บทที่ 3 ภารกิจฝึกสอน 1 (2)
เื่ทำความสะอาดเอาไว้ก่อน ตอนนี้ ผมแค่อยากสำรวจสภาพแวดล้อม
ในขณะที่ลุกขึ้นยืน ผมก็จ้องมองไปที่เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้น แล้วผมก็ต้องอ้าปากค้าง
ไม่ว่าจะเป็อ่างล้างจาน ตู้เย็นหรือเตาอบ ดูเหมือนพวกมันจะไม่เคยถูกใช้งานเลยสักครั้ง
แต่สิ่งที่สะดุดตาผมก็คือของทุกชิ้นเป็ของราคาแพง
เมื่อผมเปิดตู้เย็นยี่ห้อดัง ผมก็เห็นวัตถุดิบสำหรับการทำอาหารขั้นพื้นฐานที่ดูเหมือนจะมีใครสักคนเอามาแช่เอาไว้
"หมอนี่แทบไม่เคยแตะอาหารพวกนี้เลยสินะ?"
ถ้าปล่อยทิ้งไว้อีกเพียงวันเดียว อาหารพวกนี้ก็คงเน่าหมดแล้ว
"ไหนดูหน่อยซิ...มีกิมจิ ไข่ เต้าหู้ หัวหอม โคซูจัง..."
แต่ละอย่างต่างก็เป็วัตถุดิบสำหรับการทำอาหารขั้นพื้นฐาน แต่นอกจากของพวกนี้ ในตู้เย็นก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว
เมื่อผมเปิดช่องแช่ด้านล่าง ผมก็ได้พบกับผักสำหรับทำสลัดลดน้ำหนัก เนื้ออกไก่ และผลไม้อีกจำนวนหนึ่ง
สงสัยเขาจะลืมไปแล้วว่าซื้อผักพวกนี้มาทำสลัด อาหารลดน้ำหนัก และตัวเองก็แช่เอาไว้ที่ช่องแช่ด้านล่าง
"แล้วจะมีตู้เย็นไว้ทำไมกันเนี่ย?"
เมื่อผมเปิดช่องแช่แข็ง้า ผมก็พบอาหารแช่แข็งและไอศกรีมที่มีหน้าตาไม่ดีต่อสุขภาพเลยสักนิด
สิ่งที่ผมค้นพบจากการสำรวจตู้เย็นมีดังนี้
หนึ่ง เ้าของคนเก่าแทบไม่เคยแตะต้องอาหารในตู้เย็นเลย
สอง เ้าของคนเก่ามีพฤติกรรมรับประทานอาหารเดลิเวอรี่ และรับประทานอาหารลดน้ำหนักมากเกินไป
ต้องเป็อย่างนั้นไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งแน่นอน
ผมยกมือลูบคลำหน้าท้องของตนเองโดยอัตโนมัติ ผิวหน้าท้องนุ่มนิ่ม แต่ก็ยังััได้ถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง
ใช่แล้ว หมอนี่เป็เมนแดนซ์ประจำวง ต่อให้ไม่ได้ขึ้นเวที ก็ต้องรักษารูปร่างให้ดี
และถึงแม้ว่าหลังจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาจะใช้ร่างกายได้ไม่เหมือนเดิม แต่เขาก็ดูแลร่างกายเป็อย่างดี
หลังจากนั้น ผมมุ่งหน้าไปที่ระเบียง เปิดประตูที่อยู่ด้านหลังครัว มีขยะพลาสติกจากอาหารเดลิเวอรี่กองอยู่เต็มไปหมด
พวกลูกคนรวยสมัยนี้มีนิสัยแบบนี้เหมือนกันหมดหรือไงนะ?
เคยชินแต่สั่งอาหารมากิน
ทำอาหารกินเองกันไม่เป็อีกแล้ว
แทนที่จะทำอาหารอุ่น ๆ รับประทานด้วยตนเอง พวกเขากลับเลือกที่จะกดสั่งในโทรศัพท์และรับประทานอย่างสะดวกสบาย
สุดท้าย ก็ต้องมาจมอยู่กับสลัดผักหรือไม่ก็อาหารสำเร็จรูป ซึ่งอาหารสำเร็จรูปเ่าั้ก็ไม่ดีต่อสุขภาพระยะยาวเลยจริง ๆ …
ผมถอนหายใจและนึกทบทวนข้อมูลที่ตนเองได้รับทราบก่อนจะฟื้นขึ้นมาในครั้งนี้
ชอนอีเซเป็สมาชิกน้องเล็กประจำวง น่าจะได้รับการประคบประหงมจากคนรอบตัวไม่น้อย
เขาเกิดในครอบครัวร่ำรวย จึงไม่เคยรู้จักความยากลำบากของชีวิตที่แท้จริง
เขาเป็เหมือนเด็กที่ไม่รู้จักโต ไม่มีอารมณ์ขัน แถมยังเห็นแก่ตัว
ผมพยายามสะบัดหัวไล่ความคิด ในหัวผมมีแต่ความคิดแง่ลบเกี่ยวกับชอนอีเซ
ผมรู้ว่าไม่ควรมองเขาในแง่ลบมากเกินไป บางทีคนภายนอกอาจไม่รู้จักปัญหาที่แท้จริงก็ได้ ปัญหาที่แท้จริงมักจะอยู่ภายในต่างหาก
เมื่อดูจำนวนยานอนหลับและน้ำย่อยที่ผมอ้วกออกมาก่อนหน้านี้ ผมก็ถึงกับร้องครางออกมา...ด้วยความสยดสยอง
[ขอบคุณสำหรับการรอคอย! กรุณาตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาด้านล่าง]
ก่อนที่ผมจะมีเวลาไปเช็ดกองอ้วกเ่าั้ รายละเอียดของสัญญาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าผม ผมหยุดชะงักทุกสิ่งทุกอย่าง และตัดสินใจอ่านเนื้อหาในหน้าต่างข้อความตรงหน้าโดยละเอียด
"เห็นบอกว่าใช้เวลาแค่ 3 นาที แต่ทำไม 3 นาทีถึงนานขนาดนี้?"
เ้าลูกหมาที่อยู่ใต้หน้าต่างข้อความพยายามจะใช้ขาสั้น ๆ ของมันะโเด้งดึ๋งให้ดูน่ารักน่าชังเพื่อเป็การปลอบใจผม
ก็ต้องยอมรับแหละว่ามันน่ารัก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญในตอนนี้
[ข้อกำหนดและเงื่อนไข – ถือว่าคุณได้ตกลงรับข้อเสนอทั้งหมดแล้ว นับั้แ่ที่คุณตกลงรับทำภารกิจ]
คนพวกนี้เขียนสัญญาตามใจชอบจริง ๆ ผมอยากจะถามพวกเขาเหลือเกินว่ารู้หรือไม่ว่า นี่ถือเป็การละเมิดกฎหมายการค้า แต่...ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ ดังนั้น ผมจึงปิดปากเงียบ
[1. ระยะเวลาการทดสอบ่แรกสำหรับอิมฮยอนซองในการใช้ชีวิตเป็ชอนอีเซเพื่อทำภารกิจต่อไป มีกำหนดการทั้งสิ้นครึ่งปี]
[2. หากคุณผ่าน่ทดสอบครึ่งปี คุณจะถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการทำภารกิจ "ไอดอล, ชอนอีเซ" แล้วภารกิจหลักก็จะเริ่มขึ้นหลังจากนั้น]
[3. คุณไม่สามารถแทรกแซงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอิมฮยอนซองในขณะที่คุณกำลังดำเนินภารกิจในฐานะชอนอีเซได้]
[4. ภายในระยะเวลาของภารกิจ หากเป้าหมายภารกิจไม่สำเร็จหรือไม่ผ่านการทดสอบ สัญญาจะหมดอายุและอายุขัยที่เหลืออยู่ของคุณก็จะหมดลงเช่นกัน บทลงโทษสำหรับความล้มเหลวของภารกิจจะถูกดำเนินการโดยทันที ดังนั้นโปรดตั้งใจทำภารกิจใน่ทดสอบให้ดีที่สุด]
ผมไม่รู้ว่าบทลงโทษคืออะไร แต่ผมมีเวลาแค่ครึ่งปี...
มันเป็ระยะเวลาที่สั้นมากเมื่อเทียบกับว่าชอนอีเซใช้เวลานานถึง 5 ปี ก็ยังไม่สามารถผลักดันวงของเขาที่อยู่ภายใต้บริษัทชอนซูกรุ๊ปให้โด่งดังได้สำเร็จ
"ครึ่งปีไม่สั้นเกินไปหน่อยหรือไง? ขนาดเขามีเวลา 5 ปียังทำไม่สำเร็จ แล้วฉันจะกลายเป็ดาราดังในครึ่งปีได้ยังไง?"
เมื่อผมบ่น หน้าต่างข้อความก็ขึ้นเครื่องหมายใเป็สีแดงเพื่อส่งสัญญาณเตือนอีกครั้ง และในเวลาเดียวกันนี้ เ้าหมาก็ส่งเสียงครางพร้อมกับทำสีหน้าไม่พอใจ
[ครึ่งปีเป็่เวลาชั่วคราวที่กำหนดไว้สำหรับการทดสอบเท่านั้น และคุณสามารถตรวจสอบเหตุผลในการตั้งค่า่เวลาในภารกิจฝึกสอนที่จะจัดขึ้นได้ในภายหลัง]
[นอกจากนี้ หลังผ่านพ้น่การทดสอบครึ่งปี กำหนดเส้นตายใหม่จะถูกจัดสรรตามความคืบหน้าภารกิจของอิมฮยอนซองระบบสร้างสุขสมความปรารถนาแก่มวลมนุษย์จะคำนวณ่เวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละภารกิจ เราจะไม่ยอมรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเื่นี้]
ในที่สุด ผมก็ทำได้เพียงแต่ตอบตกลงเท่านั้น
ถึงปากผมจะบ่น แต่มันก็ยังดีกว่าที่ผมจะจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้มีโอกาสแก้แค้น ผมยกมือเกาหัวและยอมรับสถานการณ์
[้าเริ่มต้นภารกิจฝึกสอนเลยหรือไม่?]
[ตกลง / ปฏิเสธ]
ถ้าสถานการณ์เป็เช่นนี้ ผมก็ต้องรีบปรับตัวให้เร็วและค้นหาสิ่งที่ผมสามารถทำได้
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ผมก็พยักหน้า
[ตกลง]
[กรุณาตั้งชื่อ...ก่อนเริ่มภารกิจฝึกสอน]
ข้างหน้าต่างข้อความขนาดเล็ก เ้าลูกหมาหมุนตัวอยู่กับที่ เหมือน้าจะบอกว่าชื่อที่ผมกำลังจะต้องตั้งในครั้งนี้เป็ชื่อของมันเอง
"โอ๊ย เวียนหัวไปหมดแล้ว อยู่เฉย ๆ ก่อนได้ไหม"
เมื่อผมบ่นออกมาแบบนั้น เ้าลูกหมาก็หยุดนั่งนิ่งโดยทันที ผมแน่ใจว่ามันเข้าใจภาษามนุษย์ มีความฉลาดและน่ารัก...แต่ช่างเถอะ นั่นไม่สำคัญหรอก
หลังจากนั้น แป้นพิมพ์ก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าต่างข้อความ ผมพิมพ์คำแรกที่นึกขึ้นมาได้ลงไปทันที
[สแปเนียล]
โฮ่ง!
เ้าลูกหมาส่งเสียงคราง มันส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
นี่มันอะไรกันเนี่ย เป็แค่หมาปลอม ๆ ไม่มีตัวตน จะชื่ออะไรก็ยอมรับไปเถอะ ผมควรต้องมาปวดหัวกับเื่นี้ไหม
ผมพยายามพิมพ์อีกหลายชื่อที่นึกออก แต่ก็ถูกปฏิเสธทั้งหมด
ผมพยายามตั้งชื่อมันว่าเ้าเหลือง เ้าขาว เ้าจมูกยาว แต่ชื่อทั้งหมดก็ถูกปฏิเสธ จนสุดท้ายผมก็ต้องขึ้นเสียงว่า
"นี่มันชักจะมากเกินไปแล้วนะ!"
ในเมื่อมันเป็สุนัขขนปุย ลองตั้งชื่อมันว่าขนปุยก็แล้วกัน
ในตอนนี้ นิ้วของผมจิ้มลงไปบนคีย์บอร์ดและจิ้มผิดไปเล็กน้อยเพราะว่ามือลั่น
[ขนปุ๋ย]
และแล้วเ้าลูกหมาก็พอใจในที่สุด แสงสว่างปรากฏขึ้นทันที และก่อนที่ผมจะทันรู้ตัว คีย์บอร์ดใต้ปลายนิ้วมือของผมก็สลายหายไป
เอ่อ...
หลังจากนั้น ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนระบบกำลังทำงาน คล้ายกับว่ากำลังจะมีอะไรบางอย่างเริ่มต้นขึ้น