ฮูหยินแม่ทัพผู้โง่เขลา

    ตอนที่ 5

    หลังจัดการปัญหาเสร็จ ในตอนนี้เขารู้สึกอารมณ์ดีมากๆ เขากลับเข้าเรือนหยิบกระดาษและพู่กันขึ้นก่อนลงมือตวัดลง ลายมือที่หนักแน่นปรากฎเป็นอักษรที่แข็งแกร่ง
    "หลงเปา เจ้าช่วยนำจดหมายฉบับนี้ไปส่งที่ทางตะวันตกถนนลี่หมิง ตรอกจินที่11 ร้านขายยาฉีผิง ให้เจ้าไปมอบให้กับหลงจู๊ บอกว่า นกเพลิงโลกาบินข้ามอุดร "ฟ่านเว่ยมอบหมายหน้าที่สำคัญให้กับหลงเปา
    ในเมืองหลวงมีอายไรเนอร์ของฮ่องเต้อยู่ หากนำสิ่งนี้ไปมอบพระองค์คงรับรู้ ผู้คนชาวบ้านที่เห็นไม่ว่าจะเป็นคนขายผัก เสี่ยวเอ่อ คนขับเกวียน แต่ใครเล่าจะรู้แท้จริงคือสายลับของฮ่องเต้ที่แอบแฝงเป็นหูเป็นตา แต่เขาไม่เข้าใจทำไมถึงไม่มีใครพบเขา เขาอยู่ใต้จมูกหูตาแท้ๆ
    "ขอรับฮูหยิน บ่าวจะรีบไปรีบกลับ"หลงเปารับจดหมายก่อนจะรีบออกไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย
    หลังหลงเปาออกไป บริเวณนั้นก็เงียบสงัดลงมีเพียงเสียงนก ฟ่านเว่ยรู้สึกเบื่อหน่ายขณะรอหลงเปา เขาลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้า น่าเศร้าที่ผ้ามันมีน้อยเกินไปแถมชุดก็ดูโทรมยิ่งกว่าพวกบ่าวในจวนเสียอีกเขาเลือกผ้าที่สภาพดีสุดออกมา ผ้าสีแดงสภาพยังดีหน่อย เครื่องประดับก็มีน้อยเสียทน เขาเป็นผู้ชายเหตุใดต้องใส่ด้วย เพราะเขาเองก็เป็นพวกรักสิ่งสวยๆงามๆเหมือนกัน
    ว่ากันว่า สามีข้าเป็น 1ใน4 ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าที่งดงาม แม้แต่หญิงงามที่ว่างดงามที่สุดในแคว้นฉียังต้องหลบหน้า. ตัวเขาเองปกติตอนเป็นคนโง่ เขาแต่งหน้าเรอะเปอะผมเผ้ารุงรัง อย่างกับขอทาน เป็นตัวตลกที่น่ารังเกียจเชื่อตามคำพูดของพวกมัน
    เมื่อล้างหน้าล้างตาออก หวีผมจัดแต่งผมให้เข้าที่ ปรากฎใบหน้าที่งดงาม ฮา ถ้าให้ไปเทียบกับกับ ชายงามข้าคงชนะขาดรอย
    เมื่อเปลี่ยนผ้าเสร็จเขาเดินออกไปจากเรือนเดินไปเรื่อยๆ ตามทาง พลันได้ยินเสียงหัวเราะมาจากไกลๆสวน หูและตาของเขาได้ยินได้เห็นอย่างชัดแจ๋ว แน่นอนก็คนที่มีพลังเหนือธรรมดาชาติต้องเห็นได้ยิน ก่อนที่เขาจะหยุดลง พร้อมกับมีรอยยิ้มเลศนัย
    ทางด้านนั้นมีดุรณีสาวน้อย ชุดสีฟ้าใส ปักเครื่องประดับบนหัวน้อยชิ้น ดวงหน้างดงาม เมื่อเทียบกับอี้เหลียน เปรียบเหมือนดั่งหญิงสาวผู้ยั่วยวนเร้าร้อนแรงทุกกริยาบท ส่วนนางนั้นเป็นหญิงสาวที่เห็นแล้วสบายตา
    "ฮ่า ฮ่า ที่เจ้าพูดมามันจริงรึ นังอี้เหลียนมันถึงกับฉี่ราด น่าสมเพชเสียจริงถ้าเรื่องหลุดออกไปข้างนอก พวกเจ้าว่าชื่อเสียงยังเหลือหรือไม่"ดรุณีผู้นี้คือคุณหนูเจ็ด มีนามว่า อี้เหม่ย นางเป็นบุตรีของอนุสอง นางเกลียดชังอี้เหลียนยิ่งกว่าผู้ใด
    "ใช่เจ้าคะ ถ้าหากเรื่องนี้พูดออกถึงภายนอก เกรงว่าชาตินี้นางคงไม่มีหน้ามีตาได้ออกเรือนอย่างยิ่งใหญ่แล้ว"สาวใช้ทุบไหลอี้เหม่ยไป เล่าเรื่องราวอย่างกับนางอยู่ในเหตุการ์ณ นางคืออิ๋งมี่
    "ไม่นึกเลยว่า คนโง่ ไม่สิ พี่สะใภ้สามที่ขี้ขลาดคนนั้น จะลุกขึ้นมาอาละวาดอย่างกับคนบ้า ข้าได้ยินมาว่าที่พี่สะใภ้ล้มป่วยไม่สิต้องบอกว่าทุบตี เป็นฝีมือของอนุของพี่สาม"นางว่าพลางนึกย้อนไป
    "ใช่เจ้าคะ ถึงแม้นางจะปกปิดเป็นดอกบัวขาวแต่ลึกๆแล้วใจนางงูพิษชัดๆ ดีนะเจ้าคะที่รู้สันดานของพวก สกุลเฟย งูพิษเสแสร้งแกล้งทำ"อิ่งมี่ระบายอารมณ์ความคับแค้นใจออกมา
    "หึ นางแพศยาสกุลเฟย นางเป็นคนวางยาพิษฆ่ามารดาข้า ไม่ให้หมอมารักษานางทำให้นางต้องตาย ส่งข้าไปที่วัดถึง5ปี ถ้าหากไม่ได้พี่สามช่วยไว้ ข้าคงตายตั้งแต่เดินทางไป ข้าไม่มีวันให้ความแค้นนี้ผ่านไปเด็ดขาด ไม่มีวัน"นางกำมือแน่น ดวงตาของนางแดงก้ำไปด้วยความแค้น ชาตินี้จะต้องล้างแค้นให้กับมารดาของตนให้จงได้
    แปะ แปะ
    ทั้งสองหันไปมอง ชายหนุ่มรูปงามในชุดสีแดงเดินมาพร้อมปรบมือ ฟ่านเว่ยมองสองสาวพร้อมรอยยิ้มทั้งสองงงงวยว่าคนผู้นี้เป็นใด ช่างเป็นชายที่รูปงามเสียจริงไม่เคยเห็นคนผู้นี้มาก่อน ใบหน้าของสองนางแดงก้ำเป็นเหมือนท้องฟ้ายามเย็น พวกนางพากันบิดตัวเป็นเกี๊ยวกุ้ง
    "คุณชาย ไม่ทราบว่าท่านเป็นผู้ใดเจ้าคะ"เสียงหวานแจ๋วแผ่วเบาราวกับขนนก
    "ฮ่า จะใครละน้องเจ็ด ข้าคือคนโง่ของจวนนี้เอง"ฟ่านเว่ยยกมุมปากขึ้น หรี่ตามองพวกนาง พวกนางพอรู้ว่าชายรูปงามผู้นี้คือ พี่สะใภ้สามผู้โง่เขลาก็ตกตะลึง คนโง่ผู้นั้นที่เหมือนขอทานงดงามเช่นนี้เลยหรือ
    "ไอหยา ที่แท้ก็พี่สะใภ้สามนี้เอง ข้าเห็นท่านแต่งตัวงดงามเช่นนี้ก็นึกว่าใคร ต้องขออภัยที่เสียมารยาทเจ้าค่ะ "อี้เหม่ยรีบฟื้นสติของตนขึ้น นางก้มตัวอย่างชดช้อยอ่อนหวาน
    "ฮ่า ฮ่า อะไรกันน้องเจ็ด เรื่องแค่นี้เองข้าไม่ถือสาหรอก ว่าแต่เรื่องที่คุยเมื่อกี้"ฟ่านเว่ยหยุดหัวเราะ ก่อนที่จะหรี่ตาลงเอยเสียงเบา
    "เรื่องเมื่อกี้ เรื่องอันใดหรือเจ้าค่ะ"อี้เหม่ยนางก้มหัวลง หรี่ตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นทำท่าทางงงงวย
    "แหม่ๆ น้องเจ็ดเจ้าอย่าเก็บเงียบสิ เรื่องน่าสนุกขนาดนั้น"ฟ่านเว่ยทำตาโตจ้องอี้เหม่ยเขม็งก่อนที่หันไปอีกด้านเหลือบมองนางด้วยสายตาเย็น อี้เหม่ยที่สบตาดวงนั้นก็สะดุ้ง มีหยาดน้ำผุดขึ้นบนหน้าผากนาง นางขยำผ้าเช็ดหน้า
    'เขาได้ยินที่พวกข้าพูดด้วยงั้นรึ ไม่ เป็นไปไม่ได้' นางทำได้เพียงปลอบใจตน อิ่งมี่ทำได้เพียงมองนายของตนอย่างเงียบๆ วินาทีนั้นเหมือนกับเวลาที่เดินไปช้าๆ เสียงหัวใจที่เต้นออกมาจากอก
    "เสียใจด้วยนะ ที่ข้าได้ยินเต็มสองหูเลย"เมื่อเสียงนั้นของฟ่านเว่ยดังขึ้น พวกนางต่างหัวใจเต้นระรัวดั่งกลอง จบแล้วมันจบแล้ว ถึงแม้ไม่มีใครเชื่อคนโง่นี้บอกไป แต่ว่า นังหญิงสกุลเฟยนั้นคงหาข้ออ้างเล่นงานข้าเป็นแน่ นางพยายามรวบรวมสติ
    "พี่สะใภ้ ท่านได้ยินอันใดเจ้าค่ะ ข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย พวกข้าเพียงแค่พูดคุยเรื่องชาเท่านั้นเอง"นางพยายามเปลี่ยนเรื่อง ยามนี้พี่สะใภ้สามนอกจากโง่แล้วหลังโดนอนุของพี่สามทุบตีก็กลายเป็นคนบ้า เรื่องในวันนี้แพร่ไปทั่วจวน
    "เอ๋ เรื่องอะไรกันนะ"ฟ่านเว่ยทำท่าทางนึกคิด เมื่ออี้เหม่ยเห็นแบบนั้นก็ลอบหายใจอย่างโล่งอก คงลืมไปแล้วเป็นแน่ หายใจได้ไม่ได้ก็เหมือนโดนหยุดหายใจ
    "ก็เรื่องแก้แค้นหญิงสกุลเฟยไง ฮ่าฮ่า"ฟ่านเว่ยเห็นสีหย้าที่ซีดของสองสาวที่ได้ยินเช่นนั้น เขาก็หัวเราะอย่างอารมณ์ ก่อนจะหันไปมองทิวทัศน์รอบๆ
    "พี่สะใภ้สาม เรื่องนั้นท่านกับข้าเราไม่มีความแค้นต่อกัน จ้าเพียงหวังที่จะแก้แค้นให้ตนและมารดาเท่านั้น ท่านได้โปร-"ยังไม่สิ้นคำของนาง ฟ่านเว่ยก็พูดขึ้น ทำเอาใจนางเต้นรัว "ถ้าข้าพูดว่า ข้าสนใจละ"น้ำเสียงเรียบของฟ่านเว่ยดังหยุดคำพูดของนางขึ้น เขาหันไปมองนาง
    "ท..ท่านพูดอะไรนะ"นางได้ยินหูฝาดใช่หรือไม่
    "ข้า บอก ว่า ข้าสนใจละ ยังไงซะเจ้ากับข้าก็มีศัตรูคนเดียวกัน ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร เจ้ามีความแค้นของเจ้า ข้าก็มีความแค้นของข้า ร่วมมือกันก็ไม่เห็นเสียหายยังไงซะก็เป้าหมายเดียวกัน ดีซะอีก ความเกลียดชังของเจ้าและความอาฆาตของข้ามันต้องน่าสนุกแน่ๆ"ฟ่านเว่ยพูดด้วยรอยยิ้มที่ไร้เดียงสา น้ำเสียงที่สดใสราวกับเด็กๆ
    อี้เหม่ยเห็นท่าทางนั้น ลางบางอย่างบอกกับนางว่าในอนาคต คงมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแน่ แต่ถ้าตอนนี้นางไม่คว้าก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว ความแค้นที่มีให้กับสกุลเฟยนั้นใหญ่หลวงนัก เมื่อมีโอกาสนางก็ขอเสี่ยงโชคนั้นละกัน
    "ข้าตกลง จะร่วมมือกับท่าน"นางยกมุมปากยิ้มออกมา 'อย่างที่เขาบอกกันว่าอย่ายุ่งกับคนบ้า'
    ------------ตอนนี้พี่เว่ยของเราหาพันธมิตรร่วมแล้วจ้า แม่นางร้ายลึกกับคนบ้าร่วมมือกัน วันนี้ขอลง 2 ตอน เป็นพิเศษเพราะวันเกิดเค้าเอง อิอิย์