เทพเซียนกระบี่หวนคืน

    ตอนที่ 17 ที่ตั้งสำนัก

    แดนเทวะ เป็นดินแดนที่มีพลังในการบ่มเพาะหนาแน่นมากกว่าดินแดนอื่นๆทั้งปวง ผู้ฝึกตนทุกดินแดนล้วนมีความใฝ่ฝัน ที่อยากจะมาบ่มเพาะฝึกตนยังดินแดนเทวะ คนในดินแดนเทวะส่วนมากนั้นจะเป็นผู้ฝึกตนระดับสูงที่แข็งแกร่งและดินแดนเทวมีขั้วอำนาจอยู่ 3 ขั้ว นั่นก็คือ เผ่ามังกรเทวะ นิกายหงส์ศักดิ์สิทธิ์ และหอการค้าพิรุณเริงระบำ 3 ขั้วอำนาจที่แม้แต่ อาณาจักรดารานิรันดร์ยังต้องหวั่นเกรง ซึ่งอาณาจักรดารานิรันดร์นั้นเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดในดินแดนเทวะ
    ในตอนนี้ร่างของชายหนุ่มทั้งสองคนได้มายืนอยู่ในจุดจุดหนึ่งจุดที่มีทิวเขาที่แสนสวยงามท้องฟ้าที่กระจ่างใสป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์พวกเขาทั้งสองคนนั่นก็คือเฟยหลงกับไป๋หลาง ในตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยผ่านมา 1 ปีแล้ว ในที่สุดพวกเขาทั้งสองคนก็เดินทางมาถึงยังจุดหมาย ระดับการบ่มเพาะที่เพิ่มขึ้นของไป๋หลาง ที่อยู่ในขั้นเทพเซียนราชันย์ขั้นที่ 3 เปลี่ยนเวลาผ่านไปแค่ 1 ปีระดับพลังของเขาขึ้นสูงอย่างไม่น่าเชื่อ
    “เป็นที่แห่งนี้อย่างนั้นหรือท่านเจ้าสำนักที่พวกเราจะมาสร้างสำนักกัน”
    ไป๋หลาเอ่ยถามท่านเจ้าสำนักของเขาด้วยความสงสัยแม้ที่แห่งนี้จะมีความสวยงามแต่พลังและความหนาแน่นของธาตุในอากาศล้วนด้อยกว่าที่อื่นๆในดินแดนเทวะ

    “ใช่แล้วที่แห่งนี้คือสถานที่ที่น่าจะจำของข้า ซึ่งมันเป็นรองเพียงแค่ดินแดนตำนานที่เราไปกันเมื่อคราวที่แล้ว”

    ย้อนกลับไปหลังจากที่ เฟยหลงได้เขียนจดหมายร่ำลาลูกศิษย์ของเขาเสร็จแล้วเขาได้เดินทางไปยังที่ที่หนึ่ง ในอาณาจักรไผ่เขียว ซึ่งเป็นหนึ่งในอาณาจักรของดินแดนตำนานเป็นสถานที่เกิดของเขาและมีหลุมฝังศพพ่อกับแม่ของเขาอยู่ เฟยหลงเกิดในครอบครัวธรรมดาค่อนไปทางยากจนด้วยซ้ำ ด้วยความที่เขาอยากให้พ่อแม่ของเขาสบายเขาเลือกออกเดินทางตั้งแต่อายุ 12 ปีเดินทางฝึกฝนหาประสบการณ์ความรู้ต่างๆมากมายจนในที่สุดเขาได้อยู่ในขั้นเซียนจึงได้เดินทางกลับมาบ้านอีกครั้งแต่กลับพบว่าพ่อและแม่ของเขาได้ตายจากเหลือไว้เพียงความโศกเศร้าเสียใจ ของตัวเฟยหลง จากนั้นหลังจากที่เขารู้ว่าพ่อแม่ของเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไปเขาก็ได้สร้างหลุมศพและ ได้เริ่มออกค้นหาความแข็งแกร่ง หลังจากนั้นพ่อเขาเข้าสู่ระดับเทพเซียนจักรพรรดิเขาก็กลับมาอีกครั้งเพื่อมาไหว้หลุมศพของพ่อและแม่ของเขา และได้สร้าง อาณาจักรไผ่เขียวขึ้นมาและได้บอกกับราชวงศ์ที่เขาให้พวกนั้นได้ปกครองอาณาจักรไข่เจียวว่าให้เฝ้าหลุมศพของพ่อและแม่ของเขา หากไม่ทำแน่นอนว่าอาณาจักรแห่งนี้จะต้องล่มสลาย ซึ่ง แสนปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่า อาณาจักรไผ่เขียวนั้นจะทำตามคำมั่นสัญญาได้อย่างดี
    “เจ้าคิดอย่างนั้นหรืองั้นข้าจะบอกบางสิ่งบางอย่างให้ที่แห่งนี้มันคือที่เทพเซียนกระบี่อย่างข้าเคยอยู่ มันคือที่ที่ไม่มีใครเคยรุกล้ำเข้ามาได้ หากใครรุกล้ำเข้ามาแล้วนั้นจะต้องผ่านค่ายกลกระบี่ที่ข้าเป็นคนสร้างมันขึ้นมา และนี่มันก็เป็นเพียงแค่ชั้นนอกก็เท่านั้น”

    หลังจากนั้นเฟยหลงก็กระโดดไปเรื่อยๆซึ่งมีไป๋หลางตามมาอยู่ข้างหลังและแต่ละก้าวที่เขากระโดดไปนั้นค่ายกลของกระบี่หาได้ทำงานเพราะเนื่องจากว่าค่ายกลกระบี่ล้วนมีกุญแจของมัน การเดินทางผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูปในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเป้าหมายมองภายนอกเป็นไปยังแค่ป่าไม้ที่สวยงามธรรมดาทั่วไป แต่ภายในกับสวยยิ่งกว่ามาก มีทั้งต้นไม้ที่ เหมือนกับว่าอายุของมันนั้นอยู่มามากกว่าล้านปี และสิ่งหนึ่งที่น่าตกใจมากที่สุดใน ที่แห่งนี้นั่นก็คือ สิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่และสวยงามมันเป็นดังสิ่งปลูกสร้างของสำนักที่ยิ่งใหญ่ ความสวยงามของมันนั้นต่อให้เป็นสิ่งปลูกสร้างพระราชวังที่สวยงามมากที่สุดในดินแดนเทวะก็ไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบกับสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ตรงหน้าได้
    “นี่ คือ อะไรยังงั้นหรือขอรับท่านเจ้าสำนัก”

    ไป๋หลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ความสวยงามที่หาสิ่งใดมาเปรียบเทียบธรรมชาติที่สวยงามในรอบนอกรวมเป็นสิ่งที่ลงตัวอีกทั้งพลังงานที่มากกว่าที่อื่นในดินแดนเทวะมันช่างเหมาะสมที่จะเป็นที่ตั้งของสำนักเทพศาสตราเสียจริงๆ
    “ที่นี่นั่นก็คือที่ที่ข้าอาศัยอยู่เมื่อนานมาแล้ว”
    เฟยหลงตอบกลับมาพลางเดินเข้าด้า่นจากนั้นเขาได้หยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากกำไลมิติของเขา มันเป็นแผ่นศิลาที่มีสีดำสนิทลวดลายของมันนั้น เป็นสัตว์เทพทั้ง 4 ชนิดนั่นก็คือเสือขาว หงส์เพลิง มังกรเขียว เต่าดำ หลังจากนั้นเขาได้นำแผ่นศิลา ไปทาบตรงช่องที่ดูเหมือนว่าจะทำมาสำหรับไว้วางศิลาแผ่นนี้โดยเฉพาะ จากนั้นไม่นานประตูที่มีขนาดใหญ่ก็เปิดกว้างออกเผยให้เห็น สิ่งก่อสร้างด้านในได้ชัดขึ้นมันเป็นภาพที่ตระการตาความสวยงามและความลงตัวของการจัดวางสิ่งของล้วนพอเหมาะพอเจาะ
    “เจ้าคิดว่าที่แห่งนี้เหมาะที่จะเป็นสถานที่ตั้งสำนักเทพศาสตราหรือไม่ไป๋หลาง”
    เฟยหลงถามพร้อมกับยิ้มเขารู้อยู่แล้วว่าสถานที่แห่งนี้คือสถานที่ตั้งสำนักของเขาซึ่งเขาจะทำให้มันยิ่งใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งมันจะไม่เป็นเพียงแค่สำนักธรรมดาทั่วไปแต่มันจะเป็นสำนักที่มีความยิ่งใหญ่มาที่สุดในทุกดินแดน
    “แน่นอนขอรับสถานที่แห่งนี้นั้นช่างมีพลังงานที่หนาแน่นทั้งสิ่งปลูกสร้างที่เหมาะสมและยิ่งใหญ่มันจะต้องเป็นที่ที่เราสามารถทำให้สำนักเทพศาสตรายิ่งใหญ่ได้แน่นอนขอรับ”
    ไป๋หลางตอบกลับมาเขาไม่เคยเห็นสิ่งปลูกสร้างที่ใดที่มีความงดงามขนาดนี้มาก่อนจากนั้นเขาจึงเดินดูรอบๆในที่แห่งนี้นั้นมันดูใหญ่ และดูน่าเกรงขามมีเกาะลอยฟ้ามากมายหุบเขาสวยงามสิ่งก่อสร้างที่กินเนื้อที่ไปหลายหมื่นลี้ เหล่าบรรดาสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่ภายในป่ามันหาได้ย่างกรายเข้ามาในอาณาเขตของสิ่งปลูกสร้าง สิ่งพวกนี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงมันสมองของเฟยหลงที่สามารถจะสร้างสิ่งของคุ้มกันได้เป็นอย่างดี

    ท้องฟ้ายามนี้ สุขดีสวยงามท้องฟ้าสีคราม ยามแสงส่องมาป่าไม้ศรีสุข หุบเขาสวยหนาสำนักศาสตรา ล้นฟ้าหาญชัยเก่งกาจแบบนี้ หาที่สงสัยหลากหลายปัจจัย ฝึกได้เก่งมา