อวี๋ชิงฮวากำลังเฝ้ารอข่าวดีอย่างใจจดใจจ่อเขารู้สึกว่าครั้งนี้อันหยวนถังจะต้องพังพินาศอย่างแน่นอนและกู้ชิงเฉิงก็จะต้องยอมตายแต่โดยดี โดยที่ไม่ต้องลงมือเองด้วยซ้ำ
ครั้งนี้เขาได้ใช้หมากที่วางไว้ในจวนรุ่ยอ๋องแล้วหากจวนรุ่ยอ๋องไม่ล้ม เขาย่อมต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นจึงไม่อาจประมาทต้องสำเร็จเท่านั้น
“ครอบครัวของมือสังหารทั้งสองคนนั้น เจ้าจัดการดูแลเรียบร้อยแล้วหรือไม่?”อวี๋ชิงฮวาเลิกคิ้วถามที่ปรึกษาที่อยู่ข้างกาย
ใบหน้าของอวี๋ชิงฮวาคมคายองอาจดวงตาเรียวยาวราวกับไร้ซึ่งความรู้สึก แฝงเร้นความอำมหิตไว้หลายส่วนเขาทั้งเหี้ยมโหดและชั่วร้ายสารพัดทว่าบุรุษเช่นนี้กลับหลงใหลกู้ตงหลิงอย่างไม่เสื่อมคลายเขาทุ่มเทให้นางจนไม่คำนึงถึงสิ่งใด แน่นอนว่ากู้ตงหลิงก็มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเช่นกัน
“จัดเตรียมเรียบร้อยแล้วขอรับ” ที่ปรึกษาพยักหน้าสีหน้าเผยความตกตะลึง “เกอจวิ้นผู้นี้มีฝีมือน่าสะพรึงยิ่งนัก”
“บุตรชายของเกอเยว่จะมีฝีมือที่ต่ำต้อยได้อย่างไร” อวี๋ชิงฮวาส่ายหน้า“น่าเสียดายที่เขามีนิสัยดื้อรั้นไม่อาจใช้งานให้เป็นประโยชน์แก่ข้าได้ ข้าพอดูออกว่าเขาเองก็ชิงชังองค์รัชทายาท”
อวี๋ชิงฮวาก็ชิงชังองค์รัชทายาทเช่นกันและหวังว่าจะกำจัดองค์รัชทายาทให้สิ้นเมื่อนั้นสายตาของกู้ตงหลิงก็จะหยุดอยู่ที่อวี๋ชิงฮวาแต่เพียงผู้เดียว
“องค์รัชทายาทลงมือสังหารคนในครอบครัวเขาทั้งหมดเขาย่อมต้องชิงชังองค์รัชทายาทจนถึงกระดูกดำ” ที่ปรึกษาเอ่ยเสียงแผ่วองค์รัชทายาทลงมือสังหารคนในจวนตระกูลเกอทั้งหมดแต่กลับทูลขอฮ่องเต้ให้ไว้ชีวิตเกอจวิ้น
เกอจวิ้นผู้นี้แท้จริงแล้วหาได้มีความผิดไม่ แต่ด้วยเหตุนี้เกอจวิ้นจะไม่ชิงชังโม่อวี้เฉินได้อย่างไร? การปล่อยเขาไว้ก็เท่ากับเก็บหินขวางทางไว้ให้ตัวเองสะดุดล้ม ไม่ว่าผู้ใดก็ย่อมต้องแก้แค้นให้ครอบครัวของตน
“แต่เกอจวิ้นผู้นี้กลับไปพัวพันกับกู้ชิงเฉิง” อวี๋ชิงฮวาหรี่ตาลงเล็กน้อยสีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีนัก “นึกไม่ถึงเลยนางเป็นเพียงคนอัปลักษณ์เท่านั้น”
“ท่านหมอกู้เคยช่วยชีวิตเกอจวิ้นไว้ขอรับ” ที่ปรึกษาเอ่ยเสียงต่ำสีหน้ายังคงฉงน “ท่านหมอกู้ผู้นั้นเป็นคนอัปลักษณ์จริงหรือ?ดวงตาคู่นั้นงดงามยิ่งนักราวกับธารน้ำในฤดูใบไม้ผลิที่สามารถละลายผู้คนได้”
อวี๋ชิงฮวาไม่ได้ตอบรับจริงอยู่ที่ดวงตาของกู้ชิงเฉิงนั้นงดงามยิ่งนัก แต่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยเจ้าของดวงตาเช่นนี้จะอัปลักษณ์ได้อย่างไร?
ชั่วขณะหนึ่งอวี๋ชิงฮวาก็คิดไม่ตกสิ่งที่เขาคิดไม่ตกยิ่งกว่านั้นก็คือ ในเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ครั้งนั้นมีคนคอยเฝ้าระวังอยู่รอบด้าน เหตุใดนางจึงหลบหนีออกมาได้?
เรื่องนี้มีข้อสงสัยมากมายนักแต่ยากที่จะหาคำตอบได้
ที่ปรึกษารู้ว่าอวี๋ชิงฮวาไม่ชอบกู้ชิงเฉิงจึงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก แต่กลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย“เกอจวิ้นผู้นี้เก็บงำฝีมือมาโดยตลอด เขาแค่เก็บงำความแค้นไว้และรอโอกาสแก้แค้น ข้าควรจะไปคุยกับเขาดูหรือไม่?”
“นี่…” อันที่จริงอวี๋ชิงฮวาก็เคยชักชวนเกอจวิ้นมาแล้วทว่าตอนนั้นเกอจวิ้นปฏิเสธไปอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อนึกถึงเกอจวิ้นที่เป็นเพียงคนโดดเดี่ยวไม่มีอำนาจใดๆ เป็นเพียงเซี่ยนจู่ที่มีชื่อเสียงแต่ไร้อำนาจ เช่นนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามมากมายเพื่อดึงตัวเกอจวิ้นมาเป็นพวกเขาจึงล้มเลิกแผนการนี้ไป
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้บุรุษผู้นี้ก็ยังคงมีฝีมืออยู่บ้าง หากสามารถใช้งานได้ก็จะเป็นการเพิ่มพลังอำนาจราวกับเสือติดปีก
“นายท่านโปรดวางใจ ข้าจะต้องโน้มน้าวเขาให้สำเร็จให้ได้ขอรับ” ที่ปรึกษาเอ่ยพลางยิ้มจนตาหยี
อวี๋ชิงฮวาลังเลเพียงชั่วครู่“เจ้าไปเถิด”
ทันทีที่ที่ปรึกษาจากไปโม่อวี้เฉินก็มาถึง เขาบุกเข้ามาเงียบๆ ผู้คนด้านนอกสิ้นชีพลงอย่างเงียบงันบนกายของโม่อวี้เฉินไม่มีเลือดแม้เพียงหยดเดียวแต่เขาได้ลากศพของที่ปรึกษาที่อยู่ข้างกายอวี๋ชิงฮวาเดินเข้ามาพร้อมกัน
“องค์…องค์รัชทายาท!” อวี๋ชิงฮวาเมื่อเห็นดังนั้นก็ตกใจจนตัวสั่นเทิ้มเขาไม่คาดคิดว่าโม่อวี้เฉินจะมาถึงเร็วเช่นนี้อีกทั้งใบหน้าของโม่อวี้เฉินยังแฝงเร้นความมุ่งร้ายอย่างลึกซึ้งทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าจ้องมองตรงๆ
“อวี๋ชิงฮวา เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าทำสิ่งใดผิดไป?” โม่อวี้เฉินโยนศพที่ปรึกษาลงตรงหน้าอวี๋ชิงฮวาก่อนจะก้าวเท้าใหญ่เข้าไปในห้องโถง แล้วนั่งลงด้วยท่าทีสบายๆเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา แล้วค่อยๆ เช็ดเลือดบนคมกระบี่
ทว่าทุกครั้งที่เขาขยับอวี๋ชิงฮวาก็รู้สึกว่าหัวใจจมดิ่งลงทุกครั้ง เขากลัว... กลัวมากจริงๆ
“องค์รัชทายาท...โปรดประทานอภัย!” อวี๋ชิงฮวาพยายามซ่อนความหวาดกลัวพลางเอ่ยว่า“กระหม่อมไม่ได้กระทำการใดไม่บังควรกระหม่อมไม่เข้าใจว่ากระหม่อมทำสิ่งใดผิดไปพ่ะย่ะค่ะ”
“หากไม่รู้ ก็ช่างเถิด” โม่อวี้เฉินเอ่ยอย่างเฉยชา“อย่างไรเสีย เจ้าก็คงไม่อาจทำความผิดเช่นนี้ได้อีก” นัยน์ตานั้นราวกับอสูรที่ย่างก้าวมาจากนรกภูมิก่อเกิดความหวาดผวาจากก้นบึ้งของจิตใจแก่ผู้พบเห็น
อวี๋ชิงฮวารู้สึกเสียวสันหลังจนทำให้เขาเผลอถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว แต่โม่อวี้เฉินยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเนตรหงส์ที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจยังคงจับจ้องไปที่ร่างของอวี๋ชิงฮวา
แสงอาทิตย์สาดส่องจากนอกหน้าต่างอาบไล้ใบหน้าที่งดงามเกินต้านทานของโม่อวี้เฉินให้ดูเปล่งประกายริมฝีปากบางยกยิ้มเล็กน้อย ใบหน้านี้ควรจะทำให้หญิงสาวนับพันใจเต้นระส่ำทว่ากลับทำให้อวี๋ชิงฮวารู้สึกราวกับความตายกำลังคืบคลานเข้าใกล้
ในราชสำนักเขาได้ต่อต้านองค์รัชทายาทมาโดยตลอดเป็นเพราะเขาริษยาที่กู้ตงหลิงมีความห่วงใยองค์รัชทายาทมากเพียงนั้น
เขาเป็นถึงแม่ทัพผู้บัญชาการเก้าประตูเมืองและยังมีตระกูลอวี๋ที่รากฐานมั่นคงแข็งแกร่งหนุนหลัง ไม่มีผู้ใดกล้าหาญมาล่วงเกินดังนั้น เขาจึงไม่เกรงกลัวผู้ใด
แต่บัดนี้เขาอยู่ในเมืองอี๋สุ่ย แม้เขาจะสิ้นชีพที่นี่องค์รัชทายาทก็เพียงหาเหตุผลสักข้อมากล่าวอ้าง ทางฮ่องเต้ก็ย่อมเชื่อแน่นอนแม้ว่าตระกูลอวี๋จะยิ่งใหญ่เพียงใด หากปราศจากหลักฐานก็ไม่อาจเปิดศึกกับราชวงศ์อย่างโจ่งแจ้งได้
อีกทั้งด้วยความฉลาดและเล่ห์เหลี่ยมขององค์รัชทายาทตระกูลอวี๋จะหาหลักฐานได้อย่างไร? ดังนั้นวันนี้อวี๋ชิงฮวาจึงต้องตายไปโดยเปล่าประโยชน์
“องค์รัชทายาท ท่านคิดจะสังหารคนของกระหม่อมทั้งหมดหรือพ่ะย่ะค่ะ!” อวี๋ชิงฮวาพยายามควบคุมอารมณ์ และเอ่ยด้วยความเคียดแค้น
“แน่นอนว่าไม่” โม่อวี้เฉินยิ้มออกมา “ข้าไม่ใช่คนโหดเหี้ยมเช่นนั้น” ความแค้นย่อมมีที่มาหนี้ย่อมมีเจ้าของ เขาจะไม่สังหารผู้บริสุทธิ์โดยไร้เหตุผล
เมื่อได้ยินดังนั้นอวี๋ชิงฮวาก็ขมวดคิ้วแน่น “หากองค์รัชทายาททรงสังหารกระหม่อมไปแล้วจะทรงเผชิญหน้ากับตระกูลอวี๋เช่นไรพ่ะย่ะค่ะ?”
“เรื่องนี้ ข้าจะเป็นคนจัดการเอง” โม่อวี้เฉินเช็ดกระบี่จนสะอาดเอี่ยมคมกระบี่เย็นเยียบสะท้อนใบหน้าที่ซีดเผือดของอวี๋ชิงฮวา
เขาย่อมรู้ดีถึงฝีมือขององค์รัชทายาทการลอบสังหารโม่อวี้เฉินจากสารทิศต่างๆ ล้วนจบลงด้วยความล้มเหลวแน่นอนว่าเขารู้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของโม่อวี้เฉิน
ร่างกายของเขาก้าวถอยไปจนถึงประตูและเมื่อเขากำลังจะหันตัวหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต โม่อวี้เฉินก็ยกมือขึ้นพลังภายในอันแข็งแกร่งได้พุ่งปิดประตูลงทันที
อวี๋ชิงฮวากระแทกเข้ากับประตูและถูกผลักกระเด็นกลับมาโชคดีที่วิชาตัวเบาของเขาไม่ด้อยนัก จึงไม่ล้มลงกับพื้นแต่ความหวาดกลัวบนใบหน้ากลับเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
“ท่าน… ท่านกล้าสังหารข้าจริงๆ หรือ?” เสียงของอวี๋ชิงฮวาเปลี่ยนไปโม่อวี้เฉินยกมุมปากขึ้น วินาทีถัดมา กระบี่ก็พุ่งเข้าใส่อวี๋ชิงฮวา
ในความตื่นตระหนกอวี๋ชิงฮวาชักกระบี่ออกเพื่อป้องกันตัวเองจากโม่อวี้เฉินทว่ากระบี่ในมือของเขาถูกตัดเป็นสองท่อน และเขาก็กระอักโลหิตออกมาร่างทั้งร่างเซจนถอยหลังไป
“องค์รัชทายาท กระหม่อมผิดไปแล้ว กระหม่อมไม่กล้าเป็นปฏิปักษ์กับพระชายาอีกกระหม่อมสมควรตาย องค์รัชทายาทโปรดระงับโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะ!” อวี๋ชิงฮวาไม่อยากตายที่นี่เขายังมีเรื่องอีกมากมายที่ยังไม่ได้ทำ เขายังต้องช่วยเหลือกู้ตงหลิงอีก
แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าความตายอยู่ไม่ไกลจากเขาแล้วเขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย
“เจ้าก็พูดเองแล้วไม่ใช่หรือว่าสมควรตาย” ดวงตาของโม่อวี้เฉินเยือกเย็นและกระหายเลือดเสียงของเขาต่ำลึก กล่าวจบ กระบี่ในมือพุ่งเข้าใส่อวี๋ชิงฮวาอีกครั้ง
อวี๋ชิงฮวากระทำการใดล้วนราบรื่นไม่มีร่องรอยให้จับผิดได้ แม้แต่รุ่ยอ๋องก็ไม่อาจกำจัดเขาอย่างเปิดเผยได้ ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่จะสังหารเขาอย่างลับๆ
จัดการแก้ปัญหาทั้งหมดให้สิ้นซากแบบนี้จะง่ายดายและเด็ดขาดกว่า
ทันใดนั้นอวี๋ชิงฮวาก็กรีดร้องเสียงหลง เมื่อคมกระบี่ของโม่อวี้เฉินแทงทะลุหัวใจของเขาเลือดก็พุ่งกระฉูดออกมา
เมื่อเห็นกระบี่ที่ทะลุผ่านทรวงอกและเลือดที่ไหลทะลักออกมาไม่หยุดหย่อน อวี๋ชิงฮวาดูตกตะลึงอย่างเหลือเชื่อ
โม่อวี้เฉินชักกระบี่กลับแล้วถีบเขาออกไปไกลกระแทกเข้ากับโต๊ะฝั่งตรงข้ามจนพัง จากนั้นโม่อวี้เฉินก็จากไป โดยไม่หันกลับมามอง
แต่เงาร่างหนึ่งสายพลันปรากฏขึ้นจากเงามืดมองอวี๋ชิงฮวาที่บอบช้ำจนสภาพน่าเวทนา “อยากแก้แค้นหรือไม่?ข้าจะช่วยเจ้าเอง!”
เมื่ออวี๋ชิงฮวาเพียงอ้าปากเลือดก็ทะลักออกมาไม่หยุด ชายคนนั้นยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยกมือคว้าตัวอวี๋ชิงฮวาแล้วพาจากไป