ซูไป่ชิงกล่าวเสียงเรียบ “พี่สะใภ้ครับ คุณคงจะเข้าใจผิดอะไรไป เมื่อกี้ผมแค่เดินเร็วไปหน่อยแล้วชนลูกสาวคุณ และผมก็ได้ขอโทษไปแล้วนะครับ”
“เรื่องนี้คงเกิดขึ้นจากผมฝ่ายเดียวไม่ได้ คุณมาใส่ร้ายป้ายสีผมแบบนี้ คงจะไม่ค่อยสมควรเท่าไหร่นะครับ”
ปกติเขาต้องเดินทางไปทั่วทุกสารทิศ ไม่เคยกลัวใคร แล้วที่นี่ยิ่งเป็นถิ่นของเขาเองด้วย เขาก็ยิ่งไม่เกรงกลัว แต่ครั้งก่อนเคยได้เห็นความหน้าไม่อายของอาหญิงใหญ่จิ่งมาแล้ว เขาก็ระวังตัวมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะการที่ต้องมาพัวพันกับผู้หญิงแบบนี้ยังไงก็เป็นเรื่องซวย
อาหญิงใหญ่จิ่งแผลงฤทธิ์ทันที “นี่คุณพูดอะไรออกมา? คุณชนหมิงลี่ลูกสาวของฉันแล้วยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ? หมิงลี่ลูกสาวของฉันยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่เลย มาถูกคุณทำลามกต่อหน้าคนเยอะแยะแบบนี้ แล้วยังไม่ยอมรับผิด แถมยังมาวางอำนาจข่มขู่อีก!”
“อย่าคิดว่าคุณเป็นเจ้าของร้านขายยาแล้วจะมาข่มเหงคนอื่นได้นะ เรื่องวันนี้ยังไงคุณก็ต้องรับผิดชอบหมิงลี่ลูกสาวของฉันให้ได้! ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ไม่จบแน่!”
ซูไป่ชิงแม้จะมีประสบการณ์เยอะ แต่ก็ไม่เคยเจอผู้หญิงที่ไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน!
ถ้าอาหญิงใหญ่จิ่งก่อเรื่องในร้านขึ้นมาจริงๆ จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของร้านและชื่อเสียงของเขาอย่างแน่นอน
เขาจึงถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ตกลงคุณต้องการอะไรกันแน่?”
อาหญิงใหญ่จิ่งรอคอยคำถามนี้อยู่แล้ว จึงยิ่งฮึกเหิมขึ้นไปอีก “คุณทำเรื่องแบบนั้นกับหมิงลี่บ้านฉันต่อหน้าสาธารณชน คุณก็ต้องรับผิดชอบสิ! คุณต้องแต่งงานกับหมิงลี่ลูกสาวของฉัน!”
ก่อนหน้านี้เธอยังกังวลว่าจะหาทางผูกสัมพันธ์กับซูไป่ชิงยังไง และจะทำยังไงให้อู๋หมิงลี่ได้ใกล้ชิดกับซูไป่ชิง แต่การชนเมื่อครู่นี้เหมือนสวรรค์ประทานโอกาสให้ เธอจึงต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่!
ที่เธอกล้าทำแบบนี้ ก็เพราะเห็นว่าซูไป่ชิงมีท่าทีสุภาพ เป็นคนมีการศึกษาที่รักหน้าตา เธอจึงไม่กลัวว่าซูไป่ชิงจะใช้เส้นสายของทางบ้านมาแก้แค้น เพราะเรื่องนี้เขาเป็นฝ่ายผิดเอง และพวกตระกูลอู๋ของเธอไม่ได้มีเรื่องอะไรที่ผิดศีลธรรมเหมือนอย่างอวี๋ซือเหยี่ย
และขอเพียงเขาแต่งงานกับอู๋หมิงลี่ ตระกูลของเธอก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน แล้วหลังจากนี้ก็จะได้ใช้ทรัพยากรของครอบครัวเขาด้วย
อาหญิงใหญ่จิ่งคำนวณในใจเสร็จสรรพ อู๋หมิงลี่ก็ให้ความร่วมมือด้วยการเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย และยืนเช็ดน้ำตาอยู่ตรงนั้น “คุณรังแกคนอื่นเกินไปแล้ว!”
พนักงานในร้านต่างตกตะลึง เพียงแค่ไม่กี่นาที เจ้าของร้านก็โดนต้มตุ๋นเสียแล้ว! แม่ลูกคู่นี้มันช่างหน้าด้านจริงๆ!
หมอเฉินที่นั่งประจำอยู่ในร้านก็อยากจะเข้ามาช่วย แต่ยังไม่ทันเข้าไป อาหญิงใหญ่จิ่งก็เอานิ้วจิ้มหน้าอกของเขาแล้วพูดว่า “ถ้าแกกล้าแตะต้องฉันแม้แต่นิ้วเดียว ฉันจะฟ้องว่าแกทำอนาจาร!”
หมอเฉิน “…”
ผู้หญิงหน้าไม่อายแบบนี้ ช่างน่ารำคาญเสียจริง!
อาหญิงใหญ่จิ่งเห็นหมอเฉินถอยหลังไปหลายก้าวก็รู้สึกลำพองใจ หันไปพูดกับซูไป่ชิงว่า “ฉันรู้ว่าคุณเป็นเจ้าของร้านขายยา แต่คุณก็อย่าได้คิดจะใช้อำนาจข่มเหงคนอื่นนะ!”
ซูไป่ชิงโกรธจนหน้าเขียว ในร้านขายยาตอนนั้นก็ยังมีลูกค้าอยู่บ้าง พวกเขาต่างพากันชี้ไม้ชี้มือ
อาหญิงใหญ่จิ่งส่งสายตาให้อู๋หมิงลี่ “คุณพูดมาให้ชัดๆ วันนี้คุณจะรับผิดชอบลูกสาวฉันไหม!”
อู๋หมิงลี่พลันยืดอกและยื่นมือไปคว้าแขนซูไป่ชิง พร้อมกับเชิดหน้า “ถึงฉันจะคิดว่าคุณไม่คู่ควรกับฉัน แต่ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็คงต้องยอมแต่งงานกับคุณแล้วล่ะ…อ๊ะ!”
มือของเธอยังไม่ทันแตะต้องตัวซูไป่ชิง ก็ถูกใครบางคนถีบล้มลงไปกองกับพื้น เธอโกรธจัด เมื่อหันหน้าไปมอง ก็เห็นว่าจิ่งเยี่ยนกุยยืนอยู่พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ย “อู๋หมิงลี่ เธอจะหน้าด้านแค่ไหนก็ช่าง แต่อย่ามาหาเรื่องใส่ร้ายศิษย์หลานของฉัน!”
อาหญิงใหญ่จิ่งเห็นจิ่งเยี่ยนกุยเตะอู๋หมิงลี่ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ชี้หน้าจิ่งเยี่ยนกุยแล้วด่า “นางตัวซวย แกนี่มันอยู่ทุกที่เลยจริงๆ! พี่สาวแกถูกรังแก แกไม่ช่วยก็ยังมาช่วยคนอื่นรังแกพี่สาวอีก!”
อู๋หมิงลี่นั่งร้องไห้โฮอยู่บนพื้น “จิ่งเยี่ยนกุย แกมันชั่วร้าย!”
จิ่งเยี่ยนกุยคุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ดีเสียยิ่งกว่าอะไร จึงหัวเราะเย็นชาแล้วพูดว่า “อาคะ ที่แท้พี่สาวคงจะไปมั่วกับผู้ชายที่ไหนมาจนท้องโต แล้วฝ่ายนั้นไม่ยอมรับผิดชอบ เลยมาหมายตาที่ศิษย์หลานของหนู อยากให้เขารับเป็นพ่อเด็กแทนล่ะสิ?”
คำพูดของเธอออกจะหยาบคายไปบ้าง นั่นก็เพราะเธอรู้ว่าการจะจัดการกับคนอย่างอาหญิงใหญ่จิ่ง ต้องไม่พูดจาอ่อนหวาน หากใจดีกับคนพวกนี้ มีแต่จะเสียเปรียบ
อาหญิงใหญ่จิ่งโกรธจัด “จิ่งเยี่ยนกุย แกพูดจาเหลวไหลอะไร? แกกำลังใส่ร้าย ทำลายชื่อเสียงของหมิงลี่ลูกสาวฉัน!”
“โถ ยังรู้จักคำว่าชื่อเสียงอีกเหรอ?” จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะเยาะ “เมื่อกี้พอศิษย์หลานของหนูเข้ามา พี่สาวก็วิ่งเข้าไปชนเขาเลย พอชนเสร็จก็กลับมาบอกว่าเขาชนเธอ! จากนั้นก็มาตื๊อจะให้เขาแต่งงานด้วย ทำเรื่องหน้าไม่อายแบบนี้แล้ว ยังจะไม่ให้คนอื่นคิดมากได้ยังไง!”
อาหญิงใหญ่จิ่ง อู๋หมิงลี่ “…”
พนักงานทุกคนในร้านต่างยกนิ้วให้จิ่งเยี่ยนกุย จิ่งเยี่ยนกุยปกติมาที่ร้านของพวกเขาด้วยท่าทางสุภาพ มีมารยาทดี ไม่ว่ากับใครก็พูดจาเกรงอกเกรงใจ แถมยังนิสัยดีอีกด้วย แต่พอเธออารมณ์พุ่งขึ้นมาเมื่อไหร่ พลังต่อสู้ของพวกเขาทั้งหมดรวมกัน ก็ยังสู้เธอคนเดียวไม่ได้
พวกเขาทุกคนเป็นคนฉลาด จึงเริ่มพูดเห็นด้วยกับจิ่งเยี่ยนกุย “ใช่เลยครับ เมื่อกี้ผมเห็นกับตาว่าผู้หญิงคนนั้นวิ่งเข้าไปชนเจ้านายของพวกเรา!”
“ผู้หญิงคนหนึ่งจะหน้าด้านได้ขนาดไหนกัน แค่ชนผู้ชาย ก็ร้องบอกว่าเจ้านายชนหน้าอกเธอต่อหน้าคนเยอะแยะ!”
“คิดว่าคงเป็นเหมือนที่ท่านอาจารย์ย่าบอก ไปทำเรื่องน่าอายอะไรไว้ เลยอยากรีบแต่งงาน ถึงได้มาหาเรื่องใส่ร้ายเจ้านายของเรา!”
นับจากศักดิ์แล้ว จิ่งเยี่ยนกุยเป็นอาของซูไป่ชิง ส่วนพนักงานในร้านก็ได้รับการฝึกฝนจากซูไป่ชิง เวลาที่พวกเขาหยอกล้อกันก็จะเรียกเขาว่าอาจารย์ เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว จิ่งเยี่ยนกุยจึงกลายเป็นผู้มีศักดิ์เป็นอาจารย์ย่าไปโดยปริยาย
ลูกค้าที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบก็เริ่มชี้ไม้ชี้มือด่าอาหญิงใหญ่จิ่งกับลูกสาวว่าบ้าผู้ชาย หน้าไม่อายสิ้นดี!
อาหญิงใหญ่จิ่งกับอู๋หมิงลี่สีหน้าไม่น่ามองทันที อาหญิงใหญ่จิ่งโกรธจนตัวสั่นแล้วพูดว่า “จิ่งเยี่ยนกุย ฉันเป็นอาแกนะ! แกมันคนเนรคุณ!”
จิ่งเยี่ยนกุยเหลือบมองอาหญิงใหญ่จิ่งแล้วพูดอย่างไม่ไว้หน้า “หนูเป็นคนไม่เข้าข้างคนผิด ถึงคุณจะหน้าไม่อาย แต่จะให้หนูหน้าไม่อายเหมือนกับคุณไม่น่ะเหรอ? หนูทำเรื่องแบบคุณไม่ได้หรอก!”
อาหญิงใหญ่จิ่งเห็นว่าวันนี้ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่พอจิ่งเยี่ยนกุยเข้ามาวุ่นวาย เธอก็รู้ว่าเรื่องนี้คงจะจบไม่สวยเสียแล้ว จึงโมโหจนอยากจะฉีกร่างจิ่งเยี่ยนกุยให้เป็นชิ้นๆ
จิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้คิดที่จะไว้หน้าอาหญิงใหญ่จิ่งเลยแม้แต่น้อย ยังพูดต่อไป “ครั้งที่แล้วคุณยัดเยียดผู้ชายอายุสี่สิบกว่าที่เมียตายแล้ว แถมยังเที่ยวผู้หญิงไปวันๆ มาให้หนู วันนี้ก็พาลูกสาวมาป้ายสี คิดจะจับศิษย์หลานของหนูให้แต่งงานอีกด้วย”
“อยากจะรู้เหลือเกินว่าในหัวเธอมีอะไรอยู่! อู๋หมิงลี่ไม่ใช่ว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาสามปีแล้วเหรอ? นี่ไม่คิดจะสอบแล้วงั้นเหรอ ท้องป่องแล้วอยากจะคว้าผู้ชายที่ไหนมาทำสามีก็ได้หรือไง ถ้าเป็นแบบนี้เธอก็ไปหาเอาข้างนอกเถอะ อย่ามาต้มตุ๋นเพื่อใส่ร้ายป้ายสีศิษย์หลานของฉันที่นี่!”