ฮูหยินแม่ทัพผู้โง่เขลา

    ตอนที่ 11

    อย่าลืมอ่านตอนที่ 8 ตอนที่ 9 ตอนที่ 10 นะ --------------ฟ่านเว่ยกลับมาก็เกือบรุ่งสร่าง ดีที่เขาไม่ต้องหลับหรือนอน10 วันก็สบายๆ เขาเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดนอนก่อนที่หลังจะเอนตัวลงบนเตียง
    ในตอนนี้เรือนของเขาช่างเงียบสงบ ไม่มีผู้ใดมาก่อกวน เขามีความสุขได้สักพักเขาก็รู้สึกเบื่อหน่าย พลันก็ยินเสียงหลงเปาดังขึ้น
    "ฮูหยิน ฮูหยินขอรับข่าวใหญ่ขอรับ ตอนนี้มีนักพรตกำลังอยู่หน้าจวนว่ากันว่า มาปราบปีศาจ"หลงเปาตื่นเต้นสุดๆ ตอนนี้เรื่องมันลามไปทั่ว
    "โอ้ "พอนึกถึงเรื่องนี้ก็ชักสนุกขึ้นมาว่าจะไปตามดูสักหน่อย
    "ไป ไปชมกันเถิด ข้าที่เป็นถึงภรรยาเอกก็ต้องไปดูอนุของสามีเสียหน่อย"ฟ่านเว่ยยิ้มร่า เขาตื่นเต้นรีบลุกขึ้นเดินไปที่เกิดเหตุนั้น
    นอกประตูจวนนั้นชาวบ้านต่างพากันรวมกัน ชายผู้หนึ่งปลุกระดมเรียกน้องให้จวนอี้เชิญนักพรตปราบปีศาจ
    "นางโดนปีศาจสิง แต่ตอนนี้จวนสกุลอี้กำลังปกป้องนางอยู่"เหล่าชาวบ้านต่างพากันตะโกนเมื่อถูกปิดประตูใส่
    "ใช่ใช่ เจ้าจะปกป้องนางปีศาจได้เยี่ยงไรกัน อาโยว เปาเปาของข้า คงโดนกินไปแล้ว ช่างน่าสงสาร ช่างน่าสงสาร"หญิงวัยวัยกลางคนตะโกนสาปแช่ง
    "เอานางออกมา ตอนนี้ท่านนักพรตชื่อดังจะปราบปีศาจ"ผู้คนต่างยืนตะโตนสาปแช่งหน้าประตูจวนจนประตูจะพัง
    เฟยเหยียนนางหวาดกลัวตัวสั่นหลบอยู่ในอ้อมแขนของสาวใช้ พึมพำ สาวใช้พยายามปกปิดสีหน้ารังเกียจ
    "ไม่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ข้า ข้าไม่ได้เป็นปีศาจ"นางตื่นตระหนก สติหลุด ดวงตาแดงก้ำนางหันไปเฟยหลี่ก่อนที่จะเคลื่อนที่ตัวเองไปอย่างรวดเร็ว เฟยหลี่ใบหน้าของเผยสีหน้ารังเกียจก่อนจะเปลี่ยนเป็นสงบ
    "ท่านป้า ท่านป้า ท่านต้องช่วยข้านะ ท่านเชื่อข้าใช่ไหม ข้า ข้า ไม่ใช่ปีศาจ ข้าไม่เคยเล่นมนต์ดำ"นางร้องไห้ดวงตาโตจ้องเขม็งจนเฟยหลี่หวาดผวาภาพตรงหน้าซ้อนทับกับเมื่อวานทำเอานางคลื่นไส้
    "เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ไปเชิญนักพรตและพวกชาวบ้านมาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ"เสียงเย็นชาเอยมาก่อนสั่งพวกบ่าวให้เชิญ คนข้างนอกเข้ามาเมื่อได้รับเชิญต่างหยุดตระโกนเงียบ พร้อมใจเดินขึ้นมามองนางปีศาจ เฟยเหยียนนางแข็งค้างก่อนจ้องเขม็งตาโต
    นางปีศาจช่างน่าเกลียดเสียจริง
    ฟ่านเว่ยเดินเข้ามาร่วมเป็นผู้ชมนั้น เผยรอยยิ้มแย้มสบตากับเฟยหลี่ สายตาของนายเย็นชาก่อนมีสายตาท้าทายออกมา
    นักพรตหันมองเฟยเหยียนก่อนจากนั้นส่ายหัว ชาวบ้านต่างเห็นก็งงงวย
    "ท่านนักพรตท่านส่ายหัวหมายความอะไร"ชาวบ้านคนหนึ่งเอยถาม นักพรตจับไม้เท้าก่อนส่ายอีกรอบแล้วกล่าว
    "แม่นางผู้นี้ไม่ได้ถูกปีศาจสิง ไม่ ไม่ใช่นาง แต่ว่าข้าสัมผัสกลิ่นอายปีศาจได้ มันอยู่ในจวนนี้แน่นอน"เมื่อสิ้นเสียงนักพรต เสียงเซ็งเซ่ก็ดังขึ้น พึมพำออกมา เฟยหลี่ยกยิ้มมุมปากประกายตาเห็นแสงโหดเหี้ยมจ้องมาที่ฟ่านเว่ย ฟ่านเว่ยเองเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มรับ
    นักพรตเริ่มออกเดิน เดินไปตามทางผู้คนก็ตามดูว่าใครกันคือ ปีศาจ เมื่อเห็นเส้นทางนั้น หลงเปาก็ใจเต้นแรง รู้สึกไม่ดีนั้นมันทางเรือนฮูหยินนิ หลงเปาเหลือบมองนายตนอย่างอกสั่น กัดริมฝีปากล่าง เขาเห็นเพียงใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของฟ่านเว่ยเท่านั้น
    นักพรตหยุดเดินหน้าเรือนที่ดูร้างและทรุดโทรม เขาก็ส่ายหัวหนักขึ้น ผู้คนเห็นต่างพากระซิบกระซ่าบนี้มันเรือนของปีศาจ สภาพช่างเหมาะสมกับมันเสียจริง ชายผู้หนึ่งก้าวถอยหายออกไปอย่างแผ่วเบาไม่มีผู้ใดเห็น
    "ที่นี้ ที่นี้ ข้าสัมผัสได้ สัมผัสถึงปีศาจร้าย อา"นีกพรตทำท่าตัวสั่น เฟยหลี่ยิ้มก่อนเหลือบมองฟ่านเว่ย สาวใช้ข้างกายของเฟยหลี่ก็อุทานขึ้น
    "อุ๊ย นี้มันเรือนของฮูหยินสามนี้น่า"นางพูดออกมาเสียงดังก่อนที่จะชำเลืองมองฟ่านเว่ย ผู้คนที่ได้ยินต่างพากันมองทางที่สาวใช้ชำเลือง ต่างพากันถอนหายใจด้วยความเสียดาย น่าเสียดายเป็นชายหนุ่มที่รูปงามแท้ ๆ
    "พวกเจ้า ฮูหยินข้าจะเป็นปีศาจได้เยี่ยงไร พวกเจ้าพากันรวมหัวกลั่นแกล้งนายข้าสินะ"หลงเปาคับแค้นใจ ถกเถียงกับสาวใช้ เขากำหนัดแน่นจะลงมวยกับสาวใช้
    "เจ้า พูดอันใด ลูกสะใภ้จะเป็นปีศาจได้เยี่ยงไร ตบปากของเจ้าซะ"เฟยหลี่พูดออกมาอย่างตักเตือนแต่ในดวงตามีความพอใจ สาวใช้ทำท่าทางตบปากของตัวเองอย่างสงสาร
    "เจ้าปีศาจร้าย วันนี้ข้าจะมาปราบเจ้า จับมันไว้"สิ้นเสียงนักพรต ลูกศิษย์ที่ติดตามมา5คนก็ล้อมฟ่านเว่ย
    "ปี..ปีศาจร้าย ข..ขะ..ข้านี้หรือ ปีศาจร้าย อาโยว "ฟ่านเว่ยร้องออกเสียงดัง กระพริบตาใสๆคู่นั้นก่อนที่จะบิดตัว หน้าโศกเศร้าท่าทางน่าสงสาร ผู้คนพบเห็นต่างเหม่อมอง
    นักพรตวัยกลางคนเขาเห็นท่าทางนั้นก็รู้สึกปลุกเร้าท่อนล่างที่ร้อนขึ้นมา เขานึกภาพจะกดจับคนผู้นี้ระบายอารมณ์ที่กำลังอัดแน่น เมื่อเสร็จสิ้นงานนี้เขาจะแอบเลี้ยงผู้นี้ไว้ไม่ให้ใครได้พบเห็นอีกเลย ผู้คนที่เห็นต่างก็คิดถ้าคนผู้นี้ไม่โดนปีศาจสิงก็คงจะดี ไม่แปลกใจที่ท่านเสนาบดีถึงตบแต่งภรรยาชายที่โง่เขลาคนนี้
    ฟ่านเว่ยเห็นความคิดสกปรกพวกนั้นจากใบหน้าและดวงตาที่เผยออกมา เขาก็หยุดท่าทางนั้นก็จะยืนตรงเฉย เผยรอยยิ้มออกมา ก่อนที่ผู้คนจะพบเห็นฉากที่น่าสยดสยอง
    ฝูงหนูฝูงแมลงตะขาบต่างพากันฝุดออกมาทั่วสารทิศตรงดิ่งวิ่งไปทางหนึ่ง ฝูงชนเห็นเช่นนั้นต่างตกใจพร้อมใจกันวิ่งตามไป เฟยหลี่นางที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นของฟ่านเว่ยนางก็รู้สึกใจไม่ดี เมื่อฝูงหนูวิ่งไปในทิศทางหนึ่งนั้น พวกเขาก็เห็นฝูงงูจำนวนมากคลานยั้วเยื้ย ฝูงนกที่บินอยู่ก็พากันร่วงหล่น เฟยเหยียนนางเห็นเช่นนั้นนางก็หน้าซีด ล้มลง หวาดผวาไปหมด
    นั้นคือทิศทางเรือนนาง เหตุใดถึงมีฝูงหนู ฝูงงู จำนวนแถมยังฝูงนกที่ร่วงมาตายอีก ผู้คนที่เห็นฉากนั้นก็พากันหยุดยืนนิ่ง หันไปมองนางด้วยสายตาหวาดกลัว ขยะแขยง นางตกใจ
    "ไม่ ไม่ ไม่ใช่ข้า ไม่ใช่ข้าจริงๆนะ ข้าไม่ได้เป็นปีศาจ ข้าไม่ได้เป็น"นางกรี๊ดร้องเสียงแหลมออกมาส่ายหัวไปมา จากนั้นนางก็หันไปมองเฟยหลี่
    "ท่านป้า ท่านต้องช่วยข้านะ ท่านรับปากข้าแล้วว่าจะช่วยข้า"นางคุกเข่ารีบคลานไปหาเฟยหลี่ แต่สาวใช้ของเฟยหลี่ถีบนางเสียก่อน สีหน้าของนางดูถูกดูแคลนหวาดผวาฝูงชนเริ่มหันไปทิศทางของเฟยหลี่ นางเหงื่อตก
    "เรื่องเข้าใจผิด เรื่องเข้าใจผิด ข้าก็บอกไปแล้วลูกสะใภ้สามจะเป็นปีศาจได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องถามท่านนักพรต"นางพูดขึ้น สายตาเลื่อนไปที่นักพรตที่เหงื่อตกแทน นายหญิงรองกำลังจะสลัดเขาให้ตายแทน
    ทันใดนั้นชายผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาแฝงร่วมกับฝูงชนเขาเปล่งเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้น
    "อาโยว แต่เมื่อกี้นี้เรือนฮูหยินเอกที่เป็นภรรยาของขุนนางราชสำนัก สภาพเรือนอย่างกลับรังหนูกว่าของอนุเสียอีก เรือนบ่าวไพร่ยังดูดีกว่านี้อีก"เมื่อเสียงนี้สิ้นไป ฝูงชนต่างนึกคิด เฟยหลี่นางมือสั่น จบแล้ว
    "อนุของท่านเสนาบดีก็เป็นญาติฝั่งนางนิ"
    "หรือว่าแท้จริงแล้วนางกำลังโบ้ยความผิดให้ฮูหยินเอก กลับดำเป็นขวาหรือ"
    "ข้าก็คิดงั้น นางกำลังปกป้องปีศาจร้ายตัวจริงหรือตัวนางเองก็เป็นปีศาจด้วย"
    "ข้าตอนนี้สงสารภรรยาของท่าเสนาบดีจริง ท่าทางขี้ขลาดนั้น เขาคงโดนพวกนางกลั่นแกล้งเป็นประจำ"
    "เพราะเห็นเป็นคนโง่จึงโบ้ยความผิดให้สินะ พูดอันไปก็ไม่รู้เรื่อง"
    "ถึงฮูหยินจะโง่ แต่เขาก็เป็นภรรยาขุนนางเชียวนะ นี้สมองนางบวมหรือ"
    "เพ้ย เพ้ย ช่างน่าเกียจอะไรขนาดนี้"
    "แม่จ๋าข้ากลัว"
    เฟยหลี่เห็นเช่นนั้นนางก็หายใจแรงขึ้นท่ามกลางสายตาดูถูกดูแคลน เสียงสาปแช่งตะโกนดุด่า ก่อนที่สติของนางจะหมดดับไป
    "กร๊ด!! นายหญิงรองเจ้าคะ"เมื่อสาวใช้เห็นเฟยหลี่สลบนางรีบวิ่งไปอโอบร่างนั้น ร้องเสียงดังท่ามกลางสายตาที่เย้ยหยัย นางรู้สึกอับอายรีบนำร่างของตนกับนายหญิงรองออกไป
    ตอนนี้เฟยเหยียนที่หมดที่พึ่งก็ทรุดลงพยายามจะวิ่งไล่ตาม แต่ฝูงชนกับไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น พวกเขาพากันจับนางกับนักพรตและลูกศิษย์ไว้ เสียงกรี๊ดดังตลอดสายก่อนที่นางจะสลบไปอีกคน
    เมื่อนักพรตเห็นเช่นนั้น เขาก็อยากแกล้งสลบไปด้วยทันทีที่เขาแกล้งหมดสติไป ฟ่านเว่ยเห็นเช่นแอบดีดลูกหินกระแทกที่หน้าผากเลือดออก นักพรตร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ไม่สามารถหลุดพ้นจากสายตาของฝูงชนได้อีกแล้ว
    ฝูงชนพากันแหวกออก ทหารเดินเข้ามาเพราะข่าวลือเรื่องนางปีศาจกินคนทำให้ไทเฮาไม่สบายใจ เพราะนางพึ่งได้หลานชายตัวน้อยที่พึ่งเกิดมาฮ่องเต้จึงรับสั่งให้มาจัดการคดีนี้ ทหารนำตัวไปเฟยเหยียนและนักพรตพร้อมลูกศิษย์
    ฟ่านเว่ยมองดูเหล่าทหารที่จากไปก่อนหันไปขอบคุณฝูงชน ก่อนส่งแขกออกไป ฟ่านเว่ยเหล่ตามองในฝูงชนก่อนสบตากับคนผู้หนึ่ง คนนั้นคือซุนหง สายตาที่สื่อถึงบางอย่างที่มีเลศนัย
    -------------ของวันนี้ก็หมดแล้ว ลงให้อ่าน 4 ตอนจุๆใจไปเลยจ้าาา