“พี่สิงห์ รู้ได้ไงว่าทรายชอบดอกนี่ล่ะ?” เธอยังไม่คลายสงสัย จึงเอ่ยปากถาม
“พี่ก็เดาเอานั่นแหละ เพราะเห็นทรายเองชอบอะไรที่เป็ธรรมชาติ ดอกไม้ป่า ก็น่าจะเป็ดอกแบบนี้แหละ พอดีมั้นขึ้นข้างทางที่พี่เดินมา จึงเอามาถักเป็มงกุฎเอามาให้คนสวยของพี่ไง” เขาเล่าเื่จริงให้เธอฟัง เมื่อได้ยิน รอยยิ้มจึงเกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติ ทำเอาเขาก็มีรอยยิ้มและมีความสุขไปด้วย เขาเองก็แปลกใจอยู่เหมือนกันในเื่ที่เขาเหมือนจะล่วงรู้ถึงความรู้สึก ความนิยมชมชอบ หรือการแสดงออกต่างๆของเธอ เขามักจะเดาใจได้ถูกต้องเสมอ ไม่เคยผิดพลาดเลย
ตัวสาวน้อยผู้น่าสงสารยังไม่รู้ถึงสถานการณ์ต่อไปข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอยังคงยิ้ม ละเอามงกุฏดอกหญ้านั้นใส่บนหัวของเธออย่างมีความสุข ยิ้มอย่างสดใส อารมณ์ของเด็กสาวที่อ่อนต่อโลกทั้งหลาย เธอได้แสดงออกมาอย่างไม่มีปิดบัง เวลาที่เธออยู่กับเขา มันจะทำให้เธอรู้สึกว่าสามารถเป็ตัวของตัวเองได้มากที่สุด ดังนั้นเธอถึงไม่จำเป็ต้องปิดกันอากัปกิริยาใดๆ
“อือจริงสิ พี่ว่าพี่มีเื่อะไรจะบอกทรายค่ะ ปีนี้พี่ก็จะจบ ม.6 แล้ว พี่จะไปเรียนต่อที่ไหนหรือ?” เธอถามทั้งๆที่จะสาละวนอยู่กับมงกุฎดอกหญ้า
เมื่อเขาพูดจบ ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดชะงัก เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ไม่มีแม้เสียงใดๆ ตัวเธอเองก็ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย อาการภายนอกดูปกติ อาจจะผิดปกติบ้างตรงที่หยุดไปเฉยๆ
เธอจากบ้านมาหลายปี มาอยู่ในเมืองกรุงเพื่อเรียนหนังสือ ไม่มีญาติ ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครเลย เธอมีแต่เขาคนเดียว ที่ทั้งดูแลและใส่ใจเธอทุกอย่าง
แล้วทำไม…ทำไม จู่ๆเวลาและเทพเ้าถึงได้มาแยกเขาไปจากเธอ
ในใจเธอมีคำถามและความคิดต่างๆมากมาย ทุกอย่างสับสนวุ่นวายไปหมด
เขาเองก็นิ่งเงียบไปเหมือนกัน เขารู้ว่าเื่นี้เป็เื่สำคัญของเธอ ในชีวิตเธอมีเพียงเขาคนเดียว แต่ตัวเขาเองก็เป็ลูกคนเดียวของตระกูลเช่นกัน การกตัญญูกตเวทีเป็สิ่งสำคัญที่ลูกชายต้องมี เมื่อคุณพ่อขอร้องให้เขาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เขาจึงจำเป็ต้องไป ไม่สามารถที่จะขัดคำของบิดาได้
“พี่จะไปวันไหนหรือค่ะ?” เสียงเธอถามอย่างแ่เบาเหมือนคนไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและิญญา น้ำตายังคงไหลไม่หยุด ตัวเธอเองแอบปาดน้ำตาตั้งหลายครั้ง
“พี่คิดว่าเร็วๆนี้ ไม่น่าเกินสามวัน คุณพ่อเตรียมไว้ล่วงหน้านานแล้ว” เขาตอบไปตามความจริง
“เร็วขนาดนั้นเลยหรือพี่สิงห์?” เธอเริ่มสะอึกสะอื้นขึ้นมาแล้ว เหมือนมีอะไรมากระแทกหัวใจให้แหกสลายไปทีละช้าๆ ความรู้สึกนี้ ช่างเ็ปทรมานมากนัก
“ใช่ครับ น้องทราย พี่เลยขอคุณพ่อเพื่อมาหาทรายเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะบินไปต่างประเทศ” เขาพูดเบาๆ เวลานี้ตาเขาเองเริ่มมีน้ำตาออกมาบ้างแล้ว ดวงตาเริ่มแดงกร่ำไปด้วยความรักและอาลัย
ถ้าให้เลือกได้ เขาไม่อยากไปเลย แต่นั่นเป็กิจการของครอบครัว เขาต้องมาสานต่อซึ่งการที่จะสานต่อได้นั้นต้องมีความรู้เสียก่อน
คุณพ่อเล็งเห็นในข้อนี้จึงได้มาถามและจัดประสานงานกับญาติที่อยู่ที่นั่น ให้ช่วยจัดการ ดังนั้นเื่ทั้งหมดมันจึงรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ ทั้งเขาและเธอได้ตกลงที่จะเรียนในคณะเดียวกัน พี่ชายไปก่อน เมื่อน้องทรายเรียนจนจบ ม.6 แล้วจะตามไปเรียนด้วย เราจะไม่พรากจากกันอีกเด็ดขาด
แต่ในเวลานี้ คำสัญญาอันนั้น มันเป็โมฆะไปแล้ว มันไร้ค่าไปแล้ว
ในจิตใจของเธอตอนนี้ อย่างกับมีมีดสักพันเล่มค่อยๆทิ่มแทงเธออยู่ มันช่างเ็ปดีแท้
“ไหนพี่ว่ามีอะไรมาให้ทรายไม่ใช่หรือค่ะ?” เธอยังพอควบคุมอารมณ์และอาการได้อยู่บ้าง
“มีสิ พี่เกือบลืม นี่ไง ของๆที่พี่ตั้งใจจะเอามาให้” เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเป้ที่เขาสะพายมาั้แ่แรก หยิบของสิ่งหนึงให้สาวผู้เป็ที่รัก
เธอรับมาดู มันเป็เหมือนตลับของโบราณสีออกดำๆ เป็ตลับโลหะทองเหลือง เมื่อเธอเปิดเข้าไปดูข้างใน เธอเห็นวัตถุประหลาดสีทอง
เธอมองที่วัตถุประหลาดนั้นแล้วจึงหันมองหน้าชายที่กำลังจะจากเธอไปในไม่ช้า
“นี่มันอะไรค่ะพี่?”
“มันเป็ทองคำโบราณที่หาค่าไม่ได้ซึ่งเป็ของเก่าแก่ของคุณแม่พี่เอง แม่พี่จากไปแล้ว พี่จึงขอคุณพ่อเพื่อเอามาให้น้องทราย น้องทรายรับไว้เถอะ เป็สัญญาว่าพี่จะกลับมาหาทรายอีกครั้งเมื่อเรียนจบ” เขาพูดยืดยาว
ตัวเธอเองยอมรับว่ารู้สึกดีเมื่อได้ััก้อนทองคำก้อนนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะเหตุใด? เหมือนมันทำให้เธอมีพลัง มีความแข็งแกร่งขึ้นมาทันใด
“ทรายกลับก่อนนะพี่สิงห์ น้องไม่มีอะไรจะให้พี่ มีแต่คำอวยพรขอให้พี่โชคดีและประสบความสำเร็จทุกประการนะค่ะ”
เธอพูดด้วยถ้อยคำที่เข้มขึ้น สิ่งนี้ทำเอาเขาแปลกใจ อยู่ดีๆ ทำไมเด็กสาวคนนี้ถึงได้เข้มแข็งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เมื่อสักครู่ เธอยังร้องไห้เป็เด็กๆอยู่เลย ไฉนมาตอนนี้กลับเหมือนไม่มีน้ำตาสักหยด ความเศร้าโศกก็ดูเหมือนจะหายไปหมดแล้ว
เธอหันหน้ามามองเขาอีกครั้ง
“เราเลิกเป็แฟนกันเถอะพี่สิงห์ ต่อไป ไม่ต้องติดต่อมาหาน้องอีก ขอให้พี่ตั้งใจเล่าเรียนเพื่อทำความหวังของคุณพ่อให้สำเร็จดั่งใจเถอะ”
เขางุนงงเป็อย่างยิ่ง ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ เมื่อสักห้านาทีที่ผ่านมา เธอยังร้องไห้คร่ำครวญอยู่เลย
สายตาของเธอตอนนี้ดูแล้วช่างเด็ดเดี่ยวนัก“ลาก่อนพี่สิงห์”