การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันเป็เื่ที่กฎหมายยุคนี้ให้การรับรองส่วนการมีบุตรนั้นเป็หน้าที่ของหมอ ไป๋เหลียงเรียกว่าวิวัฒนาการทางการแพทย์รายละเอียดในส่วนนี้เหรินซวงอิ๋นฟังแล้วไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียวเขาจึงละเื่นี้ไปก่อน หันมาถามสาเหตุว่าทำไมเขาต้องแต่งเข้าบ้านผู้อื่นด้วยบิดามารดาไม่รักหรืออย่างไร
“คุณผู้ชายกับคุณนายรักคุณหนูมากจนขัดใจไม่ได้ต่างหากครับ”
ได้ความว่า ที่นี่คือเกาะยูจินเป็เกาะสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศเซียงเหรินซวงอิ๋นเข้าใจว่าประเทศคงคล้ายกับเมืองหลวงส่วนเกาะที่เขาอยู่เปรียบกับหัวเมืองเล็กๆ ที่ขึ้นตรงกับเมืองหลวงอีกที
“เกาะยูจินมีตระกูลใหญ่สองตระกูลคือตระกูลจ้าว และตระกูลหง สองตระกูลนี้แย่งสิทธิ์ขาดในการจัดการต่างๆบนเกาะมานานหลายรุ่น ผลัดกันขึ้นนำ ตามความสามารถของผู้นำตระกูลในเวลานั้นๆแต่ครั้งนี้พวกเราไปเกี่ยวพันกับการแย่งชิงด้วยโดยไม่ได้ตั้งใจคือตระกูลเหรินไม่ตั้งใจ แต่คุณหนูน่ะตั้งใจมาก”
ไป๋เหลียงเล่าถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจหนักๆเื่คงหนักหนาเอาการ และสาเหตุสำคัญก็คือเหรินซวงอิ๋นคนนี้
“นายผู้เฒ่าตระกูลเหรินมีที่ดินแปลงหนึ่งอยู่ติดหาดฝั่งที่กำลังจะเปิดเป็แหล่งท่องเที่ยวสองตระกูลใหญ่ต่างพยายามส่งคนมาเจรจาขอซื้อ”
เหรินซวงอิ๋นคาดเดา“พวกนั้นขู่บังคับให้ขายหรือ แล้วการแต่งงานของข้าเล่าเกี่ยวอะไรกับเื่นี้”
“เนื่องจากกลัวอีกฝ่ายได้เปรียบจึงไม่มีฝ่ายไหนกล้าลงมือรุนแรง แต่ว่าการเป็ที่้าก็ทำให้ลำบากใจจะขายให้ตระกูลไหน ก็หลีกเลี่ยงการล่วงเกินอีกตระกูลไม่ได้ ดังนั้น...”
“เช่นนั้นอย่างไร”
“นายผู้เฒ่าก็เลยตั้งเงื่อนไขว่าตระกูลไหนก็ตามที่จะได้สิทธิ์ซื้อที่ดินผืนนั้นต้องแต่งคุณหนูเข้าเป็คุณนายของตระกูล”
“.......” ไม่อยากจะเชื่อ
นี่ผู้าุโของตระกูลคิดเช่นไรกันแน่ถึงเที่ยวเอาลูกเอาหลานไปแถมที่ดินเช่นนี้
คิดแล้วคิดอีกเขาก็เข้าใจ“ข้าไม่เป็ที่รักของผู้าุโนี่เอง”
ไป๋เหลียงเห็นนายน้อยของตนดูซึมลง เขาจึงรีบแก้ไขเื่ราว
“คุณหนูอย่าน้อยใจนะครับ ที่นายผู้เฒ่าทำก็เพราะหวังดีกับคุณหนู หนึ่งในคุณชายใหญ่ของสองตระกูลนั้นเป็คนที่คุณหนูหมายตาเอาไว้ ปักใจกับเขามาตั้งนานแล้วั้แ่สมัยเรียนยังเคยลั่นวาจาว่าถ้าไม่ได้เขาเป็สามี จะยินดีไม่แต่งงานตลอดชีวิตนายผู้เฒ่าได้ยินถึงกับล้มป่วยเป็เดือน”
“พรูดดดดด”น้ำที่เพิ่งยกดื่มถูกพ่นโดนหน้าไป๋เหลียงเต็มๆ เด็กหนุ่มลูบหน้าแล้วพยายามลืมตานั่งทำหน้าปลาใกล้ตายสักครู่ก็ทนไม่ไหว ลุกไปล้างหน้าในห้องน้ำระหว่างนั้นก็ให้คุณหนูทำใจก่อนจะฟังความจริงต่อ
พอไป๋เหลียงล้างหน้าเสร็จกลับมานั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงตัวเดิม “ขออภัย” เหรินซวงอิ๋นเอ่ยเสียงเบาหมายถึงที่ใจนพ่นน้ำใส่หน้า อีกฝ่ายไม่ได้โกรธแต่อย่างใดกลับเห็นใจคุณหนูของตนมากกว่า
เดิมควรมีความสุขที่ได้สมหวังเข้าหอกับชายที่หมายปองแต่กลับความจำเสื่อมจำไม่ได้กระทั่งคนที่ตนรักแล้วยังคิดว่าตัวเองชอบผู้หญิงเสียอีกหากผู้ใหญ่ในตระกูลเหรินทราบไม่รู้จะดีใจที่หลานชายกลับใจมาชอบผู้หญิงคิดแต่งงานมีลูกเหมือนคนอื่นเขาแล้วหรือจะเสียใจที่ได้ตกลงทำสัญญาแถมหลานชายไปกับที่ดินแล้วกันแน่
“ข้าสงสัย”
“ครับ คุณหนูสงสัยตรงไหน”
“แล้วตระกูลที่จะได้แต่งด้วยนี่...”
ไป๋เหลียงรีบเล่าพร้อมควักโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เปิดรูปประกอบ “นี่คือคุณชายใหญ่จ้าวจิงถิงอายุมากกว่าคุณหนูเจ็ดปี ว่าที่เ้าบ่าวของคุณหนูครับ”
เหรินซวงอิ๋นตะลึงกับสิ่งนั้นมากกว่าจะสนใจหน้าตาว่าที่เ้าบ่าวด้วยซ้ำ
“นี่คือสิ่งใด”
“นี่คือ..มือถือครับ"ไป๋เหลียงตอบไปแล้วถึงได้หนักใจ "คุณหนูไม่รู้จักกระทั่งเ้านี่เหรอมันก็คือเครื่องมือที่เราเอาไว้ติดต่อสื่อสารกับคนอื่น แค่เรามีเบอร์เขาก็กดโทรออก คุณหนูดูนะ”
ไป๋เหลียงบอกให้กดปุ่มบนเครื่องมือนั้นแต่มันไม่มีปุ่มนูนขึ้นมา คนสนิทบอกมันเป็ระบบทัชสกรีน ไม่ต้องมีปุ่มนูนแต่เป็การััที่ปลายนิ้วก็ออกคำสั่งได้ รอไม่นานเสียงสั่นก็ดังขึ้นพอหันไปหาตามเสียงก็เจอเครื่องมือหน้าตาคล้ายกันสั่นอยู่คนสนิทหยิบมันขึ้นใช้นิ้วจิ้มแล้วลากไปบนจอ
“ตรงนี้คือรับสายครับ นี่ลำโพงกดเปิดแล้วก็ได้ยินกัน ผมจะออกไปนอกห้องนะ” พอไป๋เหลียงไปนอกห้องเสียงของเขาก็ดังขึ้นจากเครื่องมือนั้น
“คุณหนูได้ยินผมหรือเปล่า”
“.....” เหรินซวงอิ๋นสะดุ้งเกือบะโหนีเขาหยิบเครื่องมือลักษณะสี่เหลี่ยมแบนๆ ขึ้นมา
“ดะ..ได้ยินแล้ว”
ไป๋เหลียงเปิดประตูเข้ามาตามเดิมแล้วก็พบว่ามีบางอย่างไม่ถูก
“คุณหนูเื่มือถือจะสำคัญกว่าเื่คุณชายจ้าวได้ไง เอาล่ะๆมาคุยเื่สำคัญก่อนดีกว่านะผมว่า”
นั่นสิ ลืมไปเลยเหรินซวงอิ๋นถูกคนสนิทชี้ชวนให้ดูภาพคุณชายจ้าวอีกรอบ
“ภาพนี้เหมือนมีชีวิตยิ่งนัก ผู้ใดวาด”ไป๋เหลียงอยากะโหน้าต่าง คุณหนูความจำเสื่อมหรือหลงยุคมากันแน่เนี่ยพูดจาก็โบราณ ความคิดก็ยังล้าสมัย
“คุณหนูนี่เรียกว่าภาพถ่ายบันทึกทุกอย่างไว้ในเสี้ยววิ ดูนะผมจะถ่ายรูปพวกเราสองคน”เหรินซวงอิ๋นถูกกอดคอก็นั่งตัวเกร็งทันทีไป๋เหลียงเอียงหัวเข้าไปใกล้หน้าเขาแล้วใช้มือถือกดถ่ายเซลฟี
“นี่ไง ได้รูปเราแล้ว แบบนี้เรียกการเซลฟีคือเราถ่ายรูปตัวเองครับ”นี่มันแปลกประหลาดอัศจรรย์เหรินซวงอิ๋นมองรูปตัวเองทำหน้าตลกกับคนสนิทที่เก๊กหน้าหล่อ
“ถ่ายใหม่ได้หรือไม่ ข้าไม่หล่อ”
“ได้ครับถ่ายได้จนเมมเต็มหรือแบตหมดเลย”
“เมม? แบต?”
“อ่า..คุณหนูครับ ขอร้องเราเลิกสนใจเื่พวกนี้ก่อนดีไหมครับ นั่นว่าที่สามีคุณหนูนะ ไม่สนใจแล้วหรือ”
“เอ่อ..ก็ได้ เล่ามาเขาเป็คนยังไง”
“เขาชื่อจ้างจิงถิงครับคุณหนูต้องจำชื่อเขาให้ได้นะ” จำอะไรไม่ได้ก็ช่าง แต่ชื่อว่าที่สามียังลืมคนอื่นจะคิดยังไง
“จ้าว...จิง...ถิง”เหรินซวงอิ๋นพึมพำชื่อ หากจะถามว่าเขารู้สึกยังไงในตอนนี้ คำตอบคงเป็ไม่ทราบทุกอย่างยังมืดแปดด้าน
“นิสัยของเขาเป็คนนิ่งเงียบไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ ไม่มีอารมณ์ขัน จริงจังกับทุกเื่ ปากก็ร้ายใจก็ดำแต่คุณหนูมักจะบอกว่าเขาดูกร๊าวใจ”
ศัพท์ใหม่อีกแล้ว อันใดคือกร๊าวใจเล่า
“เขาเองก็ใจตรงกับข้างั้นหรือ” หากเป็คนรักของร่างนี้เหรินซวงอิ๋นที่เป็ิญญามาอาศัยเขาอยู่ ควรหรือไม่ที่ต้องตอบแทนสานต่อด้ายแดงไม่ให้ขาด
“เอ่อ..คือ”แต่ไป๋เหลียงกลับไม่พูดออกมาสักที เท่านี้ก็พอเดาได้
“เขารังเกียจข้าสินะ”เหรินซวงอิ๋นแค่คาดเดา ดันถูกซะนี่ ไป๋เหลียงพยักหน้าในใจหวาดหวั่น กลัวคุณหนูจะคิดมากไปอีก
แต่เ้าตัวกลับคิดว่าไม่แปลกดูจากภาพว่าที่เ้าบ่าวผู้นั้น หล่อเหลายิ่งนักคิดว่าสตรีที่เข้ามาติดพันคงไม่น้อย ยิ่งเขาไม่ใช่พวกตัดแขนเสื้อด้วยแล้วมีหรือจะสนใจเหรินซวงอิ๋น
“ผู้าุโของตระกูลเหรินอยากใช้การแต่งงานนี้เพื่อหาผลประโยชน์หรือไม่”
“ไม่ครับ ไม่แน่นอนท่านผู้เฒ่ากับนายท่านรักคุณหนูมาก ตามใจทุกอย่าง”กระทั่งหาทางยัดเหยียดหลานชายให้ผู้ชายก็ทำ ใครนินทาก็ไม่สนใจนี่ไม่เรียกว่ารักก็คงเรียกไม่ลืมหูลืมตาแล้ว
“งั้นก็ให้ยกเลิกไปก็ได้นี่นา”
“ข้อนี้ ดูท่าจะไม่ได้ครับตอนที่ท่านผู้เฒ่ายกเอาเงื่อนไขนี้ขึ้นมา ตระกูลจ้าว กับตระกูลหง ก็คาดไม่ถึงติดที่คุณชายใหญ่หงให้ตายก็ไม่แต่งกับผู้ชาย แต่ทางตระกูลจ้าวได้ข่าวว่าฐานะของคุณชายใหญ่จ้าวยังไม่มั่นคง ยังมีคุณชายรอง กับคุณชายเล็ก ที่เกิดจากคุณนายใหญ่ถ้าเขาไม่ตกลงรับข้อเสนอ เกรงว่าคุณชายรองและคุณชายเล็กจะรับการแต่งงานนี้แทนและตำแหน่งผู้สืบทอดอาจจะเปลี่ยนคน คราวนี้ถ้าพวกเรายกเลิก...”
ไป๋เหลียงยังไม่ทันพูดให้จบเหรินซวงอิ๋นก็พยักหน้ากล่าวต่อเองด้วยน้ำเสียงเป็ผู้ใหญ่
“ข้าเข้าใจแล้ว ถ้าเรายกเลิกไม่เท่ากับว่าตระกูลเหรินมีนอกมีในกับตระกูลจ้าวตั้งเงื่อนไขที่ตระกูลหงทำไม่ได้ แต่ตระกูลจ้าวทำได้พอตกลงซื้อขายกันจริงกลับบอกว่าเงื่อนไขไม่ต้องทำตามก็ได้ตระกูลหงคงไม่ปล่อยพวกเราไปง่ายๆ อาจจะหาเื่ให้ลำบากในอนาคต”
ไป๋เหลียงมองคุณหนูของตนตาค้าง“ทำไมคุณหนูฉลาดมากขึ้น เอ่อ...ผมหมายถึงเข้าใจคนอื่นมากขึ้นถ้าเป็เมื่อก่อนไม่มีทาง...”
“ไม่มีทางอะไร”
“ก็...แหะๆ” ไป๋เหลียงหัวเราะแทนคำตอบ
อยากจะพูดเหมือนกัน ว่าไม่มีทางสนใจใครแม้แต่วงศ์ตระกูลยังไงเล่า รั้นแต่จะตามผู้ชายท่าเดียว ทำตัวเป็เด็กไม่รู้จักโตถูกตามใจจนเสียผู้เสียคน
ที่เจ็บจนความจำเสื่อมครั้งนี้ก็เพราะไปตามหึงคุณชายใหญ่ที่ร้านอาหาร ถูกคนของฝ่ายนั้นผลักจนล้ม หัวกระแทกเสาดีที่หัวไม่แตก แม้จะหลับไปถึงสองวันสองคืนแต่ยังปลอดภัยดี (หรือเปล่า)
นอกจากไป๋เหลียงที่กำลังว่าเ้านายในใจคนในตระกูลจ้าวก็กำลังกล่าวถึงว่าที่สะใภ้ใหญ่อยู่เช่นกันหัวโต๊ะคือนายใหญ่ตระกูลจ้าวคนปัจจุบัน จ้าวมิ่งป๋าย ขวามือคือคุณนายจ้าววิกตอเรีย หยาง เธอไม่ได้ใช้แซ่ตามสามีเพราะตอนที่ทั้งคู่คบหากันไม่ได้เปิดเผยต่อคนภายนอก วิกตอเรียเป็ดาราดังดังนั้นจึงไม่สะดวกเปิดเผยชีวิตรัก แม้จะคลอดลูกชายคนโตให้ตระกูลจ้าวแต่คนทั่วไปยังเข้าใจว่าเธอโสดอยู่เลย จ้าวมิ่งป๋ายเองก็ไม่อยากบอกให้ใครรู้เพราะกลัวเมียและลูกจะไม่ปลอดภัย
คุณนายผู้เฒ่าตระกูลจ้าวรู้เื่นี้เข้าจึงบังคับลูกชายแต่งงานกับหลานสาวเพื่อนสนิทตัวเอง แต่คุณนายจ้าวคนนั้นอายุไม่ยืนหลังแต่งงานมีบุตรชายสองคนก็เสียชีวิตจากโรคหัวใจ
ตอนนั้นตำแหน่งผู้นำตระกูลของจ้าวมิ่งป๋ายมั่นคงดีแล้วเขาจึงกล้าขัดคำสั่งมารดา ยกหญิงที่รักขึ้นมาเชิดหน้าชูตา แม้วิกตอเรีย หยางจะยังใช้แซ่หยาง เนื่องจากผู้เฒ่าทั้งสองไม่ยอมรับเธอเป็ลูกสะใภ้ แต่คนอื่นก็เริ่มรู้จักเธอในนามคุณนายจ้าว
คุณนายจ้าวตัดสินใจแถลงข่าวอำลาวงการและแจ้งต่อสาธารณชนว่า เธอมีสามีและลูกชายหนึ่งคนคือจ้าวจิงถิงลูกชายคนคนโตของตระกูลจ้าว พร้อมกับลูกติดสามีอีกสองคนจ้าวจูหลั่นคนรอง และจ้าวจ๋ายอิงคนเล็ก นี่เป็ข่าวใหญ่ช็อกวงการอยู่นานเกือบเดือน
ผู้เฒ่าตระกูลจ้าวไม่ชอบแม่เขาแต่ก็ยังยอมรับหลานถึงอย่างไรตำแหน่งผู้นำ ลูกชายคนโตก็ยังมีสิทธิ์มากกว่าลูกชายคนอื่นแต่นั่นเป็เื่ในอนาคต ตอนนี้จ้าวมิ่งป๋ายยังแข็งแรงลูกชายทั้งสามก็ไม่ด้อยกว่ากัน ทั้งรูปร่างหน้าตา การศึกษา ความสามารถ นิสัยใจคอ งานหนักจึงตกเป็ของจ้าวจิงถิงที่ต้องทำให้พ่อและผู้เฒ่าในตระกูลวางใจจนถึงวันที่ได้รับตำแหน่งสืบทอด
“พ่อเพิ่งรู้จากท่านผู้เฒ่าเหรินแกก็ทำเกินไปนะจิงถิง รู้ว่าแกไม่ชอบเขาแต่ก็ไม่น่าถึงกับลงไม้ลงมือ”
เื่ที่เกิดกับเหรินซวงอิ๋นประมุขจ้าวย่อมรู้ดีที่สุดเพราะบอดี้การ์ดของคุณชายใหญ่ เขาเป็คนเลือกให้ลูกเองกับมือแน่นอนว่าเป็คนของเขาดังนั้นมีเื่ใหญ่เื่เล็กของคุณชายหัวหน้าบอดี้การ์ดอย่างคังข่ายย่อมไม่ละเลยที่จะรายงานเขา
วิกตอเรียผู้เป็แม่เองก็ไม่ได้สบายใจเห็นลูกชายเป็ทุกข์เธอก็สุขไม่ออก ทำงานในวงการมานานเื่ฝืนใจมากมายล้วนเคยได้ประสบพบเจอหนึ่งในเื่เ่าั้คือการฝืนปั้นหน้าอยู่กับคนที่เราไม่ชอบและยิ่งกับคุณชายเล็กเหรินนั่น ลูกชายของเธอรังเกียจอย่างกับอะไรดีแต่ตอนนี้ต้องมาแต่งงานด้วย ในคอคงมีแต่ยาขมเต็มไปหมด
“เหล่าป๋าย อย่าว่าลูกนักเลย อาข่ายก็บอกแล้วนี่นาว่ามันเป็อุบัติเหตุ”จ้าวมิ่งป๋ายกลอกตาถอนหายใจ
เขาไม่ชอบใจที่วิกตอเรียเข้าข้างลูกชายแต่ก็ไม่อาจว่าอะไรได้ ั้แ่ตอนแรกที่จีบกัน เขาสาบานไว้แม้จะเกิดอะไรขึ้นเขาก็จะไม่พูดจารุนแรงและไม่ลงไม้ลงมือกับเธอไม่ทำให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจ ก็ใครใช้ให้เธอสวยหยาดฟ้ามาดิน จนเขากินไม่ได้นอนไม่หลับถ้าไม่ได้เธอมาครองกันเล่า
คำสาบานไหนที่ทำให้ได้ใจก็กล้ากล่าวหมดแหละไม่คิดว่าต่อมาแม่จะบังคับให้เขาแต่งกับหญิงอีกคนเขาเคยทำผิดต่อคำสาบานและทำให้วิกตอเรียเสียใจ แซ่ของเขาเธอก็ไม่ได้ใช้ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างเกรงใจเธอ แม้จะพูดแรงใส่ ยังไม่กล้าเลย
ลูกชายเห็นพ่อกับแม่เริ่มมึนตึงใส่กันเขากล้าทำก็กล้ารับอยู่แล้ว เพียงแต่เื่นี้เขาไม่ผิดถึงในใจจะอยากยิงไอ้หน้าขาวแซ่เหรินให้ตายคามือ โทษฐานชอบมาวอแว หึงหวงจนเกินงามจนทำให้การตกลงการค้าหลายครั้งของเขาพังไม่เป็ท่า แต่ว่าฆ่าไม่ได้เพราะที่ดินของผู้เฒ่าเหรินแปลงนั้นสำคัญกับสถานะของเขา และตระกูลของเขามาก
“ถ้าคังข่ายรายงานกับพ่อก็คงทราบว่าผมไม่ได้สั่งให้เขาผลักใครที่ไอ้..ที่คุณชายเหรินาเ็เป็เพราะเขาจะเข้ามาทำร้ายลูกค้าของผมผมช่วยดึงเธอหลบ มัน..เขาก็สะดุดขาตัวเองล้มใส่เสาพ่อจะเอาภาพจากกล้องวงจรปิดด้วยมั้ยครับ”
วิกตอเรียมองลูกชายด้วยสายตาเข้าอกเข้าใจแล้วหันไปกดดันสามี จ้าวมิ่งป๋ายว่าเมียไม่ได้ แต่กับลูกชายเขาไม่เคยอ่อนให้ยิ่งกับจ้างจิงถิงที่กำลังจะเป็นายใหญ่ของตระกูลยิ่งมีแต่ไม้แข็งเท่านั้นที่คู่ควร
“อย่างนั้นก็เถอะแกก็อยู่ในเหตุการณ์ที่เขาเจ็บตัวแล้วที่สำคัญคุณชายเล็กเหรินคือว่าที่เ้าสาวของแก สมควรต้องไปเยี่ยมเขา”
“แต่เขาไม่ได้เจ็บอะไรมากมายผมให้คนไปดูแล้ว เขาอยู่ที่บ้านสบายดี”
จ้าวมิ่งป๋ายตบโต๊ะ ยกนิ้วสั่นๆชี้ไปทางลูกชาย “นั่นไม่ใช่ประเด็นเขาจะเจ็บปางตายหรือแค่มดกัด แกก็ต้องโผล่หน้าไป เข้าใจหรือเปล่า”
จ้าวจิงถิงอัดอั้นสุดบรรยายแต่จำต้องข่มทุกอย่างไว้แล้วก้มหัวรับคำสั่งพ่อ “ครับ”
ประมุขของบ้านลุกออกไปหลังจากได้คำตอบที่พอใจแม่หันมากุมมือลูกชายที่เธอรักมากที่สุดไว้
“อดทนไปก่อนนะลูก รอแต่งได้หลายปีเราค่อยหาทางขอหย่า”
“ครับแม่ ไม่ต้องห่วง ผมทนได้”
“แม่รู้ว่าลูกยังไม่มีคนรักนี่ก็ยังดีไม่ถึงกับทำร้ายใคร แต่พูดก็พูดเถอะ พ่อของลูกคิดอะไรของเขาอยู่กันแน่ลูกคนเล็กของตระกูลเหริน ไม่ใช่ตระกูลใหญ่ก็ช่างเถอะ แต่นิสัยไม่น่ารักเอาเสียเลยทั้งยังเป็คนไม่เอาการเอางาน แม่นึกไม่ออกเลยว่าจะมาเป็คุณนายจ้าวได้ยังไง เฮ้อ”
พูดไปพูดมาก็ได้แต่ถอนหายใจ พูดมากลูกชายก็เครียดกว่าเดิมเธอคิดได้จึงเงียบเสียดีกว่า ในตอนนั้นที่จ้าวมิ่งป๋ายต้องแต่งกับหญิงอื่นเขาก็น่าจะรู้ว่าการถูกบังคับมันทรมานใจ ดีที่คุณนายจ้าวคนนั้นจิตใจไม่เลวซ้ำยังยอมรับลูกของเธอในฐานะคุณชายใหญ่ของตระกูลด้วยทำให้เธอไม่ถึงกลับโกรธเคืองอะไร
ระหว่างที่แต่งงานแล้วจ้าวมิ่งป๋ายก็ไม่ได้ละเลยเธอยังอยู่กับเธอมากกว่าเมียแต่งที่มาทีหลังคนนั้นเสียอีกเื่เดียวที่เป็ปัญหาของเธอมาตลอดก็คือ พ่อแม่สามีไม่ยอมรับ
กลับมาที่เหรินซวงอิ๋นกำลังนั่งฟังไป๋เหลียงเล่าเื่เกาะยูจิน คนรับใช้ก็มารายงานว่าคุณชายใหญ่จ้าวมาขอพบทั้งสองคนมองหน้ากันทันที
ไป๋เหลียงลุกพรวดพราด“คงมาดูว่าคุณหนูเจ็บมากหรือไม่ จะได้หาทางเลื่อนงานแต่งสิท่า”เพื่อนสนิทกึ่งลูกน้องคนนี้ ท่าทางจะไม่ชอบขี้หน้าว่าที่เ้าบ่าวของเขาเท่าไหร่
คราแรกเหรินซวงอิ๋นใเื่ที่ต้องแต่งเข้าบ้านคนอื่นแถมยังต้องเป็ภรรยา แต่ว่าในเวลาอันสั้นเขาคิดตกแล้ว นี่ไม่เป็การดีหรอกหรือ
ในเมื่ออายุถึงวัยต้องตบแต่งไม่แต่งกับคนนี้ก็ต้องมีคนอื่นที่ผู้ใหญ่หาให้ เขาเพิ่งมาอยู่โลกนี้ยังไม่คุ้นเคยไม่คิดอยากมีภรรยาหรือสามีตอนนี้หรอก
การแต่งกับคุณชายใหญ่จ้าวก็นับว่าเป็ตัวเลือกที่ดี
เหรินซวงอิ๋นลุกขึ้นตอนที่ไป๋เหลียงนั่งลงแล้ว“จะออกไปหาเขาเหรอครับคุณหนู”
“แล้วทำไมจะไม่ออกไปเล่า ไปเถอะ”หันไปบอกไป๋เหลียงที่ยังดูเหมือนแง่งอนแทนเขาไม่เลิก แต่ก็ยอมลุกตามมา
สองวันมานี้ไป๋เหลียงเล่าเื่มารยาทและธรรมเนียมพื้นฐานหลายอย่างของที่นี่เหรินซวงอิ๋นเป็คนประเภทเรียนรู้รวดเร็วฟังครั้งเดียวหรือเห็นผ่านตาก็จดจำได้ขึ้นใจตอนนี้ภาษาที่เขาใช้ก็เริ่มปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น
ภายในห้องรับแขกมีชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ใหล่กว้าง สง่าผ่าเผย พอเห็นเขาสองคนเดินเข้ามา สีหน้าที่เ็าก็เปลี่ยนเป็เคร่งขรึมใบหน้าของจ้าวจิงถิงหล่อเหลากว่าในรูปถ่ายที่ไป๋เหลียงเคยเอามาให้ดูตัวจริงคิ้วหนากว่า สายตาดุดันเด็ดขาดกว่ามาก
“ลมอะไรหอบมาครับคุณชายจ้าวเชิญตามสบายครับ” จ้าวจิงถิงกำลังมองว่าที่เ้าสาวของตนเหรินซวงอิ๋นไม่ได้พอกแป้งจนหน้าเทา ผิวที่ขาวกระจ่างดูเป็ธรรมชาติกว่าเก่า
เสื้อผ้าก็ไม่ได้สีฉูดฉาดเหมือนเคยมองแล้วสบายตาขึ้น แต่ยังไงก็คือคนที่เขาเกลียดขี้หน้าที่สุดอยู่ดี สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำด่าทอแต่ว่าถ้อยคำที่เอ่ยออกมากลับไม่ตรงกับใจ
“สวัสดี คราวก่อนมาส่งแล้วก็รีบกลับอาการดีขึ้นหรือยัง” ไป๋เหลียงกลอกตามองบน แค่ให้คนหามขึ้นรถแล้วเอามาส่งที่หน้าประตูบ้าน ก็เรียกมาส่งแล้ว ส่วนอาการไม่ต้องถามก็ได้ผ่านมาตั้งหลายวันแล้วเถอะ
เหรินซวงอิ๋นเห็นแขกยิ้มแบบกล้ำกลืนฝืนทนก็รู้สึกยินดี สิ่งที่เขากำลังจะต่อรองคงไม่ยากเย็นแล้ว
“อาเหลียงช่วยไปบอกเด็กๆยกชาชั้นดีมาต้อนรับแขกของผมทีสิ”
ไป๋เหลียงขมวดคิ้วงุ่นง่านเล็กน้อยแต่ก็ยอมออกไปทำตามที่ถูกไหว้วาน พออยู่กันสองต่อสองเหรินซวงอิ๋นก็รีบเปิดประเด็นเพราะเกรงว่าคนที่อยู่ตรงหน้าจะทนหายใจร่วมห้องกับเขาไม่ได้นานนัก
“ผมสบายดี ขอบคุณที่มาเยี่ยม”จ้าวจิงถิงค่อนข้างแปลกหูกับน้ำเสียงของคุณชายเหรินไม่ทำเสียงเล็กเสียงน้อยระคายหูเท่าไหร่แล้ว?
เมื่อเหรินซวงอิ๋นไม่ได้ทำตัวน่ารำคาญใส่เขาจึงกลั้นใจพูดดีกับอีกฝ่าย “ฉันไม่ค่อยว่างเลยไม่ได้มาเยี่ยม”ไม่คิดว่าจะได้รอยยิ้มที่เหมือนไม่ยิ้มกลับมา
“ลำบากคุณชายจ้าวต้องคิดคำโกหกแล้วเรามาตกลงเื่นี้ให้จบกันดีกว่า ผมจะแต่งกับคุณแค่สามปีหลังจากนี้เราค่อยหย่าขาด ระหว่างแต่งงานจะไม่มีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา ผมไม่ทำลูกเทียมกับคุณ”
“......” จ้าวจิงถิงอึ้งฉับพลันก็เปลี่ยนเป็ระวังตัว
คำว่าลูกเทียมถูกเปลี่ยนให้ถูกต้องเหมือนเหรินซวงอิ๋นเพิ่งคิดคำที่เหมาะสมได้
“หมายถึงลูกที่ต้องใช้น้ำเชื้อของพวกเราไปผสมเทียม”
จ้าวจิ่งถิงร้องออกมาว่า “อ้อ”แค่คำเดียว แต่ในหัวยังตั้งแง่ วันนี้ไอ้คนแซ่เหรินจะมาไม้ไหนกันแน่ที่ว่าขอเวลาสามปี
“ผมต้องได้สิทธิ์ดูแลตระกูลในฐานะภรรยาเอกด้วยแต่หลังจากหย่าผมขอแค่สินเดิมคืนเท่านั้น สมบัติของคุณไม่จำเป็ต้องแบ่งก็ได้”
ฟังข้อเสนอจบจ้าวจิ่งถิงก็พอจะเดาทางออกเหรินซวงอิ๋นจะใช้เวลาสามปีพิสูจน์รักแท้ เอาความดีชนะใจเขาว่างั้นนี่ไม่ใช่นิยายหรอกนะ เขามั่นใจว่าต่อให้กี่สิบปีก็ไม่มีทางแลคนตรงหน้าคิดเหรอว่าตัวเองมีอะไรดีให้เขาชอบ แค่เปลี่ยนการแต่งตัว เปลี่ยนน้ำเสียงท่าทางการพูด
เฮอะ!!
“ได้ ตกลงตามนั้นพรุ่งนี้จะให้คนเอาสัญญามาให้คุณดู ถ้าไม่มีอะไรต้องแก้ก็เซ็นแล้วส่งคืนผมได้เลย”เมื่อเหรินซวงอิ๋นเรียกคุณเรียกผม จ้าวจิงถิงก็เอาบ้าง เช่นนี้ก็ดีเทียบกับเมื่อก่อน อีกฝ่ายเรียกเขาว่าสามีทุกคำ ขายขี้หน้าคนอื่นเขาไปทั่วเขาจึงเรียกไอ้คุณชายเล็กเหรินว่านาย แทนตัวเองว่าฉันเพื่อตอกย้ำว่าเขาไม่ชอบให้เรียกว่าสามี
รวดเร็วและง่ายดายอะไรปานนี้เหรินซวงอิ๋นยิ้มวางใจ
“ขออภัยทั้งสองท่าน ชาได้แล้วครับ”ไป๋เหลียงกลับมาในที่สุด
ความจริงเขากลับมาสักพักแล้วแต่ว่าแอบฟังสองคนคุยกันอยู่หลังประตู ใและคาดไม่ถึงเื่ข้อเสนอของคุณหนู
แต่ก็นับว่าเป็ทางออกที่ดีแล้วสำหรับทุกฝ่ายสามปีไม่มากไปไม่น้อยไปขณะที่ไป๋เหลียงกำลังมองคุณหนูของตนด้วยสายตาชื่นชมปนปลาบปลื้มในที่สุดคุณหนูก็โตเป็ผู้ใหญ่ และรู้จักคิดสักที
แขกลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“ไม่รบกวนคุณชายเหรินแล้วผมมีธุระต้องรีบกลับก่อน”
เหรินซวงอิ๋นไม่ได้มีสีหน้าใหรือความคิดอยากจะรั้งเขาไว้อยู่แล้ว จึงลุกยืนส่งแขกจากตรงนั้น “ผมไม่ส่งนะ คุณชายจ้าวเดินทางดีๆ”
จ้าวจิ่งถิงเดินผ่านไป๋เหลียงไปโดยไม่เสียเวลาทักทายกลิ่นชาหอมโชยเข้าจมูก แต่เขาไม่คิดจะเหลือบแล
“ไป..ไปแล้ว”คนที่ถือถาดชายืนค้างอยู่กลางห้อง เหรินซวงอิ๋นกวักมือเรียก
“เขาไม่อยากมาแต่แรกคงไม่อ้อยอิ่งอยู่หรอก ไหนเอาชามานี่เร็ว”
หลังจิบชาที่ไป๋เหลียงยกมาให้ก็รีบวางด้วยสีหน้าเหยเก “นี่คือชาที่ดีที่สุดของเราแล้วหรือ”
“ไม่ใช่ เดี๋ยวสิคุณหนูควรสนใจว่าไอ้แซ่จ้าวนั่นจะส่งสัญญาห่าเหวอะไรมาให้มากกว่าไหมครับ”เหรินซวงอิ๋นเปิดปากหัวเราะน้อยๆ
“กลัวอะไรกันถ้าไม่พอใจตรงไหนเราก็แก้ไขได้นี่นา แล้วที่ฉันเสนอไปเขาก็ไม่ขาดทุนถ้าไม่รับก็แปลกแล้ว”
ไป๋เหลียงพูดไม่ออกเมื่อก่อนเป็เขาที่ต้องสรรหาคำปลอบใจมาพูดกับคุณหนู แต่ว่าตอนนี้กสลับกันแล้วรู้สึกไม่ชินอยู่บ้าง แต่กลับคล้อยตามไปหมด
“นั่นสิครับ คุณหนูเก่งมาก”
เหรินซวงอิ๋นยกยิ้มที่มุมปากยื่นมือไปหมายจะยกถ้วยชามาจิบ แต่นึกได้ว่ารสชาติชาไม่ดีเท่าไหร่จึงตัดสินใจไม่ดื่มแล้ว
ชาติก่อนอยู่จวนสกุลเหรินทุกอย่างเป็ของชั้นดีเทียบเท่าของในวังก็ว่าได้เหรินซวงอิ๋นติดนิสัยไม่ชอบดื่มกินนอกจวน เพราะเขามีตำแหน่งสำคัญหากไปเมาหรือไปเผลอกินของมีพิษ เ้านายอาจลำบากไปด้วย เขาจึงเลือกกินแค่ของในจวนเท่านั้นช่วยไม่ได้ที่ลิ้นของเขาก็เลยจดจำและคุ้นชินกับแค่ของชั้นดีไปโดยปริยายโดยเฉพาะชาที่ต้องดื่มบ่อยที่สุด
“คุณหนูมีนัดกับช่างต้องไปวัดตัวตัดชุดแต่งงานพรุ่งนี้นะครับ” ไป๋เหลียงเอ่ยปากเตือน
“ได้ กี่โมง”
“ผมจะพาไปเราออกจากบ้านสักเที่ยงครึ่งแล้วกันไปถึงก็่บ่ายพนักงานคงกลับจากพักเที่ยงพอดี”
“แล้วทางนั้น ทางคุณชายจ้าวเขาจะมาด้วยหรือไม่”
“ไม่มั้งครับ”
เหรินซวงอิ๋นไม่ยี่หระที่เขาจะมาด้วยหรือไม่แต่ว่าจ้าวจิงถิงบอกจะให้คนเอาสัญญามาให้พรุ่งนี้ เกรงจะสวนทางกันหากคนอื่นในบ้านเห็นสัญญาเข้าอาจจะเกิดปัญหาได้
“งั้นโทรบอกเขาให้ส่งคนไปหาเราที่นั่นแทน”
ไป๋เหลียงมึนงงเหรินซวงอิ๋นจึงบอกรายละเอียดอีกนิด “สัญญา”
“อ๋อออ ได้ครับ ผมจะโทรหาเขาตอนนี้เลย”
เมื่อก่อนเหรินซวงอิ๋นเคยมีเบอร์ส่วนตัวจ้าวจิงถิงแต่ว่าโทรไปรบกวนบ่อยจนฝ่ายนั้นเปลี่ยนเบอร์หนี ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วยทำให้ในมือถือของเขามีเบอร์จ้างจิงถิงหลายสิบเบอร์ ทุกเบอร์ล้วนบันทึกว่าสามีไม่รู้เบอร์ไหนที่เป็เบอร์ล่าสุด
ไป๋เหลียงจึงตัดสินใจโทรเข้าบ้านจ้าวแต่เด็กรับใช้บอกว่าเขายังไม่กลับ ขอเบอร์มือถือทางนั้นก็ไม่กล้าให้ได้แต่ฝากข้อความไว้
“นี่ขนาดบอกว่าโทรจากบ้านเหรินคนที่นั่นยังไม่ยอมให้เบอร์ส่วนตัวถ้าคุณหนูแต่งกับเขาเกรงว่าอยู่บ้านจ้าวจะลำบากไม่น้อย”
เหรินซวงอิ๋นกลัวความลำบากเมื่อไหร่กันเขาเอนตัวแนบเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน ชาติก่อนไม่เคยได้ทำเช่นนี้พอลองทำดูรู้สึกดียิ่ง มิน่าคุณชายของเขาถึงชอบแอบทำตอนถูกบังคับให้ร่ำเรียนเยอะเกินไป
ไป๋เหลียงมองคุณหนูอย่างขัดใจ“ฟังผมอยู่ไหมครับเนี่ย”
เหรินซวงอิ๋นหลับตาลงกล่าว“เื่ของอนาคต จะกลัวไว้ก่อนทำไม ถึงตอนนั้นผีมาก็ไล่ผี มีอะไรยาก”