Brew up 6
หลังจากเมื่อวานผมกลับมาถึงบ้านก็รีบอาบน้ำแล้วเข้านอน เพราะตอนเช้าต้องรีบตื่นมาใช้คอมพิวเตอร์ของเดรคจัดหน้าเอกสารก่อนส่งงานอาจารย์ พอเปิดคอมฯ ได้มือเ้ากรรมก็กดเข้าเฟซบุ๊กก่อนชาวบ้านเลยด้วยความเคยชิน พอเข้ามาก็เลยเปิดดูการแจ้งเตือนต่าง ๆ สักหน่อย การแจ้งเตือนมากมายเพราะผมถูกแท็กในรูปต่าง ๆ ของลูกค้าที่ห้องนั่งเล่น อะห้องนั่งเล่นนี่ไม่ได้หมายถึงห้องที่บ้านนะ ผมหมายถึงร้าน living room ซึ่งทุกคนพร้อมใจกันเรียกห้องนั่งเล่น ผมเปิดไปที่รายการเพิ่มเพื่อนเพื่อกดยอมรับลูกค้าที่ขอเป็เพื่อน เลื่อนลงไปอีกเกือบสิบคนมือก็กดคลิกเข้าไปดูโปรไฟล์ของคนที่มาขอเป็เพื่อน
"พี่ครามหรอวะ" ผมพึมพำคนเดียวตอนที่มองรูปโปรไฟล์ของคนผมสีน้ำเงินคราม ยืนสูบบุหรี่หันข้างอยู่น่าจะเป็หน้าต่างของคอนโดที่ไหนสักที่
"ไอ้ยิน มึงตื่นมาทำไรแต่เช้าวะ"
"ตรวจรายงานแล็ป ละมึงตื่นมาทำอะไรแต่เช้าวะ"
"กูตื่นมาฉี่"
"งั้นมึงมาพอดี มาดูนี่ดิใช่พี่ครามปะ"
"ใช่" มองโปรไฟล์แค่แวบเดี๋ยวเดรคก็หันมาตอบผมหน้าตาย ก่อนจะเดินหายเข้าห้องน้ำไป นี่มันตอบจริงหรือละเมอวะ ดูงัวเงียจนผมงงแต่พอมั่นใจว่าใช่พี่ครามจริงผมก็ชั่งใจอยู่สักครู่ ก่อนจะกดยืนยันรับพี่ครามเป็เพื่อน พร้อม ๆ กับกดออกแล้วเปลี่ยนไปตรวจงานให้เสร็จ ทำงานเสร็จผมก็สั่งพิมพ์งานแล้วไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเรียนเช้า วันนี้ผมมีเรียนแค่สี่ชั่วโมงเลยรีบกลับมานอนต่อรอเวลาไปทำงานตอนเย็น เดรคบอกว่าอีกหนึ่งอาทิตย์ร้านจะปิดสามวัน และผมคิดว่าคงขาดรายได้ไปอีกหลายบาทเลย แต่เดรคบอกว่าพี่ครามจ่ายเงินรายวันให้เหมือนเดิมถ้าใครไปทริปล่องแพด้วยกัน ได้ยินแบบนั้นผมก็รีบเคลียร์งานทุกอย่างโดยเร็ว
"ยังไม่ไปทำงานหรือไง" เดรคถามผมที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา มันเพิ่งจะเลิกเรียนกลับมาส่วนผมเลิกนานแล้วจนใกล้จะไปทำงานอยู่แล้ว เดรควางกระเป๋าสะพายไว้ที่โต๊ะตรงหน้าผม
"ว่าจะไปแล้วเหมือนกัน มึงกลับมาพอดีนี่แหละ" ผมบอกพร้อมปิดหนังสือเื่การหมักที่ยืมมาจากหอสมุดของมหาวิทยาลัย
"เออ เจอกันเมากลับไม่ไหวก็โทรมาเดี๋ยวกูออกไปรับ"
"โอเคกูไปล่ะ" พูดจบผมก็สะพายกระเป๋าเดินออกจากบ้านไป กำลังเดินอยู่ข้างถนนจู่ ๆ ก็มีมอเตอร์ไซต์ขับมาจอดข้าง ๆ รถคันนี้ดูคุ้นยังไงไม่รู้แฮะ ผมหันไปมองคนขับที่ซ่อนใบหน้าของตัวเองไว้ใต้หมวกกันน็อกราคาแพง ผมขยับถอยหลังไปเล็กน้อยเพราะกลัวคนตรงหน้าจะชักปืนขึ้นมายิง เ้าหนี้ตาแก่นั่นหรือเปล่าก็ไม่รู้
"กลัวอะไร ขึ้นมา" เ้าของรถเปิดหน้ากากหมวกกันน็อกก่อนจะถามผมด้วยเสียงดุ แล้วบังคับให้ผมขึ้นรถไปด้วยพอรู้ว่าใครอยู่ใต้หมวกกันน็อกผมก็หัวเราะ
"ผมนึกว่าพวกทวงหนี้"
"หมวกกันน็อกที่ไหนจะหล่อขนาดนี้" คนขับกวักมือเรียกผมให้ขึ้นรถหลังจากพูดจบ ผมไม่คิดเลยว่าคนอย่างพี่ครามจะกล้าชมตัวเอง
"โห กล้าชมตัวเองนะ"
"หรือไม่หล่อ"
"หล่อครับพี่" ผมพูดพร้อมโดดเกาะไหล่คนตรงหน้าทันทีที่นั่งได้ พี่ครามขับออกไปด้วยความเร็วที่ไม่เหมาะจะเรียกบิ๊กไบค์เลย เขาขับช้าจนผมสงสัยว่าเขาจะซื้อบิ๊กไบค์มาเพื่ออะไรปกติผมเห็นแต่ละคนขับกันเร็วจี๋ราวกับตัวเองเป็นักแข่ง
"รถพี่ดูคุ้น ๆ นะ เหมือนผมเคยเห็น"
"ใช่"
"ใช่จริง ๆ หรอผมนึกว่าผมจำผิดซะอีก"
"จำว่า?.." พี่ครามถามพร้อมเบารถให้ช้าลงอีก หรือผมควรบอกให้พี่ครามจอดรถ แล้วพากันเข็นรถดีนะถ้าพี่เขาจะขี่ช้าขนาดนี้
"พี่เป็คนช่วยผมหนีออกมาจากบ้านหรือเปล่า แล้วพาผมมาส่งหน้ามอ ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็รถคันนี้"
"อือ"
"อะ จริงหรอฮะ" ผมรีบดึงไหล่พี่ครามให้หันมาหาพร้อมถามด้วยความใปนตื่นเต้นอย่างลืมตัว พี่ครามสะบัดไหล่เล็กน้อยให้ผมรู้สึกว่าถ้าไม่หยุดทำแบบนี้แม้เขาจะขับช้าแต่เราสามารถพากันไปตายได้ พี่ครามนี่เก่งจริง ๆ เขาสามารถคุยกับทุกคนผ่านโทรจิตได้ด้วย เขาแค่ใช้สายตาก็ทำให้เราเข้าใจได้แล้วว่าเขา้าพูดอะไร
"ถึงแล้ว" พี่ครามจอดรถที่ลานจอดรถใกล้ห้องน้ำ ผมพยักหน้าแล้วลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมไปเข้าทางหลังร้าน ซึ่งเป็ห้องพักพนักงาน
วันนี้เป็วันจันทร์ทำให้ั้แ่หัวค่ำยันสี่ทุ่มคนน้อยมาก ๆ ในโซนผมเองก็แทบไม่มีคนเลย ผมเลยต้องเข้าไปช่วยพี่อาร์มให้ห้องกระจกที่มีคนมานั่งคุยงานกัน และดูเหมือนพวกเขาจะรู้จักกับพี่ครามดีด้วย
"ใครอะพี่อาร์ม"
"พวกเพื่อนพี่ครามน่ะ มากันบ่อยเลยเดี๋ยวยินคงรู้จัก ที่สำคัญนะทิปดี ฮ่า ๆ"
"โอเคฮะพี่ แล้ววันหยุดนี้พี่ไปทริปของพี่ครามมั้ย"
"ไปดิ งานไหนจะสบายเท่านี้อีกไม่ต้องทำงานได้ตัง ได้เที่ยวด้วยพี่รอวันพระใหญ่อยู่ตลอดนั่นแหละ"
"ก็จริงเนาะ ผมเกิดมายังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลย"
"อยู่ไปนาน ๆ เดี๋ยวก็ชิน พี่ครามแกดูดุแต่ใจดีนะ ยิ่งกัปตันนะยิ่งดีมีอะไรบอกได้เลย"
"อาร์ม พี่ขอเมนูค็อกเทลหน่อยน้อง" เพื่อนพี่ครามยกมือเรียกพี่อาร์มที่ยืนคุยกับผมอยู่ หลังจากเพิ่งคุยกันเสร็จ พี่อาร์มพยักหน้าแล้วเดินออกไปจากห้องกระจก แล้วเดินไปเอาเมนูจากบาร์ค็อกเทลมาให้เพื่อนพี่คราม
"พี่เค เอาอะไรดีครับ"
"อาร์มกินมั้ยน้องพี่" พี่อาร์มดูจะสนิทกับพวกเพื่อนพี่ครามไม่น้อยเลย ดูจากการเรียกกันของทั้งคู่พี่ครามนอกจากนั่งกินเหล้าแล้วก็ไม่เห็นจะพูดอะไรกับใครเลย เขาเป็เก็บตัว เย็นช้า พูดไม่เก่งหรือี้เีพูดกันแน่วะ ผมข้องใจทุกทีเวลาพี่แกนั่งนิ่ง ๆ
"ได้หมดพี่"
"แล้วไอ้น้องผมสีส้มนั่นอะ" พี่เคอ่านเมนูค็อกเทลแล้วเงยหน้าขึ้นมากวักเรียกผมอีกคน
"ครับพี่"
"กินได้มั้ย" พี่เคชี้ไปที่ค็อกเทล B52 (บีฟิฟตี้ทู) ซึ่งเป็ค็อกเทลที่ขายดีที่สุดในร้านเลย คงเพราะมันสามารถติดไฟได้นี่แหละคนเลยอยากลอง หนึ่งในนั้นก็คงต้องรวมผมเข้าไปด้วย
"B52 มา 2 เซต"
"ครับพี่" พี่อาร์มรับคำแล้วรีบเดินออกไปสั่งค็อกเทลกับบาร์เทนเดอร์ทันที
"ครามไม่เห็นบอกเลยว่ามีเด็กน่าตาดีแบบนี้มาใหม่" พี่ผู้หญิงที่ชุดเดรสสีขาวเปลือยหลังหันไปคุยกับเ้าของร้าน ซึ่งนั่งจิบเหล้าอย่างสบายอารมณ์อยู่คนเดียวในโต๊ะ
"ต้องบอกด้วยหรอ วันนี้มีคนมาใหม่ด้วยนะเรียกให้มั้ย"
"โห ครามอะ นี่ถ้าอิ๊งค์ไม่เห็นจากแท็กร้านไม่รู้เลยนะเนี่ย"
"เออน่าตาดีจริงด้วยวะไอ้ครามมึงไปพามาจากไหนวะ ปั้นดี ๆ นี่ตัวท็อปแน่เลยวะ" เพื่อนอีกคนในโต๊ะพูดขึ้นมาขณะที่ผมยื่นแก้วที่เพิ่งชงเสร็จให้ พอพี่ผู้ชายคนนี้พูดจบพี่ครามก็หันมามองหน้าผมก่อนจะทำหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยแล้วกลับไปทำหน้านิ่งเหมือนเดิม
"ไม่นานมันก็เลิกทำแล้ว"
"ละมึงไปรู้ได้ยังไง ยินจะเลิกทำจริงหรอ" พี่เคถามพี่ครามเสร็จ แล้วก็หันมาถามผมต่อด้วยสีหน้างุนงง
"ผมยังไม่เคยพูดเลยนะครับ" ผมกลับไปแบบงง ๆ ไม่แพ้กันเพราะเื่นั้นผมยังไม่ได้ตัดสินใจเลย แล้วอีกอย่างก็ยังไม่คิดจะออกจากงานหรืออะไรเลย
"เออ กูพูดก็เชื่อสิ" คุณเ้าของร้านหน้าเดียวหันมาเอ็ดผมและเพื่อนตัวเอง ก่อนจะล้วงเอากล่องบางอย่างจากในกระเป๋าเสื้อขึ้นมา
"ครามไปสูบบุหรี่กันมั้ย" พี่อิ๊งค์ลุกขึ้นแล้วหันไปถามพี่ครามที่นั่งแกะหมากฝรั่งอยู่ท้ายโต๊ะ
"ไม่อะ เลิกแล้ว" ทุกคนในโต๊ะรวมถึงผมทำหน้างงกันเป็แถบ เมื่อวานผมเพิ่งเห็นพี่ครามสูบบุหรี่อยู่ที่ลานจอดรถ ส่วนคนอื่นที่เป็เพื่อนคงเห็นพี่ครามสูบมานานแล้วเลยใที่จู่ ๆ มาบอกว่าเลิกแล้ว
"อะไรดลใจมึงวะ กูถึงว่าดิเมื่อวานแม่งยืนเลือกหมากฝรั่งอยู่ในร้านสะดวกซื้อ" พี่เคพูดพร้อมยืดแขนไปล้วงกระเป๋าเสื้อที่หน้าอกของพี่คราม ก่อนจะวางกล่องหมากฝรั่ง 3 กล่องไว้บนโต๊ะ คงไม่ใช่เพราะที่ผมพูดเมื่อวานตอนเจอกันที่หน้าห้องน้ำหรอกนะ บ้าน่า! จะเป็ไปได้ยังไงกัน
"มีคนไม่ชอบ"
"ใครวะ"
"ใครวะ"
"ครามมีแฟนแล้วหรอ"
ใน่ที่ทุกคนกำลังซักไซ้ไล่เรียงความจากพี่คราม พี่อาร์มก็ถือถาดค็อกเทลเข้ามาพอดิบพอดี เพื่อนผู้ชายของพี่ครามก็หันไปสนใจค็อกเทลแทน มีเพียงพี่อิ๊งค์ที่ดูจะใและติดใจเื่ของพี่ครามคนเดียว โดยมีผมแอบสอดรู้สอดเห็นอยู่เงียบ ๆ พี่อิ๊งค์ต้องมีความรู้สึกบางอย่างกับพี่ครามแน่ ๆ แต่พอเห็นว่าพี่ครามไม่สนใจจะตอบเธอคนนั้นเลยหันไปสนใจค็อกเทลกับเพื่อน ๆ
"มา ๆ ค็อกเทลคนละชอต" พี่เคพูดจบพี่อาร์มเลยยกแก้วค็อกเทลไปวางตรงหน้าทุกคนพร้อมหลอดคนละหนึ่งอัน รวมถึงผมที่ยืนอยู่ข้างพี่เคด้วยก็ครบคนพอดี ค็อกเทลเซตละ 3 ชอตมีหกคน
พี่อาร์มไล่จุดไฟให้กับค็อกเทลทุกแก้ว พี่เคจึงเริ่มกินก่อนใคร ผมมองพี่อาร์มที่ใช้หลอดจุ่มลงไปแล้วเริ่มดูดพร้อม ๆ กับใช้นิ้วดึงหลอดให้หมุนวนในแก้วชอตขณะที่ดูดไปด้วย พอเห็นพี่อาร์มดูดเสร็จผมก็เริ่มทำเหมือนพี่อาร์มบ้าง จนค็อกเทลหมดแก้วผมก็สำลักออกมาโชคดีที่กลืนค็อกเทลไปแล้วไม่งั้นคงพุ่งใส่หน้าใครสักคนแน่ ๆ
แค่ก แค่ก
"เอา" ขณะที่ผมกำลังสำลักพี่ครามก็ยื่นแก้วเหล้าของตัวเอง ซึ่งไม่มีเหล้าอยู่แล้วเพราะตอนนี้ในแก้วมีแต่น้ำเปล่าที่เพิ่งถูกเทใส่มาตรงหน้าของผม ผมรับมากระดกทีเดียวจนหมดแม้จะไม่มีเหล้าแต่ยังคงได้กลิ่นเหล้าอย่างชัดเจน พอผมเริ่มสำลักเบาลงจึงเอาแก้วเดินไปชงเหล้าแล้วคืนให้พี่คราม จนทุกคนในโต๊ะดูใเอามาก ๆ
"แก้วมึงหรอคราม"
"เออ"
"นั่นดิ ปกติมึงไม่ใช่ของร่วมกับใครนิ"
"ใช่ ตอนปีหนึ่งรุ่นพี่ให้กินน้ำแก้วเดียวกับเพื่อนมึงไม่ทำแต่มันบังคับ มึงยังชกมันจนต้องเคลียร์กันใหญ่เลยไม่ใช่หรอวะ"
"ขนาดกินเหล้าด้วยกัน ครามยังมีแก้วส่วนตัวเลยนี่นา" พี่อิ๊งค์พูดพร้อมชี้ไปที่แก้วเหล้าของพี่ครามที่แตกต่างจากแก้วของคนอื่น และผมเพิ่งสังเกตวันนี้เอง
"เหรอ" พี่ครามพูดแค่นั้นก็ยกแก้วตัวเองขึ้นจิบเหล้าในแก้ว โดยไม่ได้ใส่ใจที่คนอื่นพูดเลยมีเพียงผมที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคำพูดของพวกเพื่อนพี่คราม
Talk....
โอ้ย...คุณครามเ้าขาเมื่อวานน้องบอกไม่ชอบบุหรี่มาวันนี้อิพี่เลิกบุหรี่เลยนะคะ แต่น่าสงสารเขานะคะที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบคนน้องหรือเปล่า
ฝากติดตามพี่ครามกับน้องยินด้วยนะค่าา
อัปเดตจ้า ตอนนี้น้องยินของมัมมี้มีอีบู๊กแน้วน้าใครอยากอ่านตอนพิเศษต่อ สามารถไปตำกันได้เลย จัดโปรลดพิเศษแค่ 5 วันเท่านั้น เหลือเพียง 89 บาท ซื้อตอนนี้แถมฟรีความรักจากไรต์ ????????
https://www.mebmarket.com/web/index.php? action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTY0Nzg1IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMjA3NDU4Ijt9