ทันใดศัตรูตัวใหญ่ก็คำรามก้องออกมาทำให้มือสังหารที่เฝ้าอยู่ตามทางเดินคุกใต้ดินต่างพากันวิ่งออกมายังลานที่ทั้งห้าคนยืนอยู่คาร์ลเห็นแคเรนชักดาบสั้นออกจากฝักแล้วบังคับให้ดาบพุ่งอย่างเร็วผ่านด้านข้างของไกอัสทากัส และเกร็น ที่กำลังสู้กับหัวหน้าของพวกมือสังหารของกองทัพะ
ดาบสั้นวิ่งทะลุหัวใจบนร่างของพวกมือสังหารของกองทัพะทีละคนที่กำลังต่อแถวกันเดินผ่านทางแคบๆเข้ามาในลานสุสาน ทำให้มันหยุดการเคลื่อนไหวและล้มทับกันเป็แถวเพราะดาบสั้นอาบยาคืนชีวิตเอาไว้
หลังจากดาบสั้นจัดการมือสังหารของพวกกองทัพะที่กำลังจะเดินเข้ามาจนหมดแคเรนก็ควบคุมดาบสั้นให้มันบินกลับมาหาเธอในขณะที่เกร็นซึ่งดึงผ้ารั้งคอศัตรูร่างใหญ่เอาไว้เริ่มอ่อนแรงเพราะไกอัสกับทากัสฆ่ามันไม่ได้สักที
ศัตรูร่างใหญ่รู้สึกว่าผ้าคลุมที่คอเริ่มหย่อนลงจึงดึงผ้าออกจากมือของเกร็นแล้วขว้างใส่แคเรนที่กำลังเก็บดาบสั้นของตนเองเข้าฝักโดยไม่ทันสังเกตเห็นแม้ผ้าคลุมจะดูเหมือนน้ำหนักเบาแต่ที่จริงแล้วโลหะวิสทานัมที่เป็ของเหลวนั้นมีน้ำหนักมากกว่าตอนเป็ของแข็งยิ่งมีความเข้มข้นมากเท่าไรก็ยิ่งมีน้ำหนักมากเท่านั้น
ดังนั้นผ้าคลุมในตอนนี้จึงเปรียบเสมือนหินหนักร้อยกิโลกรัมที่ถูกขว้างใส่แคเรนซึ่งไม่ทันระวังตัว
“ท่านหญิงระวัง” เสียงของไกอัสะโเรียกทำให้แคเรนหันมอง เมื่อเห็นผ้าคลุมลอยใส่หน้าเธอเธอก็รีบยกแขนปิดบังใบหน้าตามสัญชาตญาณ
ตอนนั้นเองที่คาร์ลเดินมายืนบังอยู่ด้านหน้าแคเรนเขารู้ดีอยู่แล้วว่าผลจากการใช้พลังของพันธะไอรอนบอนด์ต่อหน้าตระกูลอัศวินทั้งสามอย่างชาฟเวิร์นสตรองวอลล์และเซาธ์เทินเบิร์กครั้งนี้จะต้องย้อนกลับมาเล่นงานเขาในภายหลังอย่างแน่นอนดวงตาของเขากลายเป็สีแดงเืก่อนที่โลหะวิสทานัมเหลวบนผ้าคลุมจะไหลพรากลงมากองรวมกันอยู่บนพื้นอย่างรวดเร็วราวกับแอ่งน้ำเล็กๆสีเงิน
ผ้าคลุมที่ถูกขว้างมากลายเป็ผ้าคลุมทำจากผ้าธรรมดาไม่มีอันตรายใดๆอีก คาร์ลรับผ้าคลุมเอาไว้ด้วยมือ
ในขณะเดียวกันเกร็นที่มือว่างแล้วรีบหยิบมีดสั้นขึ้นมาเทยาสมุนไพรซึ่งลงอาคมตัดพันธะเอาไว้เขาแทงมีดใส่ศัตรูตัวใหญ่จากทางด้านหลังทำให้มันหยุดเคลื่อนไหวในทันทีไกอัสกับทากัสที่กำลังพยายามใช้ดาบถ่วงมันไม่ให้เดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างลำบากเมื่อเห็นมันยืนแน่นิ่งไปก็ปล่อยมือออกจากดาบอย่างหมดแรง
“เ้าทำยังไงมันถึงตายได้เนี่ย”ทากัสเงยหน้าถามเกร็นทั้งที่ยังเหนื่อยหอบ
เกร็นส่ายหน้าตอบเขา“มันไม่ได้ตาย แค่พันธสัญญาทาสถูกตัดขาด ก็เลยขยับไม่ได้”
“แล้วต้องทำยังไงถึงจะฆ่ามันได้ล่ะยาคืนชีวิตใช้กับมันไม่ได้ผล”
“ตอนนี้มันถูกตัดพันธสัญญาทาสแล้วแค่ตัดหัวมันก็พอ”
หลังจากได้คำตอบจากเกร็นไกอัสก็ใช้ดาบตัดหัวของศัตรูตัวใหญ่จนขาดกระเด็นท่ามกลางสายตาตกตะลึงของสหายทั้งหมดในที่นั้น
เมื่อจัดการศัตรูตัวใหญ่ได้ไกอัสก็เดินจ้ำอ้าวนำหน้าเกร็นและทากัสตรงไปทางแคเรนกับคาร์ลไกอัสชี้ดาบใส่หน้าคาร์ลก่อนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก
“เ้าเป็ใครทำไมใช้พลังควบคุมโลหะวิสทานัมได้”
“หยุดนะ”
แคเรนรีบะโแทรกขึ้นก่อนปราดเข้ามาขวางหน้าคาร์ลเอาไว้ไกอัสเห็นแคเรนเข้าใกล้คมดาบก็รีบลดดาบลงแล้วกล่าวกับเธอ
“ท่านหญิงหลบไปเ้านี่มันคนทรยศ”
“คนทรยศอะไรเขาอยู่กับข้าตลอดเวลาแล้วจะทรยศได้ยังไง”
“อาวุธที่เ้าศพั์เมื่อครู่ใช้คือโลหะวิสทานัมโลหะวิสทานัมมีใช้แค่ภายในอาณาจักรลอฟท์เรีย และไม่อนุญาตให้ซื้อขายกับชาวต่างถิ่นถ้าไม่ใช่คนใกล้ตัวราชวงศ์หรือตระกูลอัศวิน คงหาทางลักลอบขนออกไปไม่ได้ง่ายๆ แน่”
“มือสังหารของกองทัพะเข้าออกอาณาจักรลอฟท์เรียได้อย่างอิสระขนาดนี้ยังคิดว่าไม่มีโอกาสที่พวกมันจะขนอาวุธทำจากโลหะวิสทานัมออกไปได้งั้นหรือ”แคเรนเถียงกลับทันที
“ท่านหญิงอาวุธที่ทำจากโลหะวิสทานัมมีขายเฉพาะในร้านขายอาวุธที่มีตราของตระกูลอีสตันบูลและจำนวนที่ถูกขายไปก็ต้องถูกบันทึกเอาไว้ด้วย” เกร็นกล่าวแทรกขึ้น
“แล้วตอนที่มือสังหารปะทะกับทหารของเราไม่มีโอกาสที่มันจะขโมยเอาไปได้เลยหรือไง”
“จำนวนมันมากเกินกว่าจะบอกว่าเป็การขโมยนะครับศพมือสังหารที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดใช้มีดทำจากโลหะวิสทานัมทั้งสิ้น”ทากัสช่วยยืนยันอีกเสียงหนึ่งทำให้แคเรนเริ่มเถียงไม่ออก
“แต่คาร์ลเป็คนของข้าข้าไม่อนุญาตให้พวกท่านเอาชีวิตของเขา”
“ท่านหญิง”น้ำเสียงของไกอัสเข้มขึ้นแต่แคเรนยังจ้องมองเขาด้วยสายตาแน่วแน่ราวกับจะยืนยันคำเดิม
คาร์ลที่ยืนฟังอยู่นานแล้วดึงตัวแคเรนให้ถอยไปยืนอยู่ด้านข้างเขาแทนเขามองไกอัสก่อนจะกล่าวด้วยสายตาเด็ดเดี่ยวไม่มีความเกรงกลัว
“ในเมื่อท่านหญิงยืนกรานจะให้ข้ามีชีวิตอยู่ข้าก็จะทำตามนั้น” คาร์ลกล่าวพลางมองหน้าไกอัสนิ่ง “ข้ารู้อยู่แล้วว่าการใช้พลังต่อหน้าพวกเ้ามีผลอย่างไรและเต็มใจจะยอมรับมันด้วย”
“ถ้างั้นตอบคำถามข้ามาเ้าเป็ใคร”
ไกอัสยกคมดาบจ่อหน้าคาร์ลอีกครั้งแต่ั์ตาสีมรกตของเขาไม่ฉายแววของความสั่นกลัวเลยแม้แต่น้อย
“ข้าไม่เคยมีนามที่ถูกตั้งโดยผู้ให้กำเนิด...”
คาร์ลหยุดนิดหนึ่งกำลังชั่งใจหากเขาบอกความจริงเื่ที่ตัวเองคือเด็กต้องห้ามของตระกูลเวนดีส แรนดัลซึ่งเป็พ่อบุญธรรมที่รับเลี้ยงเขาไว้จะต้องเดือดร้อนไปด้วยอย่างแน่นอนเขาจึงตัดสินใจโกหก
“ข้าเป็คนต่างถิ่นที่ถูกขายมาเป็ทาสจนกระทั่งท่านแรนดัล พาฟเนอร์ ซื้อตัวข้ามาเพื่อรับใช้ท่านหญิงและข้าไม่เคยรู้ตัวด้วยว่าสามารถรับพันธะไอรอนบอนด์ได้ จนกระทั่งได้ดื่มเืของท่านหญิงโดยบังเอิญตอนที่นางาเ็”
“ที่จริงข้าเคยได้ยินเื่ของบุคคลหายากที่สามารถทำพันธสัญญากับราชวงศ์ของอาณาจักรอื่นๆได้พร้อมกัน ถ้าใกล้ตัวพวกเราก็เด็กต้องห้ามแห่งตระกูลเวนดีส”เกร็นกล่าวพลางลอบสังเกตคาร์ลอย่างจับผิด
คาร์ลหัวเราะเบาะๆในลำคอก่อนจะตอบเขา “หากเ้าจะยกย่องให้ข้ามีชาติกำเนิดสูงส่งขนาดนั้นก็ตามใจเถอะแต่คำตอบของข้าก็ยังเหมือนเดิมอีกอย่างยังไม่แน่ว่าข้าจะรับพันธสัญญาจากราชวงศ์อื่นได้จริงๆ สักหน่อย”
“ถ้าเขาเป็คนต่างถิ่นจริงก็ใช่ว่าจะเป็ไปไมได้ไม่ใช่หรือ เราก็ไม่ได้รู้เื่ของอาณาจักรอื่นดีขนาดนั้น”ทากัสกล่าวกับเกร็น
“คนที่สามารถรับพันธสัญญาจากราชวงศ์แห่งอาณาจักรอื่นๆได้พร้อมกันถือเป็บุคคลหายากแม้แต่ในต่างอาณาจักรเื่นี้ข้าที่เป็หน่วยข่าวกรองรู้ดี”
“แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าเขารับพันธสัญญาจากราชวงศ์อื่นพร้อมกันได้จริงหรือเปล่านี่”ทากัสยังคงยืนยันความเห็นต่าง “ถ้าเกิดเขาเป็แค่คนผ่าเหล่าที่บังเอิญมีความสามารถนี้เราก็ได้คนช่วยคุ้มกันท่านหญิงเพิ่มขึ้นมาไม่ใช่หรือ”
“คนที่มีความสามารถรับพันธะไอรอนบอนด์จากราชวงศ์แอนเชสก้าได้ต้องเป็คนในตระกูลอัศวินทั้งแปดแห่งราชอาณาจักรลอฟท์เรียเท่านั้นถึงยังไงข้าก็ไม่เชื่อว่าเขาเป็คนต่างถิ่น ถ้าเขารับพันธสัญญาจากหลายราชวงศ์ได้เขาก็เป็ภัยคุกคามต่อท่านหญิงด้วย จะปล่อยให้คุ้มกันได้ยังไง”
“ถ้างั้นก็รอดูต่อไปก่อนถ้าเขามีท่าทีว่าจะเป็ภัยค่อยสังหารก็ได้นี่”
“ต่อให้พวกเราไม่พูดออกไปแต่ถ้าเขาเผลอใช้พลังในอาณาจักรลอฟท์เรีย องค์ราชินีต้องรู้เื่ของเขาแน่”ไกอัสแทรกขึ้น “แล้วถึงตอนนั้นพวกเราอาจจะถูกหากล่าวหาว่าช่วยกันปิดบัง”
“อ้างชื่อข้าก็ได้”แคเรนสวนขึ้นทันควัน “ข้าเป็คนขอชีวิตคาร์ลเอาไว้เอง”
“แต่ท่านหญิงถ้าองค์ราชินีรู้ยังไงเขาก็ต้องถูกคำสั่งปะาอยู่ดี”
ไกอัสยังคงเกลี้ยกล่อมแคเรนแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน
“งั้นก็ยื้อจนถึงที่สุดจนกว่าองค์ราชินีจะมีคำสั่งแบบนั้นออกมาจริงๆ”
“ท่านหญิงแบบนี้อาจจะผิดใจกับองค์ราชินีได้นะ” เกร็นกล่าวขึ้นบ้าง