Age of war

    ตอนที่ 53 สงครามน่านฟ้าของเผ่าปักษา

    ย้อนเวลากลับไปเล็กน้อย ก่อนหน้าที่เมืองหลวงจะติดต่อกลับมาหาผู้บัญชาการทอม

    กองทัพชาวปักษาที่เสียชีวิตลงราวสองแสนกว่านาย ได้กลับมาเกิดตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่สี่สิบหก

    ไฮเจนและกองทัพของเขาประสบความสำเร็จ ในการหลอกเผ่ามนุษย์ด้วยความตายอย่างกล้าหาญในสงครามพันธมิตร

    “ไอบ้าโซเดียมยังอยู่ที่นั่นอีกเรอะ? ”

    เหยี่ยวขาวผู้เกิดใหม่ได้พูดพึมพำกับตัวเอง

    เขาไม่เข้าใจความคิดของโซเดียม ว่าทำไมถึงยังดื้อรั้นอยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่สงครามของตัวเอง

    “... ช่างหัวมัน รีบไปสมทบกับจ่าฝูงออกเซอร์ดีกว่า”

    ไฮเจนกล่าวเช่นนั้น ก่อนจะกางปีกโบยบินออกไปพร้อมกับกองทัพสองแสนนายของเขา

    กองทัพของไฮเจนมารวมตัวกับกองทัพของออกเซอร์ในช่วงเวลาราวสี่ทุ่มกว่าของวัน

    ด้วยกองทัพทั้งสองที่มารวมตัว ทำให้ตอนนี้มีกองกำลังทั้งหมดถึงหกแสนนาย

    ชุดรบสีเขียวที่พวกเขาสวมอยู่นั้น มันสร้างมาจากพืชพื้นถิ่นที่มาจากดาวบ้านเกิดของชาวปักษา

    มันมีความสามารถในการพรางตัว เปลี่ยนสีให้กลือนไปกับสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังมีความเหนี่ยวและแข็งแกร่งมากพอจะป้องกันลูกธนูกับคมดาบได้

    หัวลูกธนูไฟ ระเบิด ยาพิษ และกระแสไฟฟ้า ต่างถูกเตรียมเอาไว้นับหลายแสนดอก

    ถุงหนังสัตว์ที่บรรจุระเบิด TNT กับเชื้อไฟนาปลามของพวกเขา ต่างถูกเหน็บเอาไว้ที่เอวเพื่อเตรียมทิ้งแบบปูพรมใส่ฐานหลักของมนุษย์ตรงหน้า

    พวกเขาพร้อมที่จะทำศึกชี้ขาดกับมนุษย์

    “วันนี้จะเป็นวันที่พวกเราลบเผ่าสองแขนออกไปจากแผนที่โลก ทุกหน่วยบุกได้! ”

    ฝูงบินหกแสนนายของชาวปักษาเริ่มบินทะยานขึ้นท้องฟ้า ก่อนจะถูกกลืนหายไปกับเมฆยามราตรีข้างบน

    ท้องฟ้ายามราตรีที่งดงาม กำลังสะท้อนอยู่ภายในนัยตาของเหล่าปักษา

    ถึงโลกนี้จะไม่มีดวงจันทร์และประอาทิตย์ แต่ยามราตรีของที่นี่ก็ไม่ได้มืดบอดอย่างที่คิด

    มันยังคงมีแสงสว่างนวลเฉกเช่นมีพระจันทร์เต็มดวงลอยอยู่เหนือฟ้า เหมือนที่ยามอรุณส่องสว่างได้โดยไร้ซึ่งพระสุริยะส่องประกายแสง

    เมืองหลวงของมนุษย์เริ่มปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา ณ สุดขอบฟ้า

    “อย่าลืมสวมที่กรองอากาศพิษ และบินกระจายตัวออกไปด้วย”

    จากการส่งหน่วยสอดแนมมาอย่างยาวนาน ทำให้ออกเซอร์พอจะคาดเดาได้ว่าพวกตัวเองกำลังจะไปสู้กับสิ่งใด

    เขารู้ว่าพื้นที่เหนือเมืองหลวงของเผ่ามนุษย์นั้น มีควันพิษร้ายปกคลุมอยู่

    รู้ว่าพวกมันมีอาวุธที่ร้ายแรงซึ่งสามารถระเบิดออกเป็นวงกว้างได้

    รู้ว่าพวกมันมีอาวุธที่มีศักยภาพเพียงพอต่อการโจมตีพวกเขา ที่กำลังบินสูงอยู่บนฟ้าได้

    ดังนั้นออกเซอร์จึงต้องใช้แผนบุกโจมตีฉับพลัน โดยอาศัยเมฆและความมืดของกลางคืนซ่อนตัวตนเอาไว้

    เลือกโจมตียามราตรีที่มีแสงสว่างอันน้อยนิด บินเหนือเมฆเพื่อหลบซ่อนสายตาของเผ่ามนุษย์

    แล้วร่อนโจมตีจากฟากฟ้าโดยไม่ให้ศัตรูได้ทันตั้งตัว

    เป็นกลยุทธ์เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพในการรบสูง

    ถ้าหากว่าพวกเขาสามารถลอบโจมตีได้สำเร็จแล้วละก็ ชัยชนะคงไม่หนีไปไหนไกล

    แต่ในตอนนั้นเองที่สัญชาตญาณภายในร่างของออกเซอร์กรีดเสียงร้องขึ้นมา

    ความเงียบสงบได้ถูกทำลายด้วยเสียงระเบิดคำรามจากเมืองหลวงของมนุษย์ที่อยู่เส้นขอบฟ้า

    เส้นแสงขนาดเล็กจำนวนมากวิ่งตัดผ่านอากาศมาทางกองทัพของออกเซอร์อย่างแม่นยำราวจับวาง

    ราวกับพวกมนุษย์รู้ว่าพวกเขากำลังบินอยู่ที่นี่

    “ศัตรูโจมตีมาแล้ว! ”

    ไฮเจนกับออกเซอร์ต่างกรีดเสียงร้องเตือนฝูงของพวกเขา

    แต่มีหรือที่เสียงคำสั่งจะถ่ายทอดได้ไวกว่าลูกปืน

    ร่างของเผ่าปักษาถูกแยกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยกระสุนต่อต้านอากาศยานขนาดสี่สิบมิลลิเมตร

    เสียงปืนที่ดังกระหึ่ม เม็ดกระสุนที่โปรยขึ้นท้องฟ้าราวห่าฝน มันดังต่อเนื่องอย่างไร้ที่สิ้นสุด

    ท้องฟ้าที่มืดมิดถูกย้อมไปด้วยสีแดงที่ปลิวกระจายออกมาจากร่างของพวกเขา

    หยาดฝนเลือดและเศษเนื้อจากชีวิตนับแสนข้างบนเหนือเมฆได้ร่วงหล่นลงมา

    ราวกับเป็นภาพของขุมนรก

    “ทุกคนบินกระจายตัว! ของแบบนี้ไม่มีทางโจมตีต่อเนื่องได้นานขนาดนั้นหรอก! ”

    ใช่แล้ว การโจมตีที่บ้าคลั่งเช่นนี้ต้องมีวันหยุดลง มันไม่มีทางยิงได้ต่อเนื่องยาวนานหรอกนะ

    ออกเซอร์คิดเช่นนั้น

    แต่เขาคิดผิด

    ถึงแม้จะผ่านไปสามนาที กระสุนสังหารก็ยังคงถูกส่งยิงออกมา

    มันมีมากมายเพียงใด? อาวุธของพวกมันยิงได้ต่อเนื่องนานเพียงนี้เลยหรือ?

    ออกเซอร์ประเมินความสามารถอาวุธของเผ่ามนุษย์เอาไว้สูงแล้ว แต่ความจริงกลับสูงยิ่งกว่า

    กองทัพหกแสนเหลือเพียงห้าแสนในชั่วพริบตา และมันยังลดลงด้วยความเร็วอันน่าทึ่งอย่างต่อเนื่อง

    “ทุกหน่วย ดับเครื่องชน! ไฮเจน พาฝูงของเจ้าบินอ้อมไปลอบโจมตีจากข้างหลังซะ! ”

    ออกเซอร์คิดจะใช้ฝูงของตัวเองเป็นตัวล่อ โดยให้ไฮเจนนำกองกำลังหนึ่งแสนบินแยกตัวออกไปลอบโจมตี

    เขาจงใจบินร่อนลงต่ำกว่าระดับเมฆด้วยความเร็วสูงสุด เพื่อทำให้กลุ่มของตัวเองดูเด่นชัดขึ้นมาในสายตาของเผ่ามนุษย์

    ออกเซอร์บินหักเลี้ยวหลบกระสุนด้วยความคล่องตัวและทักษะของเขาเอง

    ใช้สัญชาตญาณนำร่องทิศทางของกระสุน แล้วหักบินหลบก่อนที่เป้าหมายจะพุ่งเข้าทะลวงร่างของเขาไป

    เป็นทักษะที่ยอดเยี่ยมสมกับหัวหน้าจ่าฝูง ผู้ที่ได้ฉายา [พญาแห่งปักษา ออกเซอร์]

    กองทัพของออกเซอร์บางส่วนเริ่มเค้นสมาธิ แล้วหลบลูกปืนอย่างเชี่ยวชาญ

    ถึงจะไม่อาจบินได้เร็วกว่าลูกปืน แต่หากกะจังหวะให้ดี พวกเขาก็สามารถที่จะหลบลูกปืนได้

    แต่การทำสิ่งนั้นให้เป็นจริงมันช่างยากนัก

    คงมีแค่นักรบระดับชั้นนำ กับระดับจ่าฝูงของเผ่าปักษา ที่สามารถบินหลบลูกปืนได้

    กองทัพเผ่าปักษายังคงร่วงโรยราวกับต้นไม้ที่ผลัดใบ

    ทั้งที่ระยะห่างของกองทัพของเขากับเมืองหลวงของมนุษย์ยังเหลืออีกหลายกิโลเมตร แต่กองทัพของเขากลับลดหายไปจนเหลือเพียงแค่สองแสน

    และยังคงลดลงต่อเนื่องไม่มีหยุด

    ความเหนื่อยล้าเริ่มสะสม จนแม้แต่ผู้ที่บินหลบลูกปืนได้ยังพลาดท่าถูกยิงร่วงไปในท้ายที่สุด

    คงขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว ที่กองทัพของเขาจะพินาศสิ้น

    ออกเซอร์เหลือบไปมองดูฝูงของไฮเจน

    กองกำลังหนึ่งแสนของเขายังคงปลอดภัยดี

    แต่ทว่า---

    “...เจ้าอสูรเหล็กพวกนั้นคืออะไร? ”

    ไฮเจนตั้งคำถามกับตัวเอง

    ที่ตรงหน้าฝูงบินของเขา มันมีอีกฝูงบินหนึ่งกำลังบินตรงเข้ามาหา

    สิ่งนั้นคือฝูงบินขับไล่ [มิตซูบิชิ เอ หก เอ็ม ซีโร่ (ต่างโลก) ]

    ผู้พัฒนาฝูงบินรบนี้คือชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่มีความรู้ด้านวิศวกรรมการบินเป็นอย่างดี

    [มิตซูบิชิ เอ หก เอ็ม ซีโร่] คือยานที่มีความเร็วสูงสุด 565 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลำตัวยานยาว 9.06 เมตร ออกแบบโดย จิโร่ โฮริโคชิ ผลิตโดย มิซุบิชิ เฮวี อินดัสตรีส์

    มันเป็นเครื่องบินขับไล่ที่เริ่มพัฒนาปี 1942 ออกบินครั้งแรกปี 1944 วันที่ 6 มีนาคม และถูกยกเลิกใช้งานในปี 1945

    มันคือเครื่องบินขับไล่ชนิดขับเคลื่อนด้วยหนึ่งใบพัด สองปีก

    เสียงเครื่องยนต์ของใบพัดที่ดังก้อง กลิ่นน้ำมันที่โชยออกมาราวกับพึ่งเข็นออกจากโรงงาน อีกทั้งเสียงเสียดสีของลมที่เข้าปะทะกับผิวโลหะของตัวยาน

    สิ่งเหล่านี้คือความโรมานซ์และเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งลูกผู้ชายที่สุดแสนจะคลาสสิก

    ไม่ใช่ยานรบรุ่นใหม่ที่เน้นความเร็ว และอำนาจการทำลายล้างของอาวุธ

    ไม่ใช่ยานรบรุ่นใหม่ที่ติดตั้งระบบอำนวยความสะดวก

    แต่เป็นเครื่องบินขับไล่สุดคลาสสิกที่เน้นฝีมือของผู้ขับขี่เป็นหลัก

    และชาวญี่ปุ่นผู้นี้ยังลงมือดัดแปลงให้มันเหนือล้ำไปกว่ารุ่นดั้งเดิมที่เกิดขึ้นจริงบนโลก

    ตัวถังหุ้มยานถูกสร้างด้วยวัสดุต่างโลกซึ่งมีน้ำหนักเบาแทนที่ผิวโลหะผสม

    มันทำมาจากพืชรูปร่างคล้ายปะการังที่มีความสามารถในการพรางตัวตามสภาพแวดล้อม

    ใบพืชคล้ายสาหร่ายทะเลเหล่านั้น มีคุณสมบัติที่เหนียว และเปลี่ยนสีได้ราวจิ้งจก

    หากนำมาผ่านความร้อนกว่าสองพันองศาที่ความดันสูง ใบพืชเหล่านั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในขึ้น

    จากใบพืชที่มีความเหนียวระดับป้องกันคมดาบได้ จะกลายเป็นวัสดุที่เหนี่ยวและแข็งแกร่งระดับทนลูกปืนขนาดสิบมิลลิเมตรได้

    อีกทั้งยังทนไฟได้ถึงสามพันองศาหลังจากที่ปล่อยให้เย็นตัวลง

    มีน้ำหนักเบายิ่งกว่าโลหะในความหนาและปริมาตรที่เท่ากัน

    อีกทั้งยังมีความเหนี่ยว แข็งแกร่ง และดูดซับแรงกระแทกได้ดียิ่งกว่าแผ่นเหล็กหนา

    อาจเทียบเท่าได้กับโลหะผสมที่ใช้สร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ยุคสมัยใหม่ของมนุษย์

    มันเป็นวัสดุราวกับความฝัน เพราะหาได้ง่ายจากการปลูกพืชปะการังต่างโลกเหล่านั้น

    ชาวปักษาที่เป็นเจ้าของพืชดั้งเดิม ไม่ได้รู้วิธีแปรรูปเหมือนที่มนุษย์ทำ

    พวกเขารู้แค่คุณสมบัติเบื้องต้น แล้วเอามาตัดเย็บดัดแปลงเป็นชุดป้องธรรมดา

    ผิดกับมนุษย์ที่เอามาวิจัยทดลอง จนนำไปสู่การแปรรูปวัสดุที่ดียิ่งกว่าเดิม

    นอกจากวัสดุต่างโลกแล้ว ยังมีอาวุธที่ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วย

    ปืนกลที่ใช้หัวกระสุนพิเศษขนาดสิบมิลลิเมตร ได้ถูกติดตั้งลงไปตรงส่วนหัวของยาน

    ด้วยวัสดุตัวใหม่ที่ว่า จึงทำให้น้ำหนักของลูกปืนและตัวปืนเบากว่าปกติมาก

    ถึงมวลของลูกปืนจะลดลง แต่อำนาจการทะลวงและความแม่นยำกลับยังคงเดิมด้วยวิธีการออกแบบพิเศษ

    ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณความอัจฉริยะของวิศวกรณ์ชาวญี่ปุ่นผู้นี้ ที่ทำให้เผ่ามนุษย์ได้เครื่องบินรบขับไล่รุ่นผลิตง่าย อีกทั้งยังใช้ทรัพยากรณ์ราคาถูกในการสร้างได้สำเร็จ

    “... ศัตรู? ”

    เครื่องบินขับไล่ของมนุษย์นั้นมองเห็นได้ยากยิ่งนัก

    ด้วยวัสดุพิเศษต่างโลก ทำให้ผิวของยานถูกกลืนไปกับท้องฟ้าสีดำ

    มีเพียงเสียงจากเครื่องยนต์จากฝูงบินทั้งยี่สิบลำ ที่ดังกังวาลไปทั่วฟ้า

    ไฮเจนไม่รู้จักเจ้าสัตว์ร้ายตรงหน้า แต่อย่างหนึ่งที่แน่ชัดสำหรับเขานั้น---

    “ทุกคนระวัง มันเป็นศัตรู! พวกสองแขนมัน… มันกำลังขับขี่สิ่งนั้นอยู่! ”

    --- ที่แน่ชัดสำหรับเขา คือเจ้าสิ่งนั้นเป็นศัตรูของไฮเจนอย่างไม่ต้องสงสัย

    ฝูงบินขับไล่ยี่สิบลำเริ่มบินกระจายออกอย่างเป็นระเบียบ

    ลูกปืนขนาดสิบมิลลิเมตรถูกยิงสาดออกไปตรงหน้าเข้าปะทะกับเป้าหมาย

    ไฮเจนกางปีกถลา และร่อนหลบลงต่ำเลียบพื้นดิน

    กระสุนจำนวนมากที่ยิงไล่ล่าตาม ต่างพลาดเป้าทะลุลงสู่ผิวดิน

    “ศัตรูมีแค่ยี่สิบตัว บินเข้าระยะแล้วสอยมันให้ร่วง! ”

    ไฮเจนกรีดเสียงออกคำสั่ง

    ฝูงบินปักษาเริ่มบินกระจายออกอย่างเป็นระบบระเบียบ

    พวกเขาบินเข้าใส่ฝูงบินของมนุษย์ ก่อนจะเริ่มง้างธนูเล็งใส่

    แต่พวกเขาไม่อาจทำเช่นนั้นได้

    “เร็ว…!? ”

    ความเร็วระดับ 565 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะบินหรือเล็งตามทันได้

    ไม่ว่าจะบินไล่ล่าแค่ไหน ก็มิอาจบินตามได้ทัน

    เสียงปืนจากฝูงบินทั้งยี่สิบลำ ยังคงดั่งกระหึ่มไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี

    พวกเขาบินกระจายตัวออก วิ่งตรงด้วยความเร็วจนอากาศแหวกออกเป็นเส้นทางยาว

    ยิงไล่ต้อนจากระยะไกลด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง แล้ววาดเป็นเส้นโค้งวกกลับอย่างสวยงาม

    ฝูงบินยี่สิบลำของมนุษย์กำลังไล่ต้อน และตีวงล้อมกองทัพสองแสนของไฮเจนเอาไว้จากทุกทิศทาง

    “หัวหน้าครับ ไม่สามารถเล็งได้เลยครับ มัน… พวกมันบินเร็วมาก! ”

    “ไอพวกนี้คืออะไร!? ทำไมเร็วแบบนี้! ”

    “ท่านไฮเจน! อ๊ากกก! ”

    มันคือนรกของเผ่าปักษา เผ่าพันธ์ุที่เป็นผู้ปกครองท้องฟ้านั้น กำลังจะถูกสัตว์บกอย่างมนุษย์แย่งชิงอำนาจในการครองน่านฟ้าไปแล้ว

    “หน่อย! ”

    ไฮเจนที่ไม่อาจทนรับการถูกไล่ต้อนเพียงฝ่ายเดียวได้นั้น ได้พุ่งเข้าใสศัตรูตรงหน้า

    กระสุนถูกลั่นใส่ร่างกายของเขา แต่เขาไม่คิดแม้แต่ที่จะหลบกระสุนสังหารเหล่านั้น

    เขายอมตายดีกว่าถูกไล่ต้อนฆ่าอย่างไร้ทางสู้

    ไฮเจนใช้ร่างที่ท่วมเลือดบินเข้าชนเครื่องบินขับไล่ลำหนึ่งได้สำเร็จ

    “กินนี่ซะ! ”

    แล้วทำการพลีชีพด้วยการจุดฉนวนใส่ระเบิด TNT และนาปาล์มที่พกมา

    ลูกไฟขนาดเล็กได้ถูดจุดระเบิดขึ้นกลางท้องฟ้าพร้อมกับร่างของไฮเจน

    “ท่านไฮเจน! ”

    “ไม่นะท่านจ่าฝูงไฮเจน! ”

    เหล่าลูกน้องของเขาต่างกรีดเสียงร่ำไห้

    การตายของไฮเจนได้ปลุกไฟสู้ให้กับพวกเขา

    แม้นจะพลีชีพ ยังไงก็ต้องขอลากเอาศัตรูไปลงนรกด้วยกันให้ได้

    “ดีละพวกเรา---”

    แต่ทว่าไฟสู้นั้นกลับถูกทุบทำลายจนสิ้นไม่มีชิ้นดี

    เครื่องบินขับไล่ที่ไฮเจนยอมพลีชีพใส่นั้น ยังคงบินได้อยู่

    ถึงจะมีรอยเปื้อนดำ และมีรอยบุบสลายบ้าง แต่มันยังบินต่อไปได้อยู่

    เสียงเครื่องยนต์ที่ดังก้อง และไฟปืนที่ยังคงลั่นต่อเนื่อง ได้กลายเป็นฝันร้ายของชาวปักษาที่เผชิญหน้ากับมัน

    ไฟที่ลุกโชนไม่ยอมดับของระเบิดนาปาล์ม ทำให้เครื่องบินขับไล่ลำนั้นกลายเป็นภาพของปีศาจร้ายที่โบยบินไปทั่วท้องฟ้า

    มันคือพญานกเพลิง ปีศาจร้ายที่พร้อมจะเอาชีวิตของพวกเขาทั้งฝูง

    ทั้งที่ความจริงนักบินภายในยานถูกความร้อนเผาตายไปแล้ว แต่ชาวปักษาไม่รู้ความจริงข้อนั้น และเห็นเป็นภาพของนกปีศาจที่เป็นอมตะไปแทน

    “ตัวบ้าอะไรฟะ!? สู้ไม่ได้หรอก ถอย ถอยก่อน! ”

    “ปีศาจ พวกมันคือปีศาจ! ขนาดไฮเจนยังฆ่าไม่ได้ แล้วพวกเราจะทำอะไรได้!? หนีเร็ว! ”

    พวกเขาต่างหันหลังหนีอย่างไม่สนซึ่งเกียรติยศอีกต่อไป

    ความภาคภูมิใจของนักล่าแห่งท้องฟ้า ได้ถูกทำลายจนสิ้นด้วยฝูงบินขับไล่เพียงยี่สิบลำของมนุษย์

    “ไฮเจน…”

    ออกเซอร์ที่เฝ้ามองกองทัพสองแสนของไฮเจนถูกบดขยี้ กำลังรู้สึกสิ้นหวัง

    ทำไมศัตรูถึงรู้ตำแหน่งของตนได้?

    มีหนอนบ่อนไส้ในกองทัพเช่นนั้นหรือ?

    แล้วเขาจะเฝ้าวางแผนใช้กลยุทธ์ลอบโจมตีไปเพื่ออะไร?

    จะยอมเป็นตัวล่อไปเพื่ออะไร?

    กองทัพจำนวนหกแสนจะมีค่าอะไร?

    “พวกมันคือปีศาจร้าย---”

    ออกเซอร์พูดออกมาเช่นนั้นให้กับตัวเอง ก่อนที่จะกลายเป็นร่างไร้วิญญาณไปพร้อมกับห่าฝนลูกปืนที่โปรยปรายขึ้นท้องฟ้า



    พวกปักษาไม่รู้เลยว่ามนุษย์นั้นมีเรดาร์ใช้ตรวจจับการเคลื่อนไหวของพวกเขา

    ต่อให้พวกเขาเคลื่อนไหวเงียบสงบและซ่อนตัวมิดชิดเพียงใด แต่ถ้าหากเคลื่อนทัพขนาดใหญ่ผิดสังเกตุ ฝ่ายมนุษย์มีหรือที่จะไม่รู้ตัว

    พวกเขาไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำ ล้วนแต่เป็นเพียงการดิ้นรนบนฝ่ามือของฝ่ายมนุษย์เท่านั้น

    และความน่ากลัวของมนุษย์ยังไม่จบเพียงเท่านี้

    “บินตามพวกมันไป”

    คำสั่งเช่นนั้นได้ส่งตรงลงมาจากเลขาผู้นำฝ่ายมนุษย์ [ตั๋ง]

    ใช่แล้ว เผ่ามนุษย์ไม่คิดที่จะหยุดลงเพียงแค่การป้องกันตัวเองเหมือนกับสงครามครั้งก่อนอีกต่อไป

    “สืบหาเมืองของพวกมัน แล้วจัดการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดไปถล่มมันซะ”

    เผ่ามนุษย์พร้อมที่จะทำสงครามเต็มรูปแบบกับทุกเผ่าแล้ว

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258