เลขานุการส่วนตัวที่ลงมาทำงานจากห้องเ้านายวันนี้แทบจะเอาหน้ามุดแผ่นดินเมื่อต้องมาเจอรุ่นพี่อย่างมาดาและพิมขวัญหน้าห้องเหมือนทุกวัน แต่ก็ยังดีที่ทั้งสองคนทำเหมือนกับว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้น เธอยิ้มแห้งๆ ให้ก่อนจะเข้าไปรับงานในห้องทำงานของแมรี่และเอาไปวางไว้ที่โต๊ะเ้านายในห้องเหมือนทุกวัน
“ขอบใจ...” เสียงเบาราวขนนกแต่เลขาส่วนตัวอย่างอัญณิกาหูดีเสมอ
“อะไรนะคะ” เลขาที่ไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยินถามขึ้น แม้เธอจะแน่ใจว่าไม่น่าจะใช่สิ่งที่เธอคิด
“...” เ้านายที่ถูกถามอีกครั้งยังปิดปากเงียบราวกับเมื่อสักครู่เขาไม่ได้พูดอะไรเลย
‘ขอบใจทั้งทีความจริงใจยังหาไม่ได้ หรือว่าหูฝาด อย่างเ้านายขั้วโลกเหนือนี่นะที่จะขอบใจเธอ...’
เลขาส่วนตัวที่ถูกเ้านายเมินเฉยเดินไปนั่งตำแหน่งประจำและจัดการเอกสารกองโตต่อจากเมื่อวานที่ยังค้างคาทันที เธอแค่อยากจะช่วยเขาได้บ้างแม้จะเล็กน้อยก็ตาม
ก๊อก ก๊อก ...
สิ้นเสียงอนุญาตเ้าของห้อง แมรี่เปิดประตูเข้ามาภายในห้องทำงานของเ้านายพร้อมด้วยเอกสารแบบแปลนที่เธอเพิ่งได้มาจากบริษัทออกแบบเมื่อสักครู่
“คุณราฟคะ ตอนนี้แบบแปลนการซ่อมแซมและปรับปรุงโครงการโรงแรมที่ภูเก็ตเรียบร้อยแล้วนะคะ ส่วนนี่เป็เอกสารโครงร่างคร่าวๆ ที่บริษัทตกแต่งส่งมาให้ทางอีเมลเพื่อให้ดูก่อนนะคะ” แมรี่ยื่นเอกสารที่เพิ่งได้รับเมื่อสักครู่ให้เ้านาย
ราฟยื่นมือออกไปหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดูแบบแปลนคร่าวๆ ก่อนที่เลขาคู่ใจอย่างแม่รี่จะเอ่ยต่อ
“คุณราฟจะให้ฉันไปจัดการให้หรือ...”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวผมไปเอง คุณจัดการบอกแดนและจองตั๋วเครื่องบินสำหรับวันพรุ่งนี้ได้เลย” เ้านายตัดสินใจได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้แมรี่พูดจบ
ส่วนเลขาส่วนตัวอีกคนที่ได้ยินใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้สึกอะไรเสียหน่อย เพียงแต่ต้องเก็บอาการไว้เท่านั้น ดังนั้น ั้แ่พรุ่งนี้ไป เธอยังพอเหลือพื้นที่ให้หายใจบ้างระหว่างที่ตัวต้นเื่บินไปสะสางงานที่ต่างจังหวัด พอเขากลับมาเธอต้องคงลืมเื่เมื่อคืนได้เอง
“ได้คะคุณราฟ” เลขาคู่ใจรับคำเ้านายก็ตั้งท่าจะหมุนตัวออกจากห้อง แต่เสียงที่ขัดขึ้นก่อนทำให้เธอต้องหันกลับไป
“อ่อแมรี่ ผมฝากบอกแผนกการตลาดด้วยว่า แม้ผลงานจะเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังไม่เท่ากับที่ตกลงกันไว้ ดังนั้นความรับผิดชอบของเขายังคงอยู่”
“ได้คะ คุณราฟมีอะไรเพิ่มเติมอีกมั้ยคะ”
“ไม่มีแล้ว ขอบใจมาก”
“ยินดีอย่างยิ่งคะเ้านาย” แมรี่เดินออกจากห้องทำงานเ้านายหลังสิ้นคำพูด
ราฟต้องยิ้มเล็กน้อยให้กับเลขาที่รู้ใจคนนี้ เธอทำอะไรก็ถูกใจเขาไปเสียหมด ต่างกับเลขาอีกคนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องเดียวกับเขา รายนี้ทำอะไรก็เป็ขัดใจเขาไปเสียหมดแต่ก็ยังอยากให้เธออยู่ใกล้ๆ
“อัญณิกา” เสียงเฉียบเรียกเลขาที่กำลังนั่งก้มหน้าอยู่กับกองเอกสาร
“คะ คุณราฟ” คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมามองเ้านาย
“เมื่อกี้คุณได้ยินแล้วใช่มั้ย”
“คะ” เลขาส่วนตัวที่ยินดียึดห้องเ้านายอย่างยิ่งส่งยิ้มให้
“งั้นก็อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้าด้วยละ”
“ของเ้านายใช่มั้ยคะ” เลขาสาวยังคงถามด้วยความสงสัย ซึ่งคำตอบแรกมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนขึ้น์ แต่คำสั่งถัดมามันคือการลากเธอลงนรกชัดๆ
“ใช่ แล้วก็ของเธอด้วย”
“แต่ว่า...” เธอยังไม่ทันได้อ้าปากเถียงเสียงประกาศิตเ้านายก็ดังมาเสียก่อน
“เลขาส่วนตัว เธอเข้าใจคำว่าส่วนตัวใช่มั้ย”
“คะ” อัญณิการับคำด้วยน้ำเสียงเบาหวิวพร้อมเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้น
“ฉันพาไปทำงานไม่ได้พาไปตาย ไม่ต้องทำท่าหมดอาลัยตายอยากขนาดนั้นก็ได้”
“ใครจะไปรู้... รอบที่แล้วก็เกือบตาย” คนไม่อยากไปพึมพำ
“อัญณิกา!” สายตาสีเทาวาวโรจน์พร้อมด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบที่ถูกเปล่งออกมาก็ทำให้เลขาสาวต้องลดความพยศตัวเองลง
“ขอโทษคะ ฉันแค่พึมพำเท่านั้นเอง”
ภูเก็ต...
ที่พักที่ภูเก็ตของการมาทำงานครั้งนี้ดูดีมากจนเลขาส่วนตัวอึ้งไปเลย เพราะมันไม่ใช่ห้องพักที่อุดอู้เหมือนคราวที่แล้ว แต่มันคือห้องพักแบบพูลวิลล่าของโรงแรมระดับห้าดาว นอกจากห้องนอนสองห้องยังมีห้องรับแขกส่วนกลางที่โอ่อ่าอีกด้วย รอบนี้เ้านายขั้วโลกเหนือใจป้ำไม่เบาเลยจริงๆ
“คุณแดนลากกระเป๋าคุณราฟเข้ามาทำไมคะ” หญิงสาวที่ยึดว่าเป็ห้องตัวเองเรียบร้อยแล้วถามขึ้นเมื่อเห็นแดนเดินลากกระเป๋าใบเมื่อวานของเ้านายที่เธอจัดเองกับมือเข้ามาด้วย
“ก็...”
“อ่อ... นี่ห้องคุณราฟใช่มั้ยคะ ถึงว่าใหญ่เชียว” หญิงสาวที่ไม่ทันรอฟังคำตอบยิ้มแห้งๆ
“ใช่ แล้วก็เป็ห้องเธอด้วย” เ้านายที่เดินเข้ามาทีหลังผิวปากอย่างสบายอารมณ์ เมื่อบอกกล่าวสิ่งที่หญิงสาวสงสัยเรียบร้อยแล้ว เขาก็หย่อนตัวนั่งลงบนโซฟายกขวาขึ้นไขว่ห้าง
“ทำไมฉันต้องพักห้องเดียวกับคุณคะ” อัญณิกาหันหน้าไปถามเ้านายที่ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดสบายอารมณ์แต่ไร้คำตอบ จากนั้นเธอจึงหันหน้าไปหาแดนที่ยืนอยู่มุมห้องแทน แต่แดนกลับก้มหน้าลงเพราะเขาเองก็โดนเ้านายสั่งมาทีอีกทีเช่นกัน
คราวนี้แตกต่างจากคราวที่แล้วมาก มันยังมีห้องพักว่างอีกตั้งหลายห้อง แม้แต่บ้านพักเล็กๆ ข้างวิลล่าใหญ่หลังนี้เธอก็อยู่ได้ แล้วทำไมเธอต้องมาทนอึดอัดอยู่ร่วมห้องกับเ้านายจอมบงการแบบนี้ด้วย หัวเด็ดตีนขาดยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมเด็ดขาด
“พักห้องเดียวกันที่ไหน เห็นมั้ยว่ามันมีสองห้อง” คนพูดยังคงทำท่าทางสบายๆ จนน่าหมั่นไส้
“แต่ฉันก็ไม่สะดวกอยู่ดีแหละคะ เอาอย่างนี้มั้ยคะ ฉันไปนอนบ้านหลังเล็กข้างวิลล่าใหญ่ก็ได้นะคะ”
“ไม่ได้ครับ” เสียงแดนขัดขึ้น จนหญิงสาวที่เสนอหันไปมองค้อน แดนจึงต้องอธิบายต่อ
“ก็ห้องนั้นห้องผมนะครับ”
“คุณแดนมานอนที่นี่กับคุณราฟแล้วให้อัญไปนอนที่บ้านนู้นสิคะ”
“ไม่ได้!!” ราฟเสียงดังจนคนเสนอความคิดต้องหันขวับไปมอง สายตาก็จ้องอย่างเอาเื่
“ก็...” ราฟหันไปมองหน้าคนเสนอความคิดสลับกับคนขับรถที่รู้ใจ ทั้งคู่กำลังจ้องมาที่เขาอย่างตั้งใจ จนคนที่หาคำตอบไม่ได้รีบลุกขึ้น แย่งกระเป๋ามาจากลูกน้องมือดี และตั้งท่าจะเดินเข้าห้อง
“คุณราฟ!” เลขาสาวที่ไม่ยอมแพ้เดินเข้าไปหาอย่างเอาเื่ตั้งท่าจะคาดคั้นต่อ
“เธอเป็ลูกน้องไม่ใช่เ้านาย”
“ใช่คะ แต่คุณก็เป็เ้านายไม่ใช่เ้าชีวิต”
“อัญณิกา!” เสียงดังราวฟ้าผ่า ยิ่งนับวันยายเลขาตัวยุ่งนี่ชักจะออกฤทธิ์กับเขามากเกินไปแล้ว
“เอ่อ... คุณอัญครับ คุณราฟครับ ใจเย็นๆ นะครับ” แดนที่เห็นว่าทั้งคู่ไม่มีทีท่าว่าจะยอมความกันเลย เขาจึงต้องรีบเข้ามาแยก อัญณิกาคงเป็ผู้หญิงคนเดียวที่กล้ายืนเถียงเ้านายเขาฉอดๆ แต่ก็ยังไม่ถูกไล่ออกไป
“อัญเย็นแน่คะ ถ้าเ้านายมีเหตุผล แต่นี่อะไร”
“ยังไงก็อยู่คนละห้องนะครับคุณอัญ” แดนสำทับขึ้นอีกครั้ง เพราะอย่าว่าแต่อัญณิกาไม่อยากอยู่วิลล่าเดียวกับเ้านายเลย ตัวเขาเองก็เช่นกัน
หญิงสาวใบหน้าบูดบึ้งที่ไม่อยากเถียงเื่ซ้ำซากกับเ้านายไร้เหตุผลเดินลากกระเป๋าตัวเองเข้าประตูห้องเล็กด้านข้างไปทันที แต่หูที่ดีเกินเหตุก็ดันได้ยินคำถามที่แดนกำลังถามเ้านายต่อพอดี
“คุณราฟครับ คืนนี้เรียกเธอมามั้ยครับ”
ถ้าเดาไม่ผิดต้องเรียกยายนมโตชุดแดงนั่นมาแน่ๆ ครั้นจะรอฟังคำตอบก็คงจะไม่ทันเพราะประตูก็ปิดลงพอดี ตกลงเ้านายขั้วโลกเหนือตัดสินใจยังไงกันนะ
“เรียกมานอนกับนายหรือไง ถามมาได้ นายไม่เห็นหรือไงว่าใครยึดห้องเล็กอยู่”
“ก็ให้คุณอัญย้ายออกสิครับ เธอะโปาวๆ ว่าไม่อยากอยู่นิครับ”
“ไม่ได้! ... คือฉันี้เีเดินไปเดินมาเพื่อเรียกเธอมาทำงาน”
“แค่นั้นเหรอครับ”
“อือ” คนปากแข็งพูดจบก็แย่งกระเป๋าจากลูกน้องที่ช่างซักไซ้และเดินเข้าห้องตัวเองโดยไม่สนใจจะคุยด้วยอีก
“อ่อ เข้าใจแล้วครับ” แดนพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่มุมปากก็ดันเผลอยกยิ้มให้กับเ้านายปากแข็งที่ช่างไม่รู้ใจตัวเองเลยจริงๆ
เช้าวันใหม่ที่แสนสดใสเ้านายสุดที่รักไปทำธุระส่วนตัวั้แ่เช้ามืด ดังนั้นเวลานี้จึงเป็ของเธอ เธอจึงยึดครองห้องรับแขกเพียงคนเดียว
“ยายจ๋าวันนี้เป็ยังไงบ้าง” หญิงสาวที่คิดถึงยายสุดหัวใจจนต้องรีบโทรหาแต่เช้า
“ก็เหมือนทุกวันแหละ แล้วเราละ” ยายนอมส่งเสียงถามหลานสาวสุดที่รักด้วยความเป็ห่วง
“่นี้เกิดเื่ที่บริษัทนิดหน่อยนะจ๊ะก็เลยยุ่งๆ อีกอย่างอัญต้องมาทำงานที่ภูเก็ตสักอาทิตย์หนึ่ง ยายอยู่ที่นั่นดูแลตัวเองดีนะจ๊ะ” หลานสาวสุดที่รักกรอกเสียงไปตามสายก็แทบจะร้องไห้ ยายนอมเป็เหมือนที่พึ่งหลักสุดท้ายของเธอตอนนี้ ดังนั้นเธอจะทำทุกอย่างเพื่อให้ยายที่รักมีชีวิตกับเธอไปนานๆ ต่อให้เธอจะดูเห็นแก่ตัวก็เถอะ
“ดูแลสุขภาพบ้างนะ อย่าทำแต่งานเข้าใจมั้ย”
“จ๊ะยาย อัญรักยายนะจ๊ะ”
“โตแล้วนะเรานะ อย่าขี้อ้อนนัก” ยายนอมพูดไปก็เป็ห่วงไป เื่เดียวที่คนเป็ยายห่วงตอนนี้ก็คือ คนที่จะมาดูแลหลานรักต่อจากเธอ ทั้งคู่สนทนากันอีกนิดหน่อยยายนอมก็จำเป็ต้องวางสาย เนื่องจากต้องเขารับการตรวจเช้านี้
หญิงสาวที่นั่งรอเ้านายกลับมาภายในห้องพักได้แต่กดโทรศัพท์ไปเล่นๆ จนเผลอไปกดปุ่มรายชื่อที่เก็บไว้ในเครื่อง และสายตาดันเห็นรายชื่อหนึ่งขึ้นอยู่บนหน้าจอพอดี เธอนั่งคิดอยู่ชั่วครู่ว่าจะกดโทรออกไปดีไหม แต่สุดท้ายเมื่อเธอทนความห่วงใยต่อใครอีกคนไม่ไหว นิ้วเล็กๆ จึงเผลอกดปุ่มโทรออก ซึ่งปลายสายก็รับเร็วทันใจจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัว
“สวัสดีครับคุณอัญ”
“สวัสดีคะคุณหมอ”
“ผมดีใจจังเลยที่เห็นคุณโทรมา” หมอหนุ่มอย่างตรีธารที่หมายมั่นไว้แล้วว่าหญิงสาวคนนี้คือคนที่ใช่ เขาจึงไม่ยอมปล่อยสักโอกาสให้หลุดมือ อย่างน้อยการที่เธอโทรมาหาเขานั่นก็แปลว่าเธอยังคิดถึงอยู่บ้างแม้จะพอเดาได้ว่าคิดถึงเพราะอะไร
“ไม่ต้องดีใจขนาดนั้นก็ได้คะ เพราะหลังจากที่คุณหมอฟังจบ คุณหมออาจจะเปลี่ยนใจ”
“ไม่หรอกครับ ผมไม่ใช่คนที่จะเปลี่ยนใจอะไรง่ายๆ”
“เอ่อ...” อัญณิกาเริ่มเดาทางได้กับคำพูดสองแง่สองง่ามของเขา ซึ่งเธอก็รู้สึกว่าเขาเป็คนน่ารักดี เพียงแต่เธอยังไม่มีความคิดจะมีคนรักตอนนี้เท่านั้นเอง
“คุณอัญมีเื่อะไรให้ผมช่วยเหรอครับ” หมอหนุ่มที่กลัวว่าหญิงสาวจะอึดอัดกับคำพูดตัวเองเมื่อครู่เลยตัดบทถามขึ้น
“งั้นอัญพูดเลยแล้วกันนะคะ คืออัญต้องมาทำงานต่างจังหวัดอาทิตย์หนึ่งนะคะ อัญก็เลยจะรบกวนคุณหมอดูแลยายให้หน่อย แต่อัญรู้ว่าอัญไม่ควรรบกวนคุณหมอ เพียง...”
“ผมยินดีและเต็มใจอย่างยิ่งครับ ไว้ผมจะดูแลยายให้คุณอัญอย่างดี แล้วจะอัพเดตรูปส่งไปให้ในไลน์ทุกวันเลยดีมั้ยครับ” คนพูดยิ้มด้วยความดีใจเพราะอย่างน้อยเธอก็ยังนึกถึงเขาและนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับจุดเริ่มต้นเล็กๆ ดีๆ แบบนี้
“รบกวนมากไปหรือเปล่าคะ” หญิงสาวที่แสนจะเกรงใจหมอหนุ่มเปล่งเสียงอ้อยอิ่ง
“ไม่เลยครับผมเต็มใจ”
“ขอบคุณนะคะคุณหมอ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ
“ครับ... เอ่อ... คุณอัญทานข้าวเช้าแล้วเหรอครับ”
“ยังเลยคะ แต่อีกเดี๋ยวก็คงจะไปทานแล้ว แล้วคุณหมอละคะทานข้าวเช้าหรือยังคะ”
“แล้วคุณหมอละคะทานข้าวหรือยังคะ” เสียงขรึมที่ส่งเสียงล้อเลียนดังมาจากด้านหลัง จนหญิงสาวที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ต้องหันไปมอง
“คุณราฟ!”
“เอ่อ... คุณหมอคะ แค่นี้ก่อนนะคะ เ้าชีวิต! เอ้ย... เ้านายมาแล้วนะคะ” พูดจบเธอก็รีบตัดสายทิ้งทันที เพราะดูเหมือนเ้าชีวิตจะไม่พอใจอะไรสักอย่างกำลังเดินมานั่งข้างๆ เธอที่โซฟาหนานุ่ม
“สวีตกันจังเลยนะ” คนนั่งข้างๆ ประชดประชันลอยๆ เหมือนไม่ได้สื่อถึงใคร แต่มีเหรอคนที่โดนกระทบกระทั่งเปรียบเปรยจะไม่รู้
“ก็ตามภาษาวัยรุ่นวัยหวานละคะ” หญิงสาวหันไปฉีกยิ้ม
“ถ้ายังงั้นก็เชิญคุณอัญไปทานข้าวเช้ากันเถอะครับ ตอนนี้ผมหิวแล้ว” ราฟยักคิ้วใส่วัยรุ่น มันน่าจะจับอดข้าวซะดีไหม ให้ไปกินโทรศัพท์แทนเสียเลย
“เ้าคะ” พูดจบหญิงสาวก็ลุกขึ้นและเดินเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะแม้เธอจะเถียงเขาฉอดๆ อยู่ก็จริง แต่ใช่ว่าจะไม่หิวเสียเมื่อไหร่ ทิ้งให้คนที่โดนกล่าวหาอ้อมๆ ว่าแก่นั่งส่ายหัวให้กับความพยศของเลขาที่นับวันยิ่งมากขึ้น แต่เขาก็ไม่ยักจะโกรธ
แดนที่ยืนฟังศึกย่อยๆ ตอนเช้าของเ้านายกับเลขาก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาด้วยความระอา
‘แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ถึงเข้าใจกันได้ คนนึงก็ปากแข็งอีกคนก็ใจแข็ง’
ห้องอาหารโรงแรมห้าดาว...
“กินเข้าไปเยอะๆ นะ เดี๋ยวจะมีคนเป็ห่วง” เ้านายฉีกยิ้มให้หนึ่งครั้งอย่างจงใจ
“ขอบคุณนะคะเ้านาย แต่ใครที่เ้านายว่าเนี่ย เขาห่วงฉันจนเป็เื่ปกติไปแล้วละคะ” คนโดนประชดฉีกยิ้มตอบ
“น่าอิจฉาคนมีแฟนจริงๆ” ราฟแสร้งพูดลอยๆ
“อิจฉาก็หาไว้สักคนสิคะ” อัญณิกาพูดจบก็ลุกขึ้นจากโต๊ะเดินถือแก้วไปเติมนมเพิ่ม ยิ่งนั่งกับเ้านายช่างประชดประชันนานๆ พาลให้อารมณ์เสีย
“น้องอัญ” เสียงดังแว่วมาจากด้านหลัง จนหญิงสาวที่กำลังจะรินนมเพิ่มต้องหันไปมอง
“พี่เอก” หญิงสาวทักออกไปตามารยาท แม้ใจจริงเธอไม่อยากจะเจอเขาสักเท่าไหร่
“น้องอัญแวะมาภูเก็ตเหรอครับ ทำไมไม่บอกพี่เลย” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้ด้วยความดีใจ
“อัญมาทำธุระกับเ้านายแค่ไม่กี่วันนะคะ”
“ไม่กี่วันก็เจอกันได้ครับ หรือยังโกรธเื่นั้นอยู่”
“อัญไม่ได้โกรธพี่เอกแล้วละคะ อีกอย่างเื่นั้นมันก็เป็อดีตที่นานมาแล้ว”
คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเหลือบเห็นภาพเลขาสาวที่หายไปสนทนากับผู้ชายที่ยืนหันหลังอยู่ แม้ไม่รู้ว่าชายคนนั้นคือใครแต่ก็อดรนทนไม่ได้ก็ต้องแวะมาทักทายสักหน่อย ่นี้ยายตัวเล็กชักจะเนื้อหอมเกินไปแล้ว
“มาเอานมนานเหลือเกินนะ”
“คุณราฟ สวัสดีครับ” เอกณรงค์หันหลังไปทักทายชายหนุ่มที่แค่ได้ยินเสียงก็รู้ทันทีว่าคือใคร
“คุณเอก สวัสดีครับ บังเอิญจังเลยนะ” ราฟส่งยิ้มที่ดูเหมือนจะเป็มิตรแต่ในสายตาเลขาสาวดูก็รู้ว่าน่าจะตรงกันข้าม
“เผอิญเจอกับพี่เอกพอดีนะคะ ก็เลยคุยกันนิดหน่อย เ้านายอยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่าค่ะ”
“เปล่า ฉันก็แค่เดินมาดูว่าทำไมเลขาส่วนตัวถึงหายไปนาน”
“เหรอค่ะ” อัญณิกาแอบกรอกตาเล็กน้อยแต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาอันเฉียบแหลมที่คอยหาเื่ของเ้านายไปได้
“ถ้าอย่างนั้นอัญขอตัวก่อนนะคะพี่เอก” อย่างน้อยก็ถือว่าเ้านายเธอมาได้ถูกเวลาทำให้เธอไม่ต้องมาทนคุยกันเอกณรงค์นานๆ
“เดี๋ยวครับ พี่ขอเบอร์โทรน้องอัญไว้ได้มั้ย” เอกณรงค์ไม่รอให้หญิงสาวปฏิเสธรีบยื่นโทรศัพท์มือถือตัวเองไปตรงหน้าเธอ
“ได้ครับ” เ้านายขั้วโลกเหนือผู้มือไวดันยื่นมือออกมารับแทนเลขาไปเสียอย่างนั้น
“นี่เบอร์ผม ยังไงอัญณิกาก็เป็เลขาส่วนตัวผมก็ต้องอยู่กับผมแทบจะตลอดเวลาอยู่แล้ว ถ้าคุณเอกมีอะไรโทรหาเธอผ่านเบอร์ผมได้ยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะครับ” ราฟกดเบอร์โทรศัพท์ตัวเองให้เสร็จสรรพและยื่นกลับให้ชายหนุ่มตรงหน้า
“ส่วนเธอมาได้แล้ว” ราฟยิ้มให้เอกณรงค์เล็กน้อยก่อนจะใช้มือหนาจับมือบางของหญิงสาวข้างๆ และจูงมือให้เดินมาด้วยกันอย่างถือวิสาสะ จนแม้แต่คำร่ำลากับรุ่นพี่เธอยังไม่ได้พูดเลย
‘อะไรของเขาอีก องค์ลงแต่เช้า แล้ววันนี้ทั้งวันของฉันจะเป็ยังไง’
“คุณราฟปล่อย!” อัญณิกายื้อมือตัวเองออกจากมือหนาอย่างสุดกำลังแต่มีหรือคนอย่างราฟจะยอมปล่อยเื่นี้ผ่านไปเฉยๆ
ราฟหยุดเดินกะทันหันจนร่างบางชนแผ่นหลังหนาเข้าอย่างจัง แก้วนมที่ถืออยู่แทบจะหลุดร่วง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรกลับแย่งแก้วออกไปจากมือของเลขาสาวหน้าตาเฉยแล้วตั้งลงบนโต๊ะที่ว่างอยู่ จากนั้นก็ลากเธอออกจากห้องอาหารไปทันที
“คุณราฟจะไปไหนปล่อยฉันก่อน ฉันจะไปเอากระเป๋าคะ”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวแดนก็เอามาให้เอง”
“แต่...”
“ไม่ต้องมาแต่ขึ้นรถไป” ชายหนุ่มที่ถูลู่ถูกังเลขามาถึงรถตู้ที่เช่าไว้จนได้ออกคำสั่ง แต่มีเหรอหญิงสาวหัวดื้ออย่างอัญณิกาจะยอมขึ้นรถง่ายๆ
“ไม่...”
“ฉันนับหนึ่งถึงสาม ถ้าเธอยังไม่ขึ้นรถด้วยตัวเอง ฉันจะอุ้มเธอขึ้นไป”
“คุณราฟ!”
“หนึ่ง...”
หญิงสาวที่้าท้าทายอำนาจยืนกอดอกอย่างดื้อดึง มีอย่างที่ไหนเธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย อยู่ๆ จะมาบังคับกันแบบนี้ได้ยังไง
“สอง”
“สาม...” เ้านายที่เห็นความพยศของเลขาตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะต้องแสดงฝีมือปราบพยศสักหน่อย เขานับอย่างรวดเร็วโดยไม่เว้นช่องสักนิด พอนับจบก็จัดการช้อนตัวหญิงสาวที่ยืนกอดอกจมูกเชิดรั้นขึ้นไว้ในอ้อมแขนแกร่งทันที
“ว้าย” อัญณิกาใรีบเอาสองแขนคล้องคอเ้านายหนุ่มไว้ด้วยกลัวว่าตัวเองจะตกไปเสียก่อนจะได้ขึ้นรถ
“คุณราฟปล่อยฉันลงนะ” เข้ามาในยังไม่ทันได้นั่งเสียงดังลั่นก็เกิดขึ้น
“ได้สิ” เ้านายที่แสนเ้าเล่ห์ไม่เพียงแต่ยิ้มเย็นเท่านั้น เขาปล่อยหญิงสาวที่อุ้มอยู่ลงนั่งบนตักตัวเองหน้าตาเฉย
อัญณิกาเห็นเ้านายปล่อยตัวเองลงก็ทำท่าจะลุกออกจากตักหนาที่เนื้อแนบเนื้อเสียเหลือเกิน แต่เ้านายตัวดีกลับเอาสองมือแกร่งโอบเอวเธอจากด้านหลังให้นั่งบนตักอยู่อย่างนั้น
“คุณราฟทำอะไร ปล่อยฉันนะ” เธอไม่พูดเปล่าแต่พยายามแกะมือปลาหมึกออกจากเอวตัวเองพัลวัน
“ไม่”
เ้านายหนุ่มที่ทีแรกหมายใจเพียงจะแกล้งเลขาแสนพยศเท่านั้น แต่ยิ่งอยู่ใกล้กลิ่นกายหอมราวกับดอกมะลิก็ทำให้เขาหลงเคลิบเคลิ้ม จนต้องจรดจมูกลงที่กลุ่มผมหนานุ่มราวกับเส้นไหม ดอมดมเก็บกลิ่นกายสาวไปเรื่อยๆ จนถึงไหล่ขาวราดมน
“คุณ... ราฟ” เลขาสาวที่ไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวชายคนไหนใกล้ชิดขนาดนี้ขนลุกเกรียว สองมือกำแน่นด้วยความรู้สึกกลัวและตื่นเต้นผสมกัน สมองเธอทำงานเชื่องช้าไปหมด ครั้นจะเรียกชื่อหรือบอกให้เขาหยุดริมฝีปากยังสั่นสะท้าน แต่โชคดีที่มีเสียง์ดังมาห้ามศึกที่เธอพ่ายแพ้ย่อยยับในครั้งนี้ และที่สำคัญกว่านั้นคือ แล้วเธอจะมองหน้าเขายังไง
“เอ่อ... คุณราฟครับ” เสียงแดนขัดขึ้นอย่างเกรงใจ เห็นทีงานนี้เขาคงต้องช่วยกระต่ายน้อยที่กำลังจะถูกเสือจับกินก่อน แม้ตอนนี้แววตาเสือตัวนั้นจ้องมาที่เขาราวกับจะฉีกเขาเป็ชิ้นๆ ก็ตาม
อัญณิกาได้ทีรีบลุกออกจากตักของเ้านายหนุ่มที่ตอนนี้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างรุนแรงเมื่ออยู่ใกล้และโชคดีที่เขาเช่ารถตู้ไว้ดังนั้นเธอจึงรีบเดินไปนั่งเบาะหลังแทนเพื่อความปลอดภัย แม้จะสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ยังดี อย่างน้อยก็พักหัวใจที่กำลังเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาเสียให้ได้
“ว่าไง”
“จะให้ตรงไปที่ไซต์งานเลยมั้ยครับ”
“อืม” คนถูกขัดใจเสียงเหวี่ยงใส่ทันที
แม้ถึงเวลาทำงานเ้านายอย่างราฟจะทำได้ไม่ขาดตกบกพร่อง เขาเดินตรวจไซต์งานอย่างละเอียดถี่ถ้วน แม้โรงแรมที่ประมูลมายังมีสภาพไม่เก่ามาก แต่ด้วยรสนิยมชั้นดีของราฟ เขาตั้งใจจะเนรมิตให้โรงแรมแห่งนี้เป็สรวง์แห่งการพักผ่อนโดยแท้ ทำให้หลายจุดในโรงแรมจะต้องถูกทุบและลื้อออกใหม่ทั้งหมด สถาปนิกใหญ่พาเ้าของโรงแรมใหม่ลัดเลาะใต้ราวเหล็กเพื่อสำรวจพื้นที่ให้ทั่ว อัญณิกาก็ได้แต่เดินตามเ้านายแม้อากาศจะร้อนแค่ไหน แต่เธอก็ไม่เคยบ่นทำให้ผู้เป็นายแอบยิ้มมุมปาก และรู้สึกประทับใจในตัวเธอไม่น้อย
“งานคงจะถูกใจมากๆ เลยนะครับ ถึงได้ยิ้มแบบนี้” แดนเอ่ยขึ้น จนคนถูกทักต้องหุบยิ้มและหันหน้าไปดูงานที่สถาปนิกที่กำลังแนะนำงานอยู่ทันที
จนกระทั่งตกเย็นเนื้อตัวทั้งสามคนที่เดินลุยไซต์งานทั้งวันเริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ หลังจากขึ้นมานั่งมานั่งบนรถก็ไม่สามารถแยกได้ว่ากลิ่นใครเป็กลิ่นใคร จนต้องแยกย้ายกันเข้าที่พักเพื่อที่จะจัดการชำระล้างเนื้อตัวให้สะอาด
หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวกลายเป็คนแรกที่ต้องมานั่งรอทั้งเ้านายและเพื่อนร่วมงานซึ่งเป็ผู้ชายแท้ๆ แต่กลับแต่งตัวกันนานผิดปกติ
“คุณราฟแค่จะไปทานข้าวต้องแต่งตัวขนาดนี้เลยเหรอคะ” มาถึงตอนนี้เธอหายสงสัยแล้วว่าทำไมเ้านายถึงอาบน้ำแต่งตัวนานผิดปกติ และที่แปลกกว่านั้นคือ เธอจำได้ว่าเธอไม่ได้จัดชุดนี้มาให้สักหน่อย แสดงว่าต้องแอบเตรียมการมาแล้วแน่ๆ
“แล้วใครบอกเธอว่าฉันจะแค่ไปทานข้าว...” ราฟยักคิ้วขึ้น
“แล้วจะไปไหนคะ” คนถามเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย
“ไปถนนบางลา”
หญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ไม่รอช้ากดโทรศัพท์ที่อยู่ในมือค้นหาสิ่งที่เ้านายพูดด้วยความสงสัย แต่แล้วเมื่อเห็นสิ่งที่ตัวเองค้นเจอน้ำเสียงและท่าทางเปลี่ยนไปราวกับหญิงสาวที่รออยู่เมื่อครู่ลิบลับ
“จริงเหรอคะ” เธอเด้งขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่ราวกับมีสปริง ก่อนจะหันไปมองเ้านายที่ยักคิ้วให้
“ฉันไปด้วยคะ” อัญณิกายิ้มแก้มแทบปริ แต่เ้านายตัวดีกลับทำหน้าเฉยๆ จนเธอต้องเข้ามาใกล้ๆ และยิ้มให้อีกครั้ง
“นะคะ” เสียงออดอ้อนที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเล็ดลอดออดมาจากปากหญิงสาวตรงหน้า จนคนที่ได้ยินต้องหันไปมองและตอบคำถาม
“ก็ได้”
“ขอบคุณคะ แต่รอสักครู่นะคะเ้านายที่เคารพ” เธอะโโลดเต้นอย่างดีใจก่อนจะเข้าไปในห้องตัวเองเพื่อจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
“คุณราฟ ผมพร้อมแล้วครับ” แดนเดินมาหาเ้านายด้วยใบหน้าที่แช่มชื่น แต่เมื่อได้ฟังคำสั่งเ้านายคนเป็ลูกน้องก็ต้องหน้าสลดลง
“นายไม่ต้องไปแล้ว เดี๋ยวฉันขับรถไปเอง” ราฟพูดจบก็อมยิ้มด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์ แต่มีเหรอคนที่รับใช้เ้านายมาหลายปีจะรู้ไม่ทัน แต่จะเถียงอะไรได้นอกจากเดินคอตกกลับห้องตัวไป
สักครู่ใหญ่ที่ราฟต้องนั่งคอยอัญณิกาแต่งตัว แม้เขารู้ว่าคนเป็ผู้หญิงมักจะแต่งตัวช้า แต่เขารู้สึกว่าสามสิบนาทีที่นั่งอยู่ก็นานเกินไป จนกระทั่งได้ยินเสียงดังรำคาญหูเหมือนทุกครั้งพูดขึ้นเ้านายที่นั่งสัปหงกอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง และตาสีเทากลับดูแข็งกร้าวขึ้น พร้อมด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“เฮ้อ... ไปเปลี่ยนใหม่” ราฟถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไม่คิดว่าเธอจะเตรียมเสื้อจั๊มอกเอวลอยกับกางเอกงยีนส์ขาสั้นมาด้วย แม้เขาจะชอบเห็นผู้หญิงใส่ชุดแบบนี้ แต่ไม่ใช่อัญณิกาและต้องไม่ใช่ในสถานการณ์ที่ต้องออกไปเดินล่อเสือล่อจะเข้แบบนี้
“แต่ว่า...” เธอหน้าสลดลง
“ถ้าไม่ไปเปลี่ยนก็ไม่ต้องไป” คนสั่งทำสีหน้าขึงขังเอาจริง จนคนอยากเที่ยวต้องหน้าสลดและยอมทำตาม
“ก็ได้คะ”
“ฉันให้เวลาอีกห้านาที ขอชุดธรรมดาที่เป็เสื้อแขนยาวกว่านี้ กางเกงก็ห้ามสูงเกินเข่า...”
“แต่ว่าเราไป...”
“เหลือสี่นาที”
หญิงสาวที่เวลาจวนตัวก็ไม่อยากเถียงต่อรีบเข้าห้องทันที เธอหยิบเสื้อแขนยาวสีขาวธรรมดากับกางเกงยีนส์สามส่วนปกติขึ้นมาใส่แบบรีบๆ แล้ววิ่งออกไปอย่างกระหืดกระหอบเพราะเวลาสี่นาทีสำหรับผู้หญิงมันเร็วยิ่งกว่าหายใจทิ้งเสียอีก
“ตรงเวลาดี... ไปได้”
“แล้วคุณแดนะละคะ”
“แดนขอสละสิทธิ์ เขาติดธุระ”
“เอ่อแล้ว...”
“ถามมากอยู่ได้ ตกลงจะไปมั้ย” ราฟเดินนำหน้าออกไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างพอใจ
“ไปสิคะ” หญิงสาวที่ดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้อดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เดินตามไป
ถนนบางลา หาดป่าตอง
ถนนที่ได้ขึ้นชื่อว่าคึกคักแม้ในยามค่ำคืน และยิ่งค่ำเท่าไหร่ดูเหมือนผู้คนที่เดินไปเดินมาจะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ถนนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็สถานที่ท่องเที่ยวแน่นอนว่ามักจะเต็มไปด้วยรถลาเช่นกัน นั่นทำให้ราฟหาที่จอดรถได้สุดแสนยาก กว่าจะหาได้ก็ปาไปเกือบชั่วโมง แต่หญิงสาวที่นั่งมาด้วยกลับไม่บ่นสักทำแถมให้ความร่วมมือเป็อย่างดี
ตอนนี้ทั้งคู่ได้มายืนอยู่หน้าป้ายชื่อถนนท่องเที่ยวที่โด่งแห่งนี้ผู้คนพากันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป จนกระทั่งเ้านายตัวดีต้องหันไปถามลูกน้อง
“อยากจะถ่ายรูปหรือป่าว”
อัญณิกาไม่ได้ตอบได้แต่พยักหน้ายิกๆ ด้วยรอยยิ้ม จนราฟต้องหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาและเดินเข้าไปข้างเลขาสาว ก่อนที่จะบอกให้เธอยิ้มโดยมีเขาอยู่ข้างๆ และกดถ่ายให้หนึ่งรูปซึ่งติดทั้งเขาและเธอจนเธอต้องหันไปมองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม
“ถ่ายทีเดียวได้สองคนง่ายดี ไป... ไปต่อกันได้แล้ว”
“แต่ว่า...”
“ไปสิ” เ้านายที่เห็นเลขาสาวไม่ยอมขยับตัวง่ายเพราะมัวแต่มองป้ายด้านหน้าอย่างเสียดาย เขาจึงถือโอกาสจับจูงมือเธอไว้ในมือเขาเพื่อลากให้เธอเดินมาด้วยกันเสียเลย
แม้ว่าจะเดินมาได้สักครู่แล้วแต่ดูเหมือนคนที่ยังจับมือเธออยู่ก็ไม่ยอมปล่อยเสียที จนต้องเหลือบไปมองคนเดินข้างๆ ที่ทำเป็ทองไม่รู้ร้อนไม่ได้สนใจเธอสักนิด สายตามองร้านสองข้างทางอย่างตื่นตา ก็จะไม่ให้ตื่นตาได้ไง แต่ละร้านมีสาวนุ่งสั้นเสียจนไม่น่าจะนุ่งอะไรเต้นรูดเสาไปมา แค่เธอต้องมาเดินกับเขาในสภาพนี้เธอก็หน้าแดงก่ำแล้ว ยิ่งมือหนาดันมาเกาะกุมมือเธอไว้อีก หัวใจเธอยิ่งเต้นไม่เป็จังหวะ แม้เสียงเพลงรอบๆ ที่ว่าเร็วแล้วแต่ก็ยังไม่เท่าหัวใจเธอที่กำลังเต้นอยู่ตอนนี้หรอกเชื่อเถอะ
“ขอโทษคะ” อัญณิการีบขอโทษชาวต่างชาติที่เธอเผลอโดนชน แม้ตัวเขาจะไม่สะทกสะท้านสักนิดที่เธอชน แต่เป็เธอตะหากที่แทบจะล้มถ้าไม่มีมือของเ้านายจับไว้
“สาวน้อยคนสวยเดินดูหน่อยสิจ๊ะ” หนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าวยื่นมือมาตั้งท่าจะแตะลงบนใบหน้ามนเกลี้ยงเกลา แต่ราฟดึงเธอมาไว้ด้านหลังเสียก่อน และมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ ทำให้ฝรั่งคนเมื่อครู่ทำหน้าไม่พอใจเช่นกัน
“โธ่ สวยแท้ๆ มีผัวแล้วน่าเสียดายแย่”
“ไม่...” อัญณิกาตั้งท่าจะเถียงอีกฝ่าย แต่เป็ราฟที่ดึงเธอให้เดินต่อเสียก่อน
“แต่ว่าเมื่อกี้เขา...”
“เขาจะคิดยังไงก็เื่ของเขาเถอะ เธอนะระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน”
“คะ” หญิงสาวที่ไม่กล้าเถียงยอมรับเพราะที่เขาพูดมันจริงทุกประการ เธอควรจะระวังตัวเองไว้ดีกว่า
ราฟลากอัญณิกาเข้ามาในผับข้างทางแห่งหนึ่ง ภายในไม่ค่อยจะมีนักเต้นสาวๆ สักเท่าไหร่ แต่มีเพลงสดที่เร้าอารมณ์จนหลายคนต้องลุกไปเต้นหน้าเวที และมีอีกหลายคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะร้องตามชูขวดเครื่องดื่มไปมาตามเสียงเพลง ราฟลากเธอมาจนถึงโต๊ะที่อยู่มุมด้านในสุดทำให้เห็นบรรยากาศทั้งร้าน จากนั้นเขาจึงปล่อยมือเธอให้เป็อิสระ
“เอาเครื่องดื่มอะไรมั้ย”
“ขอโซดาเปล่าก็พอคะ ฉันไม่ดื่ม”
“ดีแล้ว” ราฟพูดจบก็หันไปสั่งกับน้องบริกรสาวสวยนุ่งสั้นเสื้อสีดำรัดตึงจนทุกอย่างที่อยู่ข้างในแทบจะหลุดออกมา
‘ั้แ่ทำงานมา เธอเพิ่งจะเคยเห็นราฟในด้านที่สบายๆ แบบนี้ แปลกตาดี!’
“ฉันหล่อหรือไงจ้องจังเลย” เ้านายที่เห็นเลขามองมาทางตัวเองก็ทักขึ้น
“แล้วแต่จะคิดคะ” คนถูกทักได้แต่ส่ายหน้าไปมา
“ราฟ ราฟจริงๆ ด้วย” เสียงแหลมแทรกเสียงเพลงดังผ่านโสตประสาทเข้ามากระทบหูอย่างจัง
“คิดถึงจังเลยคะ” หญิงสาวที่เดินเข้ามาไม่เพีงแต่พูดแต่ประชิดตัวเ้านายขั้วโลกเหนืออย่างเร็ว
อัญณิกาจ้องแม่สาวเสื้อแดงนมโตที่กำลังเอานมสองข้างถูๆ ไถๆ เ้านายเธอไปมา ซึ่งเธอรู้สึกว่าเธอไม่ควรจะอยู่สักเท่าไหร่
“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ”
“อืม” ราฟพยักหน้าให้เล็กน้อย แล้วหันไปมองแม่โคนมเสื้อแดงต่อทันที
อัญณิกาลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยเธอขอไปตั้งหลักก่อนเพราะถ้าเ้านายเธออยากจะไปต่อกับยายเสื้อแดงนมโตนั่น เธอจะได้หาทางหนีทีไล่ถูก อีกอย่างขืนเธออยู่ต่อได้เป็ตากุ้งยิงแน่ๆ
หญิงสาวที่ลุกมาจากโต๊ะได้แต่มองซ้ายมองขวาหาป้ายทางเข้าห้องน้ำเจอจนได้ เธอจึงเดินไปตามทางอย่างไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่ จนกระทั่งมีเสียงดังขึงเรียกเธอด้วยความพอใจ
“อีนางเลขาสู่รู้” อัญณิกาหันไปมองด้วยความใ
‘โลกมันช่างกลมจริงๆ’
...................................................................................................
แหม... พระเอกก็หวง เ้าเก่านายเวรเก่าก็มา สนุกล่ะอัญณิกาเอ้ย...

ขอบคุณสำหรับการติดตาม อย่าลืมเพิ่มเข้าชั้นหนังสือกัน และกดlove เพื่อรออัพเดตนะจ้า
มาพูดกับไรท์ได้นะจ๊ะ ด่าได้ถ้าไรท์ทำร้ายตัวละครเกิน แต่อย่าแรงเดี๋ยวไรท์เจ็บนะจ๊ะ รีดที่รัก ....
ฝากติดตามเพจในลิิ๊งค์ด้านล่าง หรือ คลิ๊กที่นี่
https://www.facebook.com/ainkfanamtalay/