ณ นครหลวงจงหยวน เมืองหลวงอันยิ่งใหญ่และรุ่งโรจน์ที่สุดในใต้หล้า
ที่นี่เป็ศูนย์รวมของความมั่งคั่ง อำนาจราชสำนัก และขุมพลังระดับตำนานมากมาย ท่ามกลางคฤหาสน์ตระกูลใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนย่านชนชั้นสูง คฤหาสน์ของ ‘ตระกูลหลิน’ โดดเด่นเป็สง่าดุจพระราชวังย่อม ๆ ด้วยสถาปัตยกรรมหินอ่อนสลักลวดลายพยัคฆ์เหมันต์สีทองคราม บ่งบอกถึงบารมีและอิทธิพลที่สั่งสมมาหลายพันปี
ภายในห้องหนังสือส่วนตัวที่เงียบสงบและลึกลับ กลิ่นอายพลังปราณน้ำแข็งจาง ๆ ลอยละล่องอยู่ในอากาศจนเกิดเป็ละอองไอเย็นบางเบา ‘หลินเทียนหรง’ ประมุขตระกูลหลินคนปัจจุบันและเป็บิดาของหลินเสวี่ยเหยา กำลังยืนเอามือไพล่หลังจ้องมองภาพวาดทิวทัศน์หุบเขาหิมะด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับฉายแววทรงอำนาจดุดันดุจราชสีห์
*ครืน...*
ประตูไม้แกะสลักหรูหราถูกเปิดออกช้า ๆ หมอเกา แพทย์สมุนไพรระดับสูงประจำตระกูลหลินรีบก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามหน้าผากแม้ในห้องจะมีไอเย็นปกคลุม เขาเพิ่งเดินทางกลับมาจากสถาบันยุทธ์หลงเหมินทางตอนใต้ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะสั้นเพื่อรายงานเื่สำคัญนี้โดยตรง
“คารวะท่านประมุขหลิน...” หมอเกาประสานมือค้อมตัวลงต่ำอย่างนบนอบ
“หมอเกา... ไม่ต้องมากพิธี อาการพลังเหมันต์ตีกลับของเสวี่ยเหยาเป็อย่างไรบ้าง? ยาสมุนไพรเก้าเยือกแข็งที่ข้าส่งไปให้ช่วยบรรเทาความทรมานของนางได้บ้างหรือไม่?” หลินเทียนหรงเอ่ยถามโดยไม่หันหลังกลับมา น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยในตัวบุตรสาวผู้เป็แก้วตาดวงใจ
หมอเกากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใบหน้าซีดลงเล็กน้อยพลางเอ่ยรายงานเสียงสั่น “เรียนท่านประมุข... เื่อาการป่วยของคุณหนูใหญ่นั้นแปลกประหลาดมาก ทว่า... มีเื่สำคัญเร่งด่วนยิ่งกว่าที่ข้าต้องเรียนให้ท่านทราบล่วงหน้าขอรับ... ยามนี้คุณหนูใหญ่หลินเสวี่ยเหยา... นางกำลังมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวลึกซึ้งกับศิษย์ชายผู้หนึ่งในสถาบันหลงเหมินขอรับ!”
*ปัง!*
สิ้นเสียงรายงาน แรงกดดันมหาศาลพลันะเิออกจากร่างของหลินเทียนหรงโดยไม่ทันตั้งตัว โต๊ะทำงานไม้หยกม่วงล้ำค่าด้านข้างแตกออกเป็เสี่ยง ๆ ด้วยคลื่นพลังปราณน้ำแข็งสีทองคราม ไอเย็นหนาทึบแผ่พุ่งออกไปเกาะตามผนังห้องจนกลายเป็น้ำแข็งเกาะหนา ประมุขตระกูลหลินหันขวับกลับมา แววตาส่องประกายเย็นเหยียบคมปลาบดุจกระบี่น้ำแข็งจี้ลำคอ
“เ้าว่าอย่างไรนะ!?” หลินเทียนหรงคำรามเสียงต่ำประหนึ่งฟ้าผ่า “เสวี่ยเหยามีความรัก? ชายผู้นั้นเป็ใคร!? มันเป็อัจฉริยะจากตระกูลใหญ่สายตรงในเมืองหลวง หรือเป็ผู้สืบทอดสายวิชาของยอดฝีมือระดับะคนใดกัน? บอกข้ามาเดี๋ยวนี้!”
หมอเกาตัวสั่นท้าวจนแทบจะทรุดเข่าลงกับพื้น เขาตอบเสียงสั่นเครือ “มะ... ไม่ใช่เลยขอรับท่านประมุข ชายผู้นั้นมีนามว่า ‘หลีเฮง’ เป็เพียงศิษย์ระดับล่างสุดของห้อง F ผู้มีพร์เพียงแค่ Rank F เท่านั้นขอรับ! ซ้ำร้ายอาชีพของมันในระบบบ่มเพาะยังเป็เพียง ‘พนักงานนวดบำบัดแรงงานระดับต่ำ’ หรือหมอนวดสนามที่ไร้ค่า ไม่มีทั้งเื้ัตระกูล และไม่มีทรัพยากรใด ๆ เลยขอรับ!”
“ขยะ Rank F! หมอนวดชั้นต่ำเนี่ยนะ!?” หลินเทียนหรงะโลั่นห้องหนังสือด้วยความโกรธเกรี้ยวและเหลือเชื่อสุดขีด “เสวี่ยเหยาเป็ถึงไข่มุกเม็ดงามประจำตระกูลหลิน! นางพร์ระดับ SSS ‘แกนปราณจักรพรรดินีเหมันต์’ ซึ่งเป็พร์สูงสุดในรอบพันปีของตระกูลเรา คู่ครองที่เหมาะสมกับนางในอนาคตมีเพียงยอดอัจฉริยะระดับสูงเท่านั้น! ข้าอุตส่าห์ทาบทามและเจรจาเบื้องต้นเื่การแต่งงานหมั้นหมายเพื่อผลประโยชน์และบารมีร่วมกับ ‘ตระกูลฉู่’ ตระกูลผู้มีอิทธิพลอันดับต้น ๆ ในราชสำนักไว้แล้ว!”
ตระกูลฉู่ที่ประมุขหลินกล่าวถึงนั้น เป็ตระกูลมหาอำนาจที่มีกองกำลังผู้บ่มเพาะที่ทรงพลังที่สุดในเมืองหลวง และที่สำคัญที่สุด บุตรชายคนโตของพวกเขาอย่าง ‘ฉู่เฟิง’ คือยอดอัจฉริยะผู้พร์ระดับ SSS สายมิติเวลา (Time Attribute) ซึ่งเป็สายพลังพิเศษที่หายากและลึกลับที่สุดในรอบหมื่นปี เขาสามารถหน่วงเวลาหรือเร่งเวลาในอาณาเขตรอบตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ฉู่เฟิงเคยพบหลินเสวี่ยเหยาในงานเลี้ยงราชสำนักเมืองหลวงเมื่อสองปีก่อน และตกหลุมรักในความงามอันหมดจดเ็าของนางทันที เขาเคยเพียรพยายามส่งของกำนัลล้ำค่า คัมภีร์วิเศษ และยาสมุนไพรหายากมาให้เพื่อตามเกี้ยวพาราสี ทว่าหลินเสวี่ยเหยากลับปฏิเสธและแสดงท่าทีเฉยเมยเ็าใส่ประหนึ่งเขาเป็เพียงฝุ่นละออง ไม่เคยปรายตามองแม้แต่หางตา
หลินเทียนหรงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นนูน “เหตุผลเดียวที่ข้าจำใจต้องส่งเสวี่ยเหยาไปศึกษาในสถาบันยุทธ์หลงเหมินทางใต้ที่แสนห่างไกลการเมืองหลวงเช่นนั้น ก็เพราะ ‘พลังเหมันต์ตีกลับ’ ที่เป็โรคประจำตัวคุกคามชีวิตของนางต่างหาก! หากนางอยู่ในเมืองหลวงที่มีแต่การแข่งขันประลองต่อสู้ไม่เว้นแต่ละวัน นางย่อมถูกสถานการณ์บีบคั้นให้ต้องฝืนโคจรลมปราณน้ำแข็งขั้นสูงจนชีพจรแหลกเหลวเร็วขึ้น การส่งนางไปอยู่ในชนบทห่างไกลที่มีแต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่าง จะช่วยให้นางลดการใช้พลัง มีเวลาพักผ่อนและรักษาฟื้นฟูร่างกายได้ยืนยาวขึ้นเพื่อรอวันที่ข้าจะหายาสมุนไพรรักษาชีพจรเหมันต์ได้สำเร็จ... ไม่ใช่ส่งนางไปเป็เมียของไอ้สวะ Rank F คนนวดแก้เมื่อยเช่นนี้!”
หมอเการีบยกมือซับเหงื่อพลางเอ่ยเสนอข้อเท็จจริงเพื่อระงับโทสะประมุข “ท่านประมุขโปรดเย็นใจก่อนขอรับ! ความจริงแล้วยังมีเื่ที่น่าประหลาดใจเป็ที่สุดอยู่อีกเื่หนึ่ง... ในตอนที่ข้าเข้าไปตรวจร่างกายของคุณหนูใหญ่นั้น ข้าพบว่าอาการ ‘พลังเหมันต์ตีกลับ’ ที่เคยปั่นป่วนบีบคั้นชีพจริญญาจนปางตายบ่อยครั้ง บัดนี้กลับสงบนิ่งราบเรียบและมีความเสถียรอย่างน่าเหลือเชื่อ! ใบหน้าของคุณหนูใหญ่แดงระเรื่อมีเืฝาด ร่างกายสดชื่นสดใส แววตามีชีวิตชีวา และกระแสพลังน้ำแข็งก็ไหลเวียนประสานกับพลังิญญากำเนิดอย่างสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์... ราวกับว่าอาการป่วยเรื้อรังที่ไม่มีวันรักษาหายนั้น ได้ถูกคลี่คลายลงอย่างถาวรแล้วขอรับ!”
“เ้าว่าอย่างไรนะ!?” หลินเทียนหรงอุทาน แววตาแปรเปลี่ยนจากความโกรธเป็ความตะลึงลานแกมยินดี “พลังเหมันต์ตีกลับของเสวี่ยเหยาหายดีงั้นรึ? เป็ไปได้อย่างไร? แม้แต่หมอโอสถหลวงและผู้าุโระดับเซียนยังบอกว่าทำได้เพียงยื้อชีวิตรักษาสมดุลเท่านั้น...”
“ข้าเองก็สุดปัญญาจะรู้ความจริงขอรับ แต่สภาพร่างกายของคุณหนูใหญ่ในตอนนี้หายดีแล้วร้อยเปอร์เซ็นต์จริง ๆ ข้าจึงคิดว่าในยามนี้ไม่มีความจำเป็ใด ๆ ที่จะต้องปล่อยให้คุณหนูใหญ่พักรักษาตัวอยู่ในสถาบันชนบทห่างไกลเช่นนั้นอีกต่อไป... การเรียกตัวนางกลับมาบ่มเพาะพลังในตระกูลใหญ่เพื่อเตรียมตัวหมั้นหมายกับคุณชายฉู่เฟิงจึงเป็หนทางที่ดีที่สุด และที่สำคัญ... จะช่วยแยกนางออกจากไอ้ขยะหลีเฮงก่อนที่เื่ราวจะบานปลายไปมากกว่านี้ด้วยขอรับ” หมอเกาเสนอความเห็น
หลินเทียนหรงยืนนิ่งคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาเยือกเย็นไร้ความปราณี “ดีมาก! ในเมื่อเสวี่ยเหยาหายดีแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะปล่อยให้นางอยู่ที่นั่นอีก ข้าจะเขียนจดหมายตราประทับตระกูลหลินด่วนที่สุด ส่งผ่าน ‘นกอินทรีส่งสารวายุ’ สั่งการให้เสวี่ยเหยาเดินทางกลับตระกูลหลินที่เมืองหลวงทันทีหลังจบการประลองวันพรุ่งนี้! ข้าไม่มีวันยอมให้ไข่มุกระดับ SSS ของตระกูลต้องแปดเปื้อนและตกต่ำไปแต่งงานกับคนนวดขยะไร้ระดับเด็ดขาด!”
...
ขณะเดียวกัน ณ สถาบันยุทธ์หลงเหมิน ทางใต้
ตลอดทางเดินลานกว้างและหอพักต่างอบอวลไปด้วยเสียงพ่นลมหายใจด้วยความตื่นเต้นและกระแสลมแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าศิษย์ เนื่องจากวันพรุ่งนี้คือวันตัดสินชะตาการแข่งขันประลองยุทธ์รอบชิงชนะเลิศประจำปี!
คู่ชิงชนะเลิศที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างและพากันถกเถียงไม่เว้นแต่ละวันก็คือ: ‘ทีมห้อง F’ ปะทะ ‘ทีมห้อง S’ (ห้องศิษย์พิเศษ)
ในตอนแรก ผู้คนคิดว่าห้อง F เข้ามาได้เพราะโชคช่วยหรือเพราะดวงดี ทว่าหลังจากพวกเขาล้มทีมเกรดเออย่างห้อง C ลงได้ด้วยท่วงท่าพิสดารของหลีเฮง ซ้ำร้ายยังมีกระแสข่าวปล่อยออกมาว่าหลีเฮงได้รับการตรวจสอบระดับ Rank ใหม่จนเลื่อนจากขยะ Rank F ขึ้นมาเป็ Rank D อย่างเหลือเชื่อ ทำให้ผู้คนเริ่มเกิดความโลเลและประเมินผลวันพรุ่งนี้ไม่ออก
อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์กันตามหลักความเป็จริง ห้อง F ก็ยังคงเป็รองห้อง S อยู่หลายขุม เนื่องจากหัวหน้าทีมห้อง S คือเทพธิดาเหมันต์ ‘หลินเสวี่ยเหยา’ ผู้พร์ระดับ SSS แถมลูกทีมอีกสองคนของนางก็ไม่ใช่เล่น ๆ เลยทีเดียว
คนแรกคือ ‘เจียงเฉิน’ ชายหนุ่มพร์ระดับ S สาย ‘ปราณดาบเงาดับตะวัน’ ผู้ขึ้นชื่อเื่ความเงียบกริบและการโจมตีที่รวดเร็วไร้เงา อีกคนคือ ‘ซูหรัน’ หญิงสาวพร์ระดับ S สาย ‘ค่ายกลดาราล้อมฟ้า’ ที่มีความเชี่ยวชาญในการลงอักขระป้องกันและกักขังศัตรูอย่างเหนียวแน่น ชัยชนะของห้อง S จึงยังคงดูหนาแน่นปานแผ่นดินไหว ยกเว้นเสียแต่ว่าห้อง F จะมีปาฏิหาริย์หรือกลเม็ดเด็ดพรายแบบคาดไม่ถึงมาสร้างเื่อีกครั้ง
ท่ามกลางความตึงเครียดของเหล่านักเรียนและอาจารย์ที่คอยนั่งจับกลุ่มวิเคราะห์สถิติจนดึกดื่น...
ตัวการหลักของเื่ทั้งหมดอย่าง ‘หลีเฮง’ กลับเดินทอดน่องอย่างสบายใจเฉิบอยู่บนระเบียงทางเดินมุ่งหน้าไปยังห้องนอนบำบัดพิเศษของสองสาว โดยไม่ได้คิดแผนการประลองยุทธ์สำหรับวันพรุ่งนี้เลยแม้แต่นิดเดียว!
แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องทาทับระเบียงไม้เป็สีส้มแดง ดวงหน้ากะล่อนของหลีเฮงประดับไปด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แววตาของเขาเปล่งประกายสีชมพูวาวโรจน์แฝงไปด้วยความหื่นกระหายและลามกอย่างออกนอกหน้า ทุกก้าวย่างของเขาช่างดูเ้าเล่ห์ประหนึ่งสุนัขจิ้งจอกกำลังจะบุกรังกระต่ายขาว
“หึ ๆ ๆ... แต้มระบบเหลือแค่ 230 แต้ม แต่แลกกับของวิเศษเต็มคลังในแหวนมิติ คืนนี้ข้าจะเล่นให้หนำใจไปเลยคอยดูสิ!” หลีเฮงพึมพำคนเดียวเสียงแ่พลางลูบคลำแหวนมิติระดับกลางสีเงินวาวที่สวมอยู่ที่นิ้วชี้ข้างซ้ายด้วยความภาคภูมิใจ
สมองอันเฉียบแหลมในเื่ใต้สะดือของเขากำลังวางแผนสรรค์สร้างความสุขสมบำบัดรักให้กับสองยอดสาวงามระดับ SSS อย่างเมามัน:
*‘แผนคืนนี้ข้าจะบุกเข้าไปเริ่มด้วยการจุดเทียนหอมอักขระสร้างบรรยากาศ ปล่อยกลิ่นหอมบางเบาที่เร่งพลังกระสันรักแ่เบาโชยอบอวลห้อง... จากนั้นก็จะปูเบาะรองนอนเคลิบเคลิ้มเนื้อนุ่มพิเศษลงอักขระปราณบำบัดบีบคั้นให้พวกนางเคลิบเคลิ้มหลงใหลนอนผ่อนคลายสบายเนื้อตัว...’*
คิดมาถึงขั้นแรก ชายหนุ่มก็แอบเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตนเองด้วยความตื่นเต้นพรางคิดต่อ:
*‘และที่ขาดไม่ได้... ข้าจะสวมถุงมือเซียนนวดระดับ Super Rare ที่บางเฉียบจนเหมือนััเนื้อสด ๆ ถุงมือวิเศษนี้จะช่วยเพิ่มความเร็วการขยับลูบไล้ของนิ้วมือข้าเป็สองเท่า และเร่งการเยียวยาลดความเมื่อยล้าขจัดลมปราณสะสม คลอเคลียสอดรับกับวิชาชิวหาพาเพลิน... และสุดท้าย ทีเด็ดสุดยอดของค่ำคืนนี้คือการขยับร่างของพวกนางขึ้นไปบำเพ็ญคู่บนเบาะรักคู่เทพ! เบาะโค้งเว้าสลักอักขระ์ที่จะช่วยให้ข้าจัดท่วงท่ามุมเอียงสอดใส่ได้หลากหลายทิศทางตามที่ใจอยาก แถมยังทวีคูณความเสียวสยิวความพึงพอใจให้พวกนางถึง 5 เท่า! ข้าอยากรู้นักว่าคืนนี้นางมารน้อยเยี่ยหลัวอินกับเทพธิดาเหมันต์หลินเสวี่ยเหยาจะครางหวานเสียงหลงรัญจวนใจขนาดไหนกัน!’*
เมื่อคิดถึงััอันนุ่มหยุ่น คราบรอยน้ำตาแห่งความเสียวซ่าน และเสียงครางออดอ้อนแหบพร่าของสองสาวงามระดับ SSS พร้อมกันในค่ำคืนนี้ หลีเฮงก็แทบจะเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ ชายหนุ่มเดินก้าวฉับ ๆ อย่างรวดเร็ว แผ่นหลังเหยียดตรง แววตาสีชมพูลามกกระเหี้ยนกระหือรืออย่างน่าหมั่นไส้พลางฮัมเพลงรักกะล่อน มุ่งหน้าตรงดิ่งเข้าหาความสุข์บนดินในห้วงราตรีกาลทันที!
- จบตอนที่ 28 -