สายสืบค้นของวิหารไท่ชิงตอนนี้กำลังตามหาิเฉิงทั่วทั้งป่า อีกแค่หนึ่งเดือนวิหารไท่ชิงสาขารองจะส่งรถม้ามารับตัวไป๋หลานกับิเฉิง
แต่ทว่าิเฉิงดันมาหายตัวไป จึงทำให้หลี่น่าจ้าววิหารไท่ชิงร้อนใจ ในทุกๆ10ปี หลี่น่าต้องส่งศิษของนางไปยังวิหารไท่ชิงสาขารองสองคน
ที่จริงนางไม่อยากส่งตัวศิษรักของนางไป หากแต่สาขารองนั้นบีบคั้นนางมาหลายปีแล้ว
หากไม่มีศิษที่โดดเด่นในทุกๆ10ปี สาขาที่นางปกครองอยู่ตอนนี้คงต้องยุบทิ้งเป็แน่ อีกอย่างนางก็คัดค้านเื่นี้ไม่ได้ เพราะวิหารหลักไม่มีความคิดเห็นกับเื่นี้ นั้นหมายความว่า วิหารหลักไม่ได้ให้ความสำคัญกับสาขาที่นางปกครองเลยแม้แต่น้อย
ณ ลานฝึกของไป๋หลาน ตอนนี้นางกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อน ใบหน้าเรียบเฉยไม่มีใครรู้ได้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ ส่วนหลี่น่าจ้าววิหารตอนนี้นางกำลังนั่งเคลียด หากหาตัวิเฉิงไม่เจอ สาขารองต้องกดดันเื่นี้กับนางเป็แน่ อีกอย่างนางไม่ได้ส่งตัวศิษที่โดดเด่นไปยังสาขารองมา30ปีแล้ว นั้นแสดงว่านางไม่ได้ส่งตัวศิษไปสาขารองสามครั้ง แต่ครั้งนี้หากปฏิเสธที่จะส่งตัวไปอีก
เกรงว่าเื่นี้สาขารองจะเอาความไปฟ้องวิหารหลักเป็แน่ หากเื่ถึงหูวิหารหลัก เกรงว่าคงต้องถูกบีบคั้นจนได้ยุบสาขาที่นางปกครองเป็แน่ การหาตัวิเฉิงก็ผ่านมาแล้ว2อาทิตย์ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะหาเขาเจอ
ณ สุสานใต้ดิน ิเฉิงนอนขดตัวอยู่ในใย ไม่รับรู้เื่ราวภายนอก เหมือนไข่ที่กำลังจะฟักตัวได้ทุกเมื่อ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็กลิ่นอายความสูงสีผิวรูปร่างหน้าตาของเขาต่างเปลี่ยนไปมากโข ยังกับคนละคนก่อนหน้า ทั่วทั้งสุสานใต้ดินตอนนี้ปรกคุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็ง แต่ทว่ามิใช่เกล็ดน้ำแข็งที่ให้ความรู้สึกหนาวเหน็บ แต่เป็เกล็ดน้ำแข็งที่ให้ความรู้สึกคมกริบ
ขั้นตอนการถ่ายโอนพลังของเจี๋ยคงยังดำเนินการไปเรื่อย ไม่มีที่ท่าว่าิเฉิงจะออกจากใยตอนไหน นี่ก็ผ่านมาแล้ว29วัน ของการค้าหาิเฉิง สายสืบค้นไม่ได้พัก พวกเขาทั้งหลายต่างก็เหนื่อยล้า
ณ วิหารไท่ชิง
"ไป๋เอ๋อร์พรุ่งนี้ อาจารย์ต้องส่งตัวเ้าไปวิหารไท่ชิงสาขารอง เื่ของิเฉิงเกรงข้าคงหมดหวังแล้วละ เหอออ... หลี่น่าถอนหายใจออกมา ไป๋หลานเพียงยืนฟังนางอย่างเรียบเฉยเท่านั้น จากนั้นไป๋หลานก็เดินกลับมาที่ห้องแล้วเก็บสำภารระที่จะออกเดินทางพรุ่งนี้
"ิเฉิง.... ท่านไปอยู่ที่ไหนกันแน่ ข้ารู้ว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านบอกข้าว่าอีกหนึ่งเดือนจะกลับมา แต่นี่ผ่านมาแล้วสี่เดือน ไยท่านกลับไม่รักษาวาจา ไป๋หลานพูดอยู่คนเดียว น้ำเสียงของนางนั้นปนเศร้านิดหน่อย
และแล้ววันส่งตัวไป๋หลานก็มาถึง นางตอนนี้กำลังกล่าวอำลากับอาจารย์ของนาง หลี่น่า
"ไป๋เอ๋อร์ การไปสาขารองครั้งนี้จะต้องเปลี่ยนชีวิตของเ้าใหม่ เมืองหนานเชิงไม่เหมือนที่นี้ เมืองแห่งนั้นเต็มไปด้วยผู้ที่โดดเด่นมีความสามารถ การแข่งขันที่เมืองนั้นน่ากลัวกว่าที่เ้าคิด อาจารย์ขอเ้าอย่างหนึ่งได้ไหม
"อาจารย์เปลี่ยบดังมารดาคนหนึ่งไม่ว่าท่านจะขออะไร ไป๋หลานย่อมต้องทำสุดความสามารถ นางกล่าว
"จงมีชีวิตรอดก็พอ.... เมื่อได้ยินสิ่งที่อาจารย์ของตนขอ ไป๋หลานก็อึ่งไปชั่วขณะ หลี่น่ารู้ว่าความสามารถและพร์ของไป๋หลานที่เมืองแห่ง นับได้ว่าหาผู้เทียบเคียงได้อยาก แต่ทว่าหากจะเอาไปเทียบกับเมืองหนานเชิงก็เป็แค่เื่ตลกเท่านั้น เพราะว่าที่เมืองแห่งนั้นเต็มไปด้วยคนรุ่นไหม่ที่มีพร์มากมาย และการแข่งขันที่นั้นก็สูง นางไม่ได้หวังให้ไป๋หลานนั้นโดดเด่นกว่าผู้ใด นางเพียงอยากให้ไป๋หลานเอาตัวรอดให้ได้ที่เมืองแห่งนั้น...
"อาจารย์ถนอมตัวด้วย... ไป๋หลานกล่าวอำลาอาจารย์ของนาง
"ไปเถอะ.... พูดจบนางก็หันหลังทันที ไม่อยู่ดูไป๋หลานจากไป ส่วนไป๋หลานนางก็ก้าวขาขึ้นรถม้าและออกเดินทางในทันที
ณ สุสานใต้ดิน ตอนนี้มีชายหนุ่มกำลังยืนอย่างเฉยเมย กลิ่นอายของเขานั้น เยือกเย็นคมกริบ รอบด้านเต็มไปด้วยปราณกระบี่ที่เฉียบคม
สีหน้าเ็า8ใน10ส่วน ยืนถือกระบี่อย่างมั่นคง มองดูเหมือนเขาคือกระบี่และกระบี่คือเขา อย่างกับเขาและกระบี่เป็ร่างเดียวกัน ใ่ช่แล้ว นี่คือขั้นที่สามของวิถีกระบี่ขั้นหลอมรวมกระบี่ กระบี่คือเขา เขาคือกระบี่ทุกอย่างบนตัวล้วนเป็กระบี่ เขาคือิเฉิง
หลังจากเสร็จขบวนการถ่ายโอนพลังของเจี๋ยคง พลังยุทธของิเฉิงทะลวงข้ามขั้นใหญ่มาสองขั้น กลิ่นอายพลังของเขาตอนนี้คือ จ้าวิญญาขั้นต้น ใช่แล้วิเฉิงทะลวงผ่านขั้นเยี่ยมยุทธ และขั้นยอดยุทธ์ เขาทะลวงผ่านสองขั้นใหญ่ หากไม่ได้การถ่ายโอนพลังไม่รู้ว่าเขาต้องใช้เวลากี่ปีในการทะลวงมาถึงจ้าวิญญา
รัสมี500เมตรล้วนมีแต่เกล็ดน้ำแข็งที่เฉียบคมเยือกเย็น ิเฉิงสีหน้าเรียบเฉย เขาดูสูงขึ้นขาวขึ้น สีผมของเขาตอนนี้เป็สีขาวกระจ่างใส
ที่สำคัญ ตอนนี้เขานั้นไร้ใจมาก มากกว่าที่ทุกคนจะเข้าใจ ยิ่งพลังยุทธและวิถีกระบี่เขาสูง เขายิ่งไร้ใจเข้าไปเรื่อยๆ แต่ก่อนเขาเ็าแค่5ใน10
แต่ทว่าตอนนี้เขานั้นเ็าถึง8ในสิบส่วน
"เหตุใดยิ่งฝึกวิถีกระบี่ ยิ่งเยือกเย็นเข้าไปเรื่อยๆ.... ซิ่วอิงพูดกับตนเอง
"ข้าก็ฝึกวิถีกระบี่... แต่ทำไมิเฉิง วิถีกระบี่ของเขาถึงส่งผลต่อพลังยุทธ์และสภาพจิตใจ หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับผนึกความทรงจำของเขา
เื่ที่ิเฉิงมีผนึกความทรงจำ ซิ่วอิงไม่ได้บอกให้ิเฉิงได้รับรู้ รอให้เขามีพลังมากกว่านี้เขาก็จะสามารถปลดผนึกได้เอง
"ิเฉิง... เ้าพึ่งทะลวงพลังสองขั้นใหญ่คงยังไม่ชินกับขอบเขตพลังนี้ เ้ายังไม่ต้องกลับไปที่วิหารไท่ชิง อยู่ที่นี้ไปก่อน รอให้เ้าปรับสมดุลพลังได้ค่อยออกไป ซิ่วอิงสั่งให้ิเฉิงปรับตัวกับขอบเขตพลังใหม่ ิเฉิงเพียงเชื่อฟังนางเท่านั้นแล้วก็นั่งลงปรับตัวกับขอบเขตใหม่
ณ วิหารไท่ชิงห้องโถงหลัก
"เรียนท่านประมุข.... ตอนนี้สำนักเงาจันทร์มีการรวมกำลังและเคลื่อนที่มาทางวิหารเรา คาดว่าน่าจะเปิดศึดโจมตีในอีกไม่กี่วัน สายข่าวของวิหารรายงานให้หลี่น่าฟัง
หลี่น่ามีสีหน้าเขร่งขรึมนางคาดการไว้แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง วันที่สำนักเงาจันทร์จะฉีกสัญญาสงบศึก ที่จริงนางก็ไม่อยากให้เื่นี้เกิดขึ้น แต่ทว่าสำนักเงาจันทร์กลับหาเื่วิหารไท่ชิงครั้งแล้วครั้งเล่า
"สำนักเงาจันทร์.... เ้ากับข้ามันอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้.... หลี่น่าพูดออกมาอย่างโกรธแค้น
"าุโทั้งห้ารับคำสั่ง ให้ศิษสายในที่ออกไปทำภารกิจ กลับมาวิหารภายในหนึ่งวัน าุโหนึ่ง ท่านไปรวบรวมกำลังของศิษที่พลังยุทธ์ขอบเขตเยี่ยมยุทธ์ขึ้นไป ให้มารวมตัวที่ลานหลักแล้วประกาศให้ทุกคนรับรู้ ว่าอีกไม่กี่วันเราจะเปิดศึกกับสำนักเงาจันทร์ าุโสองท่านไปตรวจสอบค่ายกลของวิหาร เตรียมเปิดใช้งาน
หลี่น่าออกคำสั่ง าุโทั้งห้าก็ออกไปทำตามคำสั่ง
ณ สำนักเงาจันทร์ ตอนนี้ศิษของสำนักรวมตัวกันหลายพันคน ประมุขเงาจันทร์ยืนอยู่ที่หอคอยสูงสุด
"ศิษเงาจันทร์ทุกคนจงฟัง... ประมุขเงาจันทร์พูดออกมา วิหารไท่ชิงนั้นรบราฆ่าฟันกับสำนักเงาจันทร์ของพวกเรามาหลายปี ข้าในนามประมุขเงาจันทร์ ต้องทนเห็นศิษของสำนักตกตายไปในแต่ละปีซึ่งทำให้ข้าเ็ปใจยิ่งนัก ข้าในถานะผู้นำ จะไม่ยอมวิหารไท่ชิงอีกต่อไป วิหารไท่ชิงนั้นทำตัวน่ารังเกลียด ยึดพื้นที่ในป่าสะบั้นจัน ก้าวก้ายพื้นที่ของสำเงาจันทร์ วันนี้ข้าจะนำทุกคนไปทวงคืนพื้นที่ ศิษเงาจันทร์ทั้งหลายรับคำสั่ง.... เคลื่อนที่ไปวิหารไท่ชิง ประมุขเงาจันปลุกปั้นให้ศิษเงาจันทร์ทุกคนหึกเหิม พูดจบก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
วิหารไท่ชิงห้องโถงหลัก หลี่น่ากำลังนั่งอย่างเคร่งเคลียด าุโห้าเหินร่างลงมาคุกเข่าแล้วรายงาน
"เรียนเ้าสำนักตอนนี้ศิษสายในได้กลับมา9ส่วนแล้ว ตอนนี้กำลังทั้งหมดของเรา รวมศิษทั้งหมด มี600กว่าคนและได้ประกาศว่าจะเปิดศึกกับสำนักเงาจันทร์ให้ทุกคนรับรู้แล้ว าุโห้ารายงาน ตามมาด้วยสายข่าวของวิหาร
"เรียนจ้าววิหาร ตอนนี้สำนักเงาจันทร์เคลื่อนที่แล้ว กำลังของสำนักเงาจันทร์มีศิษทั้ง1000กว่าคน อีกไม่ถึง6ชั่วยามก็จะเดินทางมาถึงวิหาร..
"จ้าววิหาร... าุโสองเหินร่างลงมาแล้วรายงาน ค่ายกลพร้อมใช้งาน จากนั้นหลี่น่าก็เดินออกมาจากวิหาร ณ ลานหลักของวิหารตอนนี้ศิษทั้ง600ชีวิตได้มารวมตัวกันที่นี้ พอทุกคนได้ยินข่าวว่าจะเปิดศึกกับสำนักเงาจันทร์ บางคนก็หวาดกลัว บางคนก็หึกเหิม
หลี่น่าลอยตัวมาพร้อมกับาุโทั้งห้า มาหยุดที่อากาศ ศิษทั้งหมดที่เห็นจ้าววิหารออกมาก็พากันขุกเขาลงพร้อมกัน "น้อมพบจ้าววิหาร "
"หลี่น่าก้าวออกมาสองก้าวแล้วพูดขึ้น..... ศิษทั้งหลาย วันนี้ที่ให้พวกเ้าทุกคนมารวมตัวอย่างเร่งด่วน ทุกคนคงจะทราบข่าวแล้ว สำนักเงาจันทร์กดขี่พวกเรายังไง พวกเ้าทุกคนคงจะรู้ดีแก่ใจ วันนี้ข้าจะไม่บังคับใคร หากศิษคนใดที่หวาดกลัว ก็ให้เดินออกไปจากวิหารั้แ่ตอนนี้ หากศิษคนใดพร้อมที่จะปกป้องวิหารอันเป็ที่พึ่งของตน ก็จงอยู่เพื่อปกป้องวิหารอย่างมีเกียนติ
หลี่น่าพูดจบนางก็เงียบไป ศิษทั้งหมดที่ได้ฟังไม่มีใครลุกเดินจากไป เพราะพวกเขารู้ดีว่าสำนักเงาจันทร์นั้นอำมหิตโหดร้ายและเสแสร้งแกล้งทำตัวเป็คนดีและกดขี่พวกเขาขนาดไหน ศิษของวิหารไท่ชิงมีแต่ความแค้นใจที่ไม่สามารถตอบโต้สำนักเงาจันทร์ได้ ทั้ง600กว่าคนไม่มีใครลุกเดินจากไป เพียงคุกเข่ารอรับคำสั่งศิษทั้งหมดพร้อมปกป้องวิหารไท่ชิงด้วยชีวิต
"หลี่น่าที่เห็นเช่นนั้นก็พูดขึ้นมาอีก... วันนี้ถึงแม้ตัวตาย ก็ตายอย่างมีเกียรติ สู้ให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปข้าง ศิษทั้งหมดรับคำสั่ง ออกไปตั้งขบวนแนวรบ รอคำสั่งจากข้าอีกที หลี่น่าพูดจบก็เหินกลับไปที่พัก