ลุงหวงตื่นมาตอนเช้าในห้องที่ไม่คุ้นเคยเขาพบว่าแผลเป็ที่ได้รับมาั้แ่สมัยหนุ่มๆและมักจะสร้างปัญหาให้เขาไม่น้อยทั้งยังเป็ตัวฉุดรั้งการฝึกตนสมานตัวลงไปจนสังเกตได้ด้วยตาเปล่าอาการาเ็ภายในเองก็ทุเลาลงไปมากไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งนี้คือพลังของโอสถที่ท่านปรมาจารย์ไป่มอบให้เขาเมื่อคืน
เป็โอสถที่ทรงพลังอย่างแท้จริง!
เขาอยากจะนำมันไปแบ่งให้นายใหญ่ถังเทียนจี๋แต่ก็รู้ดีว่าโอสถนี้เป็ท่านไป่ฟานเซียนมอบให้กับมือ การจะนำมันไปให้คนอื่นอีกต่อมันจะดูไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
สภาพภายนอกยังคงมืดมิดสำหรับพ่อบ้านมืออาชีพเช่นเขาการตื่นมาในตอนเช้าตรู่เช่นนี้เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยและเตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่ให้เ้านายกลายเป็กิจวัตรที่เขาต้องทำทุกวัน
ลุงหวงเดินตรวจตราไปรอบบ้านรอบหนึ่งแม้ว่าจะไม่คุ้ยเคยทั้งยังมีเพียงเขาคนเดียวแตกต่างจากบ้านตระกูลถังที่เหล่าคนดูแลจะตื่นขึ้นมาทำงานกันแต่เช้าทั้งสิ้น
ระหว่างที่เดินอยู่ลุงหวงไม่นึกว่าเขาจะพบกับนายหญิงของบ้านอย่างท่านปรมาจารย์ไป่ฟานเซียน
นางนอนเหยียดกายอย่างเกียจคร้านบนเก้าอี้ชายหาดที่วางอยู่บนระเบียงัักับบรรยากาศลมเย็นๆของทะเลและดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น
ไป่ฟานเซียนกำลังไตร่ตรองหลายสิ่งหลายอย่างอยู่ในหัวทั้งตัวตนของนางที่ข้ามผ่านเวลามาถึงอีกยุคสมัย สาเหตุของมันรวมถึงพลังแปลกๆที่อยู่ในตัวนางหลังจากที่นางตื่นขึ้นมาในยุคนี้
นางจะทำอะไรต่อไปดี
เพราะในยามนี้นางไม่มีตำหนักโอสถให้ดูแลไม่มีศัตรูที่จะมาฟาดฟัน ทั้งยังไม่มีเป้าหมายใดๆ
แม้ว่านางจะรู้สึกว่าโลกนี้มันน่าสนใจ
แต่ทุกอย่างมันกลับว่างเปล่ามาสักพักในจิตใจของนาง
“...เ้าตื่นเร็วดี”
ไป่ฟานเซียนแม้จะไม่มองแน่นอนว่าย่อมััถึงตัวตนของลุงหวงที่เดินเข้ามาจากในบ้านในมือของเขาถือชุดน้ำชาที่พึ่งต้มเสร็จและยังมีควันร้อนลอยอยู่มาด้วย
เขาเสิร์ฟชาให้ไป่ฟานเซียนอย่างสุภาพขณะที่ยืนอยู่ด้านหลังเพื่อสนทนา
“เป็ท่านปรมาจารย์ไป่ที่ตื่นเช้าต่างหากครับ”
“แผลเป็ของเ้าน่าจะต้องใช่เวลาอีกสักหน่อย...”
หญิงสาวเหลือบไปมองบริเวณหน้าอกของชายชราถึงจะมีเสื้อผ้าสวมทับอยู่หลายชั้นแต่จะมีสิ่งใดเล็ดรอดัั์ของนางในระยะแค่นี้ได้?
นางรู้แต่แรกแล้วว่าลุงหวงมีาแเรื้อรังอยู่แห่งหนึ่งเพียงแต่ก่อนหน้านี้คร้านเกินกว่าจะใส่ใจก็เท่านั้น
“เป็เพราะความเมตตาของท่านครับ”หวงจื่อหานยิ้มแล้วค้อมหัวด้วยความขอบคุณ แผลนี้สร้างปัญหาให้เขามานานเหลือเกิน
“อืม...”
ไป่ฟานเซียนเพียงตอบรับเงียบๆตามประสานางจิบชาและดื่มด่ำกับ่เวลาที่เงียบสงบนี้อยู่สักพักหนึ่ง
“...หวงจื่อหานข้าจะทำอะไรต่อดีนะ?” ไป่ฟานเซียนลืมตาขึ้นมาแล้วถามอย่างแ่เบาลุงหวงไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามเช่นนี้จากปากตัวตนที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้
“ท่านหมายความว่ายังไงเหรอครับ?”ลุงหวงถาม
“อืม...ข้าคงจะแค่เบื่อกระมัง?”
ลุงหวงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจในหัวของเขาเริ่มหมุนคิดเร็วจี๋การตอบสนองต่อความ้าของเ้านายให้ได้จึงเป็สิ่งที่พ่อบ้านชั้นหนึ่งเช่นเขาต้องทำให้ได้
ชายชราปะติดปะต่อเื่ราวของไป่ฟานเซียนในหัวเมื่อนึกไปถึงเื่ที่ว่านางเป็คนที่สละ่เวลาวัยเยาว์ไปกับการฝึกตนทั้งหมดจึงเอ่ยคำแนะนำขึ้นมา
“ท่านปรมาจารย์ไป่หางานอดิเรกทำดีไหมครับ?”
“งานอดิเรก?”
ไป่ฟานเซียนที่นอนอยู่หันมามองอย่างสนใจ
“พวกอ่านหนังสือเที่ยวเล่น เล่นเกม หรือทำสวนปลูกต้นไม้อะไรแบบนั้นน่ะครับ”ลุงหวงพยายามนึกถึงงานอดิเรกที่วัยรุ่นชอบทำกันแต่ด้วยความต่างระหว่างวัยเขาเองก็ไม่ค่อยจะทราบสักเท่าไรว่าวัยรุ่นในปัจจุบันมีงานอดิเรกอะไรกันบ้าง
เพราะวัยรุ่นในบ้านเขาคนหนึ่งก็บ้าโอสถั้แ่เด็กอีกคนก็ป่วยหนักจนนอนติดเตียงลุงหวงจึงไม่ค่อยจะมีตัวอย่างในเื่นี้ให้เห็นเท่าไร
“อ่านหนังสือของยุคนี้ก็อาจจะเป็ความคิดที่ไม่เลว...”
ไป่ฟานเซียนพึมพำแน่นอนว่าลุงหวงย่อมได้ยินเขาหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อเครือข่ายของตัวเองทันทีโดยไม่จำเป็ต้องให้เ้านายสั่ง
“ท่านปรมาจารย์ไป่ชอบหนังสือประเภทไหนเป็พิเศษไหมครับ?”
ก่อนจะสั่งหวงจื่อหานหันมาถามรสนิยมของไป่ฟานเซียนเสียก่อน
“เื่ทั่วๆไปของยุคนี้...”ไป่ฟานเซียนครุ่นคิดแค่เล็กน้อยก็ตอบมา ใช่แล้วสิ่งที่นางขาดที่สุดก็คือพวกความรู้พื้นฐานของยุคนี้นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ใด สถานการณ์เป็อย่างไรการปกครองของดินแดนนี้ กฎหมาย วัฒนธรรม และอีกหลายๆอย่าง
“ผมจะสั่งหนังสือมาทุกประเภทให้ครอบคลุมก่อนแล้วกันนะครับ”ลุงหวงหันไปสั่งงานผ่านโทรศัพท์ แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงเท่านั้นเขายังโทรไปสั่งงานให้ช่างมาต่อเติมห้องหนึ่งในบ้านให้กลายเป็ห้องหนังสือเสียเรียบร้อยแล้วด้วย
เขาสมกับเป็พ่อบ้านชั้นหนึ่งสามารถจัดการทุกเื่ได้อย่างไม่มีที่ติ
และเพียงแค่ครึ่งวันของทุกอย่างก็ถูกจัดส่งมาถึงในบ้านของไป่ฟานเซียนอย่างเรียบร้อยเด็กน้อยสองคนมองพนักงานขนส่งที่แบกหนังสือเข้าไปในห้องอ่านหนังสือที่พึ่งจะสร้างเสร็จก่อนนี้ไม่นานด้วยความงุนงง
ในห้องที่ถูกเปลี่ยนเป็ห้องอ่านหนังสือนั้นเดิมทีเป็ห้องที่อยู่ตรงมุมบ้านและกว้างขวางอย่างยิ่งต่อให้จะบรรจุชั้นหนังสือจำนวนมากเข้าไปมันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแคบแต่อย่างใดทั้งในห้องยังมีโต๊ะทำงานตัวใหญ่และเบาะนวมสำหรับนั่งและนอนกระจายอยู่ในห้อง
เรียกว่ามันเป็เหมือนห้องสมุดย่อมๆก็ได้
ฮุ่ยเอ๋อไม่เคยเข้าโรงเรียนถังเย่เย่ก็เช่นกัน แต่คนอย่างลุงหวงมีหรือจะผิดพลาดกับเื่เช่นนี้เขาได้จัดเตรียมมุมสำหรับหนังสือเด็กที่มีทั้งนิทานและหนังสือภาพ รวมถึงหนังสือสอนอ่านเขียนไว้เรียบร้อยแล้ว
ไป่ฟานเซียนย่อมเห็นด้วยนั่นทำให้เด็กน้อยสองคนนี้ต้องสละเวลาส่วนหนึ่งของวันมาเรียนหนังสือที่นี่
ถังเย่เย่และฮุ่ยเอ๋อหลังจากที่เมื่อคืนนอนด้วยกันก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้นเย่เย่น้อยจะคอยเดินตามฮุ่ยเอ๋อต้อยๆเหมือนลูกเจี๊ยบไม่ว่าฮุ่ยเอ๋อจะทำอะไรเธอก็จะร่วมทำกับพี่สาวหมดทุกอย่างแม้แต่ยามที่ฮุ่ยเอ๋อไปช่วยลุงหวงทำความสะอาดบ้านเย่เย่ก็ไม่ปริปากบ่นทั้งยังช่วยกันทำความสะอาดด้วยความสนุก
ไป่ฟานเซียนที่กำลังเดินอยู่ในบ้านมองภาพเด็กน้อยสองคนกำลังช่วยกวาดลานบ้านอย่างขยันขันแข็งด้วยรอยยิ้มบางหลังจากที่ห้องหนังสือถูกติดตั้งเสร็จสิ้นนางจึงเข้าไปหาอะไรอ่านสักหน่อย
บางทีการเริ่มด้วยหนังสือประวัติศาสตร์อาจจะไม่เลว
นางอยากจะรู้ถึงความเป็ไปของผู้ฝึกตนในยุคนั้นรวมถึงสาเหตุที่ทำไมพลังฝึกตนของยุคสมัยนี้มันจึงได้อ่อนแอลงมาขนาดนี้
ไม่นานจากนั้น ลุงหวงที่ตามเข้าไปเพื่อเสิร์ฟน้ำชาถึงกับใกับสภาพของห้องหนังสือเพราะพวกมันถูกรื้อออกมาจนกระจุยกระจาย และวางระเกะระกาจนรกห้องไปหมดไป่ฟานเซียนที่เป็ต้นเหตุตอนนี้กำลังนั่งขัดสมาธิบนฟูกรองนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องโดยที่คิ้วขมวดเป็ปม
“ท่านปรมาจารย์ไป่เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
ลุงหวงถามหลังจากที่เสิร์ฟชาร้อนให้
“หวงจื่อหานทำไมถึงไม่มีบันทึกเื่ของผู้ฝึกตนในประวัติศาสตร์พวกนี้?”
ไป่ฟานเซียนถามโดยที่ไม่ได้หันมามองลุงหวงที่รู้สาเหตุจึงรีบอธิบายให้ฟัง
“การมีอยู่ของเหล่าผู้ฝึกตนไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนขนาดนั้นครับท่านปรมาจารย์ไป่”เมื่อสูดหายใจไปรอบหนึ่งก็เริ่มเล่าต่อ
“บันทึกที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งมีเื่ของผู้ฝึกตนบันทึกอยู่น่าจะมีอายุประมาณห้าพันปีครับ”
“...แล้วก่อนหน้านั้นเล่า?”
“ก็คงจะมีอยู่แต่ถูกทำลายไปหมดแล้วครับ”ลุงหวงอธิบายอย่างใจเย็น
“พวกเราเหล่าผู้ฝึกตนเป็เพียงกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆในโลกคนส่วนใหญ่ั้แ่เกิดจนตายไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเื่ราวการฝึกตนเลยด้วยซ้ำครับ...”
“เช่นนั้นหรือ...”
ไป่ฟานเซียนวางหนังสือในมือลงอย่างครุ่นคิด
“แต่ในเมืองนี้ก็มีผู้ฝึกตนตั้งมากมายไม่ใช่รึ?”
ลุงหวงหัวเราะเบาๆ“นั่นเป็เพราะพวกเขามารวมตัวกันเพราะการประลองของราชันย์บูรพาหม่าฟู่เฟิงกับจอมดาบเจิ้งเหรินอี้ทีู่เาข้างๆเมืองนี้ครับ”
“การประลองของปรมาจารย์มีอันใดน่าสนใจกัน?”
ไป่ฟานเซียนส่ายหัวเบาๆแล้วสะบัดมือ หนังสือในห้องที่ระเกะระกะก็โผบินขึ้นสู่อากาศแล้วกลับเข้าที่แต่เก่าก่อนของพวกมันอย่างแม่นยำ
ลุงหวงสูดหายใจอย่างหนาวเหน็บไปทีหนึ่ง การควบคุมลมปราณราวกับแขนขาได้อย่างแม่นยำเช่นนี้สามารถเปิดหูเปิดตาเขาได้อย่างแน่นอน
“ก็พวกเขาเป็ถึงเหล่าตัวตนสูงสุดของยุทธภพแล้วนี่ครับผู้ฝึกตนทั้งหลายจะสนใจก็ไม่แปลก” ลุงหวงเดินตามไป่ฟานเซียนอย่างใกล้ชิดนางย้ายที่นั่งไปอีกมุมหนึ่งที่คราวนี้เป็มุมที่เป็หนังสือเกี่ยวกับกฎหมายและการปกครองรวมถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ
“ตัวตนสูงสุด?...”
ไป่ฟานเซียนถามต่ออย่างสงสัย
“มีผู้ใดที่แข็งแกร่งกว่าระดับปรมาจารย์หรือไม่?”
ลุงหวงกลืนน้ำลายกับคำถามของนางแต่เขาก็ยังขบคิดอย่างจริงจังเพื่อให้คำตอบกับนายหญิงคนนี้
“ในประเทศนี้ผมไม่แน่ใจแต่ได้ยินว่าประเทศทางตะวันตกมีศาสตร์ที่เรียกว่าเวทมนตร์หรือพวกมนตร์ดำอยู่ด้วยครับ”
“...น่าสนใจ”
ไป่ฟานเซียนพึมพำนางเปลี่ยนจากหนังสือกฎหมายและวัฒนธรรมในมือไปเป็หนังสือภูมิศาสตร์โลก ตำนานเกี่ยวกับมนตร์ดำคาถาหรือคำสาปเป็สิ่งที่นางอ่านพบในหนังสือประวัติศาสตร์บางเล่มเช่นกัน
เวลาผ่านไปจนถึงบ่ายลุงหวงกำลังเตรียมชากาใหม่ในห้องครัวั้แ่ที่ท่านปรมาจารย์ไป่เข้าไปในห้องหนังสือก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วแต่นางก็ยังไม่ออกมานั่นแปลว่าการตัดสินใจสั่งหนังสือของตนครั้งนี้เป็สิ่งที่ถูกต้อง
และขณะที่กำลังจะโทรไปรายงานเื่ความชื่นชอบของท่านปรมาจารย์ไป่กับถังเทียนจี๋ก็เป็ฝ่ายนู้นที่โทรมาหาเขาเสียก่อน
“หวงจื่อหานท่านปรมาจารย์ไป่เป็ยังไงบ้าง?”
ถังเทียนจี๋ที่อยู่ปลายสายถาม
“ท่านถูกใจบ้านหลังนี้มากครับตอนนี้กำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องหนังสือ”
“ใช่รายการหนังสือที่นายสั่งมาเมื่อเช้าใช่ไหม?”
“ครับดูเหมือนท่านจะพอใจมากทีเดียว”
“นั่นดีแล้วๆมีอีกเื่หนึ่งด้วย”
“ครับ?”
“เมื่อกี้นี้กองทัพเอาของขวัญมาขอโทษสำหรับเื่เมื่อวานถึงบ้านตระกูลถังเลยล่ะ”เสียงจากปลายสายดูจะตื่นเต้นนิดๆ
“เป็วัตถุดิบล้ำค่าระดับ4 จำนวนหนึ่ง”
“แล้วพวกเขาก็กำลังไปที่นั่นเหมือนกันนายเตรียมตัวเอาไว้ด้วยล่ะ”
ไม่ทันจะจบคำพูดลุงหวงก็ได้ยินเสียงรถยนต์หลายคันวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านและไม่นานหลังจากนั้นก็มีเสียงกริ่งหน้าบ้านตามมาทำให้เด็กๆที่กำลังวิ่งเล่นอยู่แถวนั้นไปดูด้วยความสงสัย
“พวกคุณเป็ใครเหรอคะ?”
ฮุ่ยเอ๋อถามผู้ชายคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบเขาเป็เพียงคนเดียวที่ลงจากรถมา ซึ่งเมื่อเขาเห็นเด็กตัวเล็กๆสองคนยืนอยู่อีกฟากของประตูด้วยใบหน้าไร้เดียงสาก็อดนั่งยองๆลงมาคุยด้วยความเอ็นดูไม่ได้
“ที่นี่ใช่บ้านของปรมาจารย์ไป่ฟานเซียนรึเปล่าครับ?”
ฮุ่ยเอ๋อและถังเย่เย่มองผู้ชายที่ก้มตัวลงมาอย่างไม่ไว้วางใจเขาดูเป็ชายร่างผอมบางและดูขี้โรคอย่างยิ่ง แต่รอยยิ้มของเขากลับอบอุ่นและดูใจดี
“ใช่ค่ะที่นี่เป็บ้านของนายหญิง” ถังเย่เย่พยักหน้ารับด้วยความอยากรู้อยากเห็นวินาทีนั้นลุงหวงก็มาปรากฏตัวที่ด้านหลังเด็กๆทั้งสองคนเมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่คือใครก็ก้มหัวเคารพอย่างนอบน้อมและแปลกใจ
เขาไม่คิดว่าชายคนนี้จะเป็คนมาที่นี่ด้วยตัวเอง
“งั้นรบกวนบอกท่านปรมาจารย์ไป่ให้หน่อยนะครับ”
“ว่าวันนี้เหยี่ยวดำมาแสดงความจริงใจและขออภัยต่อปรมาจารย์ไป่ฟานเซียน”
หัวหน้าใหญ่ของกองกำลังพิเศษเหยี่ยวดำพลเอกหลิวเยี่ยนเฟย!