สามหมื่นปีต่อมา
นับั้แ่สรรพชีวิตเผชิญภัยร้ายจากจอมมารเฟินสวี พิภพเทพล่มสลายเทพประมุขเย่วฉือได้สละชีวิตใช้พลังรากจิตของนางชำระล้างไอปีศาจที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วหล้า ด้วยอำนาจแก่นเทพและพลังรากจิตของเทพประมุขหลังจากชำระล้างไอปีศาจแล้วก่อให้เกิดการแบ่งเขตแดนใหม่ จาก 6 แดน 8 ทะเล เหลือเพียง 4 แดน 5 ทะเล ประกอบไปด้วย แดน์ แดนมนุษย์ แดนมรกต แดนปีศาจ ทะเลตงไห่ ทะเลซีไห่ ทะเลหนานไห่ ทะเลปั๋วไห่ และทะเลชิงไห่ โดยแดน์มีอำนาจปกครองสูงสุด
โดยแต่ละเขตแดนจะมีผู้นำและกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันไป แต่ที่เหมือนกันคือผู้ที่มีแก่นมารแก่นปีศาจจะไม่สามารถล่วงล้ำแดน์ได้ด้วยเขตอาคมที่แข็งแกร่งจากแก่นเทพและพลังรากจิตของเทพประมุข หากก้าวล้ำเข้าไปจะถูกละอองเทพซึ่งแตกต่างจากไอวิเศษที่ปล่อยออกมาจากต้นไม้ศักดิ์สิทธ์ในอดีต ทำให้มารปีศาจได้รับความเ็ปทรมานรากจิตสูญสิ้นทำลายปฐมิญญาจนถึงแก่ความตาย ยกเว้นเพียงเหล่ามารปีศาจที่บำเพ็ญจนเลื่อนขั้นเป็เซียนในระดับซ่างเซียนหรือซ่างจวินขึ้นไปและผู้ที่ได้รับตราข้ามแดนที่พระราชทานโดยเทียนตี้ซึ่งแต่ละแดนจะมีเพียงหนึ่งชิ้นเท่านั้นจึงจะสามารถผ่านเข้าแดน์ได้
ณ ตำหนักฟ้าแดน์ วันนี้เหล่าเทพเซียนมาประชุมกันตามวาระเพื่อรายงานสถานการณ์ในแดนต่างๆ ว่าเกิดเหตุผิดปกติอะไรบ้างโดยมีมหาเทพหลี่จวินที่ตอนนี้มีตำแหน่งเป็เทียนตี้ปกครองแดน์เป็ประธานในการประชุม
“ถวายบังคมเทียนตี้”
เหล่าบรรดาเทพเซียนต่างพูดทำความเคารพพร้อมกันเมื่อเทียนตี้ปรากฏตัวขึ้นนั่งอยู่บนบัลลังก์ัสีทองด้านหน้า
“เอาล่ะลุกขึ้น ที่ข้าเรียกประชุมในวันนี้เพื่อที่อยากจะรู้ถึงความเป็ไปของสรรพชีวิตในเขตแดนล่างว่าในยามนี้เป็เช่นไรบ้าง” เทียนตี้กล่าวกับเหล่าเทพเซียนที่ยืนเรียงอยู่ด้านล่าง
“กราบทูลเทียนตี้แดนมนุษย์ในยามนี้ปกติสุขดีพ่ะย่ะค่ะ มีมารปีศาจออกเพ่นพ่านปะปนอยู่บ้างแต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากสำนักเซียนต่างๆ ที่คอยดูแลและขจัดปีศาจชั่วร้าย” ิเจ๋อซ่างจวินแห่งหุบเขาเทียนซานกล่าวรายงานอย่างนอบน้อม
“สำนักเซียนเหล่านี้ฝึกบำเพ็ญเพียรช่วยเหลือผู้คนเป็เื่ที่ดีจริงๆ ยามนั้นที่เ้าเสนอมาต่างก็ถูกคัดค้าน ในยามนี้ต้องชื่นชมเ้าแล้วทำได้ไม่เลวิเจ๋อซ่างจวิน”
“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ ”ิเจ๋อซ่างจวินกล่าวอย่างถ่อมตน
“เอาล่ะ! เขตมหาสมุทรเล่าเป็เช่นไรบ้าง”
“กราบทูลเทียนตี้ห้าทะเลปกติสุขดีภายใต้การร่วมมือร่วมใจของจ้าวสมุทรทั้งห้าพ่ะย่ะค่ะ”
“ดีจริงๆ ที่พวกเขาร่วมมือกันได้ แล้วทางด้านแดนปีศาจแดนมรกตเล่า”
“กราบทูลเทียนตี้ แดนมรกตอยู่ภายใต้การปกครองโดยจิ้งจอกเฒ่าจิ่วหาน ส่วนแดนปีศาจยามนี้อยู่ใต้การปกครองของพญาปีศาจเจาเหวิน กระหม่อมคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา แต่ยังไม่พบสิ่งใดที่ผิดปกติพ่ะย่ะค่ะ” เทพาประจำทิศบูรพากล่าวรายงานอย่างแข็งขัน
“อืม คอยจับตาดูเอาไว้ทางเฒ่าจิ่วหานข้าไม่กังวลใจ ทว่าเจาเหวินลักษณะนิสัยเ้าเล่ห์ทะเยอทะยานตอนนี้ก็เป็กึ่งเทพ อีกทั้งสามหมื่นปีมานี้เผ่ามารที่อาศัยอยู่ในแดนปีศาจก็มีไม่น้อยแม้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวแต่ข้าไม่วางใจต้องป้องกันเอาไว้ก่อนหากพบสิ่งผิดปกติให้รีบรายงานทันที”
“พ่ะย่ะค่ะ แต่ว่า่นี้เอ่อ...ยังมีอีกเื่หนึ่งที่กระหม่อมอยากกราบทูล เทียนตี้โปรดพิจารณา” เทพากล่าวกระอึกกระอัก ท่าทางลำบากใจแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“มีเื่อันใดก็ว่ามาเถิด”
“ทูลเทียนตี้...ประมุขน้อย่นี้ออกไล่เข่นฆ่าเหล่ามารปีศาจจนล้มตายไปจำนวนมากสร้างความคับแค้นใจให้เหล่ามารปีศาจ กระหม่อมเกรงว่านี่อาจเป็ปัญหาที่ใช้ในการต่อต้านของเหล่ามารปีศาจในภายหน้าได้พ่ะย่ะค่ะ”
เทียนตี้ได้ยินดังนั้นจึงถอนหายใจออกมา พลางนึกถึงเมื่อครั้งพิภพเทพล่มสลายในอดีต รากจิตถูกทำลายเสียหายปฐมิญญาของเขาได้รับาเ็สาหัสแม้นเทพประมุขจะช่วยชีวิตเขาไว้ได้แต่ก็ต้องพักฟื้นเข้าสู่การหลับไหลไปเป็เวลาหนึ่งพันปีจึงได้ตื่นขึ้นมา แต่ทว่าหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปหญิงสาวผู้เป็ที่รักได้จากไป บุตรสาวที่เคยร่าเริงกลับเงียบขรึมโมโหร้ายเปลี่ยนไปเป็คนละคน เหล่ามหาเทพทั้งสี่ที่เหลือหลังจากพาเทพเซียนมาแดนล่างก็ก่อตั้งพิภพใหม่โดยมีแดน์เป็เขตปกครองสูงสุดจนทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง จากนั้นจึงแยกย้ายไปสร้างวิมานของตนประจำอยู่รอบแดน์ดูแลเขตแดนทั้ง 4 ทิศ อยู่เหนือการปกครองจากแดน์ นานๆ ทีจึงจะได้พบหน้ากัน ส่วนตนก็ถูกแต่งตั้งให้เป็เทียนตี้ดูแลปกครองสรรพชีวิตในใต้หล้าสืบสานปณิธานของเทพประมุขเย่วฉือหญิงสาวผู้เป็ที่รัก
“ทูลเทียนตี้เื่นี้เป็ปัญหาสะสมมานาน กระหม่อมคิดว่าเห็นทีจะปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ” เซียนเฒ่าคนหนึ่งกล่าวขึ้น
“กระหม่อมเห็นด้วย”
“กระหม่อมเห็นด้วย”
“กระหม่อมเห็นด้วย” เหล่าเซียนทั้งหลายต่างพูดรับกันเป็ทอดๆ
“เอาล่ะ ข้ารู้แล้วข้าจะจัดการเื่นี้เอง หากไม่มีเื่อะไรแล้วก็เลิกประชุมเพียงเท่านี้” เทียนตี้กล่าวพลางถอนหายใจออกมาแล้วพริ้วกายหายไปทันที
ณ ตำหนักชุนซี
เทียนตี้ยืนอยู่หน้าตำหนักพลางชั่งใจว่าจะทำเช่นไรกับผู้ที่เป็บุตรสาวของตน ฎีการ้องเรียนเื่ของนางที่เหล่าเทพเซียนส่งมาให้ตนนั้นมากมายมหาศาลเหลือเกินสามหมื่นปีมานี้นางมีจิตอาฆาตแค้นไม่สนใจผู้ใด จิตใจโหดร้าย กระหายในการเข่นฆ่าเหล่ามารปีศาจจนสร้างความบาดหมางให้กับเผ่ามารปีศาจและแดน์
“เย่วฉือ หากเ้ายังอยู่เ้าจะทำเช่นไร” เทียนตี้กล่าวรำพึงรำพันกับตัวเองถึงหญิงสาวผู้เป็ที่รักที่ได้จากไปนานแสนนาน
“คารวะเทียนตี้” เซียนรับใช้รีบเดินเข้ามาทำความเคารพ
“เซินเอ๋อร์อยู่หรือไม่”
“กราบทูลเทียนตี้ประมุขน้อยไม่ได้กลับตำหนักมาสามวันแล้วเพคะ”“สามวัน! มัวไปสร้างเื่อยู่เป็แน่ หากนางกลับมาให้รีบไปบอกข้าทันที”
“เพคะ” เซียนรับใช้กล่าวรับคำ เทียนตี้ถอนหายใจออกมาแล้วเดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์
ณ เขตแดนปีศาจ
หญิงสาวผู้หนึ่งถือกระบี่ที่เปียกโชกไปด้วยโลหิตเหล่ามารปีศาจที่ถูกฆ่า ทั่วบริเวณมีแต่กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วสร้างความหดหู่ใจยิ่งนัก
“อย่าทำอะไรข้าเลย โปรดไว้ชีวิตข้าเถิดประมุขน้อย ข้าไม่เคยทำร้ายใครมาก่อน ท่านเชื่อข้าเถอะ” ปีศาจตนหนึ่งหวาดกลัวร้องขอชีวิตจากหญิงสาวตรงหน้า
“พวกเ้าสมควรตาย หากจะโทษข้าละก็จงโทษโชคชะตาของเ้าที่เกิดมาเป็ปีศาจเถอะ ตายไปซะ!!” พูดจบหญิงสาวก็ใช้กระบี่ฟาดฟันใส่ปีศาจตนนั้นจนขาดใจตาย แววตาของนางช่างดุดันไร้ความปรานี
“มารปีศาจทุกตัวจะต้องตาย!” นางพูดะโออกมาอย่างคับแค้นใจ แววตาเต็มไปด้วยไอสังหารโกรธจนตัวสั่นจากนั้นจึงหายวับไป
อีกด้านที่แดน์ในตำหนักชุนซี ปรากฏร่างของหญิงสาวเมื่อครู่ร่างกายของนางในตอนนี้เต็มไปด้วยโลหิตสร้างความใให้กับเซียนรับใช้จนเผลอทำให้แจกันหยกหล่นลงกับพื้นจนแตกกระจาย
“องค์เทพได้โปรดอภัยข้าน้อยมิได้ตั้งใจ โปรดไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตด้วย” เซียนรับใช้ตัวสั่นเทากล่าวลนลานกลัวความผิดก้มหมอบลงไปอยู่ที่พื้นไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา
“ดีที่วันนี้ข้าอารมณ์ดี จะปล่อยให้เ้ามีลมหายใจต่อสักสองสามวัน ข้าจะอาบน้ำรีบไปจัดเตรียมให้ข้า”
“เพคะ”เซียนรับใช้กล่าวรับคำแล้วรีบออกไปอย่างลนลาน
หญิงสาวที่กำลังนั่งแช่อยู่ในสระน้ำขนาดใหญ่มือเรียวบางค่อย ๆ วักน้ำในขึ้นมาชำระล้างร่างกายที่เต็มไปด้วยโลหิตออกจนหมดเผยให้เห็นเรือนร่างของนางได้อย่างชัดเจน ผิวพรรณที่ขาวราวหิมะ ใบหน้าเรียวรูปไข่ ริมฝีปากเข้ารูปรับกับใบหน้าอย่างงดงามช่างดูสง่างามยิ่งนัก หลังจากชำระล้างร่างกายเสร็จนางได้นั่งแช่น้ำอยู่พักหนึ่งพลางหลับตาเพื่อผ่อนคลายอารมณ์แต่ทว่ากลับเห็นภาพในอดีตยามที่พิภพเทพล่มสลายและผู้เป็แม่ได้สลายจากไปต่อหน้าต่อตาก็พลันสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นมา
“เสด็จแม่...ท่านวางใจเถอะข้าจะกำจัดพวกมารปีศาจให้สิ้น สิ่งที่พวกมันต้องจ่าย ข้าจะให้พวกมันชดใช้อย่างสาสม!” นางพูดอย่างคับแค้นใจดวงตาเข้มขึ้นอย่างน่ากลัวคล้ายมีรังสีอำมหิตแผ่อยู่รอบ ๆ
ณ ตำหนักจื่อชวี่
หนิงเหอซ่างจวิน ธิดาบุปผาในอดีตบัดนี้ได้บำเพ็ญจนตบะแก่กล้าผ่านด่านเคราะห์ได้เลื่อนขั้นเป็เสินจวิน นางได้อภิเษกสมรสกับมหาเทพหลี่จวินซึ่งก็คือเทียนตี้ในปัจจุบันนางจึงมีตำแหน่งเป็เทียนโฮ่ว ขณะนี้กำลังใช้พลังตบะของตนถ่ายทอดให้สู่หญ้าเซียนต้นหนึ่งอย่างเพลิดเพลิน อยู่ๆ เทียนตี้ก็เดินเข้ามายืนมองอยู่ข้างๆ พลางยิ้มออกมา
“ในบรรดาสวนบุปผาแห่งนี้ดูเหมือนเ้าจะใส่ใจหญ้าเซียนนี่เป็พิเศษ”
“ฝ่าา...ท่านมาั้แ่เมื่อใด”
“สักพักแล้วหล่ะ”
เทียนตี้พูดจบก็เดินไปนั่งที่โต๊ะน้ำชาด้านข้างพลางถอนหายใจออกมา เทียนโฮ่วเห็นดังนั้นจึงเดินตามมารินน้ำชาให้แล้วนั่งลงด้านข้างพลางกล่าวแกมขบขัน
“มีเื่อันใดกันที่ทำให้เทียนตี้อย่างท่านกลัดกลุ้มได้มากถึงเพียงนี้”
“เ้ายังจะมาแกล้งข้าอีก เฮ้อ...แม้เวลาผ่านมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้แต่ก็ยังจมอยู่กับการแก้แค้นข้าจะทำเช่นไรกับนางดี ยิ่งนับวันนางยิ่งถลำลึกข้าหวั่นใจเหลือเกิน”
“ตอนนั้นนางยังเล็ก คงฝังใจกับเื่ที่เกิดขึ้น ข้าจะไปช่วยพูดกับนางให้ดีหรือไม่”
“พูดงั้นรึ หากพูดแล้วจบเื่คงไม่บานปลายมาจนถึงบัดนี้หรอก ฎีกาที่เหล่าเทพเซียนส่งมาร้องทุกข์มากมายก่ายกองจนข้าอ่านไม่ไหว”
“แต่หากท่านลงโทษ นางเองก็เป็มหาเทพด้วยนิสัยของนางแดน์คงได้พังทลายเป็แน่ เอาเป็ว่าให้ข้าคุยกับนาง เดิมทีซินเอ๋อร์เป็เด็กจิตใจดี หากคลายปมในใจให้นางได้อาจกลับมาเป็เช่นเดิม”
“ตามใจเ้า แต่ข้าบอกไว้ก่อน คราวนี้ข้าคงนิ่งเฉยไม่ได้ หากนางยังไม่สำนึกต้องได้รับการลงโทษ” เทียนตี้กล่าวอย่างจริงจังเทียนโฮ่วทำได้แต่ยิ้มให้และรินน้ำชาต่อไป