สนามประลองค่อยๆ เริ่มสงบลงหลังจากเสียงระฆังที่ดังก้อง ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ยังคงส่องผ่านเมฆหมอกอันหนาแน่น ลมพัดเบาๆ พลิ้วผ่านร่างของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ทุกคนยืนอยู่อย่างพร้อมเพรียงในลานประลองที่เต็มไปด้วยความรู้สึก คับข้องใจ และ สงสัย ราวกับพวกเขากำลังยืนอยู่บนทางแยกของชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ขอบสนามประลองทวีความเงียบงันขึ้น บรรยากาศหดหู่ ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของนักรบแต่ละคนดูเหมือนจะเป็การเคลื่อนไหวช้า และหนักหน่วง เกือบทุกคนรู้สึกถึงบางสิ่งที่ ไม่เป็ที่คาดคิด กำลังจะเกิดขึ้น—และ ไฟแห่งการต่อสู้ ที่แท้จริงเริ่มลุกโชนขึ้นในใจของพวกเขา
เรย์นันยืนอยู่ท่ามกลางการเผชิญหน้าที่ไม่เคยมีมาก่อน ดาบ เดซิโอ ในมือของเขายังคงส่องประกายร้อนระอุ แต่ครั้งนี้มันกลับ เ็าลง เหมือนไฟที่ดับมอดลงกลางอากาศ แม้การควบคุมพลังไฟจะเป็สัญลักษณ์ของการสืบทอดตระกูล อัสซาริ แต่เขากลับรู้สึกถึง ความสูญเสีย อะไรบางอย่างในใจ
เสียงของ ไฮโอ ยังคงสะท้อนในหัวของเขา:
“เ้าจะต้องทำลายตัวเองเพื่อควบคุมมัน ถ้าเ้าคิดจะเป็ผู้พิทักษ์”
การกล่าวนี้เหมือนจะดึงเอาความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกในใจของเรย์นันออกมา—ความกลัวที่ว่า เขาจะไม่สามารถเป็ผู้พิทักษ์ที่ยิ่งใหญ่ ตามที่บิดาของเขาคาดหวัง และในท้ายที่สุด ไฟในตัวเขา อาจจะเผาผลาญทุกสิ่ง
แต่แล้วในขณะที่เรย์นันกำลังทบทวนเื่นี้ในใจ แรงกระเพื่อมของไฟ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นจากภายใน—มันเหมือนกับเสียง ปีกของั ที่เคลื่อนไหวในใจเขา เขารู้สึกได้ถึงพลังของ เดซิโอ ที่เริ่มกลับมาใหม่
“มันไม่ได้ควบคุมฉัน… ฉันจะควบคุมมันเอง!” เรย์นันพูดเบาๆ พร้อมดึงดาบ เดซิโอ ขึ้นสูง ทันใดนั้นไฟจากดาบเริ่มลุกโชนอีกครั้ง ราวกับว่าเขากำลังรับ ชะตากรรม เอาไว้ในมือของตัวเอง
เซอริสยืนมองไปที่เรย์นันจากระยะไกล ลมหายใจของเธอหนักและไม่มั่นคง แม้เธอจะมีพลังในการมองอนาคตผ่าน ธนูแห่งอนาคต แต่บางครั้งอนาคตที่เธอเห็นกลับทำให้ ความหวาดหวั่น กลับมาเล่นงานจิตใจของเธอ
การเห็นอนาคตที่เธอ ฆ่าเรย์นัน กลายเป็ ภาพฝังใจ ที่ยากจะหลีกเลี่ยง เธอรู้ว่าเธอจะต้องเลือก—เลือกที่จะไม่ยิง หรือเลือกที่จะยิงเพื่อเปลี่ยนแปลง อนาคตที่มืดมน
ขณะที่เธอดึงลูกธนูขึ้นมายังหน้าเป้าหมาย เธอรู้ดีว่า การยิง นี้จะเป็การตัดสินใจที่ รุนแรง การปล่อยธนูไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ แต่จะเปลี่ยนแปลง โลกใบนี้ ไปตลอดกาล
“ถ้าฉันยิง… เขาจะตาย… แต่ถ้าฉันไม่ยิง… ฉันจะทำให้อนาคตที่เขาตายไม่ได้เกิดขึ้นหรือเปล่า?” เซอริสคิดในใจ ขณะที่ลูกธนูรอการปล่อย
สายตาของเธอจับจ้องไปที่ เรย์นัน ความรู้สึกภายในเธอถูกปั่นป่วนจาก ความขัดแย้ง ในใจ ราวกับมีบางสิ่งที่จับต้องไม่ได้ทำให้เธอ ยึดมั่น ในการตัดสินใจครั้งนี้
มาริซายังคงยืนอยู่ท่ามกลางสนามประลองที่เต็มไปด้วย การเบี่ยงเบนของมิติ การเคลื่อนไหวในโลกนี้ดูเหมือนจะไม่ตรงกับสิ่งที่เธอเห็นใน มิติที่ลึกลับ ที่ถูกเปิดออกจากเกราะมิติที่เธอสวมใส่
เธอรู้สึกถึง การเชื่อมโยงบางอย่าง ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้—เหมือนกับการัั แสงแห่งการแตกหัก ที่กำลังจะเกิดขึ้น จุดเชื่อมต่อของมิติ กำลังแยกออกจากกันและหลอมรวมเข้าไปในตัวเธอเอง
เธอไม่สามารถหนีจากการต้อง สูญเสีย อะไรบางอย่างในตัวตนของเธอ เธอไม่สามารถเข้าใจได้ว่าอะไรเป็สิ่งที่กำลังรอเธออยู่ในมิติที่หายไป แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจคือ—มิติ ที่ถูกทำลาย จะต้องถูก ซ่อมแซม โดย การเสียสละ อะไรบางอย่างจากตัวเธอเอง
มาริซาเหลือบมองไปที่สนามประลอง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างบางเบา ไม่ใช่เพราะ ความชื่นชม หรือ ความคาดหวัง แต่เป็เพราะ การตัดสินใจ ที่จะเกิดขึ้นภายในไม่ช้า
ทันทีที่ระฆังดังขึ้นอีกครั้ง สัญญาณแห่งการเริ่มต้นการต่อสู้ใหม่ คลื่นมิติ ก็เริ่มกระจายไปทั่วสนามประลอง เสียงของการแตกหักของมิติสามารถได้ยินใน อากาศ ทุกคนในสนามต่างรับรู้ถึงความรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้น พวกเขาทุกคนรู้ดีว่า ไม่ใช่แค่การต่อสู้ของร่างกายเท่านั้น แต่คือการต่อสู้ภายในจิตใจ และ มิติของเวลา ที่แปรเปลี่ยนไปทุกครั้งที่พวกเขาทำการตัดสินใจ
ทุกการเคลื่อนไหวกลายเป็ ความเครียดที่เกินจะบรรยาย ทุกการโจมตีเป็เหมือนกับการเปิดประตูสู่ อนาคตที่ไม่แน่นอน
เรย์นันที่กำลังใช้พลังไฟในตัว เขาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้า อนาคต อย่างไม่หวั่นเกรง ขณะที่เซอริสที่มีลูกธนูแห่งอนาคตกำลังจะเลือกสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาทุกสิ่งไป มาริซาเองก็รู้ดีว่า มิติแห่งการเลือก กำลังจะเปิดออกในที่สุด
และในที่สุดการต่อสู้ในสนามประลองที่ไม่ใช่แค่การพิสูจน์พลังแห่งร่างกาย แต่เป็การพิสูจน์ ชะตากรรมที่รอคอย ก็เริ่มต้นขึ้นจริงๆ…