บทที่ 3
ชีวิตของไมยะ
[MAIYA PART]
หลังจากเหตุการณ์อสุรกายรุกรานโลก ฉันซึ่งเคยเป็เด็กสาวมัธยมต้นธรรมดากลับได้รับพลังจากเทพเ้าให้สามารถรับฟังเสียงของท่านได้ พลังของฉันไม่มีอะไรพิเศษเหมือนคุณฮาซูโนะ โนกิ ที่สามารถใช้พลังต่อกรกับพวกอสุรกาย แต่พลังของฉันก็เป็สิ่งที่เหล่าผู้กล้าขาดไม่ได้ การสดับตรับฟังเสียงของเทพเ้าคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยเหลือเหล่าผู้กล้าในการต่อสู้และยังช่วยผู้คนลี้ภัยได้ทันท่วงที
ฉันเคยใช้พลังนี้ในวันที่อสุรกายรุกราน รวบรวมผู้คนไปหลบในหลุมหลบภัย รอจนคุณฮาซูโนะมาถึงแล้วจึงตั้งขบวนอพยพมายังจังหวัดนีงาตะซึ่งเป็เขตปลอดภัย
เมื่อฉันมาถึงจังหวัดนีงาตะ เหล่าเด็กสาวที่ได้รับพลังจากเทพเ้าเหมือนกับฉันก็ได้จัดเตรียมโรงยิมให้กลายเป็ศูนย์อพยพผู้อพยพเรียบร้อยแล้ว ฉันจึงพาขบวนผู้อพยพเข้ามาพักพิงได้อย่างไม่ติดขัดมากนัก
“ยินดีต้อนรับมิโกะองค์ใหม่”
ฉันถูกหนึ่งในเด็กสาวที่มีพลังเหมือนกันทักทายแบบนั้น คำว่ามิโกะทำให้ฉันต้องเอ่ยถามกลับไป
“ทำไมถึงเรียกฉันแบบนั้นล่ะคะ”
“นี่เธอไร้เดียงสาจริงๆ หรือแค่แกล้งกันแน่เนี่ย ท่านเทพไม่บอกเธอเหรอว่าเธอได้รับพลังแห่งมิโกะมา”
ฉันส่ายหน้า “ท่านบอกแค่ให้ฉันพาทุกคนอพยพหนีอสุรกายเท่านั้นค่ะ”
“อา~ ฉันเข้าใจล่ะ เมืองของเธอคงตกอยู่ในสถานการณ์ขั้นวิกฤติ ท่านเทพถึงได้ข้ามขั้นตอนอธิบายรายละเอียดพลังมิโกะ แล้วรีบบัญชาภารกิจเร่งด่วนให้เธอพาผู้คนอพยพหนีอสุรกายสินะ”
ฉันไม่รู้จะตอบเด็กผู้หญิงตรงหน้ายังไง เลยทำได้แค่พยักหน้า
“เอ่อคือว่า...ฉันขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหมคะ”
“ถามมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”
“เอ่อคือ...มิโกะอย่างพวกเรามีกันเยอะไหมคะ แล้วทุกคนมีพลังเหมือนกันไหมคะ”
“ฉันขอตอบข้อแรกก่อนนะ พวกเรามีกันสิบสองคนรวมเธอด้วย”
“เห~ มีมากกว่าผู้กล้าตั้งสองสามเท่าเลยเหรอคะ”
“เอาไปเปรียบเทียบจำนวนกันไม่ได้หรอก พลังของมิโกะกับผู้กล้าต่างกัน มิโกะทำได้เพียงสดับตรับฟังเสียงเทพเ้า ส่วนผู้กล้า คือคนที่รับพลังจากเทพเ้าเพื่อใช้ต่อกรกับอสุรกาย ถ้าจะอุปมาให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คงเหมือน อัศวินในตำนาน กับ นักบวชตามศาลเ้าธรรมดาน่ะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“ส่วนคำถามที่สอง มิโกะทุกคนมีพลังเหมือนกัน คือรับฟังคำพยากรณ์จากเทพคุ้มครอง แต่การจะได้รับคำพยากรณ์นั้นช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ ใครมีความบริสุทธิ์เข้มข้นสูง ก็สามารถรับฟัง เข้าถึง ท่านเทพได้มากกว่า”
“ขอถามเสริมนะคะ มิโกะไม่ได้มีหน้าที่แค่รับฟังคำพยากรณ์แล้วหาทางแก้ใช่ไหมคะ”
“เธอก็น่าจะรู้นี่ มิโกะน่ะต้องทำตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายด้วย”
“ละ แล้ววันนี้พวกเราได้รับภารกิจอะไรเหรอคะ”
“ในตอนนี้ หลักๆ ก็คือช่วยเหลือผู้อพยพก่อน พอทุกคนหาพื้นที่หลับนอนได้แล้ว เราก็จะแจกจ่ายอาหาร ของใช้จำเป็ หลังจากตรวจดูความเรียบร้อยเสร็จแล้ว พวกเราก็ต้องไปเข้าเฝ้ามิโกะลำดับที่หนึ่งเพื่อรับภารกิจต่อไป”
“พวกเราทำงานตามคำสั่งของมิโกะาุโเหรอคะ”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะ เพราะท่านอิสึมิ มิโกะลำดับที่หนึ่งมีพลังบริสุทธิ์เข้มข้นสูงเลยรับฟังคำบัญชาจากท่านเทพและคำพยากรณ์ล่วงหน้าได้ก่อนพวกเราหลายเท่าเลยล่ะ”
“เพราะแบบนี้พวกคุณถึงได้เตรียมโรงยิมเป็ศูนย์อพยพก่อนขบวนผู้อพยพจะมาถึงสินะคะ”
“ก็ตามนั้นแหละนะ พวกเราเตรียมของกันวุ่นเลยล่ะ ทั้งของใช้ อาหาร อุปกรณ์ ปฐมพยาบาล แต่ฉันขอชื่นชมผู้กล้าของเมืองเธอนะ สามารถพาขบวนอพยพเข้ามายังเขตปลอดภัยได้โดยไม่มีใคราเ็มากนัก อุปกรณ์ปฐมพยาบาลก็เลยไม่ค่อยได้ใช้ ถือว่าสุดยอดมาก”
“ต้องขอบคุณที่ช่วยเหลือพวกเราจริงๆ นะคะ บุญคุณครั้งนี้ฉันจะตอบแทนด้วยการทำหน้าที่มิโกะให้ถึงที่สุดเลยค่ะ”
“ในเมื่อพูดซะขนาดนั้น มันก็คงจะหมดเวลาสำหรับการเป็เด็กสาวมัธยมต้นของเธอแล้วล่ะ หลังจากนี้เธอจะต้องเข้าพบท่านอิสึมิ มิโกะลำดับที่หนึ่งเพื่อทำพิธีถวายตนเป็สะพานแห่งทวยเทพ ไปชำระล้างร่างกายแล้วเตรียมตัวเข้าพิธีเถอะ”
“อ๊ะ ตอนนี้เลยเหรอคะ”
“หมดเวลาพูดคุยแล้วน่า เรามีงานต้องทำกันอีกเยอะนะ”
หลังจากนั้นฉันก็ถูกพาไปทำพิธีถวายตน เริ่มจากการชำระล้างร่างกายโดยพาตัวเองไปแช่น้ำตกบนูเา ต่อมาก็ถูกจับใส่ชุดมิโกะหรูหราสำหรับเข้าร่วมพิธี ฉันถูกพามายังตำหนักอิสึมิ ซึ่งดูเก่าแก่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง
การทำพิธีเริ่มขึ้นหลังจากฉันเข้าตัวตำหนักมาได้ไม่นาน เสียงกระดิ่ง เสียงกลอง เสียงสวดภาวนา ลอยตลบอบอวลรอบตัวฉันดั่งควันจากก้านธูป ฉันถูกจับนั่งคุกเข่าอยู่กลางสวนหินหน้าตำหนัก เหล่ามิโกะไม่ต่ำกว่าห้าคนรุมล้อมพรมน้ำมนต์ โปรยข้าวสาร และเกลือทะเลใส่ฉัน ทุกการกระทำช่างสวยงามเป็ระเบียบและน่านับถือ
ฉันเกิดในครอบครัวสามัญจึงไม่มีความรู้เื่พิธีกรรมเหล่านี้มากนัก และเมื่อฉันนั่งคุกเข่าจนบทสวดภาวนาจบลง เหล่ามิโกะก็อันตรธานหายไป เหลือเพียงฉันกับเทียนไขที่ถูกจุดล้อมรอบตัวเป็วงกลม
“ข้ารอคอยเ้ามาโดยตลอด ในที่สุดก็ได้พบกันเสียที ไมยะ มิโกะลำดับที่สิบสอง”
เสียงสงบนิ่งใสแจ๋วราวกับกระดิ่งดังขึ้นชวนให้ฉันหันไปมองยังตัวตำหนัก บานประตูถูกเลื่อนเปิดอย่างช้าๆ และร่างของหญิงสาวผู้มีออร่าแห่งความยิ่งใหญ่ก็ปรากฏขึ้น
“ข้าได้รับคำพยากรณ์ล่วงหน้าว่าขบวนอพยพของเ้าจะมาถึงเมืองของเราในไม่ช้า ทว่าอสุรกายที่ตามมานั้นหนักหนาจนแทบเลี่ยงการสูญเสียไม่ได้”
“...”
“ข้าเฝ้าภาวนาขอให้เ้าและขบวนผู้อพยพปลอดภัย ข้าดีใจที่เห็นเ้าอยู่ตรงนี้”
ฉันคำนับมิโกะาุโแล้วไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา ความน่านับถือของท่านแผ่รัศมีเจิดจ้าจนฉันไม่กล้าแม้แต่จะสบตา ท่านต้องบริสุทธิ์ขนาดไหนกันนะถึงได้รับพลังจากเทพเ้ามากมายขนาดนี้
“เงยหน้าขึ้นเถิดไมยะ มิโกะลำดับที่สิบสอง”
ฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แต่ก็ไม่กล้าสบตาหรือมองรูปโฉมของท่านอยู่ดี
“ทะ ทำความเคารพท่านอิสึมิ มิโกะลำดับที่หนึ่งเ้าค่ะ”
“ในเวลาเช่นนี้จะมากพิธีคงไม่ได้ อีกไม่นานจะมีภัยพิบัติครั้งใหญ่เกิดขึ้นในศูนย์อพยพผู้อพยพ ข้าขอมอบหมายหน้าที่ให้เ้าเป็หัวหน้าทีมคอยสังเกตและดูแลผู้อพยพเป็เวลาสองสัปดาห์ ใน่เวลานี้จงดูแลผู้ที่มีภาวะจิตใจด้านลบให้ดี มีคนที่ต้องคำสาปจากการถูกอสุรกายกัดอยู่ ข้าจะมอบหมายมิโกะลำดับสิบและสิบเอ็ดให้คอยช่วยเหลือเ้าอีกแรง แต่จงจำไว้ หากเกิดเหตุร้ายขึ้น สิ่งแรกที่เ้าต้องตระหนักคือการรักษาชีวิตของเ้าเอาไว้ พวกเราเหล่ามิโกะเป็กำลังสำคัญของมวลมนุษย์ไม่ต่างจากเหล่าผู้กล้า อย่าได้เสี่ยงชีวิตด้วยเหตุผลอันใดเป็อันขาด ฉันขอภาวนาให้่เฝ้าระวังนี้ไม่เกิดเหตุร้ายขึ้น เพราะพวกเราเหล่ามิโกะยังหาวิธีกำจัดคำสาปโดยปลอดภัยไม่ได้เลย”
“แสดงว่ายังมีหนทางกำจัดอยู่ใช่ไหมเ้าคะ”
“มีแต่หนทางอันตรายทั้งนั้น ข้าไม่อยากสูญเสียผู้ใด ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ตอนนี้คงมีเพียงดูแลพวกเขาอย่างสุดกำลังเท่านั้น”
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ หม่อมฉันจะทำสุดความสามารถ จะไม่ยอมให้เื่เลวร้ายเกิดขึ้นแน่นอนเ้าค่ะ!!”
“ขอให้เ้าประสบความสำเร็จ ไมยะ มิโกะลำดับที่สิบสอง”
“วางใจได้เลยเ้าค่ะ!!”