บทที่23
ความสามารถที่เพิ่มขึ้น
----------------
ชื่อ หลี่หยาง LV64
เผ่ามนุษย์
ฉายา-----
HP[2890/2890]
MP[1550/1550]
ค่าความเหนื่อยล้า[100/100]
ค่าความหิว[100/100]
ค่าความกระหาย[100/100]
ค่าประสบการณ์EXP[150000/1500]
ค่าสเตตัสหลัก
ความแข็งแกร่ง179หน่วย
ความรวดเร็ว187หน่วย
ความยืดหยุ่น145หน่วย
ประสาทัั 160 หน่วย
เส้นพลังปราณ170หน่วย
สติปัญญา105หน่วย
---------------
ข้อความของระบบที่มันเพิ่มขึ้นมันคือความสามารถของเขาในตอนนี้
แม้ว่ามันจะดูรวดเร็วกับการที่ค่าเลเวลของเขาเพิ่มขึ้นมาในระดับนี้แต่ว่าถ้าเมื่อเทียบกับความพยายามของเขาใน่ตลอด1 เดือนที่ผ่านมามันไม่ได้เร็วเลยสักนิด
เขาทำการสังหารศัตรูไปมากกว่า1000คนเสียอีก จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าทำการสังหารไปกี่คนใน่ระยะเวลาที่ผ่านมาเขาทำการสังหารพวกนั้นไปเอาเองก็ได้รับค่าประสบการณ์ที่ตอบแทนกลับมา
เมื่อยิ่งเข้าสู่าค่าประสบการณ์ยิ่งเพิ่มขึ้นในวันวันนึงเขาสังหารคนไปมากกว่า 100 คนอย่างแน่นอน
เพราะแบบนั้นระดับของเขามาถึงเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับนี้มันเพิ่มขึ้นมาจนเขานั้นมีระดับlevelมากกว่าพวกทหารม้าที่เขาเคยมองว่าแข็งแกร่งก่อนหน้านี้เสียอีก
‘ ร่างกายเริ่มพัฒนาช้าขึ้นเรื่อยๆ่หลังๆมานี่มีเพียงแค่เลเวลที่เพิ่มขึ้นและทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นแต่ว่าการฝึกฝนในทุกๆวันมันก็ทำให้ร่างกายพัฒนาได้ช้าขึ้นจริงๆ ’ นี่คือข้อสังเกตที่เขาสามารถมองเห็นได้ใน่หลังๆ
ใน่แรกๆที่เริ่มฝึกฝนเขาทำการวิ่งไปมาอยู่ภายในป่าใน่ระยะเวลาประมาณ2 ชั่วยามยามฟ้าสางเขาได้รับค่าสเตตัสความรวดเร็วและความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นมาเป็อย่างมาก
แต่ใน่ตอนนี้บางครั้งเขาทำการวิ่งไปมาอยู่2 วันแล้วระดับมันยังไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยแล้วไม่ได้รับค่าสเตตัสมาเลยแม้แต่หนึ่งหน่วย
คงจะเป็เพราะว่าร่างกายของเขามันแข็งแกร่งขึ้นจนเรียกได้ว่าเกินขีดจำกัดแต่แล้วการฝึกฝนมันเลยพัฒนาได้ช้า
‘ ถ้าอยากจะแข็งแกร่งขึ้นก็มีแต่ต้องฝึกให้หนักขึ้นเท่านั้นแล้วก็ทำให้เลเวลของเราเพิ่มขึ้นมันน่าจะเป็ทางเลือกที่ทำให้เราสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งในตอนนี้ได้มากที่สุด’
‘ อีกไม่นานาจะจบลงเราจำเป็จะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นกว่านี้อีกแล้วอีกอย่างก็คือการสังหารแม่ทัพของศัตรูระดับแม่ทำของศัตรูจะมีเลเวลขนาดไหน’ มีเื่มากมายที่ทำให้เขานั้นต้องคิด
‘ แต่ที่สำคัญมันไม่ได้มีแค่นั้น ’ หลี่หยางทำการสะบัดมือของตนเองอีกครั้งหน้าสเตตัสที่อยู่ด้านหน้าเปลี่ยนไป
หน้าต่างของระบบอีก1 อย่างได้ปรากฏขึ้นมา
---
สกิลของตัวละคร
ควบคุมพลังปราณ(ติดตัว)LV.13[51.00%]
วิชาตัวเบา(ติดตัว)LV.10[35.00%]
คลื่นกระบี่LV.8[58.00%]
---
มันคือหน้าต่างของสกิล
ให้ตอนนี้สิ่งที่พบเห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือหน้าต่างของสกิลที่ปรากฏอยู่ด้านหน้ามันคือหน้าต่างของสกิลที่ปรากฏขึ้นมาให้เห็น
เขาไม่ได้มีสกิลเพียงแค่ควบคุมพลังปราณเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว
สิ่งที่มันเพิ่มขึ้นมามันคือวิชาตัวเบา
‘ หลังจากที่สเตตัสค่าความเร็วของเราเพิ่มทะลุเกิน 100 มันก็ทำให้ได้สกิลนี้มา ’
--
ชื่อสกิล วิชาตัวเบา(ติดตั้ง)ระดับของสกิล E(พื้นฐาน)
ข้อมูลของสกิลวิชาตัวเบาการควบพลังปราณเข้าไปกับการเคลื่อนไหวสามารถทำให้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วทั้งการะโการวิ่งและทุกๆแต่เมื่อใช้แล้วจะต้องเสียค่า MP ในการใช้สกิล
--
ในตอนนั้นตัวของเขามีระดับค่าความรวดเร็วเพิ่มขึ้นเกิน100มันเลยทำให้เขานั้นมีสกิลที่เรียกว่าวิชาตัวเบาเพิ่มขึ้นมามันเป็สกิลติดตัว
วิธีการใช้มันก็คือการที่ตัวของเขาต้องใช้พลังปราณเข้าไปกับการเคลื่อนไหวทำให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วขึ้นแล้วก็อิสระมากขึ้นเขาสามารถเคลื่อนไหวได้ในรูปแบบที่ไม่ใช่มนุษย์สามารถทำได้
ถ้าเลเวลของสกิลนี้มันเพิ่มมากขึ้นมันก็ทำให้เขานั้นลดค่าการใช้MP ในการเคลื่อนไหวลงไปได้ยังไม่ได้เพียงแค่นั้นมันจะทำให้เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมากขึ้นอีกด้วย
แล้วมีอีกหนึ่งสกิลที่เขาได้รับมาในขณะที่กำลังสู้ภายในา
--
ชื่อสกิล คลื่นกระบี่(ติดตั้ง)ระดับของสกิล C(ชั้นกลาง)
ข้อมูลของสกิล คลื่นกระบี่สกิลการโจมตีที่ต้องรวบรวมพลังปราณเข้าไปภายในกระบี่และปล่อยออกมาเป็คลื่นกระบี่ที่ฟันออกไปไกลได้สูงสุด30 เมตร (ความแรงจะขึ้้นอยู่กับพลังปราณที่ใส่เข้าไป+กับค่าเส้นชีพจรปราณ)
--
‘ คลื่นกระบี่.. ’ มันคือสกิลที่เขาได้รับมาเลยในที่สู้ภายในาตอนนั้นตัวของเขาทำการสู้กับศัตรูอยู่แล้วก็ทำการใช้กระบี่ปราณตวัดออกไปอย่างรุนแรง
มันเลยทำให้พลังปราณที่ห่อหุ้มกระบี่พุ่งตรงออกมาเป็เส้นแล้วหลังจากนั้นข้อความมันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขามันเป็ข้อความที่เขาได้รับสกิลนี้มา
มันเป็เหมือนกับท่าทางในการโจมตีเสียมากกว่ามันคือการรวบรวมพลังเอาไว้ที่กระบี่แล้วก็ทำการตวัดออกไปอย่างรุนแรง
หลี่หยางการจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนเองอยู่สักพักก่อนที่เขาจะสะบัดมือของตนเองทำให้ข้อความที่อยู่ด้านหน้ามันหายไป
เขาได้ทำการหันกลับมานั่งกินอาหารของตนเองอีกครั้ง
“ นายน้อยขอรับหลังจากที่าในครั้งนี้นายน้อยคิดจะเป็จอมยุทธแล้วคิดจะทำอะไรต่อขอรับ?” ผู้ที่อยู่ด้านหน้าทำการเอ่ยถามขึ้นมา
“ อย่างที่ข้าเคยบอกกับเ้าไปแล้วชีวิตนี้ของข้าเขาจะไคว้หาสิ่งที่ข้า้าถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่รู้ว่า้าอะไรกันแน่ แต่คิดว่าคงจะมีสักวันที่เขารู้ว่าเขา้าอะไร”
“ แต่ว่าสิ่งที่้าในตอนนี้ก็มีอยู่ ” หลี่หยางใบหน้าปรากฏความคิดขึ้นมาดวงตาของเขาเปล่งประกาย
ผู้ที่อยู่ด้านหน้าเขาทำการมองตรงไปที่นายน้อยของตนเองคราวนี้ดวงตาของเขามันเองก็เป็ประกายด้วยเช่นเดียวกันเมื่อได้ยินว่านายน้อยนั้นมีสิ่งที่้ามันเองก็อยากจะรู้เกี่ยวกับเื่นั้น “ นายน้อย้าอันใดหรือขอรับ!!!”
“ อาวุธดีๆสักเล่ม ” หลี่หยางพูดพร้อมกับมองตรงไปที่กระบี่ของตนเอง
‘ หลังจากที่ได้เริ่มสู้ไปเรื่อยๆก็เริ่มมาสังเกตทั้งอาวุธเครื่องแต่งกายเครื่องประดับทุกอย่างล้วนแล้วมีผลต่อความแข็งแกร่งทั้งนั้น’
‘ อาวุธในตอนนี้ของเราเป็เพียงแค่อาวุธธรรมดาถ้าได้อาวุธดีๆมาอยู่ภายในมือก็คงจะช่วยให้แข็งแกร่งมากขึ้น’
‘ อย่างเช่นเ้าพวกทหารม้าก่อนหน้านี้พวกมันมีความแข็งแกร่งเป็อย่างมากแต่ว่าความแข็งแกร่งนั้นมันก็ได้มาจากอาวุธและเครื่องสวมใส่ด้วยเช่นเดียวกันทั้งค่าพลังโจมตีหรือว่าพวกเืและค่าป้องกัน’
‘ ไม่เพียงเท่านั้นแม่ทัพใหญ่เองก็เหมือนกันเขาเป็คนที่แข็งแกร่งเป็อย่างมากไม่เพียงเท่านั้นเครื่องสวมใส่ของเขาเองก็เป็ระดับสูงทำให้มันส่งเสริมกันและกัน ’ หลี่หยางตอนนี้ตัวของเขาเริ่มมองถึงองค์ประกอบด้านอื่นๆที่จะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นได้ว่ามันไม่ได้มีเพียงแค่การฝึกฝนร่างกายและการเก็บเลเวล
ค่าอุปกรณ์เองก็สำคัญเช่นเดียวกันเขาเริ่มศึกษาเกี่ยวกับพวกนี้แล้วก็รู้ได้ว่าพวกอุปกรณ์ระดับสูงมาสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายและเพิ่มความสามารถได้มากขึ้น
ถ้าเป็คนที่มีระดับความแข็งแกร่งสูงอยู่แล้วมาปะทะกันคนผู้หนึ่งสวมใส่เครื่องสวมใส่ที่มันแข็งแกร่งและก็มีอาวุธยอดเยี่ยมอยู่ภายในมือคนผู้นั้นจะมีความแข็งแกร่งที่ต่างชั้นกับคนที่ไม่มีอะไรเลยอย่างชัดเจน
เครื่องสวมใส่ภายในร่างกายเองก็เป็สิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้เช่นเดียวกันเพราะแบบนั้นเขาเลยคิดว่าสิ่งที่ตัวเขานั้น้าในตอนนี้คืออาวุธที่ดีๆเพราะว่ามันจะช่วยเขานั้นแข็งแกร่งขึ้น
อี้ชิงก้มใบหน้าของตนเองต่ำลงเล็กน้อยเขาทำการคิดบางอย่างขณะที่กำลังคิดคิ้วทั้งสองข้างของเขาขมวดเข้ามาหากัน
ทั้งสองข้างที่มันขมวดเข้าหากันอยู่สักพักมันก็ได้ทำการคายออกจากกันใบหน้าของอี้ชิงเปล่งประกายเต็มไปด้วยความคิดเขาทำการมองตรงมาที่นายน้อยของตนเองก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตัว “ ถ้าเช่นนั้นไปที่เมืองที่มีความเลื่องชื่อมากที่สุดในด้านการสร้างอาวุธดีหรือไม่ขอรับ”
“ เมืองที่เลื่องชื่อในด้านสร้างอาวุธอย่างนั้นรึ? ” หลี่หยางทำใบหน้าฉงน
“ ใช่แล้วขอรับเมืองที่เลื่องชื่อในด้านการสร้างอาวุธแต่ว่าจะไม่สามารถไปได้ในตอนนี้รอให้าจบลงก่อนมันเป็เมืองที่อยู่ใกล้ๆการเดินทางกลับไปที่เมืองหลวงอยู่แล้วสามารถแวะได้ขอรับ”
“ เมืองแห่งนั้นมีชื่อว่าเมืองหลอมโลหะ ”
“ เป็เมืองที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงแต่ถ้าเดินทางจากทิศทางบริเวณชายแดนมุ่งตรงกับไปสามารถเดินทางเข้าไปภายในเมืองนั้นได้ขอรับเป็เมืองที่เลื่องชื่อมากในด้านการหลอมโลหะแล้วก็การสร้างอาวุธและเครื่องป้องกันเพราะแบบนั้นภายในเมืองแห่งนั้นเลยมีของดีมากมายถูกวางขายอยู่”
“ ตัวของถ้าคิดว่าในน้อยน่าจะเดินทางไปที่นั่นดูน่าจะได้อาวุธมือตายมาสักชิ้น” อี้ชิงเสนอความคิดเห็นด้วยดวงตาเปล่งประกาย
หลี่หยางกำลังนั่งอยู่ด้วยท่าทางกอดอกเขาทำการเงยใบหน้าของตัวเองขึ้นไปเล็กน้อย “ เช่นนั้นก็ได้เดี๋ยวสิ้นสุดาแล้วพวกเราต้องเดินทางไปแวะที่สถานที่แห่งนั้นสักหน่อย”
“ ดีขอรับ!!! ”
“ เอาล่ะพักผ่อนสัก 2 วันเดี๋ยวพวกเราค่อยทำการลงไปที่สนามรบอีกครั้ง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอี้ชิงทำการฉีกยิ้มออกมาด้วยความดีใจการได้ยินเช่นนี้มันถือว่าเป็โชคดีของมันยิ่งนักเพราะว่า1 เดือนที่ผ่านมานายน้อยก็ไม่เคยให้มันหยุดในการลงสนามรบติดกันสองวันเลย
มากสุดก็หยุดพักเพียงแค่วันเดียวแล้วก็ลงไปสู่สนามรบอีกนี่ถือว่าเป็การพัก2 วันติดครั้งแรก
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังนั่งทานอาหารกันอยู่นั้นอยู่ๆเสียงฝีเท้าดังแว่วมาแต่ไกลแม้ว่าจะมีเสียงสายลมและเสียงของธรรมชาติบริเวณนี้ที่กลบเกลื่อนแต่ก็ไม่สามารถปกปิดประสาทััที่เฉียบคมของหลี่หยางได้
หลี่หยางเป็คนที่ได้ยินเสียงฝีเท้าก่อนตามมาด้วยอี้ชิงทั้งสองมองตรงไปยังต้นเสียงนั้นสิ่งที่พวกเขามองเห็นสุดสายตาคือร่างของทหารผู้หนึ่งที่กำลังวิ่งตรงมา
ทหารผู้นั้นวิ่งตรงมาอย่างรวดเร็วตัวของมันวิ่งตรงมาแล้วก็มาอยู่ตรงบริเวณตรงด้านหน้าของพวกเขา
ทหารผู้นี้สวมใส่ชุดเกราะสีเงินท่าทางดูไม่ธรรมดาแต่ว่าทั้งสองมองเห็นเขาก็จำได้ทันทีว่าเป็คนสนิทของแม่ทัพที่ยืนอยู่ข้างๆแม่ทัพตลอดเวลา
“ พวกเ้าคือหลี่หยางและอี้ชิงใช่หรือไม่? ” ผู้ที่อยู่ด้านหน้าเอ่ยถามออกมาอย่างรวดเร็วน้ำเสียงของเขามีความเหนื่อยหอบปนอยู่เล็กน้อยจากการที่วิ่งมาแต่ไกล
“ ใช่แล้วขอรับ!!! ” อี้ชิงตัวของเขารับหน้าที่เป็ผู้ออกหน้า
“ ท่านแม่ทัพมีเื่ที่จะสนทนากับพวกเ้าทั้งสองเชิญพวกเ้าไปที่กระโจมท่านแม่ทัพเพื่อทำการสนทนาเื่สำคัญในตอนนี้ด้วย” คนผู้นั้นมาแจ้งข่าวสำคัญ
หลี่หยางเขาทำใบหน้าเรียบนิ่งแต่ภายใจใจก็อดจะสงสัยไม่ได้ว่าท่านแม่ทัพ้าจะสนทนาอันใดกันแน่
จบบท