิบคนและนักยุทธ์ระดับเก้ามาได้สองคนทำให้เข้าสู่การประลองขั้นที่สองด้วยคะแนนรวมเป็อันดับที่สี่ของกลุ่ม!
“อ้าว นั่นคุณหนูว่านนวลนางแห่ง์ที่เพิ่งทิ้งคู่หมั้นของตนเองไปไม่ใช่หรือ? ลือกันว่าคุณหนูว่านสามารถคว้าอันดับสี่ของกลุ่มในการทดสอบของศิษย์ระดับสูงมาได้จุ๊ๆ พลังของนางน่าทึ่งก็จริงอยู่ แต่น่าเสียดายที่มีตากลับหามีแววไม่ปฏิบัติต่อสุดยอดอัจฉริยะที่ไม่เคยปรากฏมานานนับพันปีของสำนักราวกับอีกฝ่ายเป็ขยะและยังบีบบังคับให้เขาถอนหมั้นอีกด้วย เดิมทีข้าไม่เข้าใจหรอกว่า ‘ตาไม่มีแวว’ หมายความว่าอย่างไรทว่าตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว!” สตรีสามคนที่สวมชุดศิษย์ระดับสูงเดินเข้ามาจากนั้นหญิงสาวที่อยู่ตรงกลางก็กล่าวด้วยสีหน้าเยาะเย้ย!
ว่านฮวนทำสีหน้าเ็าและเมินเฉยเดินจากไปอย่างรวดเร็ว! กระทั่งครึ่งชั่วยามต่อมา ว่านฮวนก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อนางกลับมาถึงห้องของตนเอง นางก็ปัดแจกันสองใบที่วางอยู่บนโต๊ะร่วงลงพื้นใบหน้างดงามของนางเต็มไปด้วยสีหน้าดุร้าย “เ้าแซ่เซียว เ้าช่างใจร้ายนักก่อนจะยกเลิกการหมั้นหมาย เ้าทำตัวเป็คนอ่อนแอและขี้ขลาดแต่หลังจากยกเลิกการหมั้นแล้ว เ้ากลับพัฒนากลายเป็ดาวเด่นกลายเป็สุดยอดอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ทันที เ้าคิดจะทำอะไรกันแน่? จงใจทำให้ว่านฮวนคนนี้ต้องอับอายงั้นรึ...”
…
“ศิษย์พี่เจี้ยนโปรดไว้ชีวิตด้วย!” จ้าวซานเต๋อและไช่ิหน้าซีดเผือด
“อย่าหาว่าข้าไม่ให้โอกาสพวกเ้า จงตัดสินใจเลือกด้วยตนเองว่าพวกเ้าจะไปทีู่เาหลังสำนักเพื่อเป็อาหารหมาป่ากระหายเืหรือพวกเ้าสองคนจะระเห็จออกจากสำนักไปเอง? เลือกเอา!”น้ำเสียงของจ้าวิเจี้ยนเย็นะเือย่างยิ่ง!
“ออกเองขอรับศิษย์พี่เจี้ยน พวกเราจะขอออกจากสำนักพรุ่งนี้พวกเราจะไปขอลาออก!” เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้แล้วเพื่อเอาชีวิตรอด ทั้งคู่จึงเลือกได้เพียงอย่างหลังเท่านั้น!
“เช่นนั้นก็ไสหัวไปซะ!” จ้าวิเจี้ยนตะคอกอย่างเ็า!
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ล้มลุกคลุกคลานออกไปด้วยความเร็วสูง
“ปัง!” จ้าวิเจี้ยนทุบโต๊ะที่อยู่ใกล้ตัว ทุบซ้ำจนมันหักเป็ชิ้นๆกระนั้นความโกรธบนใบหน้าของเขาก็ยังคงอยู่ “หนิวซาน เ้ากล้าทำร้ายหนิวซานงั้นหรือเ้าเด็กแซ่เซียว ข้าจะต้องล้างแค้นแทนหนิวซานให้จงได้!”
...
หอคอยิญญาเมฆา์เก้าชั้น!
นี่คือสนามทดสอบสำหรับศิษย์ทุกคนที่สามารถเข้าสู่ขั้นที่สองของสำนักมาได้!
หอคอยิญญาเมฆา์เก้าชั้นมีความสูงเก้าชั้นตามชื่อ โดยแต่ละชั้นมีความสูงห้าจั้ง รวมทั้งหมดสี่สิบห้าจั้งถือเป็สิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในสำนักิญญาเมฆา!
หอคอยิญญาเมฆา์เก้าชั้นจะเปิดใช้งานเฉพาะ่ที่มีงานประลองประจำปีของสำนักเท่านั้นมีทางเข้าทั้งหมดสามทาง ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศใต้!ทางเข้าด้านทิศตะวันออกจะอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ซึ่งเป้นสถานที่สำหรับศิษย์ระดับล่างที่เป็นักยุทธ์ระดับหนึ่งถึงสามได้เข้ารับการทดสอบส่วนทางเข้าด้านทิศตะวันตกอยู่ที่ชั้นสาม สำหรับศิษย์ระดับกลางที่เป็นักยุทธ์ระดับสี่ถึงหกได้เข้ารับการทดสอบและทางเข้าทิศใต้อยู่ที่ชั้นห้า เป็ทางเข้าสำหรับศิษย์ระดับสูงที่เป็นักยุทธ์ระดับเจ็ดถึงเก้าได้เข้ารับการทดสอบ!
โดยแต่ละชั้นในหอคอยจะเป็ทางเดินวนไปรอบๆชั้นแรกจะยาวถึงสองกิโลเมตร และในทุกๆ ชั้นระยะทางจะเพิ่มขึ้นอีกสองกิโลเมตร!
การทดสอบในหอคอยิญญาเมฆา์เก้าชั้นจะเริ่มขึ้นพร้อมกันทั้งหมดโดยหลังจากที่เข้ามาแล้ว ผู้เข้ารับการทดสอบแต่ละคนจะเข้าสู่พื้นที่มิติลวงตาทำให้แยกจากกันโดยสมบูรณ์ ต้องฆ่าสัตว์อสูรมายาทุกตัวที่พบระหว่างทางเดินเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าไปยังห้องลับที่อยู่ตรงจุดสิ้นสุดทางเดินของแต่ละชั้นเพื่อพักผ่อนและใช้ฝึกวิชาได้หลังจากปรับสภาพตนเองให้อยู่ในสภาวะที่พร้อมที่สุดแล้วค่อยเข้าสู่การทดสอบในชั้นถัดไปภายในระยะเวลาที่กำหนด!
สัตว์อสูรมายาในหอคอยิญญาเมฆา์เก้าชั้นล้วนเป็แค่ภาพลวงตามีจำนวนั้แ่สิบถึงเก้าสิบตัว และจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในแต่ละชั้น ชั้นละสิบตัว!ระดับพลังของสัตว์อสูรมายาในแต่ละชั้นเทียบได้กับนักยุทธ์ระดับหนึ่งถึงเก้า!แต่แน่นอนว่าจำนวนสัตว์อสูรมายาที่อยู่ในระดับสูงสุดมีไม่เกินสามตัว!กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ในบรรดาสัตว์อสูรมายาในชั้นเก้า ทั้งเก้าสิบตัวจะมีตัวที่มีพลังเทียบเท่านักยุทธ์ระดับเก้าเพียงสามตัวเท่านั้นที่เหลือจะเป็สัตว์อสูรมายาที่มีพลังยุทธ์ระดับต่ำกว่าเก้า ซึ่งก็คือหกถึงแปด! ความแตกต่างระหว่างพลังของสัตว์อสูรมายาที่อยู่ต่ำสุดและสูงสุดในชั้นเดียวกันห่างกันสูงสุดเพียงสามระดับ!
สถิติที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์คือการผ่านไปถึงชั้นที่หก!ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นั้แ่เมื่อสองร้อยปีก่อนโดยอัจฉริยะที่มีอายุไม่ถึงสิบเอ็ดปีเป็ศิษย์ระดับต่ำขั้นนักยุทธ์ระดับสามที่สามารถผ่านไปั้แ่ชั้นหนึ่งจนถึงชั้นหกได้!
ระดับพลังของสัตว์อสูรมายาที่อยู่ในหอคอยิญญาเมฆา์เก้าชั้นค่อนข้างตายตัวแต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้างในด้านของความแข็งแกร่งความแตกต่างนี้จะผันแปรไปตามตัวของผู้เข้ารับการทดสอบที่มีอายุต่างกัน
ทุกหนึ่งปีที่อายุของผู้เข้าทดสอบเพิ่มขึ้นพลังของสัตว์อสูรมายาก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นหมายความว่ายิ่งแก่มากเท่าไรสัตว์อสูรมายาที่ต้องเผชิญก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
ยกชั้นที่ห้าเป็ตัวอย่างหากผู้ที่อายุน้อยสุดของบรรดาศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบคือสิบสามปีและอายุมากสุดคือสิบห้าปีความแข็งแกร่งสูงสุดของสัตว์อสูรมายาที่ศิษย์อายุสิบสามปีต้องเผชิญโดยพื้นฐานแล้วจะอยู่ที่ขั้นต้นของนักยุทธ์ระดับห้า ในขณะที่ศิษย์อายุสิบสี่ปีคือขั้นกลางของนักยุทธ์ระดับห้าและศิษย์อายุสิบห้าปีจะต้องเจอกับสัตว์อสูรมายาขั้นสูงเทียบได้กับนักยุทธ์ระดับห้า
เวลาเก้าโมงเช้าตามคำสั่งของเ้าสำนักชื่อ!
ศิษย์จำนวนหลายพันคนจากทั้งห้าเขตเดินทางมาเข้าร่วมการทดสอบขั้นสองพากันกรูเข้าไปในหอคอยิญญาเมฆา์เก้าชั้นจากทางเข้าทั้งสามทางราวกับฝูงตั๊กแตน
“ฟิ้ว” แสงหนึ่งปรากฏวูบวาบ!
เซียวหลิงอวิ๋นร่อนลงมายืนอยู่ตรงหน้าทางเข้าชั้นสามของหอคอยมองไปยังทางเดินยาวเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกสนใจอย่างยิ่ง!เพียงยืนอยู่ที่ทางเข้าก็ััได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆของยาสมุนไพรที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศแล้ว
อัตราส่วนของเวลาที่ไหลผ่านในหอคอยิญญาเมฆา์เก้าชั้นต่อเวลาภายนอกคือสองต่อหนึ่ง หมายความว่าเมื่อเวลาผ่านไปสองชั่วยามในหอคอยเท่ากับเวลาในโลกภายนอกผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น!สิ่งที่สำคัญที่สุดคือภายในหอคอยนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายพลังิญญาจากยาวิเศษซึ่งเป็ประโยชน์ต่อร่างกายของนักยุทธ์ ยิ่งขึ้นไปบนหอคอยชั้นสูงมากเท่าไรกลิ่นอายพลังิญญาก็จะยิ่งเข้มข้นมากขึ้นเท่านั้นยิ่งช่วยขัดเกลาให้ร่างกายของนักยุทธ์ทวีความแข็งแกร่งขึ้นไปอีก!
การอยู่ในหอคอยหนึ่งวันั้แ่ชั้นที่หนึ่งไปถึงชั้นที่เก้าเทียบเท่ากับการฝึกวิชาอย่างหนักในโลกภายนอกเป็เวลาสี่ถึงยี่สิบวัน!นี่ถือเป็รางวัลพิเศษสำหรับบรรดาศิษย์ทุกคนที่สามารถผ่านเข้าสู่การทดสอบขั้นที่สองได้
เมื่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆกลิ่นอายพลังิญญาในอากาศก็แปรสภาพเป็พลังงาน แทรกซึมเข้าไปในร่างกายหลังจากหลับตาและสูดลมหายใจเข้าออกอยู่สักพักเซียวหลิงอวิ๋นก็ลืมตาขึ้นใบหน้าของเขาอิ่มเอมมากด้วยวิชาระดับเทพที่เขาใช้ฝึกฝนตลอดมา เมื่ออยู่ในหอคอยแห่งนี้ ลำพังชั้นที่สามเพียงชั้นเดียวก็ทำให้เขาสามารถฝึกฝนจนรุดหน้าไปได้มากกว่าตอนอยู่ในโลกภายนอกถึงสิบห้าเท่า!ยิ่งขึ้นไปชั้นสูงมากเท่าไร ผลของมันก็จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น!
โอกาสอันดีที่จะได้ฝึกตนในสถานที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้เป็สิ่งที่ไม่ควรพลาดไปอย่างเปล่าประโยชน์ด้วยประการทั้งปวง!
เซียวหลิงอวิ๋นที่อารมณ์ดีก้าวเดินไปข้างหน้าหลังจากเดินไปได้ประมาณห้าสิบเมตรเบื้องหน้าห่างจากเขาประมาณสิบเมตรเซียวหลิงอวิ๋นมองเห็นแสงเงาทรงลูกบอลสีเทามันเริ่มเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็หมูป่าตัวใหญ่อย่างรวดเร็ว!
หมูป่าสัตว์อสูรมายาตัวแรกที่ปรากฏบนชั้นสามคือหมูป่า!เซียวหลิงอวิ๋นสามารถบอกได้ทันทีว่าระดับพลังของหมูป่านั้นอย่างมากสุดก็แค่นักยุทธ์ระดับสอง!
พวกสัตว์อสูรมายาในชั้นสามอย่างมากก็คงไม่เก่งกาจเกินไปกว่านักยุทธ์ระดับสาม! สำหรับเซียวหลิงอวิ๋นแล้วอย่าว่าแต่อีกฝ่ายจะโจมตีแค่ตัวเดียวเลยต่อให้เข้ามาพร้อมกันแปดถึงสิบตัวก็ไม่นับเป็ภัยคุกคามสำหรับเขา!
ในขณะที่เดินขึ้นไปดาบใหญ่เหล็กดำที่ถูกชักออกมาก็วาดโค้งกลางอากาศ ฟาดใส่หัวหมูป่าพร้อมกับเสียง ‘ฉับ’ เ้าหมูป่าส่งเสียงกรีดร้องที่สมจริงออกมา “โอ๊ก!” ชั่วขณะต่อมา หมูป่าก็ล้มลงไปกองกับพื้นดังตุบแล้วสลายหายไปกลายเป็ประกายแสง!
เซียวหลิงอวิ๋นก็เดินต่อไปอย่างสบายๆเมื่อพบกับสัตว์อสูรมายา เขาจะต่อยหมัดซ้ายออกไป ทำให้สัตว์อสูรมายาะเิเป็ควันหรือกระเด็นไปบ้าง ไม่ก็ฟันด้วยดาบใหญ่ในมือขวาทำให้สัตว์อสูรมายาล้มลงไปกองกับพื้นแล้วสลายหายไป!
ด้วยเวลาเพียงเพียงครึ่งชั่วก้านธูปเซียวหลิงอวิ๋นสังหารสัตว์อสูรมายาไปแล้วทั้งหมดสามสิบตัวที่ชั้นสาม!เมื่อมาถึงห้องลับตรงสุดทางเดินของชั้นสามความเข้มข้นของกลิ่นอายิญญาภายในห้องลับมีความเข้มข้นกว่าตรงทางเดินข้างนอกอย่างเห็นได้ชัด!
เคล็ดวิชามหาเทพโกลาหลถูกเรียกใช้อีกครั้งพลังิญญาที่อัดแน่นปะปนอยู่กับยาวิเศษในห้องลับราวกับผีเสื้อกลางคืนนับพันที่หลงทางในค่ำคืนอันมืดมิดพวกมันซึมซับเข้าไปในกายของเซี่ยวหลิงอวิ๋นราวกับผีเสื้อกลางคืนบินเข้าหาแสงไฟทันทีพลังกายและพลังยุทธ์ที่ถูกใช้ไปฟื้นคืนอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่ทำให้นักยุทธ์คนอื่นต้องตกตะลึง!กลิ่นอายพลังจากยาวิเศษแทรกซึมเข้าไปในกล้ามเนื้อและกระดูก บำรุงกล้ามเนื้อเสริมสร้างกระดูก ทำให้พลังปราณและเืไหลเวียนดีขึ้น!
การทดสอบขั้นสองนี้จะกินเวลาสามวันของโลกภายนอกและหกวันภายในหอคอย! แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยกินเวลาถึงสามวันจริงๆเลยนี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับให้ศิษย์ฝึกวิชาแต่อย่างใด แต่มีไว้สำหรับทดสอบเพราะฉะนั้นการทดสอบเพื่อหาหนึ่งร้อยหกสิบคนแรกของเขตใต้! ขอเพียงเหลือศิษย์หนึ่งร้อยหกสิบคนอยู่ในหอคอยการทดสอบก็จะสิ้นสุดลงทันที!ทำให้เวลาทดสอบอาจจะสั้นลงเหลือเพียงหนึ่งถึงสองวันครึ่งอย่างการทดสอบนี้ในครั้งที่ผ่านมาส่วนมากจะกินเวลาแค่ประมาณสองวันเท่านั้น
เซียวหลิงอวิ๋นวางแผนเอาไว้ว่าจะอยู่ให้ถึงสี่วันในหอคอย!ด้วยความแข็งแกร่งที่เขามีอยู่ ตัวเขาสามารถผ่านชั้นสามถึงหกไปได้อย่างแน่นอนและน่าจะสามารถผ่านชั้นที่เจ็ดถึงแปดไปได้ด้วยความมั่นใจในระดับหนึ่ง!แต่สำหรับชั้นเก้าแล้ว คงกล่าวได้เลยว่ายาก! เพราะยังไม่เคยมีผู้ใดผ่านด่านแล้วลงมาบอกเล่าใช้ในการอ้างอิง!
ขอเพียงตัวเขาสามารถผ่านชั้นที่แปดไปได้เขาก็จะสามารถสร้างสถิติใหม่ของศิษย์ระดับกลางให้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของสำนักได้แล้วนอกจากนี้สถิติของศิษย์ระดับกลางย่อมมีค่ามากกว่าศิษย์ระดับล่างอย่างไม่ต้องสงสัย!
ตามกฎระยะเวลาสูงสุดที่สามารถอยู่ได้ในแต่ละชั้นคือสิบสองชั่วยาม หรือก็คือหนึ่งวันเต็ม!ยิ่งจำนวนชั้นมากเท่าไร ผลของการฝึกตนที่ได้ก็จะยิ่งดีขึ้นและประสิทธิภาพก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย!
สัตว์อสูรมายาบนชั้นสามถึงห้าไม่ได้เป็ภัยคุกคามใดๆต่อเขาเลย เซียวหลิงอวิ๋นสามารถรุดไปข้างหน้าตลอดทางโดยไม่อะไรมาหยุดยั้งเขาได้เพื่อให้เป็ไปตามแผนที่วางเอาไว้เขารีบมุ่งหน้าไปที่ชั้นหกด้วยเวลาเพียงหกชั่วยามเท่านั้น!