บทที่ 20 หมอเทวดา
เมื่อกู้หลินก้าวเข้ามาในบริเวณที่ชาวบ้านกำลังส่งเสียงดังอยู่ก็เห็นอาจารย์หลี่และผู้เฒ่ากู้ กำลังช่วยกันห้ามเืที่ไหลทะลักออกมาจากาแที่ข้อมือของนางหงอย่างน่ากลัว
“ท่านตา ท่านอาจารย์”
ผู้เฒ่ากู้และอาจารย์หลี่หันมามองกู้หลินด้วย สีหน้าแสดงความวิตกอย่างปิดไม่มิด
“พวกเราพยายามห้ามเืจนสุดความสามารถแต่ห้ามได้ชั่วขณะ ก็ทะลักออกมาอีก”
กู้หลินคุกเข่าลงแล้วมองดูแผลลึกบนข้อมือของนางหง ก็รู้ว่าเปลือกหอยคมกริบตัดเส้นเืใหญ่ที่ข้อมือลำพังหมอโบราณและวรยุทธ์ไม่อาจจะห้ามเืได้ และหากปล่อยไว้นาน นางหงจะต้องช็อคและเสียชีวิตในที่สุดหญิงสาวจึงตัดสินใจกระซิบบอกผู้เฒ่ากู้ที่ข้างหู
“ท่านตา ข้าจะช่วยนางเองท่านให้คนอุ้มนางไปที่เรือนของท่านในตอนนี้ และห้ามใครเข้าใกล้ยกเว้นท่านกับอาจารย์หลี่”
ผู้เฒ่ากู้หมดหนทางจึงได้แต่พยักหน้าและบอกสามีของนางหงอุ้มร่างของนางเข้าไปที่บ้านหลังใหญ่
“เ้าอุ้มนางตามข้าไปที่ห้องในบ้านของข้าที่นั่นมีสมุนไพรและเครื่องมือในการห้ามเื”
สามีนางหงได้ยินก็ยกมือปาดน้ำตา แล้วรีบอุ้มร่างอันซีดเผือดของภรรยาวิ่งไปที่บ้านของผู้เฒ่ากู้เมื่อไปถึงเขาก็วางร่างของภรรยาลงที่เตียงคนป่วยในห้องยา
“เ้าถอยออกไปรอที่ข้างนอกข้าจะเริ่มทำการรักษา”
สามีนางหงรีบถอยออกไปด้วยน้ำตานองหน้า
“ท่านผู้เฒ่าช่วยเมียข้าด้วย”
ผู้เฒ่ากู้พยักหน้าให้แล้วปิดประตูห้องทันที
“ท่านอาจารย์ช่วยสกัดจุดนางให้หลับก่อนแล้วข้าจะทำการรักษาเอง”
กู้หลินกระซิบบอกอาจารย์หลี่ ซึ่งเขาก็จัดการในทันทีจากนั้นก็ถอยออกไปนั่งรอที่เก้าอี้ในห้องกับ ผู้เฒ่ากู้
กู้หลินยืนหันหลังให้ทั้งสอง ก่อนจะระลึกถึงเครื่องมือหมอในกล่องเล็กแล้วเปิดกล่องออกมา ก่อนจะหยิบขวดแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดมือ แล้วใส่ถุงมือแพทย์ จากนั้นก็เริ่มใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดแผลเพื่อตรวจสอบเมื่อเห็นาแชัดเจน ก็หยิบเครื่องมือออกมา แล้วเริ่มทำการเย็บเส้นเืใหญ่ จากนั้นก็เย็บปิดแผลด้านนอกก่อนจะใช้ผ้าก๊อซพันปิดแผลเป็ลำดับสุดท้าย
อาจารย์หลี่และผู้เฒ่ากู้นั่งมองด้านหลังของกู้หลินที่ขยับแขนไปมาอยู่ที่ข้อมือของนางจงหลังหนึ่งชั่วยามผ่านไปกู้หลินก็วางมือลงแล้วหันกลับมาใบหน้าของนางเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ที่ผุดออกมา
“เสร็จเรียบร้อยแล้ว”
กู้หลินถอยห่างจากนางหงไปนั่งที่เก้าอี้ปล่อยให้ ผู้เฒ่ากู้กับอาจารย์หลี่ขยับเข้าใกล้เตียงคนป่วย
“เ้าทำได้อย่างไรกัน”
อาจารย์หลี่เบิกตากว้างเมื่อมองเห็นข้อมือของนางหงไม่มีเืไหลออกมาอีกและมีผ้าสีขาวสะอาดตาพันทับไว้จนมองไม่เห็นาแที่น่ากลัวอีกต่อไป
กู้หลินหลับตาลงครุ่นคิดคำตอบ
ก่อนหน้านี้หญิงสาวตั้งใจจะเก็บเื่อาชีพหมอไว้กับตัวเองตลอดไปแต่เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าในขณะนี้หากนางไม่ใช้วิชาชีพที่เรียนมาช่วยเหลือนางหงจะต้องตายเพราะเสียเืมากอย่างแน่นอน จึงจำเป็ต้องเปิดเผยตัวตน
และเมื่อจำเป็ต้องเปิดเผยแล้วกู้หลินก็คิดว่าควรจะบอกทุกคนอย่างไรเพื่อไม่ให้พวกเขาคิดว่านางคือมารหรือเทพเซียนตามความเชื่อของพวกเขา
“ท่านตาข้าคิดว่าถึงเวลาที่ต้องเล่าเื่ความฝันของข้าให้ท่านอาจารย์ฟังแล้ว”
ผู้เฒ่ากู้มองใบหน้าที่แน่วแน่ของหลานสาวก็ พยักหน้า
กู้หลินจึงเริ่มเล่าเื่ความฝันที่เกี่ยวกับเทพเซียนให้อาจารย์หลี่ฟังโดยไม่ได้กล่าวถึงกำไลหยกเพื่อไม่ให้เป็ภัยต่อครอบครัวของตนแถมยังเสริมแต่งเื่ที่ เทพเซียนมอบตำราแพทย์ขั้นสูงถึงขั้นที่ผ่าตัดคนเป็ให้อาจารย์หลี่ฟัง
"เื่เห็ดหลินจือ เื่น้ำตกล้วนเป็สิ่งที่ท่านเทพเซียนมาบอกข้าในความฝันและอีกเื่ที่ข้าไม่ได้บอกท่านตาก็คือท่านเทพเซียนถ่ายทอดวิชาแพทย์ขั้นสูงให้ข้า และนี่เป็ครั้งแรกที่ข้าทดสอบวิชาแพทย์นั้น”
อาจารย์หลี่กับผู้เฒ่ากู้นั่งฟังด้วยความตะลึงลาน
ผู้เฒ่ากู้เชื่อหลานสาวเื่วิชาผ่าตัดคนเป็ซึ่งเป็วิชาแพทย์ขั้นสูงที่ได้ยินว่าเคยมี และหายไปจากโลกนับร้อยปี
ส่วนอาจารย์หลี่เชื่อเื่ว่าเทพเซียนในฝันมีจริงเพราะตัวเขาก็มีวรยุทธ์ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นที่เล่าขานกันมา ว่าเป็วรยุทธ์ที่สืบทอดจากเทพเซียน
แต่ที่ทั้งสองข้องใจไม่ใช่เื่เทพเซียนที่กู้หลินกังวลแต่เป็เื่ผ้าขาวสะอาด และกลิ่นยาบางอย่างที่คล้ายกับเหล้า
“ข้าเชื่อเ้าเื่เทพเซียนมาเข้าฝันเพื่อ้าช่วยเหลืุ์แต่ที่ยังสงสัยคือ ผ้าขาวแปลกประหลาดที่เ้าใช้พันข้อมือให้นางหงเ้าได้มาจากที่ใด”
อาจารย์หลี่ถามขึ้นมากู้หลินได้ฟังแล้วก็แทบอยากจะร้องไห้ พร้อมกับคิดอยู่ในใจ
“โธ่เอ้ยอาจารย์มาสงสัยอะไรกับผ้าพวกนี้เล่า ไม่เห็นมันจะมหัศจรรย์ตรงไหน”
กู้หลินมองสบตาอาจารย์หลี่ก่อนจะตอบคำถาม
“ผ้าเหล่านี้มาพร้อมกับกล่องนี้หลังจากข้าตื่นจากความฝันและภายในสมองของข้าก็รู้จักวิธีใช้พวกมันราวกับเคยใช้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน”
ทั้งสองได้ยินก็กรูเข้ามาขอดูกล่องที่กู้หลินกล่าวถึงราวกับเด็กที่มองเห็นของเล่น
หญิงสาวเปิดกล่องเครื่องมือทางการแพทย์ที่วางอยู่ข้างเตียงให้ทั้งสองคนดูซึ่งภายในมีอุปกรณ์ผ่าตัดฉุกเฉิน และยาที่จำเป็หลายอย่างผู้เฒ่ากู้กับอาจารย์หลี่ก้มลงมองดูด้วยความตื่นเต้น
“ท่านหมอกู้วิชาแพทย์ขั้นสูงที่สามารถผ่าตัดคนเป็ข้าได้ยินว่าสามารถใช้วิชานี้เปลี่ยนใบหน้าของคนได้จริงหรือไม่”
อยู่ดี ๆอาจารย์หลี่ก็หันมาถามผู้เฒ่ากู้ จนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน
“ตามที่ข้าได้ศึกษาจากตำรามาวิชานี้ใช้ผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าคนได้ เปลี่ยนจมูก เปลี่ยนคิ้วและเปลี่ยนลักษณะของดวงตาก็ได้ แต่วิชานี้หายสาบสูญไปนานข้าก็เลยไม่รู้ว่าทำได้จริงหรือไม่”
ผู้เฒ่ากู้ตอบแบ่งรับแบ่งสู้อย่างไม่แน่ใจซึ่งเมื่อ กู้หลินได้ฟังก็ได้แต่คิดขบขันอยู่ในใจเพราะวิชาแพทย์ชั้นสูงที่ท่านตากล่าวถึง น่าจะหมายถึงศัลยกรรมตกแต่ง ที่มีดาษดื่นในโลกปัจจุบันและเธอก็สามารถทำได้ดีไม่แพ้ใคร
“ทำไมท่านอาจารย์ถามถึงเื่นี้”
อาจารย์หลี่ชะงักเมื่อได้ยินคำถามจากลูกศิษย์
“แล้วเ้าทำได้หรือไม่อาหลิน”
คราวนี้กู้หลินเข้าใจความหมายของอาจารย์หลี่เพราะเื้ัชีวิตที่เป็ปริศนาของเขาอาจจะเกี่ยวข้องกับคำถามนี้
“ข้ามั่นใจว่าทำได้เพราะตอนที่รักษานางหง ข้ารู้สึกราวกับตัวเองเคยรักษาแบบนี้มาอย่างเชี่ยวชาญ”
สายตาของอาจารย์หลี่ที่วาบขึ้นด้วยความหวังทำให้กู้หลินมั่นใจว่าวันหนึ่งตัวเองอาจจะต้องทำศัลยกรรมให้ใครบางคนที่นี่
ในขณะที่ทุกคนกำลังสนทนากันอยู่นางหงก็เริ่มกระพริบตา
“อาหง เ้ารู้สึกตัวหรือยัง”
ผู้เฒ่ากู้ขยับเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถาม
นางหงลืมตาขึ้นแล้วมอง้าของห้องก่อนจะหันมามองผู้เฒ่ากู้ พลันก็จดจำเื่ที่ตนเองถูกหอยบาดมือและภาพเืทะลักออกมาจากแขนจนทำให้หมดสติไป
“มือของข้า”
เสียงนางหงลนลานพร้อมกับยกมือของตนเองขึ้นมาดูเมื่อเห็นมือยังอยู่และมีผ้าขาวพันรอบข้อมือก็ ใจชื้นขึ้นมา
“ป้าหงอย่าเพิ่งขยับมือนะเืหยุดไหลแล้ว ป้าไม่เป็อะไรแล้ว แต่ว่าห้ามใช้มือนี้ไปอีกสิบวัน และทุก ๆวันให้มาหาข้าที่นี่เพื่อจะเปิดผ้าทำความสะอาดแผล เข้าใจหรือไม่”
เสียงกู้หลินที่เดินมาหาข้างเตียงทำให้นางหงทำหน้างุนงง
“ข้าไม่ได้บอกคนในหมู่บ้านว่าได้ถ่ายทอดวิชาแพทย์ให้กับหลานสาวและวันนี้นางเป็คนรักษามือของเ้า ต่อไปข้าคงจะวางมือจากการเป็หมอเสียทีนางเก่งเกินครูแล้ว”
ผู้เฒ่ากู้กล่าวด้วยดวงตาเป็ประกายด้วยความยินดี
หลังจากเวลาผ่านไปหลายเดือนข่าวก็แพร่สะพัดออกไปจากหมู่บ้านหุบเขา ว่ามีหมอเทวดากำเนิดขึ้น เป็หมอหญิงที่สามารถรักษาได้ทุกโรคและนางยังมีวิชาแพทย์ชั้นสูงที่สามารถผ่าร่างกายของคนเป็ได้อีกด้วย
“อะไรนะ หมอหญิงสามารถรักษาคนที่ใกล้ตายให้ฟื้นขึ้นมาอย่างนั้นหรือ”
“มีแล้วอย่างไรเล่า พวกเราคนยากจนลำพังจะหากินใส่ปากแต่ละวันก็ยากแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าหมอเล่า”
เสียงผู้คนในตลาดคุยกันโดยมีใครคนหนึ่งเดินผ่านและหยุดฟังด้วยความสนใจ