รอยรัก

    บทที่ 8

    หลังจากการเดินทางผ่านไปอีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง สองสาวพี่น้องก็ได้พบว่าบรรยากาศในท้องถนนได้แปรเปลี่ยนไปสองฟากถนนช่วงนี้เต็มไปด้วยบ้านเรือนและร้านรวงสวยงามขึ้น ถนนก็ไม่ใช่สายแคบๆ หรือมีผู้คนพลุกพล่าน กลิ่นไอที่คละคลุ้งอยู่เมื่อครู่จางหายไปเกือบจะหมดสิ้น หลังจากผ่านย่านนี้ไปแล้วก็ได้พบกับย่านที่เป็นทาวน์เฮ้าส์ รายล้อมอยู่ด้วยรั้วเหล็กดัดมีไม้เลื้อยพาดพันประดับอยู่อย่างสวยงาม ตรงหน้าจั่วของบ้านแต่ละหลังมีลวดลายปูนปั้นอันแสดงถึงฝีมือละเอียดประณีตของช่างก่อสร้างเมื่อมาถึงชาริง ครอสส์ รถม้าได้เลี้ยวไปทางขวา...แมนนิ่งได้พูดเป็นเชิงอธิบายว่า ทางแยกที่เลี้ยวไปด้านซ้ายมือคือ เส้นทางสู่อาคารรัฐสภาพและไว้ท์ฮอลล์ และยังเป็นทางสู่มหาวิหารเวสท์มินสเตอร์อีกด้วย จากนั้นไม่นานรถก็วิ่งเข้าสู่บริเวณจตุรัสเซนต์ เจมส์สองพี่น้องคาร์เลตั้นตื่นตาตื่นใจกับอาคารเล็กๆ ที่รายเรียงกันอยู่เป็นแนวตรงจตุรัส อาคารทุกหลังล้วนก่อด้วยอิฐแดงสูงหลายชั้น รายเรียงเคียงข้างกันไปโดยตลอด มีรั้วเหล็กดัดสีดำแบ่งส่วนของอาคารแต่ละหลังออกจากกัน“บ้านประเภทนี้เรียกว่าเทอเรซ...โฮม” ผู้ทำหน้าที่มัคคุเทศก็พูดเป็นเชิงอธิบาย เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าบอกความแปลกใจของสองพี่น้อง “เจ้าของที่ก่อสร้างอาคารแบบนี้ขึ้น เขาจะแบ่งที่ดินออกเป็นผืนแคบๆ เพื่อที่จะได้สร้างอาคารเหล่านี้ได้มากยูนิตขึ้น และยังสามารถเพิ่มค่าเช่าได้อย่างมีเหตุผลอีกด้วย ผมเกรงว่าเวลานี้พวกเราชาวลอนดอนเห็นจะต้องวิ่งขึ้นลงบันไดเสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้เพราะราคาที่ดินแพงมาก ไม่สมควรจะสร้างบ้านหลังใหญ่ๆ โฮโถงหรูหราในเมื่อมีคนอยู่เพียงไม่กี่คน”รถม้ามาหยุดลงเบื้องหน้าประตูบ้านหมายเลขยี่สิบสามซึ่งประตูหน้าบ้านได้เปิดออกทันที ราวกับว่าคนที่อยู่ภายในรอเวลาที่รถม้าจะวิ่งมาจอดลงอยู่ก่อนแล้ว ทันใดสุภาพสตรีร่างท้วมเรือนผมสีแดงเจิดจ้าก็วิ่งลงบันไดมา“ฉันบอกแล้วใช่ไหมล่ะ ว่าเขาจะต้องมาถึงกันวันนี้” หล่อนหันไปร้องบอกทางเบื้องหลัง ก่อนจะวิ่งต่อมายืนหอบหายใจอยู่ข้างรถ รอยยิ้มกระจ่างแจ่มใสอยู่บนใบหน้ารออยู่จนเมื่อจอห์นพยุงร่างไอเรนี่กับเอ็มม่าลงจากรถเรียบร้อยแล้ว “อา...เธอคนนี้คงจะเป็นไอเรนี่...แล้วนี่ก็จะต้องเป็นเอ็มม่าแน่เลย” หล่อนทักทายผิดทั้งคู่ เนื่องจากไม่เคยเห็นตอนโตมาก่อน “หนูจำ ฉันนี่แหละคือญาติของแม่ผู้น่าสงสารของหนู ฉันชื่อเลดี้เฮสเตอร์ไงล่ะ แต่หนูจะเรียกฉันอย่างนั้นไม่ได้หรอกนะเรียกฉันแค่เฮสเตอร์อย่างเดียวก็พอแล้ว หรือไม่ก็...”“โธ่ เฮสเตอร์ ให้เขาหายใจหายคอกันก่อนเถอะ ตั้งแต่คุณจับตัวเขาไว้ สองคนนี่ยังไม่มีโอกาสพูดอะไรออกมาเลยสักค่ำ” ผู้ชายร่างอ้วนท่าทางสง่า เรือนผมเป็นสีเทาประกอบด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าอย่างคนใจดีก้าวลงมาจากบันได เมื่อเข้ามาหยุดอยู่ทางเบื้องหลังของเลดี้เฮสเตอร์ เขาก็ยิ้มอย่างเมตตา กับสองสาว “ฉันคือวิลเลียม เป็นสามีของญาติหนูนั่นแหละขอต้อนรับสู่ลอนดอนทั้งสองคนเลยนะหนู”“ฉันคือไอเรนี่ค่ะ” เธอบอก “และนี่คือน้องสาวค่ะชื่อเอ็มม่า” จากนั้นเธอก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของญาติข้างมารดา ได้รับจุมพิตอันอบอุ่นจากสองสามีภรรยา... ตอนที่เฮสเตอร์จับมือไอเรนี่ไว้จะจูงขึ้นบันไดนั้น หล่อนจึงได้เหลือบไปเห็นไบรซ์ แมนนิ่งเข้า“ตายจริง...ต้องขอโทษอย่างมากเลยค่ะ” หล่อนปล่อยมือจากไอเรนี่และก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว“คุณแมนนิ่ง” วิลเลี่ยม ด๊านซ์ฮอลแลนด์ยื่นมือไปให้เขาสัมผัสอย่างหนักแน่น “ผมเห็นจะต้องขอโทษแทนภรรยาด้วย เขากำลังตื่นเต้นที่ได้หลานมาอยู่ด้วยตั้งสองคน”“อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกครับ” แมนนิ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไอเรนี่รู้สึกขัดหู เธอยังมองเห็นแววขบขันปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาด้วย ขณะเขามองไปทางญาติเฮสเตอร์ของเธอเฮสเตอร์แก้ตัวด้วยการเชื้อเชิญให้เขาอยู่ร่วมดื่มน้ำชาด้วย แต่แมนนิ่งปฏิเสธ... อ้างว่าเขามีนัดหมายที่จะต้องทำ...ลึกลงไปในใจ ไอเรนี่ออกจะรู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อยกับการปฏิเสธของเขา แต่ก็ได้ตระหนักอยู่ว่าเธอกับน้องสาวได้ทำให้เขาเสียเวลามามากแล้ว แม้จะเป็นไปด้วยความไม่ตั้งใจก็ตาม แต่กระนั้นเธอก็ยังอยากให้เขาอยู่นานกว่านี้อยู่ดีเขายังคงอ้อยอิ่งอยู่นานพอสมควรจนเมื่อจอห์นกับคนรับใช้ในบ้านอีกสองคนยกข้าวของขึ้นไปเก็บบนที่นอนชั้นบนเรียบร้อยแล้ว เขาจึงได้กล่าวคำอำลาต่อเอ็มม่า สำหรับไอเรนี่เขายกมือเธอขึ้นจุมพิตพร้อมกับกล่าวว่า“ผมหวังว่าคงจะได้พบคุณอีกนะครับ คุณคาร์เลตั้น”“ฉันกับน้องต้องขอขอบคุณอีกครั้งค่ะ” เธอตอบอย่างสุภาพ“ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ สวัสดี” จากนั้นเขาก็หันไปกล่าวคำอำลากับสองสามีภรรยาด๊านซ์ฮอลแลนด์ แล้วจึงกลับขึ้นม้าออกจากบ้านไปเลดี้เฮสเตอร์หันมาหาหลานสาวทั้งสองร้องออกมาว่า“คุณพระช่วย ฉันคิดว่าเธอทั้งสองคนโชคดีมากทีเดียวนะที่ได้พบกับพ่อหนุ่มคนนั้น รู้ไหมว่าใครๆ ให้สมญานามเขาว่า ‘ลอร์ดลอว์เลสส์’ เชียวนะ และเขาก็เป็นที่หมายปองของพวกสาวๆ ในตลาดสมรสด้วย ที่จริงฉันกับเขาก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรนักหรอก แต่ต้องถือว่าโชคดีอย่างมากที่เขาได้ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือเธอทั้งสองตอนค่ำวันนั้น แถมเขายังช่วยคุ้มกันมาส่งถึงที่นี่อย่างเป็นการส่วนตัวอีก ช่างโรแมนติกเสียจริง” ดวงตาของเลดี้เฮสเตอร์เป็นประกายขึ้นกว่าเดิม ไอเรนี่มองเห็นได้ทันทีว่าญาติของเธอกำลังคิดวางแผนอะไรบางอย่างขึ้นในใจ“เอาละ เธอจะต้องเล่าให้ฉันฟังอย่างละเอียดทีเดียวนะ ว่าการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่มันเกิดขึ้นได้ยังไง ฉันอยากรู้เรื่องโดยละเอียดที่สุดจริงๆ ” หล่อนกล่าวย้ำ“ก็ไม่มีอะไรมากนักหรอกค่ะ คุณน้าเฮสเตอร์คะคือลอร์ด...เอ้อ...ลอร์ดลอว์เวสส์ได้เข้ามาช่วยชีวิตเราไว้ในคืนวันนั้น แต่ว่าเรื่องนี้มันก็ไม่ได้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรเลย หนูรับรองได้”“แต่...”“ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะ” ไอเรนี่ตัดบทอย่างสุภาพทำให้ญาติของเธอต้องเงียบเสียงไป “เขาปฏิบัติต่อเราอย่างสุภาพมากแล้วก็ให้ความอนุคราะห์แก่เราด้วยความมีน้ำใจของเขา เรื่องมันก็แค่นั้นแหละค่ะ”ความเงียบอันน่าอึดอัดบังเกิดขึ้น ในที่สุดเอ็มม่าก็เป็นผู้แก้ไขสถานการณ์ไว้“การเดินทางครั้งนี้มันต้องใช้เวลาเกินกว่าที่เราคิดไว้ในตอนแรกทีเดียวค่ะ คุณน้า หนูเห็นจะต้องขอประทานโทษที่อยากจะขอตัวไปพักผ่อนก่อน”“โอ ได้สิจ๊ะ แหม...ดูสิ ฉันนี่ทำไมถึงทำตัวเป็นคนไร้ความคิดอย่างนี้ไปได้นะ เข้ามาเลยจ้า เข้ามาเลย”พี่น้องสองสาวเดินตามเลดี้เฮสเตอร์เข้าไปในห้องโถงที่ใหญ่โตกว้างขวาง พื้นปูด้วยกระเบื้อง เหนือขึ้นไปบนศีรษะคือโคมระย้าสีทองประดับแก้วเจียระไน หลังจากนั้น วิลเลียมได้ขอตัวบอกว่าจะพบกับพี่น้องสองสาวตอนอาหารค่ำ จากนั้นก็ทิ้งเธอทั้งสองไว้กับเฮสเตอร์เพียงลำพังมันเป็นบ้านที่สวยงามน่าอยู่อาศัยมาก ภายหลังจากที่เลดี้เฮสเตอร์ได้พาหลานสาวทั้งสองเดินชมห้องต่างๆ หมดแล้วก็พาไปยังห้องนอนส่วนตัวของแต่ละคนที่จัดเตรียมไว้ให้“ที่ฉันจัดให้อยู่ห้องตรงกันอย่างนี้ก็เพราะเกรงว่าเธอจะเหงา” เฮสเตอร์บอกหลานสาวอย่างมีน้ำใจหลังจากส่งเอ็มม่าเข้าห้องส่วนตัวไปแล้ว เฮสเตอร์ก็พาไอเรนี่มาที่ห้องของเธอ มันเป็นห้องที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหรา ใช้สีฟ้าเป็นหลัก เครื่องเรือนที่มีอยู่ในห้องส่วนใหญ่เป็นแบบฝรั่งเศสที่ดูหรูกว่าที่เคยใช้อยู่ที่บ้านในชนบทมาก เตาผิงตั้งอยู่ตรงผนังฟากหนึ่ง ส่วนฝากตรงข้ามคือประตูแบบฝรั่งเศสที่เปิดออกสู่ระเบียงด้านนอกหญิงสาวคิดว่าเธอน่าจะมีความสุขภายในบ้านหลังนี้ได้ ห้องที่เลดี้เฮสเตอร์จัดเตรียมไว้ให้นี้หรูหราน่าสบายทีเดียว แต่กระนั้นไอเรนี่ก็ยังอดคิดถึงห้องส่วนตัวในบ้านหลังเก่าไม่ได้ไอเรนี่เดินไปเปิดหน้าต่างฝรั่งเศสและก้าวออกไปสูโลกแห่งความรื่นรมย์ ระเบียงภายนอกนั้นตระหง่านเงื้อมอยู่เหนือสวนดอกไม้ที่ติดต่ออยู่กับตัวบ้าน มีม้านั่งหินอ่อนรายเรียงอยู่เป็นระยะๆ มีศาลากลางสวนอยู่หลายแห่งที่จะนั่งพักเพื่อชื่นชมความงามของสวนไม้ดอกแห่งนี้ได้ ห้องที่ญาติผู้สูงศักดิ์จัดให้นี้ดูน่าสบายยิ่งขึ้น เมื่อสามารถมองลงมาเห็นสวนไม้ดอกสวยงามนี้ได้“ห้องนี้สวยมากทีเดียวค่ะ คุณน้าเฮสเตอร์ หนูคงไม่ต้องการอะไรยิ่งไปกว่านี้อีกแล้วล่ะค่ะ”“ฉันดีใจมากทีเดียวละจ้ะไอเรนี่ ฉันรู้ดีว่ามันเป็นความลำบากมากมายเพียงไรที่เธอกับน้องจะต้องอยู่โดยไม่มีพ่อแม่” หล่อนยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา “แต่นั่นแหละ บางครั้งเราก็ต้องรู้จัดตัดใจเสียบ้าง ไหนๆ เหตุการณ์มันก็ผ่านไปแล้ว เวลานี้เธอกับน้องก็มาอยู่ในลอนดอนแล้ว เธอควรจะรู้จักหาความสุขให้กับชีวิตของตนเองบ้าง ฉันตัดสินใจแล้วนะ ว่าจะพาเธอทั้งสองคนออกแนะนำให้รู้จักกับผู้คนในสังคม ฉันรู้ว่าพวกผู้ชายในกรุงลอนดอนจะต้องตื่นเต้นกับเธอทั้งสองมากทีเดียว”ไอเรนี่ยิ้มให้กับคำพูดของญาติผู้สูงศักดิ์อย่างสุภาพ เธอรู้ว่าทุกคำพูดของเลดี้เฮสเตอร์หวังเพียงจะให้เธอสบายใจขึ้นแต่ไอเรนี่ไม่อยากจะเชื่อว่าบรรดาชายหนุ่มในลอนดอนทั้งหลายจะหันมาคลั่งไคล้ใหลหลงในตัวเธอ ที่จริงน่าจะเป็นเอ็มม่ามากกว่า เพราะเอ็มม่าเป็นเด็กสาวที่สวยมาก