ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นทำให้การสนทนาที่กำลังสนุกสนานต้องหยุดชะงักลง
(น้องลงมาล้างมือเตรียมทานข้าวได้แล้วค่ะ) เสียงบอกของผู้เป็นแม่ดังลอดผ่านเข้ามาในห้อง
“ค่ะคุณแม่...ไปกันค่ะแดดดี๊ คุณแม่ขามาเรียกแล้ว” คำพูดแรกเธอตอบผู้เป็นแม่ จากนั้นจึงหันไปเอ่ยปากชวนนักรบด้วยสีหน้าระรื่นสดใส
(รีบลงมานะคะ เดี๋ยวคุณอาธันวาจะรอนาน)
“ค่ะ...”
(แม่ไปรอที่โต๊ะอาหารนะคะ)
“ลุกสิคะแดดดี๊เราไปทานข้าวกัน”
“น้องไปเถอะ แดดดี๊ว่าจะกลับแล้วล่ะ”
“ทำไมละคะ?”
คำเอ่ยชวนของน้องมะนาวแต่นักรบปฏิเสธ ทำเอาเด็กน้อยย้อนถามทันควัน แต่สำหรับนักรบนั้นเขารู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า ไร้ตัวตนในสายตาของน้ำส้ม ก็ตั้งแต่ที่เขาก้าวขาเข้ามาเธอก็ไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเธอจะไม่ได้ขับไล่ที่เข้ามาในบ้าน ความเมินเย็นชาทำให้นักรบเกิดประหม่าและสู้หน้าเธอไม่ไหว เขาคิดถึงแทบขาดใจ แต่พอได้อยู่ใกล้ตรงหน้าก็ไม่สามารถกอดเธอให้หายคิดถึง...มันท้อแท้ใจจนต้องบอกกับตัวเองว่าเขาควรพอแค่นี้
“แดดดี๊แค่รู้สึกเหนื่อย ๆ น่ะ” เขาตอบเด็กหญิงพลางลูบหัวของเธอเบา ๆ คำพูดของเขาทำเอาเด็กหญิงหน้าเศร้าในทันที
“อยู่กับน้องไม่ได้เหรอ น้องยังไม่หายคิดถึงแดดดี๊เลย” น้องมะนาวพูดขึ้น คำพูดของเธอล้วนเป็นความสัตย์จริงตรงกับความรู้สึก เธอคิดถึงเขามากมาย เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันไม่กี่ชั่วโมงเขาก็จะตีจาก ทำให้เด็กหญิงเศร้าสร้อยสีหน้าหมองหม่น จนทำให้คนที่นั่งมองต้องรู้สึกสงสาร
“แดดดี๊ก็คิดถึงน้องนะ แต่ว่า...”
“เพราะคุณแม่เหรอคะ?”
“เปล่าครับ...เอาเป็นว่าเดี๋ยววันหน้าแดดดี๊จะมาหาน้องใหม่โอเคไหม?”
เขาพูดปลอบเด็กหญิงที่กำลังก้มหน้าเศร้า ดวงตากลมเริ่มแดง น้ำสีใสเริ่มเอ่อคลอในดวงตา เขาไม่อยากให้นักรบไปไหน การเฝ้ารอคอยมันสร้างความทุกข์ทรมานใจแก่เธอ แม้จะเป็นเพียงเด็กตัวน้อย ๆ แต่ความรู้สึกของเธอก็มีไม่ต่างไปจากผู้ใหญ่ คิดถึง คะนึงหา อยากพบหน้า และโอบกอดด้วยความรักที่มีให้
“ฮึก ฮึก แดดดี๊ไม่รักน้องแล้วใช่ไหมถึงจะไปแบบนี้”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะ แดดดี๊รักน้องที่สุดเลย เพียงแต่ว่าวันนี้แดดดี๊เหนื่อยจริง ๆ ตัวเหม็นด้วยน้ำก็ยังไม่ได้อาบน้องก็รู้” เขาไม่รู้จะหาเหตุผลไหนมาอธิบายให้เธอฟัง ก็ได้แต่แถไถกับสิ่งที่เป็นความจริงตรงหน้า เพื่อให้เด็กหญิงมองเห็นและนึกตาม
“แดดดี๊อาบน้ำที่ห้องน้องก็ได้ ยืมเสื้อผ้าน้องก็ได้นะคะ น้องไม่หวง...น้องไม่อยากให้แดดดี๊ไป ฮือ ฮือ” เด็กหญิงเอ่ยขึ้นด้วยความเดียงสาทั้งน้ำตา พูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น เธอยังไม่หายคิดถึง ไม่อยากให้เขาไปไหน
“โธ่ คนดีของแดดดี๊มีน้ำใจกับแดดดี๊ตลอดเลย”
“ก็น้องรักของน้อง...น้องอยากให้แดดดี๊เล่านิทานให้ฟังก่อนนอน”
“รักน้องเหมือนกัน แต่ว่าวันนี้มันคงไม่สะดวก น้องเห็นไหมว่าคุณแม่ของน้องก็มีแขกมา และแดดดี๊ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของแม่น้องเลย”
“ไม่ให้ไป น้องไม่ยอมให้แดดดี๊หนีไปไหนอีกแล้ว ฮือ”
แม้เขาจะพยายามตะล่อมเธอแค่ไหน แต่ด้วยความรักและคิดถึงทำให้เด็กหญิงเริ่มงอแงเอาแต่ใจ พฤติกรรมที่แสดงออกมาก็แค่อยากรั้งให้เขาอยู่กับเธอต่อ น้ำตาแห่งความเดียงสาไหลรินรดสองแก้มกลม เธอกอดคอของนักรบแน่นไม่ยอมปล่อย กลัวว่าเขาจะหนีไป ยิ่งน้ำตาของน้องมะนาวไหลเขาก็ยิ่งใจหาย ไม่รู้จะอธิบายกับเธอยังไงให้เข้าใจ ครั้นจะอยู่ต่อเขาก็สู้ไม่ไหวกับการที่ถูกเธอเย็นชาใส่ จิตใจที่คิดว่าหนักแน่นก็เริ่มท้อแท้ ยิ่งได้มาเจอกับภาพรอยยิ้มที่เธอให้คนอื่น ยิ่งลดทอนความมั่นใจที่เคยมีไป
“เชื่อฟังนะครับคนเก่ง แดดดี๊แค่กลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พรุ่งนี้ก็จะมาหาน้องใหม่” เขากอดปลอบพร้อมกับพูดเหตุผล
“ไม่อยากให้ไปไหน ฮือ แดดดี๊โกหก” เธอบอกเขาด้วยความโศกเศร้า น้ำตาไหลอาบแก้มจนมันเปียกชุ่มลงเสื้อของนักรบ
“คนเก่งต้องเชื่อฟัง เดี๋ยวแดดดี๊อุ้มเจ้าหญิงตัวน้อยไปส่งที่โต๊ะอาหารดีไหม...ไม่ร้องนะคนดี แดดดี๊รักเด็กที่เชื่อฟังนะ” เขาพูดปลอบเธอด้วยความน้ำเสียงที่อบอุ่น และดูเหมือนเด็กหญิงจะร้องไห้น้อยลง
“น้องจะเป็นเด็กดีเชื่อฟัง” คำพูดประโยคสุดท้ายของนักรบ สะกิดใจเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้ เธอยกมือเช็ดน้ำตาที่มันรินไหล แล้วพูดให้คำมั่นกับนักรบ ที่มีความเศร้าไม่ต่างจากเธอ
“เก่งมากครับ งั้นแดดดี๊ไปส่งน้องที่โต๊ะอาหารนะ แล้วก็ทานเยอะ ๆ เข้าใจไหมครับ” เขาพูดและอุ้มเด็กหญิงขึ้นแนบอก
“ค่ะ...แดดดี๊ต้องสัญญาว่าพรุ่งนี้จะมาหาน้อง น้องจะรอนะคะ”
“ครับผมแดดดี๊สัญญา”
“เกี่ยวก้อยสัญญาใครโกหกตกนรก”
แล้วทั้งสองคนก็เกี่ยวก้อยให้คำมั่นสัญญา และจึงได้อุ้มพาเด็กหญิงลงมาข้างล่างพาไปยังโต๊ะอาหาร ที่เต็มไปด้วยกับข้าวมากมาย แต่ไหนเลยไม่พบกับผู้ชายในเครื่องแบบที่เขาไม่ชอบหน้า
“วันนี้แม่ทำของที่น้องชอบเยอะเลยนะ” เธอพูดกับลูกสาวด้วยรอยยิ้ม แต่สีหน้าของน้องมะนาวนั้นบูดบึ้งดวงตาแดงก่ำ เธอไม่ได้สนใจคำพูดของผู้เป็นแม่ เอาแต่มองด้วยแววตาเศร้าและจับมือของนักรบไว้แน่น
“แดดดี๊ไปแล้วนะครับ” เขาบอกลาเด็กหญิงอีกครั้ง สายตามองไปยังน้ำส้มที่นั่งอีกฝั่งตรงข้าม แต่เธอกลับเมินเฉยไม่ได้สนใจ ดั่งกับว่าเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น
“แดดดี๊ขา” น้องมะนาวเรียกขานพร้อมกับส่งสายตาอ้อน
“เป็นเด็กดีเชื่อฟังนะครับ” เขาพูดและก้มไปหอมหน้าผากของเด็กน้อยตัดใจเดินจากมา โดยไม่ได้ล่ำลาอีกคนที่อยู่ตรงข้าม คิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรในเมื่อเขาอยู่ตรงหน้าขนาดนี้เธอยังไม่สนใจ หากจะเดินหนีออกมาเงียบ ๆ เธอก็คงจะเมินเหมือนเดิม
(กลับโดยไม่ลาแบบนี้ก็ได้เหรอ?) เสียงพูดดังขึ้นอยู่ด้านหลัง ทำให้นักรบที่กำลังจะเปิดประตูรั้วต้องชะงักหยุดฝีเท้านิ่ง หัวใจของเขาเหมือนมันเริ่มสูบฉีดอีกครั้ง เพียงเสียงหวานแว่วเข้ามาในหู แต่ก็ยังไม่ยอมหันหลังกลับไปมอง
"ไม่คิดถึงกันบ้างหรือไง" น้ำส้มยืนอยู่ด้านหลังเธอพูดกระตุ้นเขาอีกรอบ เพื่ออยากให้เขาหันหลังกลับมา
"น้ำส้ม...ผมคิดถึงคุณ" เพียงแค่คำคิดถึงทำให้ขาของเขาขยับในทันที นักรบวิ่งเขามาโอบกอดเธอที่อยู่ด้านหลังอย่างแนบแน่นด้วยความคิดถึง
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะที่รัก...ฉันก็คิดถึงคุณเหมือนกันค่ะ เข้าบ้านของเรากันนะคะ” เธอกอดตอบเขาด้วยความคิดถึงเช่นกัน ที่ทำก็แค่อยากลองใจว่าเขามีความพยายามแค่ไหน เห็นเขาเดินจากมาไม่ได้ล่ำลาหัวใจของเธอก็หวาดกลัวเหลือเกิน จนต้องรีบเดินตามออกมาเพื่อรั้ง ทั้งสองคนกอดรัดกันอยู่นานก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านหลังเดิมอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม
-----
จบตอน