ตอนที่ 12ขอแม่เรียนมวย
พอถึงบ้านแม่ชบาเห็นสภาพลูกชายหุ่นจ้ำม่ำของตัวเอง ที่หล่อนขุนมาเองกับมืออยู่ในสภาพสะบักสะบอมน้ำมูกไหลเป็สาย ส่วนที่แก้มก็โดนผึ้งต่อยจนปูดบวม ทำเอาแม่ชบาโกรธควันออกหูบิดหูเ้าเสือน้อยจนร้องไห้…น้ำตาคลออีกระลอก
พ่อผันที่มาเห็นสภาพก็กุมท้องหัวเราะร่าไม่แสดงความเห็นอะไรมาก เขาคิดว่า “ตอนเด็กถ้าไม่ซุกซน ก็คงไม่ใช่เด็กแล้ว!”
ก่อนที่จะเข้าไปปลอบแม่ชบาให้ใจเย็นพร้อมกับพาเ้าลูกชายตัวแสบไปหาหมอ
หลังจากกลับบ้านมา พี่แหม่มแม่บ้านมาถามแม่ชบาว่าได้เอาผ้าขาวบางไปที่ร้านหรือเปล่า พี่แหม่มกับพี่นางหาไม่เจอ
แม่ชบาก็พอเดาได้รางๆ จึงเพ่งสายตามองมาที่เ้าเสือน้อย ถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “เสือน้อย!ผ้าขาวบางที่อยู่ในห้องครัวได้เอาไปหรือเปล่า?”
เสือน้อย อ้ำ ๆ อึ้งๆ เขาทำท่าทีเลิ่กลั่ก ก่อนยอมรับผิด จึงถูกแม่ตีก้นร้องโอดโอยอยู่นานสองนาน“เข้าไปในป่าหารังผึ้งก็ว่าแย่แล้วยังกล้าขโมยของออกจากบ้านโดยไม่บอกพ่อบอกแม่ก่อนอีก โทษเพิ่มอีกเท่าตัว”
เธอกอดอกพูดเสียงขึ้นจมูก“จากนี้ไปตอนเที่ยงแม่จะตัดค่าขนม!”
พอได้ยินดังนั้นคล้ายเสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องในหูของเสือน้อย ไอ้ติมรสมะนาวตอนเที่ยงคือของโปรดประจำตัวซึ่งตัวเขากำลังจินตนาการถึงไอติมในมือทั้งสองข้าง
มือขวามะนาวมือซ้ายช็อกโกแลต ผลัดกันเลียทีละข้าง นั่นก็คือความปรารถนาสูงสุดตอนกลางวันของเขาซึ่งมันได้มลายหายไปกับตา…
……
วันจันทร์ถัดมาพ่อผันก็ได้ช่วยเสือน้อยมัดเหรียญสิบ สองเหรียญไว้กับเสื้อนักเรียน
พ่อผันบอกว่าเวลาจะใช้ก็แกะออกแต่กว่าจะได้ใช้ก็ตอนเที่ยงโน่นแน่ะ จึงไม่จำเป็ต้องรีบแกะเสือน้อยหน้ามุ่ยแบกกระเป๋าไปโรงเรียน
เด็กน้อยโดนแม่ตัดค่าขนมเป็อย่างนี้ไปจนขึ้นป.3 ถึงจะได้ให้เพิ่มมาบ้าง ส่วนน้ำหนักของเขาก็ลดลง เพราะว่าต้องอดไอ้ติมที่ฝันไว้ตลอดปีที่ผ่านมา
พอขึ้น ป.3 เสือน้อยก็ตามไปดูเพชร…หัวหน้าขบวนการใหญ่ ซึ่งได้ขึ้นชกเป็เวทีแรกในงานวัดอีกฟากของแม่น้ำ เสือน้อยขอพ่อกับแม่ตามไปกับลุงเด่นชัยเ้าของค่ายมวยเพื่อตามไปให้กำลังใจเพื่อนขึ้นชก
แน่นอนว่าแฝดนรกั์-ใหญ่ ก็ได้ตามมากับเขาด้วยทั้งสองคนนี้กลายเป็สมุนมือขวาของเขาั้แ่เ้าเพชรเอาแต่ซ้อมมวยเป็จริงเป็จัง ส่วนฉายาแฝดนรกก็ได้รับมาจากเหตุการณ์ผึ้งแตกรังเมื่อปีก่อน
เสียงระฆังดังยกที่หนึ่ง“เป้ง!”
เพชรขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจเขาเตรียมต่อยตามที่วางแผนเอาไว้ กับครูเด่นชัย ซึ่งถูกสั่งมาว่า“ยกหนึ่งให้ดูเชิงก่อน ออกหมัดบ้างเป็บาง่ ขาห้ามตายเด็ดขาด”
เด็กน้อยก็ต่อยได้ตามที่สั่งเอาไว้เป๊ะๆ แต่ด้วยยังอ่อนประสบการณ์ จึงไม่กล้าออกอาวุธมากนัก ลูกล่อลูกชนแม่ไม้ที่ได้ฝึกเอาไว้ไม่อาจเอาออกมาใช้ง่ายๆ ด้วยเพราะกลัวผิดพลาดไป จะกลายเป็การเปิดช่องโหว่ให้ฝั่งตรงข้ามสวนคืน
เสือน้อยกับสองแฝดลุ้นอย่างกับขึ้นไปชกด้วยตัวเอง…เสียงะโปรบมือให้กำลังใจจากเขาดังมาเป็ระยะ ๆเขาคิดในใจ “เสียงบรรเลงเป่าปี่ มันช่างปลุกเร้าอารมณ์ยิ่งนักทำเอาเืในร่างของทั้งนักมวย และคนดูสูบฉีดบรรยากาศแตกต่างจากที่ดูในทีวีเป็อย่างมาก!”
ผ่านยกที่หนึ่งไปทั้งคู่บนเวทีก็หยั่งเชิงกันพอหอมปากหอมคอ
ระฆังดังยกที่ 2
ทั้งสองฝ่ายเริ่มเดินเข้าคลุกวงในหมัดแลกหมัด…เข่าแลกเข่า
ทำเอาคนดูข้างสนามส่งเสียงเชียร์ตามใครลงพนันข้างไหนไว้ก็จะะโออกมาดังมากหน่อยเืลมในร่างกายเสือน้อยเดือดพล่านรู้สึกอยากขึ้นไปชกเสียบ้างเพราะดูเ้าเพชรมันชกไม่ได้ดั่งใจเสียเลย
“ตอนที่ซ้อมมีเล่นแม่ไม้ไว้เยอะแยะตอนขึ้นไปทำไมมันเอาแต่ปล่อยหมัดกับตีเข่าวะ!” เขาคิดไม่ตก
ท่าอิเหนาแทงกริชที่เสือน้อยชอบขึ้นไปถือเป้าล่อให้เ้าเพชรอยู่บนเวที ซึ่งเป็ท่าเด็ดประจำตัวของ ‘ค่ายศอกทองศิษย์เมืองปทุม’ ไม่เห็นว่ามันจะได้ใช้เลยทั้งที่มีจังหวะหลายครั้ง เสือน้อยคิดว่าคงเป็เพราะยังตื่นสนามแน่ ๆไม่แน่ชกไปอีกสักสิบสนาม ถึงจะหายตื่นเวที
และวันนั้นก็จบลงด้วยการชนะของเพชรในครั้งแรกที่ได้ลงสังเวียน ซึ่งทางครูเด่นชัยได้เตรียมฉายาในวงการมวยไว้ให้แล้วแต่รอดูอีกสักพักถึงจะตั้งได้ถูกจริต
หลังจากจบงานกลับบ้านเสือน้อยก็บอกพ่อแม่ว่า “อยากเป็นักมวย!”
ปรากฏว่าโดนบิดหูจนร้องโอดโอยกว่าแม่ชบาจะยอมปล่อยมือไม่มีใครอยากเห็นลูกชายเจ็บตัวนักหรอก แต่เสือน้อยก็อ้างสารพัดหยิบยกเอาแม่น้ำทั้งห้ามาพูดกับแม่ เช่นว่าสืบทอดมวยไทย หรือป้องกันตัว
ไม่ได้ขึ้นชกได้ขึ้นเวทีก็ยังดีอย่างน้อยต้องได้เตะกระสอบทรายให้มากกว่านี้หน่อย
จนสุดท้ายพ่อผันซื้อไอเดียป้องกันตัวของเสือน้อยไว้โดยให้เหตุผลว่าลูกผู้ชายมันก็มีชกต่อยกันบ้างเป็ธรรมดา…
“อย่างน้อยมันจะได้ไม่ถูกใครเขารังแกไงแม่!”ส่วนแม่ชบาที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก…ก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
พ่อพูดต่อว่า“ถือเสียว่าเ้าเสือมันเล่นกีฬานะแม่” เขากล่อมเธออยู่นาน
พ่อจึงไปว่าจ้างครูเด่นชัยเพื่อนสนิทที่รู้จักมักจี่กันมาหลายสิบปีเป็เพื่อนบ้านกันมานานขนาดนี้รู้ไส้รู้พุงกันดีอยู่แล้ว เขาพูดตรง ๆอธิบายเหตุผลทั้งหมดเลย อยากให้ถ่ายทอดวิชาให้เ้าเสือน้อยมันอย่าหมกเม็ดแต่แม่ชบาไม่อนุญาตให้เป็นักมวยเด็ดขาด
……
ซึ่งั้แ่ขึ้น ป.3มา
พ่อกับแม่พร้อมใจกันมอบเงื่อนไขพิเศษให้ใหม่นั่นก็คือถ้าไปช่วยแม่ขายของก็จะได้เงิน ไว้ซื้อของเล่น ทางพ่อผันพอเห็นว่าเด็กน้อยมารบเร้าจะซื้อรถทามิย่าจึงไปปรึกษากับแม่ชบา
แม่อยากให้เ้าเสือน้อยมาช่วยขายของนานแล้วพาไปช่วยหลายครั้งแต่ก็ชอบนั่งเฉย ๆ ไม่กระตือรือร้นจนพ่อมาปรึกษาแม่ถึงแรงจูงใจที่ใช้ล่อเด็กน้อยคนนี้
โดยให้แบ่งเวลาทำการบ้านขายของ และก็ซ้อมมวย ถึงอย่างไรค่ายมวยก็อยู่แค่เดินไปไม่กี่ก้าวจะเปิดดึกถึงตอนไหนสำหรับครูเด่นชัยแล้วไม่มีปัญหา
เพราะบางวันพ่อกับแกก็ไปนั่งก๊งเหล้ากันไม่ก็เข้าห้องซ้อมดนตรี หรือร้องคาราโอเกะ เป็อย่างนี้มาั้แ่เขายังเด็ก
พ่อมีเพื่อนมากมายหลากหลายวงการครั้นเมื่อเสือเห็นทั้งคู่นั่งเปิดคาราโอเกะร้องเพลง ก็ฟังไพเราะเสนาะหูทีเดียว
พ่อผันเคยบอกว่า“พวกนักมวยเสียงดีนักเชียว เนื่องจากออกกำลังกายเป็ประจำทำให้ปอดใหญ่” เสือน้อยฟังแล้วเห็นท่าจะจริงดังว่า!
ครั้นประสิทธิ์ประสาทวิชามาได้ปีกว่าๆ เสือน้อยก็ได้ขึ้นเป็คู่ซ้อมของเ้าเพชร หรือเด็กนักมวยในค่ายคนอื่น ๆ
พอผันกับเด่นชัยมาดูก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียดายที่เ้าตัวไม่ได้เป็นักมวยมืออาชีพ ทั้งชั้นเชิง ความใจกล้าความกล้าได้กล้าเสียลูกเล่นบนเวที ปล่อยออกมาได้หมดเหมือนเกิดมาเพื่อเป็นักมวยแท้ ๆ
เพราะหลังจากที่เริ่มเรียนมวยพ่อผันนั่งดีดกีตาร์เกาเพลงไปพลาง ๆ ที่ศาลาริมแม่น้ำในยามค่ำคืนบ่อยครั้งพ่อผันมักชวนเสือน้อยมานั่งคุยตรงนี้ โดยที่พ่อได้พูดถึงเื่การใช้กำลังกับการใช้ปัญญา
ผันได้สอนเสือน้อยว่าตอนไหนควรใช้กำลังและเมื่อไหร่ไม่ควรใช้ ยังรวมถึงเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดในสถานการณ์นั้น ๆ
พ่อตั้งใจปลูกฝังนิสัยอันดีให้กับลูกชายพูดพร่ำพรรณนา ดั่งกลอนท่านภู่ “รู้อะไรไม่สู้รู้วิชารู้รักษาตัวรอดเป็ยอดดี!” ส่วนเสือน้อยเองก็ตั้งใจฟังเพราะหลาย ๆ ครั้งเขาได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ในสถานการณ์จริงในโลกแห่งความเป็จริงอันโหดร้าย
ส่วนเื่การเรียนนั้นเสือน้อยไม่มีปัญหาเลยไม่เก่งเลิศแต่ก็ไม่แย่ ส่วนใหญ่คะแนนไม่ดีมาจากที่ไม่ค่อยส่งการบ้านมากนักแต่เขาเป็คนคิดเร็วทำเร็ว มีเื่ชกต่อยบ้างตามประสาเด็กผู้ชาย
แต่ก็ไม่ถึงกับทำฝ่ายตรงข้ามเข้าโรงพยาบาลและทุกครั้งมักเป็เสือที่มีเหตุผลให้ลงมือเช่นโดนท้าทายก่อน หาเื่ก่อนและบ่อยครั้งมักมีพยานที่เข้าข้างเสือน้อย
แต่ก็เป็ประจำแม่มักชอบเอาเื่การเรียนของเขาไปเปรียบเทียบกับลูกสาวเพื่อน ที่มีชื่อว่า ‘ลูกหมี’ เป็เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกันแม่ของลูกหมีเป็เพื่อนสนิทั้แ่เรียน ม.1-ม.6 ที่โรงเรียนคณะราษฯ เรียกได้ว่าเป็เพื่อนตายกันเลยทีเดียว
ถ้าลุงเด่นชัยกับพ่อที่ชอบสุมหัวกันแม่ชบากับป้าศรีแม่ของลูกหมีนั้นหนักยิ่งกว่า
เพราะตอนขึ้นมหาลัยก็เข้ามหาลัยเดียวกันนอนก็นอนหอเดียวกันห้องเดียวกัน เรียกได้ว่าสนิทกันเหมือนพี่น้องบางวันก็มานอนด้วยกันที่บ้านหลังนี้ มีห้องหับพิเศษไว้ให้ป้าศรี กับลูกหมีไว้โดยเฉพาะ
ตอนเด็ก ๆเสือน้อยมักไปเล่นเป็พ่อแม่ลูกกับเธออยู่บ่อย ๆแต่หลังจากโตขึ้นมาหน่อยก็ไปเล่นเป็นักรบ ฟันดาบขี่ม้าก้านกล้วยกับพวกเ้าเพชร
ลูกหมีอยู่ที่โรงเรียนเดียวกันแต่คนละห้องกับเสือน้อยซึ่งมีบางครั้งเขาเองก็ยังต้องไปขอลอกการบ้านจากเธอ
และในบางครั้งมีเด็กผู้ชายมาแกล้งลูกหมีแต่ว่าพวกเด็กผู้ชายเ่าั้ก็จะโดนเสือน้อยจัดการเสียน่วมไปตามระเบียบ
อย่างแรกที่เสือน้อยนึกถึงก็คือคำพูดของพ่อการใช้กำลังควรเอาไว้ปกป้องตัวเองและก็คนรอบข้างและอย่างที่สองเสือน้อยต้องสอดมือก็เป็เพราะว่าเติบโตมาด้วยกันจะทนเห็นลูกหมีถูกรังแกได้ยังไง?
ส่วนอย่างที่สามก็คือถ้าแม่เห็นว่าลูกหมีโดนแกล้งแล้วเขาไม่ไปช่วย เสือน้อยนึกสยองขึ้นในใจ “คงมีหวัง...ได้...ตาย...แน่!”
และก็เป็เช่นนั้นจริงๆ พอกลับบ้านแม่ก็พลิกจากแม่เสือดุร้าย กลายเป็แม่พระใจดี ชมเสือใหญ่เลยรู้จักปกป้องเพื่อนด้วย
“ส่วนพวกเื่ชกต่อยที่โรงเรียนประเดี๋ยวแม่ไปจัดการกับป้าศรีเอง” หลังจากชมอยู่สองสามคำ ก็หันไปมาสก์หน้ากับป้าศรีต่อ
เสือน้อยก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนเวลาที่แม่ดีก็ดีใจหาย แต่ถ้าร้ายขึ้นมาเขาซวยแน่ ๆ
ทุกวันนี้ั้แ่ช่วยแม่ขายกับข้าวเขาก็มีเงินเอาไปใช้ซื้อของที่ตัวเองอยากได้ ทั้งรถบังคับ ปืนอัดลม สารพัดซึ่งแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเอง
……
จนทุกวันนี้เสือน้อยกลายเป็หัวโจกประจำโรงเรียนชกข้ามรุ่นได้ไม่มีปัญหา ถ้าไม่มีใครกล้ามาแหย็มเขาก่อน เขาก็ไม่ได้สนใจนัก
ส่วนเพื่อนสนิทอย่างแฝดนรกก็ได้กลายเป็รองหัวโจก นับวันยิ่งเหมือนลูกสมุนของเสือน้อยมากขึ้นทุกที
ด้วยเพราะนิสัยใจกว้างไม่หวงของมีอะไรก็แบ่งทั้งสองคน ของเล่นใหม่ ๆ มีอะไรใหม่ ๆก็เอามาให้โดยไม่กั๊กไม่หวง เพราะว่าพ่อชอบพูดอยู่เสมอ ๆ ว่า “นกไร้ขน คนไร้เพื่อนบินขึ้นที่สูงไม่ได้”
เขาจึงหวังดีและปฏิบัติกับคนรอบข้างทุกคนด้วยความจริงใจ…