เสียงของร่างบายที่นอนหลับอยู่บนเตียงนุ่มๆได้มีการเคลื่อนไหวเล็กน้อยก่อนที่เปลือกตาที่ปิดอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
เซียวหลินที่ลืมตาขึ้นมาเธอเห็นเพดาที่คุ้นตาก่อนจะพริบตาสองสามครั้งแล้วลุกขึ้นมานั่งก่อนจะหันไปมองรอบๆห้องด้วยความดีใจนี้เธอได้ย้อนกลับมาอยู่ในห้องนอนห้องเธอเอง
เธอลุกขึ้นไปยังปฏิทินที่ติดอยู่ตรงประตูห้องว่าเป็วันที่เท่าไหร่ก่อนจะทราบว่าเธอได้ย้อนเวลากลับมาหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่พ่อของเธอจะพาสองแม่ลูกอรสพิษนั้นเข้ามาในบ้าน
แล้วเธอก็นึกได้ว่าเธอได้รับสร้อยจากชายชรามาก่อนจะก้มไปมองและเห็นว่าเธอสวมสร้อยคออยู่
เซียวหลินจับสร้อยคอพลิกไปมาว่าสร้อยคอนี้สามารถใช้งานอะไรได้บ้างดูความซุ่มซ่ามทำให้นิ้วของเธอถูกจี้ที่สร้อยคอบาดเอาแล้วคราบเืที่ติดบนจี้ก็หายไป
เซียวหลินใกับเื่ที่เกิดขึ้นเป็อย่างมากก่อนจะเดินกลับไปที่เตียงนอนแล้วนั่งครุ่นคิดก่อนจะลองพูดนั้นพูดนี้มาก่อนจะฉุนคิดได้ลองพูดคำนี้ดูละกัน“เข้ามิติ” แล้วเธอก็เข้าไปในมิติทันที
ภายในมิติมีบ้านขนาดกลางหลังหนึ่งมีห้องนอนประมาณสี่ห้องห้องน้ำและห้องส้วมแยกกัน ห้องครัวและห้องรับแขก ข้างๆบ้านเป็โกดังขนาดใหญ่หลังหนึ่งเธอจึงเดือนไปสำรวจก่อนจะเห็นว่ามีข้าวของอยู่มากมายถูกจัดวางไว้อย่างเป็ระเบียบ
เมื่อเธอเดินเข้าไปสำรวจจนพอใจก็เดินไปยังเดินไปยังบริเวณด้านข้างที่ถูกปลูกผักและบริเวณด้านข้างถูกเลี้ยงไปด้วยสัตว์มากมายเมื่อเธอสำรวจจนพอใจก็ทำการออกจากมิติ
เซียวหลินนั่งนึกว่าตอนเป็ิญญาว่าแม่ของเธอได้เก็บสมบัติไว้ในบริเวณใดบ้านก่อนจะลุกขึ้นไปที่โต๊ะอีกรอบแล้วหยิบพวงกุญแจที่อยู่ในลิ้นชักออกมาจากนั้นก็เดินไปยังห้องนอนของพ่อเธอ
โชคดีที่บ้านหลังนี้มีแค่เธอกับพ่อของเธอเท่านั้นซึ่งในเวลานี้พ่อของเธอออกไปประชุมต่างจังหวัด
(หรือไปจัดการเื่ผู้หญิงคนนั้น) ั้แ่เช้า
เมื่อถึงห้องนอนของพ่อกับแม่เธอเดินไปยังภาพครอบครัวที่แขวนอยู่ก่อนจะยกมันออกมาและให้เห็นว่ามี
ตู้เซฟซ่อนอยู่ก่อนเธอก็นำกุญแจไปลองไขจนสามารถเปิดได้ทำให้เจอเงินสดจำนวนมากและเครื่องประดับจำนวนหนึ่งหญิงสาวจึงยกทั้งตู้เซฟเข้าไปเก็บในมิติ
แล้วเธอก็เดินไปที่มุมหนังสือของคุณแม่ที่ชอบนั่งประจำก่อนจะหยิบหนังสือปกใหญ่เล่มหนึ่งออกมาในหนังสือเล่มนั้นมีโฉนดที่ดินบ้านเช่าในเมืองอยู่จำนวน5 หลัง ร้านค้าอีก 5 หลังและที่ดินใกล้บริเวณบ้านของหลิวฟานอีกจำนวนหนึ่ง
ก่อนจะออกไปเซียวหลินเหลือบไปเห็นกล่องใส่เสื้อผ้าของแม่เธอที่ถูกเก็บไว้อยู่สามใบหญิงสาวไม่ได้เปิดสำรวจดูก่อนจะเก็บไว้ในมิติแล้วจัดการทุกอย่างภายในห้องให้อยู่สภาพเดิมก่อนจะเดินกลับไปยังห้องนอนของเธอทันที
เวลาผ่านไปจนถึงวันเช้าวันใหม่เซียวหลินได้ออกไปซื้อของบางอย่างที่เธอ้าก่อนจะเข้ามาเก็บข้าวของบางส่วนของเธอเข้าไปไว้ในมิติหากมองผ่านๆข้าวของในห้องก็ดูเหมือนจัดวางปกติแต่หากสังเกตดีๆของภายในห้องถูกเก็บไปแล้วเกินครึ่ง
โชคดีที่เธอเพิ่งเรียนจบมัธยมตอนต้นทำให้เธอไม่ต้องมีปัญหาเื่เรียนมากเท่าไหร่ก่อนจะถึงวันที่พ่อของเธอจะกลับมาพร้อมสองแม่ลูกก็มีบุรุษไปรษณีย์มาส่งเอกสารให้กับเธอเมื่อรับเอกสารเรียบร้อยแล้ว
เซียวหลินก็หยิบเอกสารออกออกมาดูนั้นก็คือวุฒิการศึกษานั้นเอง
แหละวันที่รอคอยก็มาถึงวันนี้เซียวหลินได้ลุกขึ้นมาปัดกวาดบ้านให้เรียบร้อยพร้อมกับทำอาหารเที่ยงต้อนรับพ่อของเธอเซียวหลินเลือกแต่งตัวให้ดูน่ารักและใกล้เคียงกับการแต่งตัวของคุณแม่เพื่อที่พ่อของเธอเห็นจะได้รู้สึกผิดที่เขาเลือกจะนำสองผม่ลูกมาในบ้านหลังนี้
เพียงไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงรถดังเข้ามาในบ้านและร่างของผู้เป็พ่อก็เดินเข้ามาภายในบ้านเซียวหลินที่ได้เห็นพ่อของเธออีกครั้งก็อดรู้สึกคิดถึงและหดหู่ออกมาไม่ได้แต่เธอก็ลุกขึ้นเดินไปหาและโผกอดด้วยความคิดถึง
“สวัสดีคะคุณพ่อ ยินดีต้อนรับกลับบ้านของเราค่ะทำงานเหนื่อยไหมค่ะหนูคิดถึงคุณพ่อจังเลยค่ะ”
เซียวหลินทำการออดอ้อนคุณพ่อของเธอทันทีที่เข้าเดินเข้ามาภายในบ้านเซียวเฉินที่เข้ามาก็เจอลูกสาวที่มีท่าทางแปลกไปก็ใเล็กน้อยแต่ก็รู้สึกดีใจที่ลูกสาวของเขากล้าพูดมากขึ้นกว่าเดิมก่อนจะนึกได้ว่ามีเื่สำคัญจะบอกลูกสาวของเขา
“เซียวหลินลูกสบายดีไหมพ่อไปทำงานเหนื่อยเป็เื่ปกติลูกแต่ว่าวันนี้พ่อมีคนสำคัญอยากจะแนะนำให้รู้ได้รู้จักพวกเขากำลังยืนรออยู่ด้านนอกนะเจียงหรู เจียงหลิง เข้ามาในบ้านได้แล้ว”
ก่อนจะมีหญิงสาววัยกลางคนเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับหญิงสาวที่ดูอายุน่าจะมากกว่าเซียวหลินเล็กน้อยแถมทั้งสองคนในมือยังมีกระเป๋าถือเข้ามาคนละใบอีกด้วย
เซียวหลินที่เห็นทั้งสองทำให้เธอเผลอมองด้วยสายตาที่เกลียดชังก่อนจะปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็ปกติแล้วหันมากล่าวทักทายทั้งสองคนเพียงเล็กน้อยพอเป็พิธี
เซียวเฉินที่เห็นท่าทีสงบนิ่งของลูกสาวทำให้เขานึกถึงท่าทางของภรรยาที่ล่วงลับไปทำให้ภายในใจของเขาเกิดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้แต่เื่ของเขากับเจียงหรูก็ถอยหลังกลับไปไม่ได้เช่นกัน
“เอาละเดี๋ยวเราทุกคนไปทานอาหารเที่ยงกันก่อนดีกว่าเมื่อทานเสร็จแล้วเราค่อยไปนั่งคุยที่ห้องนั่งเล่นกันดีกว่าดีไหม”
สิ้นเสียงของเซียวเฉินทุกคนก็พากับไปทานอาหารที่เซียวหลินได้ทำเอาไว้ก่อนจะเก็บกวาดเรียบร้อยแล้วได้เปลี่ยนไปนั่งพูดคุยกันที่ห้องนั่งเล่นของบ้าน
“เซียวหลินลูกหลังจากนี้คุณน้าเจียงหรูจะเข้ามาอยู่ในบ้านของเราในฐานะภรรยาของพ่อและเจียงหลิงจะมาเป็พี่สาวของลูกอีกคนลูกมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง”
เซียวเฉินแกล้งถามเซียวหลินว่าหญิงสาวจะตอบคำถามของเขายังไงเพราะเขารู้ดีว่ายังไงลูกสาวไม่เคยขัดใจเขาเลยสักครั้งแต่เขากลัวจะเป็ที่ครหาหากเขาไม่ถามถึงความเต็มใจของลูกสาวเขาเลย
“หนูแล้วแต่คุณพ่อเลยค่ะอะไรที่ทำให้คุณพ่อมีความสุขหนูก็มีความสุขเช่นกันแต่หนูขออะไรสักอย่าง
ได้ไหมค่ะ หนูขอดูแลสินเดิมทั้งหมดของคุณแม่ได้ไหมค่ะพ่อ”
เซียวเฉินชะงักเล็กน้อยเพราะเขามีสมุดเงินฝากและเครื่องประดับบางส่วนที่ยังเก็บไว้ในตู้เซฟห้องทำงานของเขาแต่เพื่อเอาใจลูกสาวให้เธอยอมให้สองแม่ลูกเข้ามาอยู่ในบ้านเขาจำเป็ต้องตกลงในข้อเสนอนี้
“ได้สิเดี๋ยวตอนเย็นลุกค่อยเข้าไปที่ห้องทำงานของพ่อละกันอาหารในบ้านหลังจากนี้น้าเจียงหรูจะเป็คนดูแลด้วยตัวเองส่วนงานบ้านให้ลูกสองคนช่วยกันทำดูแลตกลงไหมนอกจากนี้พ่อจะให้เจียงหรูไปช่วยงานพ่อที่โรงงานผ้าไปก่อน”
หากเป็เธอในเมื่อก่อนคงจะเข้าใจว่าพ่อของเธอให้เธอได้พักผ่อนหลังเรียนจบแล้วให้พี่สาวของเธอออกทำงานหาเงินแต่ในความเป็จริงพ่อได้พาพี่สาวของเธอไปแนะนำว่าเป็ลูกอีกคนและเปิดตัวสองแม่ลูกตามงานสังคมต่างๆทิ้งให้เธออยู่แต่บ้านจนแต่งงานออกไป
“หนูแล้วแต่พ่อคะพ่อคะหนูพักอยู่บ้านสักพักนะคะแล้วหนูค่อยคิดดูอีกทีจะเรียนต่อมหาลัยหรืออกไปทำงานแบบพี่เจียงหลิงดีงั้นหนูขอตัวขึ้นไปบนห้องก่อนนะคะ”
เมื่อเธอเดินออกไปจนลับสายตาเจียงหรูก็เริ่มทำการแสดงทันทีเพื่อเป็การเอาใจสามีของเธอ
“คุณคะตอนเย็นอยากทานอะไรเป็พิเศษไหมคะเดี๋ยวฉันกับลูกเจียงหลิงจะทำให้คุณทานเป็การตอบแทนที่คุณให้เกียรติหญิงหม้ายแบบฉันแถมยังหางานที่มั่นคงให้กับลูกสาวของฉันอีกทั้งๆที่จริงแล้วคุณตั้งใจจะมอบมันให้กับลูกสาวของคุณเอง”
เจียงหรูพูดจบก็ก้มหน้าก้มตาแบบรู้สึกผิดเป็อย่างมากเจียงหลิงเองก็พยายามที่จะไม่ร้องไห้ออกมาเพราะรู้สึกผิดที่เธอได้แย่งงานของน้องสาวไป
“เธอสองคนอย่าคิดมากเลยเซียวหลินเป็เด็กดีเข้าใจอะไรง่ายอีกอย่างเธอก็เต็มใจให้พวกเธอเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้เอาละเดี๋ยวฉันจะพาไปดูห้องนอนกันดีกว่าอย่ามาเศร้ากันเลยฉันตัดสินใจดีแล้ว”