'ตลาดใจกลางเมือง'
ซิ่วอิงใช้เวลาเดินทางไม่นาน ก็มาถึงตลาดใจกลางเมือง ่เช้าแบบนี้ตลาดกลางเมืองเต็มไปด้วยพ่อค้า แม่ค้า และผู้คนที่มาซื้อหาสิ่งที่ตน้า
เมื่อซิ่วอิงเดินเข้าไปในตลาด ความแปลกแยกเกิดขึ้นเห็นได้ชัด ท่านกลางชาวบ้านที่แต่งกายแบบธรรมดา ที่ดีหน่อยก็เป็พ่อบ้านหรือสาวใช้ จากจวนตระกูลใหญ่หรือผู้มีอันจะกิน
เมื่อหญิงสาวในชุดจอมยุทธสีดำ (ชุดนางมีเยอะ) สวมหน้ากากดำปิดครึ่งหน้าดูลึกลับ ปรากฏกายขึ้นมาในตลาด ผู้คนมากมายต่างก็พากันมองดูด้วยความแปลกใจ
แต่เมื่อเห็นสิ่งของที่หญิงสาวลึกลับซื้อหา ทุกคนที่เฝ้าดูถึงกับพากันแอบยิ้ม เพราะซิ่วอิงนั้นซื้อพืชผักทุกชนิดที่วางขายสองข้างทาง ซื้อแบบเหมาหมดยกร้านกันไปเลย อีกทั้งยังซื้อข้าวสารอีกหลายกระสอบ อาหารแห้งและเครื่องปรุงนานาชนิด แม้นจะรู้จักบ้างไม่รู้จักบ้างว่าใช้ทำอะไร แต่ซิ่วอิงก็ซื้อไปเผื่อเอาไว้
ต่อมาซิ่วอิงไปยังร้านขายเครื่องเรือนที่ใหญ่โตพอสมควร มีเครื่องเรือน เครื่องครัวและเครื่องมือต่างๆ วางขายเป็จำนวนมาก ซิ่วอิงซื้อเตาขนาดใหญ่ 4 เตา หม้อ ไห กระทะ ตะหลิว ถ้วยชามและตะเกียบ ทั้งยังซื้อมีดทำครัว จอบ เสียม มีดตัดหญ้าขนาดต่างๆอีกมากมาย
การซื้อของซิ่วอิงนั้น เรียกได้ว่าแทบจะเหมาหมดทั้งร้านเลยก็ว่าได้ ทำเอาเถ้าแก่กับลูกจ้างในร้าน ยิ้มหน้าบานหุบไม่ลงทั้งวัน เมื่อหาซื้อทุกอย่างเท่าที่คิดขึ้นมาได้ ซิ่วอิงมุ่งหน้าออกจากเมืองไปยังเขามรกตทันที
‘เส้นทางจากเมืองัฟ้าสู่เขามรกต’
ซิ่วอิงใช้ทักษะทะยานเวหาพุ่งไปอย่างรวดเร็ว จนเกือบจะถึงบริเวณเขามรกตที่จะใช้สร้างบ้าน ในสายตาพลันปรากฏชาวบ้านหลายกลุ่ม บางกลุ่มเดินเท้า บางกลุ่มมีวัวเทียมเกวียนไว้บรรทุกสิ่งของ บางกลุ่มดูแล้วคล้ายขอทาน เพราะเสื้อผ้าขาดจนมองเห็นร่างกายผอมโซ บางกลุ่มคล้ายเป็ครอบครัวเดียวกัน บ้างก็อุ้ม บ้างก็จูงมือ ต่างพากันเดินไปยังด้านหน้าอย่างมุ่งมั่น
เมื่อเห็นเช่นนั้น ซิ่วอิงจึงทะยานลงไปยังกลุ่มคน เมื่อเธอลงไปถึงกลุ่มชาวบ้านก็หยุดเดิน แล้วพากันมองมายังสาวน้อยในหน้ากากดำ แต่งกายด้วยชุดจอมยุทธสีดำด้วยความแปลกใจ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยออกมา
“ พวกท่านจะไปที่ใดกัน..”
ซิ่วอิงเป็ฝ่ายเอ่ยถามขึ้นมาก่อน
“ เรียนท่านจอมยุทธหญิง.. พวกข้ารู้มาจากท่านลู่ว่าเ้าของที่ดินริมเขาด้านหน้า กำลังสมัครรับคนงานทุกชนิด พวกข้าอยู่ในเมืองเป็คนว่างงาน จึงตั้งใจจะไปสมัครงานขอรับ..”
ชายสูงอายุร่างผอมแห้งคนหนึ่ง รวบรวมความกล้าเอ่ยตอบ
“ อืมม.. เช่นนั้นพวกท่านเดินตรงไปอีกไม่นานก็จะถึงที่หมาย ข้าจะล่วงหน้าไปก่อน แล้วจะให้คนเอาน้ำมาไว้ด้านหน้า ให้พวกท่านได้ดื่มกิน”
ซิ่วอิงกล่าวจบทะยานจากไปทันที พวกชาวบ้านมองตามด้วยสายตางุนงง ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่ตั้งใจ
‘เขามรกต’
เมื่อซิ่วอิงไปถึงบริเวณเขามรกต บนเนินเขามีฟู่ิกับคนอื่นๆรออยู่แล้ว เธอจึงกล่าวกับฟู่ิว่า
“ ท่านอาฟู่.. ข้าพบคนมาสมัครงานจำนวนมากกำลังเดินทางมา ท่านไปนำน้ำจากลำธารสักหลายถัง แล้วเอาน้ำทิพย์ดาราหยดลงไปถังละหนึ่งหยด.. จากนั้นนำไปตั้งใว้ด้านหน้าทางเข้า พวกชาวบ้านมาเหนื่อยๆจะได้ดื่มกินกัน ส่วนท่านก็คอยดูแลอย่าให้พวกเขาแย่งชิงกัน..”
กล่าวจบซิ่วอิงนำถังน้ำที่เพิ่งซื้อออกมาจากแหวนมิติ 4 ถัง ส่งให้ฟู่ิ
“ รับทราบนายน้อย..”
ฟู่ิเอ่ยวาจาพลางรับถังไม้ใส่แหวนมิติตนเอง จากนั้นไปยังลำธารตักน้ำใส่ถังไม้จนเต็มทุกถัง หยดน้ำทิพย์ที่ซิ่วอิงเคยมอบให้ลงไป ก่อนจะนำน้ำทั้ง4ถังเก็บไว้ในแหวนมิติ เสร็จแล้วนำไปวางไว้ตามคำสั่งซิ่วอิงทันที
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม กลุ่มชาวบ้านทยอยเดินทางมาถึงด้วยอาการเหนื่อยล้า ฟู่ิยืนรออยู่จึงกล่าวกับทุกคนว่า
“ ทุกคนเดินเข้าแถวมาตักน้ำที่นายน้อยข้าเตรียมไว้ให้ ใครได้รับน้ำแล้วให้นำไปดื่มกินที่ด้านใน.. เมื่อพักจนหายเหนื่อย ให้ไปพบนายน้อยที่เนินเขาด้านหน้าพวกเ้า ”
กลุ่มชาวบ้านได้ยินฟู่ิกล่าวเช่นนั้น จึงเดินแถวเข้าไปยังถังน้ำ4ถังที่วางอยู่ตรงหน้า จากนั้นใช้ถ้วยชามหรืออะไรที่พอจะหามาตักน้ำในอ่าง เมื่อได้น้ำแล้วก็ดื่มเข้าไป ทันทีที่น้ำไหลเข้าไปในปาก ทุกคนััได้ถึงพลังิญญา ทำให้ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าหายไปจนหมดสิ้น
“ อ่า.. นี่น้ำอะไรกัน.. ทำไมพอดื่มเข้าไปแล้ว ตัวข้ากลับรู้สึกมีพลังขึ้นมาทันตาเลย น้ำในอ่างนี่ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้ ”
ชายชราที่เคยกล่าวคำกับซิ่วอิง เอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจยิ่งนัก
“ นี่คือน้ำวิเศษที่นายน้อยข้ามอบให้พวกเ้า หากพวกเ้าทำงานให้นายน้อย พวกเ้าจะได้ดื่มน้ำเช่นนี้ทุกวัน.. ใครที่พร้อมแล้วให้เดินไปหานายน้อยที่เนินเขา.. ”
ฟู่ิเอ่ยด้วยความภูมิใจในตัวนายน้อยของตนยิ่งนัก
พวกชาวบ้านเมื่อได้ฟังคำพูดของฟู่ิ ทุกคนเต็มไปด้วยความ้าทำงานให้เ้านายคนนี้ จึงพากันเดินไปยังเนินเขาที่เห็นอยู่ไม่ไกล
ซิ่วอิงที่ยืนปรึกษากับช่างลู่และลูกน้องอยู่บนเขา เมื่อรับรู้ว่ากลุ่มคนงานได้มาถึงแล้ว จึงส่งสายตามองลงไปเห็นพวกชาวบ้าน ทั้งคนแก่ทั้งเด็ก ทั้งชายและหญิงราวๆ 400 กว่าคน รวมตัวกันอยู่ที่ตีนเขา จึงเดินลงไปพร้อมกับพวกของฟู่ิ ช่างใหญ่ลู่และลูกน้อง
ซิ่วอิงเดินไปหยุดตรงหน้าของทุกคน แล้วกล่าวด้วยเสียงอันดังว่า
“ ข้าจ้าวซิ่วอิง.. เป็คนที่้าว่าจ้างพวกเ้า ต่อไปให้เรียกข้าว่า ‘นายน้อย’.. ”
" คารวะนายน้อย.."
ชาวบ้านกล่าวพร้อมกันเสียงดังกระหึ่มไปทั้งเขา
" ในเมื่อพวกเ้าดิ้นรนเดินทางมาเพื่อทำงานให้กับข้า ข้าก็จะรับพวกเ้าไว้ทุกคน.. ไม่ว่าจะเป็ชายหรือหญิง จะเป็คนชราหรือเด็ก จะเป็ครอบครัวหรือคนโสด ข้าล้วนรับทั้งสิ้น ”
คำพูดของซิ่วอิงทำให้บางคนถึงกับคุกเข่าคำนับ บางคนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เพราะพวกเขาบางคนมากันเป็ครอบครัว อีกทั้งบางครอบครัวยังมีเด็กน้อยวัยแบเบาะไม่ถึงขวบปี บางครอบครัวมีทั้งคนชราและคนป่วย เมื่อได้ฟังคำพูดของซิ่วอิง จึงสร้างความปิติยินดีให้กับพวกเขายิ่งนัก
“ ต่อไปข้าจะแบ่งงานให้พวกเ้าตามความถนัด.. ผู้ใดเป็ช่างไม้หรือพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง ให้ไปยืนเข้าแถวทางด้านช่างลู่ทางด้านโน้น ”
เมื่อเห็นซิ่วอิงชี้มือไปหาช่างลู่กับลูกน้อง ชาวบ้านที่เป็ช่างไม้ก็เดินไปเข้าแถวอยู่ด้านหน้าช่างลู่ ซึ่งดูคร่าวๆประมาณ 200 คน ซิ่วอิงเห็นจำนวนช่างไม้ถึงกับยิ้มออกมา เพราะหากมีช่างไม้มากเท่าใด การสร้างบ้านและที่พักคนงานก็จะเสร็จไวยิ่งขึ้นไปอีก
" ผู้ใดทำอาหารได้.. ให้มายืนด้านหน้าท่านอาจางทางด้านนี้ ”
จางจั่นเมื่อเห็นซิ่วอิงมองมาที่ตน จึงเอ่ยขึ้น
“ คนที่ทำอาหารได้มายืนเข้าแถวตรงหน้าข้า” จางจั่นกล่าวจบก็มีชาวบ้านทั้งหญิงและชายเดินไปเข้าแถวตรงหน้า นับได้ราวๆ 50 คน
“ คนที่เหลือ.. ยกเว้นคนป่วยและเด็กเล็ก ให้ช่วยกันตัดกิ่งไม้ตัดหญ้ามาทำหลังคาชั่วคราว ซึ่งข้าคิดว่าคงจะพอทำกันได้ทุกคน”
“ ทำได้ขอรับ/เ้าค่ะ”
ทุกคนตอบอย่างพร้อมเพรียง
“ ดีมาก.. ตอนนี้ช่างไม้ทุกคนให้สร้างโรงครัวชั่วคราวขึ้นมาก่อน เพื่อมีที่ให้พวกคนครัวทำอาหารให้ทุกคนได้กินกันก่อน .. นี่เป็อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ”
พูดจบซิ่วอิงสะบัดมือวูบ นำอุปกรณ์ทุกอย่างจากแหวนมิติออกมากองไว้ ยกเว้นสิ่งของที่เกี่ยวกับการทำอาหาร
“ พวกเ้าเอาไปคนละอันแล้วไปทำงานกันได้ ”
สิ้นคำกล่าวของซิ่วอิง ทุกคนหยิบฉวยเครื่องมือที่ตนเองถนัด แล้วไปทำงานที่ได้รับมอบหมาย
“ พวกเด็กๆ หรือคนที่ป่วยทำงานไม่ไหว ให้ไปรออยู่ที่ใต้ต้นไม้ชายป่าทางด้านนั้น.. ส่วนคนครัวทุกคนตามข้ามาทางนี้”
คนครัวราวๆ 50 คน เดินตามซิ่วอิงไปยังริมลำธารที่อยู่ใกล้เคียงกัน เมื่อไปถึงซิ่วอิงนำสิ่งของที่ซื้อมาเมื่อตอนเช้าออกจากแหวนมิติ มีเตาขนาดใหญ่ 4 เตา หม้อ ไห กระทะ ตะหลิว มีดหลากหลายขนาด ถ้วยชาม ข้าวสาร สิ่งของเครื่องใช้และเครื่องปรุงต่างๆ รวมถึงผักทั้งหมดที่เธอเหมาตลาดวางเรียงรายเต็มไปหมด
จากนั้นซิ่วอิงหันไปถามฟู่ิที่เดินตามมา
“ ท่านอาฟู่.. ได้นำของที่ข้าบอกไว้มาหรือไม่”
“ นี่ขอรับนายน้อย..”
ฟู่ิพูดจบนำร่างอันไร้ชีวิตของสัตว์มากมายออกมาจากแหวนมิติ มีวัวอสูรเขาเหล็ก 5 ตัว หมูป่า 10 ตัว กระต่ายและไก่ป่าอีกหลายตัว นอนเรียงรายอยู่ด้านหน้าทุกคน
ซิ่วอิงเห็นแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ นี่คืออาหารของวันนี้.. พวกเ้ามีใครที่สามารถชำแหละพวกมันได้บ้าง..”
“ พวกข้าทำได้ขอรับนายน้อย.. ข้ากับเพื่อนเคยเป็คนฆ่าสัตว์มาก่อนขอรับ”
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยออกมา ซิ่วอิงพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วกล่าวต่อ
“ เอาละ.. พวกเ้านำสัตว์พวกนี้บางส่วน ลงไปชำแหล่ะที่ริมลำธารด้านล่าง ส่วนของเสียที่ไม่ได้ใช้ฝังกลบให้เรียบร้อย.. ส่วนคนที่เหลือเริ่มก่อไฟหุงข้าวได้เลย คนที่ว่างให้ไปตักน้ำมาใส่ถังเตรียมไว้.. คนครัวผู้ใดาุโที่สุด..”
“ บ่าวเ้าค่ะ..”
สิ้นเสียงของซิ่วอิง หญิงชราวัย 60 กว่าปีคนหนึ่งเอ่ยตอบออกมา
“ ท่านยายชื่ออะไร.. ”
“ บ่าวชื่อซู่เหลียงเ้าค่ะ..”
“ ท่านยายซู่เหลียง.. ข้าให้ท่านเป็ผู้ดูแลครัวทั้งหมด นี่เป็แหวนมิติระดับต่ำไม่มีพลังปราณก็ใช้ได้ เพียงแค่ส่งจิตเข้าไปสามารถใช้งานได้ทันที.. ภายในแหวนมีขวดน้ำเล็กๆอยู่ 1 ขวด เมื่อตักน้ำจนเต็มทุกถังแล้ว ให้หยดน้ำในขวดลงไปถังหนึ่งหยด.. น้ำที่ใช้หุงข้าวหรือทำอาหารอื่นๆให้ใช้น้ำในถังเท่านั้น เมื่อทำอาหารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย สิ่งของที่เหลือให้เก็บไว้ในแหวนมิติทั้งหมด และเก็บเื่ขวดน้ำเป็ความลับ.. เข้าใจหรือไม่”
“ บ่าวเข้าใจแล้วเ้าค่ะ..”
คนครัวทั้งหมดตอบรับ
“ ดี.. ข้าหวังว่าพวกเ้าจะอยู่ด้วยกันด้วยความสามัคคี ไม่ทะเลาะวิวาทกัน เอาละทุกคนไปทำตามที่ข้าสั่งได้ ”
“ ขอรับ/เ้าค่ะ”
‘เมืองัฟ้า’
ในเวาลาเดียวกัน ขณะที่ซิ่วอิงกำลังวุ่นวายกับการจัดการเื่ราวอยู่นั้น เธอหารู้ไม่ว่าภายในเมืองัฟ้า กลุ่มผู้มีอำนาจต่างๆเริ่มมีความเคลื่อนไหวแล้ว
ภายในเมืองัฟ้า มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่มีอำนาจหลักๆ คือ
- จวนเ้าเมือง
- สำนักัฟ้า
- หอประมูล
- สมาคมโอสถ
- สมาคมทหารรับจ้าง
และ 4 ตระกูลใหญ่ ซี่งประกอบด้วย
- ตระกูลหลิน ค้าขายเหล็กและเปิดกิจการโรงเตี๊ยม มีเหมืองแร่เหล็กชายป่าเขาหมื่นอสูรทางทิศใต้ใน
- ตระกูลหยาง ค้าขายโอสถและสมุนไพร ด้วยมีนักปรุงโอสถอยู่ในตระกูลเป็จำนวนมาก
- ตระกูลหลี่ ค้าขายแพรพรรณและอัญมณีรายใหญ่
- ตระกูลหวัง ค้าขายผลึกอสูร อสูร หอนางโลมและนายหน้าค้าทาส
ภายในเมืองัฟ้าแห่งนี้ ยังมีตระกูลชั้นรองและพวกเสือหมอบัซ่อนอีกมากมายที่ไม่ปรากฏตัวออกมา หรือมีอำนาจไม่มากเท่ากลุ่มข้างต้น แต่พวกเขายังคงน่ากลัวกว่าจอมยุทธธรรมดาเช่นกัน
ที่ผ่านมากลุ่มผู้มีอิทธิพลในเมืองัฟ้า ต่างชิงไหวชิงพริบและคานอำนาจกันมาตลอด แต่กลับไม่มีการต่อสู้กันซึ่งหน้า เพราะหากมีการสูญเสียจะเป็การเปิดโอกาสให้ผู้อื่นฉกฉวยผลประโยชน์ ถึงแม้จะไม่มีการต่อสู้กันอย่างเปิดเผย แต่ในทางลับกลับมีสายสืบของแต่ละกลุ่มคอยสืบข่าวอยู่ตลอดเวลา
ซี่งทุกการเคลื่อนไหวของซิ่วอิงและพวกใน 2-3 วันที่ผ่านมา ล้วนตกอยู่ในสายตาสายลับของกลุ่มอิทธิพลหลัก ในเมืองัฟ้าทุกกลุ่ม
‘จวนเ้าเมืองัฟ้า’
เช้าวันนี้ ชินฟ่านหลงเ้าเมืองัฟ้าวัย 40 กว่าๆ กำลังนั่งดื่มชาพร้อมกับตรวจดูเอกสาร ด้านข้างมีที่ปรึกษาวัยใกล้เคียงกัน ยืนกล่าวรายงานเื่ราวต่างๆ
" เรียนนายท่าน.. ทหารที่ดูแลประตูเมืองรายงานมาว่า เช้าวันนี้พวกขอทาน พวกชาวเมืองที่ว่างงาน ทั้งหญิงและชาย ไม่ว่าคนชราหรือเด็กเล็กๆ.. ต่างพากันเดินทางออกนอกเมืองเป็จำนวนมากขอรับ "
" หืม.. เกิดเื่อะไรขึ้น "
เ้าเมืองชินชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามออกมา
" จากที่สายสืบรายงาน.. นายช่างลู่ช่างไม้ของเมืองเรา ได้ประกาศรับคนงานทุกประเภท เพื่อไปสร้างบ้านที่นอกเมืองขอรับ"
" สร้างบ้าน.. บ้านผู้ใดกันถึงได้้าคนงานมากขนาดนี้ "
เ้าเมืองชินเอ่ยถามด้วยความสนใจ
" เป็ของตระกูลจ้าวขอรับ.. สร้างบ้านบนเขาและบ้านพักคนงานบนที่ดิน 800 หมู่ ชายป่าด้านทิศตะวันออกห่างจากเมืองประมาณ 10 ลี้ขอรับ "
" หือ.. ตระกูลจ้าว.. ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน นำเอกสารการมาดูสิ.."
ที่ปรึกษายื่นเอกสารการซื้อขาย และรายละเอียดที่เตรียมพร้อมไว้แล้วส่งให้ เ้าเมืองดูอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า
" ตระกูลจ้าวจากหมู่บ้านไผ่งาม.. จ้าวเว่ยหัวหน้าตระกูล จ้าวเหมยภรรยา จ้าวซิ่วอิงบุตรสาววัย 14 จ้าวเสี่ยวหยวนบุตรสาวคนเล็กวัย 9 ขวบ.. เมื่อ 3 วันที่แล้วซื้อที่ดินขนาดใหญนอกเมือง ซื้อจวนในเมืองอีก 3 จวน.. อืมๆ.. เื่นี้น่าสนใจทีเดียว แล้วยังมีข้อมูลอื่นอีกหรือไม่"
เ้าเมืองกล่าวถามต่อไป เนื่องจากเอกสารที่บันทึกไว้ไม่มีเื่ส่วนตัว เป็เพียงเื่ราวพื้นฐานเท่านั้น
" จากที่สายลับรายงาน.. ตระกูลจ้าวสร้างบ้านนอกเมือง เพราะ้าทำนาปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกผลไม้และเลี้ยงสัตว์ จึง้าคนงานเป็จำนวนมากขอรับ"
" อืม.. ถ้าสามารถสร้างงานให้คนยากไร้ได้จริง ข้าในฐานะเ้าเมืองก็เห็นดีด้วย แต่ยังไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์แอบแฝงหรือไม่.. ที่ปรึกษากู้ท่านต้องให้สายลับจับตาดูอย่างไกล้ชิด ข้าเกรงว่าการกระทำของคนตระกูลจ้าว ต้องอยู่ในสายตาของผู้อื่นเช่นกัน"
" ขอรับท่านเ้าเมือง.."
แล้วเป็จริงดังทึ่เ้าเมืองชินกล่าวไว้ ตอนนี้สายลับของแต่ละกลุ่มอิทธิพลหรือตระกูลใหญ่ ได้รายงานความเคลื่อนไหวทุกอย่าง ของคนตระกูลจ้าวและพวกให้นายเหนือทราบ แต่พวกเขารู้เพียงเื่รับคนงานสร้างบ้าน และปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เท่านั้น ยังไม่รู้จุดประสงค์อื่นๆ พวกเขาจึงทำได้เพียงจับตามองต่อไป
………………………………….