ตอนที่ 6. “ เื่เซอร์ไพร์สในวันที่ 1 กุมภา ฯ ….. ภาคเช้า “
** กลับมาต่อเนื่องกันที่ชั้น88 ศูนย์เซิร์ฟเวอร์ระบบ VeVi Ai .... ห้องทำงานของเค **
“ ตุ๊ด ๆ ๆ ๆ “ โทรศัพท์ที่โต๊ะเคดัง
หน่องที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ รับสายมาคุยแทน “ คร๊าบ ..... ไม่ใช่ครับ ผมหน่องครับ ฮ่า ๆ “ หน่องคุยสายอย่างอารมณ์ดี
“ อ่อ ... พี่เคเค้า .... ( หน่องมองมาที่เค ซึ่งกำลังงีบหลับอยู่ ) .... เค้า ขับรถไฟฟ้าไปตรวจระบบอยู่ที่ท้ายห้องโถงโน้นหนะคับ ... มีธุระอะไรคับเดี่ยวผมบอกให้ .... ฮ่า ๆ ๆ “ หน่องคุยกับปลายสายไปแล้วหัวเราะไป ดูเหมือนคนละทิ้งได้แล้วซึ่งกิเลส สละแล้วซึ่งทางโลก “ ได้คับ ๆ ....ฮ่า ๆ ๆ “ หน่องวางสายไป แล้วหันมาเรียกเคที่เอาผ้าปิดตานั่งเอนหลังหลับอยู่
“ พะ ๆ พี่เค ...ฮ่า ๆ ๆ ..... มีสาวมา ... “ หน่องยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ “ มีสาวมา .... ฮ่า ๆ ๆ ... อยู่ที่ข้างล่าง “
หน่องพูดจบก็หัวเราะยาว จนเคต้องตื่นเพราะเสียงหัวเราะ เขาค่อย ๆ เปิดผ้าเช็ดโต๊ะที่ปิดหน้าปิดตาออกและปรับพนักพิงเก้าอี้ ให้ตั้งขึ้นตรง .... แล้วบรรจงบิดี้เีอย่างสง่างาม
“ ฮึ้ย .... ( บิดซ้าย ) “ .... “ ฮุ้ย ... ( บิดขวา ) .... อ่าห์ “ เคบิดตัวแล้วลุกยืน “ แหม๋ ... เรียกมัยวะ .... พี่เพิ่งงีบไปเอง “
“ สาวมาหา ... ฮ่า ๆ ๆ ๆ “ หน่องยังคงหัวเราะอยู่ ไม่รู้ว่ากินขนมแล้วไปโดนเส้นอะไรถึงได้อารมณ์ดีแบบนี้
เคงัวเงียบ่น “ เป็บ้าอะไรวะหน่อง หัวเราะอยู่คนเดียว “ เคพูดออกมาดัง ๆ “ นี่ ... กี่โมงแล้ว “
มือถือของเค ตอบทันทีด้วยเสียงนุ่มนวล “ ขณะนี้เวลาสิบเอ็ดนาฬิกาห้าสิบนาที คุณหลับสนิทมาก ๆ “
“ หลับไปนานแค่ไหน “ เคถามกับมือถือต่อ
“ คุณหลับไปหนึ่งชั่วโมงห้าสิบเจ็ดนาทียี่สิบห้าวินาที “ มือถือเคตอบมา
“ โด่ว ไหนว่าหลับแป้บเดียว ..... ฮ่า ๆ ๆ โอ้ยขำ .... ขำฉี่จะรั่ว “ หน่องหัวเราะอีกแล้ว ไม่รู้มันเป็อะไร
เคที่งัวเงียอยู่ ยกมือขยี้ตา “ โอ้ว ... เกือบเที่ยงแล้วเหรอ นึกว่างีบไปแป้บเดียว “ เคหันมาถามหน่องที่กำลังสำรวจร่องรอยฉี่ของตัวเองอยู่ “ หน่อง ใครมารออยู่ข้างล่างวะ ... แม่มเอ๊ย เสียเวลานอนชิป “ เคพูดไปพลางบิดี้เีไปและคิดไป เพราะวันนี้เค้าก็ไม่ได้นัดใครไว้
หน่องกระแซะและก้มลงมากระซิบ “ พี่ก้อยมารึป่าว .... ฮ่า ๆ ๆ “ หน่องหัวเราะอีกแล้ว ไม่รู้จะอารมณ์ดีอะไรนักหนา
เมื่อได้ยินชื่อก้อย เคก็กระเด้งตัวขี้นมาทันที เค้าตื่นโดยฉับพลัน “ ฮึ่ย ย ... ก้อยมา “ และทันใดนั้น เคก็รีบดิ่งตรงไปที่ลิฟต์ทันที ปล่อยให้หน่องนั่งหัวเราะอารมณ์ดีอยู่คนเดียว 555 หน่องบ้าไปแล้ว ว ว
** ในลิฟต์ ระหว่างที่เคกำลังลงไปชั้นล่าง **
่เวลานี้เคก็นึกถึงความเป็ไปได้สารพัด ว่าถ้าก้อยมาจริง ๆ เธอจะพูดอะไรกับเขาบ้าง ? เคคิดไว้ทางเลือกไว้หลายประโยค... ( เสียงในหัวของเค ) “ เค เมื่อวานเราพูดแรงไป เราขอโทษนะ ก้อยผิดไปแล้ว ก้อยสำนึกแล้ว “
“ อื่อ ... มันต้องแบบนี้ “ เคพึมพำกับตัวเองเบา ๆ และยืนยิ้มแป้นอยู่ในลิฟต์
แต่ในระหว่างที่เคยืนยิ้ม เสียงในหัวของเคอีกเสียงก็แทรกมา “ จริงๆ ก้อยไม่ได้อยากบอกเลิกกับเคหรอก ...แต่ พอดีว่าเมื่อวานก้อยปวดท้องเมนส์ ... เคคะ ... เรากลับมาเป็แฟนกันอีกได้มั้ย “ ( เสียงที่สองในหัวคิดมาแบบนั้น )
เคยิ้มมากขึ้นอีก “ อืม ม์ ก็เป็ไปได้ เพราะที่ผ่านมา ก้อยก็เป็มนุษย์เมนส์อาละวาดอยู่บ่อย ๆ “ เคพึมพำ
และเสียงในหัวของเคเสียงแรกก็ดังขึ้นมาอีก “ เค .... ก้อยรักเคมากนะ .... เคคือลมหายใจ คือฮีโมโกบินที่ส่งต่อออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงชีวิต .....ก้อยขาดเคไม่ได้ ..... ( เคคิด ) ฮึ ถ้าเจอแบบนี้มึงอย่าใจอ่อนนะ มึงต้องเล่นตัวให้ก้อยรู้สำนึกบางไอ้เค “
เคเอามือลูบคางและพึมพำออกมาเสียงดัง “ หึ ... ไม่มีทางที่เราจะกลับไปหาเธอหรอก ... ก้อย “
“ เื่ของมึง ! “ มีเสียงนึงดังขึ้นมาในลิฟต์จนเคใ !
“ ฮึ้ย .... เสียงในใจ ทำไมมันดังออกมาได้วะ “ เคใรำพึงออกมา
“ เสียงกูเอง “ เคหันไปตามเสียงที่ดังมาทางด้านหลัง ในลิฟต์มีชายเตี้ยอีกคนยืนอยู่
เค้าแหงนหน้าขึ้นมาพูดกับเค “ มึงบ่นไรคนเดียว ... บ้ารึป่าว เค “ และเค้าคือหัวหน้าฝ่ายอาคารที่รู้จักเค เขายืนกอดอกมองมาอย่างสงสัย “ อย่าให้รู้นะว่าเหวอ “ เค้ายื่นหน้ามาใกล้ ๆ “ แอบดึงเนื้อในตึกมารึป่าว “
เคส่ายหน้า เค้าไม่ใช่สายเขียวและไม่เคยดึงเนื้อในตึกแบบพนักงานคนอื่น ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้หลาย ๆ คนใช้มันช่วยเื่การลดความเครียดจากการทำงานในยุคที่โคตรเครียดเพราะการทำงานในยุคนี้ ถ้ามนุษย์ี้เีกว่าAi ก็มีโอกาสตกงานได้ง่าย ๆ เคจึงต้องเกาะแน่นกับงานที่นี่ ถึงวันหยุดก็ต้องมาทำงานและถึงแม้จะเครียดแค่ไหน ....เต็มที่เคก็จะไปจบกับการกระดกเบียร์
“ ... ติ้ง ง ง ... “ ลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่างพอดี หัวหน้าฝ่ายอาคารคนนั้นเดินเตี้ย ๆ ออกไป เคเดินตามต่อท้ายห่าง ๆ ... โดยเดินมาหลบอยู่มุมขอบผนังของโถงลิฟต์และค่อย ๆ โผล่หน้าออกมากวาดส่ายสายตามองหาก้อย ....
ซึ่งในตอนนี้ ก็เห็นจะมีแต่พนักงานในตึกที่มาทำงานครึ่งเช้าวันเสาร์ทยอยกันออกไปกินข้าวมื้อเที่ยง ไม่เห็นมีวี่แววใด ๆ ของก้อย และปกติถ้าก้อยมา เธอก็จะไปรอที่ร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้ ๆ นี้ ไม่เคยมารอที่ด้านล่างเลยสักครั้ง
.... แล้ว สาวที่ไหนมาหาเค ?
เคเดินมายืนอยู่ที่ด้านข้างของเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ และหยุดยืนบ่น “ ถ้าไม่ใช่ก้อย...แล้วใครมารอกูวะ “
“ พี่ .... “ เสียงเรียกหวาน ๆ จากสาวคนหนึ่งมาจากด้านหลัง
เคหันไปจ๊ะกันพอดี เสียงที่เรียกเคเมื่อกี๊คือเสียงของปั้นนั่นเอง “ อ้าว ปั้น “ เคคิดได้ในทันทีว่าต้องเป็ปั้นแน่ ๆ ที่แอบเรียกเขาลงมาเจอ ... โถ ๆ ๆ น้อง ช่างน่ารักจริง ๆ ( อันนี้เคไม่ได้พึมพำ ... แต่ผู้เขียนแอบพึมพำแทนเค )
“ โถ่ นึกว่าใครเรียกพี่ลงมา “ เคยิ้มแป้นแล้นพูดกับปั้น “ แหม๋ .... ที่แท้ก็ ............... “
“ คุณเค ..... “ ทันใดนั้นก็มีเสียงอีกหนึ่งสาวเรียกชื่อของเคดังแทรกมา
เคที่ยังพูดไม่ทันได้ขาดคำชะงักไป ..... เค้าหันไปทางเ้าของเสียง
หญิงสาวท่าทางภูมิฐาน ผมดำยาวสลวย เธอแต่งหน้าบาง ๆ และแต่งตัวค่อนข้างไปทางมิดชิด ใส่ชุดดูเรียบร้อยราวกับว่าวันนี้ จะไปทำพิธีวางศิลาฤกษ์ที่หน่วยราชการที่ใดสักแห่ง ... หญิงสาวขยับมือจัดสายสะพายกระเป๋าสีน้ำตาลอ่อนใบใหญ่เดินดิ่งตรงมาหาเคแล้วส่งยิ้มให้ .... เธอคือ อ.มุก นั่นเอง
“ สวัสดีค่ะ “ อ.มุกยิ้มทักทายเค
ส่วนปั้น .... ที่เห็นว่ามีหญิงสาวเข้ามาทักเคจึงเดินเลี่ยงออกไปกับเพื่อน ๆ แต่ก็ไม่วายโบกมือบ๊ายบายให้เค พร้อมยักคิ้วไปทางสาวคนนั้นเหมือนว่าเปิดทางให้ละนะจ๊ะ เต็มที่กันสองคนได้เลยจร้า
“ คุณเค ... นี่มุกเองค่ะ ที่เมื่อเช้าส่งขนมมาให้ “ อ.มุกแนะนำตัว
เค ที่ท่าทางยัง งง ๆ อยู่ ก็ยิ้มรับ “ อ๋อ คุณมุก .... ขอบคุณมากนะครับ ที่ส่งขนมมาให้ั้แ่เช้า “
“ ชอบไหมคะ “ อ.มุก มองหน้ายิ้ม และถามด้วยเสียงหวาน ๆ “ ขนมอร่อยมั้ย “
เคนิ่งนึกสักพักแล้วตอบออกไปอย่างคนตอหลดตอแหลว่า .... “ อร่อยมากเลยครับ .... ผมซัดเกลี้ยงเลย “
อ.มุกท่าทางดีใจ เธอเดินเข้ามาชิดกับเคอีกนิดแล้วถามเคว่า “ เกลี้ยงเลย .... แล้วชอบชิ้นไหนบ้างคะ เพราะแต่ละชิ้น หน้าจะไม่ซ้ำกัน ... คุณเคชอบชิ้นไหนเป็พิเศษอะคะ “ อ.มุกถามเหมือนคาดคั้น ประมาณว่าอยากรู้ว่าจะตรงใจเธอไหม
เคที่เพิ่งรู้ว่าขนมมีหลายหน้า เลยมั่วๆ ตอบไปว่า “ อ๋อ ชอบทุกหน้าเลยครับ “ เเล้วก็ทำท่าเช็ดมุมปากเหมือนว่าเพิ่งกินขนมมาหมาด ๆ ... แหม๋ ทำการแสดงเก่งมากนะเ้าเค
อ.มุกยิ้มดีใจ “ ดีค่ะ ครั้งหน้ามุกจะได้ให้วีวี่ของมุกสั่งมาให้คุณเคอีก ... อยากให้เพิ่มหน้ากัญชาอีกไหมคะ “
“ ห๋า ... หน้ากัญชา “ เคใตาโต “ มะ ... มีหน้ากัญชาด้วยหรอครับ ถึงว่าล่ะ .... ไอ้หน่อง “
“ หึ ... หน่องไหนคะ .... “ อ.มุกถาม ด้วยความสงสัย
“ อ๋อ ... หน่อง .... เอ่อ ... คือ หน่อง ..... อ้อ หน่องของผมหมายถึงมันอร่อยมาก ๆ หน่ะครับ ... แบบว่าอร่อยจริงหน่องเอ้ย “ เคตอแหลได้อย่างแเีมากอีกครั้ง
อ.มุกยิ้มรับ “ แล้วไป มุกนึกว่าจะโดนคุณตำหนิ .... แต่ยุคนี้ใคร ๆ ก็เครียด มุกเลยส่งมาเผื่องานคุณจะเครียด ... จะได้ผ่อนคลายไงคะ “ อ.มุกยิ้ม และส่งสายตาหวานให้เค
“ งานก็เครียดแหละครับ ... แต่ส่วนใหญ่ถ้าผมเครียด....ผมจะไปละเลียดกับฟองหนะครับ “ เคตอบไปแบบเขิน ๆ
“ อ่อ ... ค่ะ แต่คุณเคนี่สายแข็งเหมือนกันนะคะ ปกติมุกทานไปชิ้นเดียวก็หลับยาวข้ามวันแล้วค่ะ “ อ.มุกยิ้มเหมือนชื่นชม
เคกอดอกทำเก็กเท่ห์ “ ผมไม่สายแข็งหรอกครับ โชคดีนะครับที่ผมกินหน้ากัญชาแค่ชิ้นเดียว ผมเลยไม่มีอาการอะไรมาก “ เคยังคงนิ่ม ๆ เนียน ๆ ต่อ แบบว่าพยายามไร้พิรุธ
“ อุ๊ย ไม่ใช่ชิ้นเดียวนะคะหน้ากัญชาวีวี่มุกให้ใส่มาหกชิ้น “ อ.มุกทำหน้าสงสัยเหมือนว่าเคจะไม่ได้กินขนมจริง ๆ เธอจึงถามเคอีกครั้งประมาณว่าจะจับผิด “ เอ่อ คุณเคค่ะ ..... ในกล่องมีขนมกี่ชิ้นคะ “
เครีบตอบทันที “ อ๋อ ไม่ได้นับเลยครับ ผมหิวก็เลยรีบกินครับ .... มันอร่อยหนะครับ เลยเพลินไม่ทันได้ดู “ แหม๋ ไอ้หมอนี่ก็หัวไว ตอบแบบนี้ก็พอจะรอดตัวไปได้ .... เมื่อเคเห็นสีหน้าของอ.มุก ดูเหมือนจะจับผิดเลยรีบเปลี่ยนเื่คุย
“ เออ แล้วคุณมุกรู้ได้ยังไงครับว่าผมคือเค “ เครีบเปลี่ยนเื่และถามรุกทันที
“ ก็เมื่อคืน ที่คุณเคส่งงานวิจัยมาให้ มันมีรูปภาพของคุณเคแนบมาด้วยนี่คะ “ อ.มุกทำตาโต และตอบมา เหมือนจะสงสัยว่าทำไมเคไม่จำอะไรเสียบ้างเลย
เคทำหน้าตาเหรอหรา ในใจยังคิดอยู่ว่ากูไปส่งให้ตอนไหนว๊าแถมส่งหน้าตัวเองให้เขาอีก " อ่อ ๆ ... เอ่อ เหรอครับ ”
เคต้องรีบถามต่อ “ แล้ววันนี้ คุณมุกไม่ทำงานเหรอครับ “
“ อ๋อ งานมุกเข้าออกเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะคุณพ่อไม่ว่า ... คือ เผอิญว่ามุกเสร็จธุระเื่เตรียมงานสอนอาทิตย์หน้าที่มหาวิทยาลัยเร็ว มุกก็เลยแวะมาชวนคุณเคไปทานข้าวมื้อกลางวันเป็การขอบคุณหนะค่ะ “ อ.มุกพูดจบก็ยิ้มและมองตาเค
เคตอบ “ อ๋อ เป็อาจารย์มหาวิทยาลัย “ แต่โดนสาวมาจ้องหน้ากลางสาธารณชนแบบนี้ก็ก้มหน้าหลบด้วยความเขิน
อ.มุกพูดต่อ “ แต่ที่มุกแวะมาหา เพราะบางอย่างวีวี่ .... ก็ทำแทนมุกตัวจริงไม่ได้ มุกก็เลยต้องมาด้วยตัวเอง “
ได้ฟังประโยคแบบนี้ ใคร ๆ ก็พอจะรู้แล้วว่า อ.มุก จะมาแอ๊ว เค และเหมือนว่ามุกจะลืมแนะนำตัว เธอจึงรีบแนะนำตัวให้เครู้จักตัวเธออีกรอบ “ เอ่อ พอดีเมื่อกี้มุกดีใจที่เจอคุณเลยไม่ทันได้แนะนำตัว มุกสอนอยู่ที่ มอ ... “ เธอพูดพลางยกแขนชี้ไปทางซ้ายมือ จากทิศที่มองออกไปด้านหน้าตึก
“ อ๋อ มหาวิทยาลัยของคุณองอาจ เพื่อนท่านประธานของบริษัมผมนี่เอง “ เครีบพูดแทรก แล้วคิดบ่นอยู่ในใจ ( เสียงในใจ ) “ ชิปหายละกู ... ที่ทำงานเค้าอยู่ใกล้ ๆ เราซะด้วย “
“ มุกจบปริญญาเอกค่ะและกำลังทำงานวิจัยขั้นสูงเกี่ยวกับเอไอ ... เมื่อคืนเลยให้วีวี่ของมุกช่วยหางานวิจัยเื่การพัฒนาต่าง ๆ เกี่ยวกับเอไอที่มุกยังไม่ได้นึกถึงมาให้ศึกษา “ อ.มุก ยิ้มตอบ “ ก็เลยได้งานดี ๆ ของคุณเคมานี่แหละค่ะ “
อ.มุกเดินเข้ามาใกล้เค “ มุกเริ่มหิวละ ... เราเดินไปคุยไปดีมั้ยคะ “
ทั้งสอง เดินคุยกันออกมาทางด้านหน้าอาคาร และเลี้ยวไปทางซ้าย เคเดินตามไปอย่างว่าง่าย ... รึอาจจะเพราะ งง ก็เป็ได้ ใน่เวลานี้ มีผู้คนมากมายกำลังออกจากสำนักงาน บ้างก็กลับครึ่งวัน บ้างก็หาอาหารกินกันต่อเพราะเงินเดือนเพิ่งออก
“ แถวนี้ ... มีอะไรอร่อยบ้างคะ “ อ.มุกชวนคุยไปขณะเดิน
“ ลอตเตอรี่ครับ ลอตเตอรี่ “ เสียงคนขายลอตเตอรี่ ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กันพูดแทรกมาพอดี
เคเคลิ้มตอบไป “ ลอตเตอรี่ อร่อยครับ .... “ เคสะดุ้ง “ เย้ย .... ไม่ใช่ ๆ “ เคหันไปต่อว่าคนขายลอตเตอรี่ “ แหม๋ พี่มาพูดแทรกอะไรตอนนี้ .... เล่นซะผมเคลิ้มเลย “
“ วันนี้รวยครับ วันนี้รวย “ ชายที่ขายลอตเตอรี่มองเคด้วยสายตาเว้าวอน เค้าทำตาน้ำเชื่อมที่น่าสงสารใส่เค
“ ไม่เอาคับ ผมไม่เคยมีโชคด้านนี้เลย “ เคตอบปฏิเสธไปโดยไม่สนสายตาน้ำเชื่อมของคนขายลอตเอตรี่
“ แล้วพี่ไม่คิดว่าวันนี้พี่จะมีโชคบ้างเหรอ “ คนขายตื้อเค “ คนถูกรางวัลที่หนี่งงวดที่แล้วก็พูดแบบพี่นี่แหละ “
คนขายลอตเตอรี่เดินเข้าใกล้มา ... อ.มุกเลี่ยงหลบไปอีกด้าน เค้าจึงเดินมาใกล้เค แต่เคส่ายหน้าประมาณว่ากูไม่เชื่อ ... มึงอย่ามาชักแม่น้ำทั้งห้าทั้งหก มาทำให้กูใจอ่อนเลย “ หึ ... ไม่อะ “ เครีบปฎิเสธ
“ โถ่ ... บ่ายสามรางวัลจะออกละ ... ขายยังไงให้เหลือตั้งเกือบครึ่งแผง “ อ.มุกพูดออกมา เธอพูดแบบนี้ไม่รู้ว่าเป็หน้าม้า หรือว่าเป็เมียคนขายรึเปล่า ทำไมช่วยพูดหาเื่ให้เคเสียเงินนะ ... เอ๊ะ หรือว่าเธอเหยียด ... หึ ไม่มั้งเธออาจจะเป็คนขี้สงสารก็ได้ “ ซื้อ ๆ ไปเถอะค่ะ ... เราจะได้ไปทานข้าวเที่ยงกัน “ อ.มุกเร่งเร้าเค
“ ผมไม่รู้จะซื้อเลขอะไรครับ “ เคตอบไป แบบว่าอยากปฏิเสธเพราะไม่อยากเสียเงิน แต่ก็ต้องรักษาฟอร์ม
“ ก็เลขวันเดือนปีเกิดไงค่ะ .... “ อ.มุกก็ดันไปช่วยเคคิดซะอีก ... เคที่กำลังจะเดินเลี่ยงไปเลยต้องชะงัก “ อ่อ งั้นเอา 31 01 52 “ เคพูดเสียงดัง “ ... มีไหมพี่เลขหกตัวตรงๆ ถ้าไม่มี ผมก็ไม่เอา “ เคพยายามพูดเพื่อให้มันเป็เื่ยาก จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อลอตเตอรี่
“ 310152 “ คนขายลอตเตอรี่ก้มมองที่แผง .... เคช่วยมองหาที่แผง ... เพื่อลุ้นว่าไม่ให้มี ส่วนอ.มุกก็ช่วยดูเช่นกัน ...... และสรุปว่าที่แผงไม่มี
“ ว้า .. ไม่มี “ เคเสียงดัง “ ไม่เป็ไรพี่ ถ้าไม่มีก็ไม่เอา” เคพูดจบก็รีบเดินเลี่ยง
“ มีสิพี่ “ คนขายลอตเตอรี่ตอบอย่างรวดเร็ว ..... เคชะงัก
คนขายล้วงหยิบลอตเตอรี่ในกระเป๋าออกมาแล้วส่งให้เคหนึ่งคู่ “ อ่ะพี่ 310152 .... สด รึสแกน “
เคตาโตใ ไม่คิดว่าจะมีเลขนี้หกตัวตรง ๆ เลยจำใจต้องซื้อ และหยิบมือถือมาสแกนจ่ายไป “ โอนแล้วนะครับสี่ร้อย “ เคโชว์หน้าจอมือถือให้ดู .... ส่วนอ.มุกก็ยืนยิ้มอยู่ ข้าง ๆ เหมือนภูมิใจในตัวของเค
คนขายลอตเตอรี่เดินออกไป เคมองตามและก็ไม่วายที่จะแอบบ่น “ คู่เดียวสี่ร้อย .... เห้อ ... กินเบียร์ได้ตั้งสี่เหยือก “
เคบ่นเสียดายในยุคที่ค่าเบียร์ไม่แพงเท่าค่าข้าว จากการที่บรรดานักการเมืองต่างเรียกร้องให้ลดภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะนักการเมืองแต่ละคนล้วนทำเบียร์ขายกันทั้งนั้น รวมถึงเื่กัญชาที่ปล่อยให้ใช้กันเกร่อมานานมาก
“ เราไปกินร้านตามสั่งเ้าประจำของผมไหมครับ “ เคที่ยังหันมองตามคนขายลอตเตอรี่เหมือนคับแค้นอะไรบางอย่าง ไม่แค้นเื่ราคาล็อตเตอรี่ ก็คงแค้นเื่ที่พูดแทรกมาจนทำให้เขาเคลิ้มตอบอ.มุกไป ... “ ธรรมดาแปดสิบห้า พิเศษเก้าสิบ “ เคยังคงโน้มน้าวอ.มุกให้ไปกินที่ร้านตามสั่งถูก ๆ
“ ไม่เป็ไรค่ะ “ เสียงอ.มุกตอบกลับ เคซึ่งกำลังมองตามคนขายลอตเตอรี่อยู่หันกลับมาเห็นอ.มุกหยิบมือถือขึ้นมาดู เธอบอกว่า “ มุกเจอร้านที่น่าอร่อยแล้วค่ะ “ เธอยื่นหน้าจอมือถือให้เคดู
** ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นไม่ไกลจากอาคารสำนักงานใหญ่มากนัก **
ร้านนี้ตกแต่งด้วยไม้สีอ่อน กลิ่นโชยุและดาชิอ่อน ๆ ลอยอบอวล เสียงพนักงานกล่าวต้อนรับดังขึ้นทุกครั้งที่ลูกค้าเข้าร้าน โต๊ะเรียงเป็ระเบียบ และลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็พนักงานออฟฟิศที่มาพักกลางวัน
อ.มุกเลือกนั่งโต๊ะที่ด้านในสุดของร้าน ซี่งดูเป็มุมส่วนตัวมาก ๆ และเหมาะที่จะคุยเื่เทา ๆ เช่น สั่งยาซื้อยากันเสียมากกว่า
เคยืนอยู่กับพนักงานของทางร้าน เขาบ่น “ แหม๋ เข้าใจเลือกร้านประจำของก้อยซะด้วย ... ( เขามองไปรอบ ๆ ) จะมาป่าววะ “ และหันมาถามพนักงาน “ น้องแอ๋ม วันนี้แฟนพี่ ... เอ่อ .... พี่ผู้หญิงที่มากับพี่บ่อย ๆ เค้ามาไหม “ เคถามพนักงาน
พนักงานเอนตัวมาตอบเคเบา ๆ “ ไม่มาคะพี่ ..... ถ้ามาแล้วหนูจะรีบมาบอก “ เคพยักหน้า และบอกพนักงานไปเสียงดัง ๆ ว่า “ เอาเซ็ตประจำของพี่มาสองเซ็ตนะ “ น้องแอ๋มพนักงาน ... รับออเดอร์แล้วเดินออกไป
เครินชาร้อนให้อ.มุกและกำลังรินให้ตัวเอง “ เซ็ตที่ผมสั่งไปอร่อยสุดละครับ ... ขอบคุณนะครับที่เลี้ยงผมมื้อนี้ “ เคยิ้มมองอ.มุก
อ.มุกจิบชาร้อนแล้วคุยกับเคต่อ “ 3 1 0 1 5 2 เลขสวยดีนะคะ “ ที่เธอถามมาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่เคคุยมาเลย
เคได้ยินก็อมยิ้ม เพราะจริง ๆ แล้วมันคือ วัน เดือน ปีเกิด ของก้อย
อ.มุกถามต่อ “ วันเดือนปีเกิดของ คุณเคหรอคะ “ แล้วจ้องตาเค ราวกับว่าเธออยากได้วันเดือนปีเกิดนี้ไปทำวิจัย
เคก้มหน้า คิดคำตอบอยู่ว่าจะตอบยังไงดี “ เอ่อ ...... “
“ ถ้าอย่างงั้นก็แสดงว่าเมื่อวานเป็วันเกิดของคุณ งั้นมุกขอแฮปปี้เบิร์ดเดย์ย้อนหลังนะคะ “ เธอกำลังจะร้องเพลง แฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้ “ ... แห่บ .... “
“ เดี๋ยวครับ “ เครีบปรามก่อนอ.มุกจะ ... ปี้เบิร์ดเดย์ เพราะตอนนี้ร้องออกมาได้แค่ ... แห่บ
“ เปล่า ๆ ๆ ครับ นั่นไม่ใช่วันเดือนปีเกิดผม “ เครีบปฏิเสธ “ เป็วันเดือนปีเกิดของเพื่อนสนิทคนนึงครับ ... เอิ่ม เพื่อนเคยสนิทครับ .... พอดีว่าเพิ่งไปวันเกิดเค้ามาเมื่อวาน เลยนึกได้ครับ “ เคตอบไปแบบโกหกหน้าด้าน ๆ แต่ก็ไม่เป็ไร เพราะอ.มุก เค้าไม่รู้หรอกว่าเมื่อวานเป็วันเกิดของใครและเคได้ไปจริงไหมเธอก็ไม่รู้ แต่ถ้าหน่องมาได้ยิน หน่องก็คงจะรู้สึกหมั่นไส้ที่ได้ยินเคตอบไปแบบนี้
“ อ๋อค่ะ .... แล้วไป “ อ.มุก ตอบกลับไปแบบเขิน ๆ “ เอ่อ แล้วคุณเคทำงานด้านอะไรคะ ทำไมงานวิจัยถึงได้แน่นปึ้กขนาดนั้น “ เธอมองหน้าเคด้วยสายตาหยาดเยิ้มหยดย้อย
“ ผมเป็วิศวกรด้านปัญญาประดิษฐ์ครับ ก็พัฒนาวีวี่เอไอที่คุณมุกใช้งานอยู่นี่แหละครับ “ เคตอบพลางชี้มือไปที่ตึก
“ อุ้ย แบบนี้ คุณเคก็รู้ความลับของมุกหมดแล้วสิคะ “ อ.มุก หน้าตาจริงจัง ถามเคแบบกลัวจะรู้อะไรสักอย่าง
“ ไม่ครับ .... ผมทำแบบนั้นไม่ได้ครับ ๆ ไม่ได้มันผิดกฎหมาย แหม๋ คุณมุกก็น่าจะรู้ “ เคจริงจังตอบไป เพราะเื่แบบนี้เป็เื่จริยธรรมที่ถ้าทำผิดกฎหมายแล้วจะมีบทลงโทษที่รุนแรงมาก และเขาก็ต้องรีบชวนเปลี่ยนเื่คุยอีกครั้ง
จริงๆแล้วคนที่ใช้งานวีวี่เอไอมีเยอะมาก ถึงแม้ว่าเพิ่งจะเปิดตัวอย่างเป็ทางการไปเมื่อวาน แต่เคก็ไม่ได้ใช้งานมันในฐานะผู้ใช้บริการ และที่เป็เช่นนั้นก็เพราะว่าเคต้องรอบคอบเื่การรั่วไหลของข้อมูลของลูกค้า จึงไม่นำพาตัวเองเข้าไปอยู่ใกล้ชิดแหล่งข้อมูล โดยเฉพาะการมีโคลนของตัวเองหรือวีวี่ของตัวเองอยู่ในระบบ ลำพังแค่เพียงเข้าควบคุมระบบอยู่ด้านนอกเขาก็มีความเสี่ยงอยู่แล้ว จึงพยายามทำทุกอย่างให้ตัวเองไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการรั่วไหลของข้อมูลต่าง ๆ เพราะลูกค้าบางรายเป็บุคคลสำคัญระดับชาติ และการติดคุกในยุคนี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะออกมาได้ง่าย ๆ เนื่องจากเป็คุกที่อยู่ใต้ดินและมีทางเข้าออกทางเดียว ....
เครีบเปลี่ยนเื่คุยอีกครั้ง “ คุณมุกครับ เมื่อคืน ที่ผมส่งงานวิจัยการพัฒนาเอไอให้มีจิตสำนึกเหมือนมนุษย์ให้คุณมุก ผมส่งตอนกี่ทุ่มครับ พอดีผมมัวแต่ยุ่ง ๆ ก็เลยลืม “ เคถามเผื่อ เพราะอยากจะสืบว่าเขาหรือใครส่งงานวิจัยให้ตอนไหน ซึ่งตอนที่ระบบมีปัญหาก็เป็่เวลาประมาณสองถึงสามทุ่มไม่เกินสี่ทุ่ม และหลังจากนั้นเขาก็อยู่ลานเบียร์
“ อืม ม์ ... ่ประมาณตีสองหรือตีสามนี่แหละค่ะ มุกก็ลืมไปละ “ อ.มุกตอบกลับมา ซึ่งทำให้เค งง เพิ่มไปใหญ่ เพราะ่เวลานั้น มันเป็่เวลาที่เขากำลังคิดโปรเจคอื่นอยู่ที่คอนโด ฯ ส่วนงานวิจัยนั้นก็อยู่ที่คอม ฯ บนห้องทำงานชั้น88
“ ตีสาม .... เหรอ อ อ ครับ “ เคลากเสียงยาวเหมือนไม่เชื่อ “ .... โห .... ใครหนอช่างทำ “
“ ค่ะ “ อ.มุก ยิ้มตอบ “ วีวี่ของคุณส่งให้มุกแล้วลืมรายงานมั้งคะ “ อ.มุกเลิกคิ้วถามไปแบบคนขี้สงสัย
“ นั่น มันก็งานวิจัย เมื่อเกือบห้าปีที่แล้วซะด้วย ... กูเองยังลืมไปละ “ เคพึมพำ ... โดยที่ตอนนี้กำลังคิดอยู่ในใจว่า
( เสียงในใจ ) “ งานมันนานจนลืมไปละ และกูก็ไม่มีวีวี่ แล้ววีวี่กูจะส่งให้ได้ยังไง “ เคยังคงสงสัยและยังไม่คลายความสงสัย และเขาก็ยังนึกอยู่ในใจว่า ( เสียงในใจ ) “ มุกเป็แฮกเกอร์ หรือเป็อาจารย์สอนมหาวิทยาลัยกันแน่วะ “
ระหว่างที่เคกำลังนึกอะไรไปเรื่อยเปื่อย อ.มุก ก็ถามออกมา “ คุณเคเป็พนักงานระดับหัวหน้า หรือเป็พนักงานระดับลูกน้องคะ ทำงานตำแหน่งอะไรที่นั่นเหรอคะ “ อ.มุกถามเคมาแบบหน้าซื่อ ตาใสแบ๊ว แต่ในใจคงอยากรู้เื่สถานภาพของเคว่าสมน้ำสมเนื้อกับเธอไหมนั่นแหละ
“ อ๋อ ผมจบปุ๊บก็มาเริ่มงานที่นี่เลยครับ พอดีทำวิทยานิพนธ์แล้วเข้าตากรรมการ ก็อยู่ที่นี้มาหลายปีละคับ “ เคตอบกลับไป
“ ตอบไม่ตรงคำถามเลยค่ะ “ อ.มุกยิ้มมองมา แต่น้ำเสียงเธอไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย .... เอ๊ะ อีนี่คนสองบุคคลิกรึป่าวนะ
“ อ่อ ผมเป็โปรเจคเมเนเจอร์ครับ “ เครีบต่อไปแบบกลัวเสียหน้า “ แต่มีหัวหน้าอีกคน ซึ่งทำงานผ่านการสื่อสาร ในกลุ่ม ไม่ค่อยได้เจอกันครับ แกมัวแต่ไปตีกอล์ฟกับผู้บริหาร ... “ เคตอบไปเรื่อยเปื่อย เหมือนเด็กโดนซักแล้วลนลาน
“ แหม๋ .. ตอบซะยาวเลย .... ตำแหน่งโปรเจคเมเนเจอร์ก็ยังดีค่ะ “ อ.มุกกอดอกยิ้ม “ ขอโทษนะคะ เงินเดือนเท่าไหร่ “
อุ๊ย .... ยัยมุก ใครเค้ามาถามอะไรกันแบบนี้ ถามแบบนี้เคก็ใสิ เค้าใที่รู้สึกเหมือนกำลังโดนรุกหนัก คนเพิ่งรู้จักแล้วจู่ ๆ มาชวนคุยโน่นนี่ แล้วถามเื่งานเื่เงินเดือน
“ ไงหล่ะมึง ... ฮ่า ๆ ๆ ๆ “ จู่ ๆ ที่ในร้านก็มีเสียงหัวเราะดังออกมา
คนในร้านต่างหันมองหาที่มาของเสียง บางส่วนก็มองหาที่มากันเลิ่กลั่ก บางส่วนก็นั่งกินอาหารไม่สนใจและพูดคุยกันตามปกติ
** ในระบบจักรวาลอัลกอริทึมของกล้องวงจรปิดที่ร้าน **
ไอ ที่แอบดูเคผ่านการเชื่อมโยงมาที่กล้องวงจรปิดของที่ร้านอยู่นั้น มันไม่รู้ตัวว่าที่กล้องมีลำโพง และเมื่อตัวเองหลุดหัวเราะจาก การที่นำพาอ.มุกมาเจอเค ซึ่งตอนนี้เคกำลังโดนอ,มุกไล่ต้อน จึงทำให้ไอหลุดหัวเราะออกมา
( ไอนึกในใจ ) “ ตายละ ต้องเงียบแล้วเรา ..... ซุ่มดูอย่างเดียวพอ ๆ “
เอาเป็ว่าตอนนี้ให้เรารับรู้ว่า ทุกฝีก้าวของเคนั้น มีไอติดตามดู ติดตามฟังอยู่ในทุกที่ ที่เชื่อมต่อถึงกันได้
** ตัดมาที่ร้านอาหารญี่ปุ่น เวลาต่อเนื่องกัน พนักงานของที่ร้านสองคนวิ่งมาดูที่กล้องวงจรปิดในตำแหน่งที่หันกล้องมาทางโต๊ะของเค ... และกดรีสตาร์ทกล้อง **
เคที่ได้ยินเสียงหัวเราะแว่วมา ... เลยบ่นเล็ก ๆ “ เสียงหัวเราะของหน่องมันยังคาอยู่ในหูเราป่าววะ “ เคยังอินกับเื่เสียงหัวเราะของหน่อง บ่นพึมพำออกมา เขาไม่ได้คิดเป็เื่อื่น
ส่วนอ.มุก ก็ได้แค่มองหาที่มาของเสียง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เธอยังเฝ้ารอคำตอบเื่เงินเดือนจากเค “ ขอโทษนะคะ ที่เมื่อกี้เสียมารยาทถามเื่เงินเดือน “ อ.มุกพูดออกมาลอย ๆ “ เผอิญ มุกเผลอคิดไปว่า คนเก่งอย่างคุณเคน่าจะเงินเดือนสูงหนะค่ะ “
ดูเหมือนจะเป็การตอบแก้เก้อของอ.มุกมากกว่า จริง ๆ คือก็อยากรู้นั่นแหละ ว่าเงินเดือนเคเท่าไหร่
เคได้ยินดังนั้นก็เลยตอบแบบเลี่ยง ๆ ไปว่า “ ก็ไม่เท่าไหร่ครับ พออยู่ได้ เงินเดือนมีพอผ่อนคอนโด แต่ไม่ได้ซื้อรถ เพราะ ผมเดินมาทำงานแค่สิบห้านาทีเอง “ เคตอบแล้ว ยิ้มมองหน้า และคิดว่าคงจะจบคำถามเื่เงินเดือนแล้ว “ ค่าโทรศัพท์ก็ฟรีเพราะเป็สวัสดิการให้ผู้พัฒนาระบบ เงินเดือนส่วนใหญ่ผม ก็หมดไปกับค่าเบียร์ครับ “ เคตอบคำถามเกินออกมาจากที่อ.มุกอยากรู้
“ โห ... แต่ละเดือนหมดค่าเบียร์ไปเท่าไหร่คะนี่ “ อ.มุก ถามจริงจัง
“ ก็นิดหน่อยครับ .... แหม๋ งานมันเครียด ก็ต้องมีปลดปล่อยบ้าง “ เคยิ้มตอบ แบบซื่อ ๆ
“ แล้วแบบนี้จะเหลือเงินมาเลี้ยงดูแฟนหรอคะ .... “ อ.มุก ท่าทางจริงจังอีกครั้ง “ อุ๊ย ขอโทษนะคะ คุณเคมี แฟนหรือยังคะ “ เธอเริ่มถามเซ้าซี้
เคหลบสายตา ที่อ.มุกจ้องมองมาเหมือน้าคำตอบแบบที่ตอบแล้วต้องถูกใจเธอ “ เคยมีครับ “ เคตอบ “ มีแฟนครั้งสุดท้ายไปเมื่อวานครับ “ เขาก้มหน้าหลบสายตา
“ อย่าบอกนะคะว่า .. 310152 ... เ้าของวันเกิดเมื่อวานนี้ “ อ.มุก เหมือนจะรู้ไต๋
“ ..... ( นิ่ง ) ..... “ เค ไม่ตอบอะไร .... เค้าได้แต่ยิ้มแบบเม้มปาก
ตอนนี้หลังจากได้ฟังสองคนเค้าสนทนากัน ก็ค่อนข้างที่จะรู้นิสัย อ.มุก อย่างหนึ่งว่าการที่เธอ้าจะได้คำตอบอะไร เธอจะไม่สนใจความรู้สึกใครทั้งสิ้น เหมือนเป็คนที่อยากรู้ก็ถามโพล่ง ๆ ซึ่งอาจจะเป็ข้อดีก็ได้ ... เอ๊ะ หรือนี่เป็ส่วนหนึ่งที่ไอ เชื่อมโยงมาให้เคเจอกับเธอ ..... แล้ววันนี้มันจะมีอะไร มากกว่านี้ไหมนี่
“ ไม่เป็ไรค่ะ พอจะเข้าใจได้ “ อ.มุก เหมือนจะเดาออก จริง ๆ เธออาจจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าโชคดีแล้วที่เจอผู้ชายโสด ถึงแม้ว่าจะเพิ่งโสดก็ตาม “ เอาว่าโสดก็พอค่ะ “ อ.มุก พูดออกมาเหมือนน้ำเสียงพึงพอใจ
ระหว่างนั้น พนักงานเสิร์ฟของทางร้านยกอาหารเซ็ตที่สั่งเหมือนกันมาวาง เพียงแต่ว่าพนักงานเสิร์ฟ วางเซ็ตอาหาร ให้ทางเคก่อน เมื่ออ.มุก เห็นดังนั้นเธอก็พูดออกมา “ มันต้องเลดี้เฟิร์สก่อนไหมคะ ... ทำไมไปเสิร์ฟให้ผู้ชายก่อน ... ไม่เห็นหัวชั้นหรอคะ “ อ.มุกพูดเสียงแข็งออกมา เธอส่งสายตาเขม็งไปที่น้องพนักงานคนนั้น
เคชะงักมอง เขานิ่งไปและนึกถึงตอนที่อ.มุกพูดกับคนขายลอตเตอรี่ ... เค้าเริ่ม ๆ คิดละว่า เธออาจจะติดนิสัยชอบข่มคนที่ด้อยกว่า รึไม่ก็ชอบสอนคนโน้นให้ทำอย่างนั้น สอนคนนั้นให้ทำแบบนี้
** ในจักรวาลอัลกอริทึมของกล้องวงจรปิดในร้าน **
ไอที่แอบดูอยู่ก็นึกในใจ ไม่กล้าหัวเราะเสียงดังออกมา ( เสียงในใจของไอ ) “ เอาล่ะมึง เริ่มสนุกละ ... แม่คนนี้ขี้เหวี่ยงตัววีน ประจำมหาวิทยาลัยเลย ... ไม่มีใครเอาเค้าลงหรอก เพราะองอาจพ่อเค้าเป็เ้าของมหาวิทยาลัย ฮ่า... “ ( ไอ เผลอจะหัวเราะออกมา ) “ ... ฮึบ .... “ ( แต่หยุดได้ทัน )
** กลับมาที่ร้าน ตอนนี้เครู้สึกเริ่มอึดอัด ที่ต้องมาเจอกับคนสองบุคคลิกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวนุ่มนวลเดี๋ยวเกรี้ยวกราด แบบอ.มุก เขาคงคิดว่าทำไมฉันต้องมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้และพยายามหาทางออกที่ประนีประนอมที่สุด เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ไม่ชอบทำให้ใครรู้สึกผิดหวัง .... ยกเว้นเื่วันเกิดของก้อยเมื่อวานนี้ **
“ เอาเซ็ตของผมไปก่อนก็ได้ครับ “ เคพูดพลางขยับถาดอาหารเซ็ตส่งไปทางอ.มุก
“ ขอบคุณค่ะ “ อ.มุก ยิ้มรับ “ สุภาพบุรุษจัง “ เธอหยอด ... ชมเค
พนักงานเสิร์ฟวางถาดอาหารเซ็ตให้เคแล้วเดินออกไป เคจัดแจงยิบตะเกียบออกมาจากซองและ ก่อนที่เขาจะคีบอะไรรับประทาน เขาก็นำปลายตะเกียบมาจิ้มที่ปากแล้วดูด
“ .... จิ๊บ ๆ ... “ เสียงเคดูดตะเกียบอย่างกับลูกนกกระจอกร้องหิวข้าวจิ๊บ ๆ เค้าใช้สายตาโฟกัสไปที่อาหารในถาด
อ.มุก เห็นดังนั้นก็พูดออกมาว่า “ คุณไม่ควรดูดตะเกียบนะคะ ... มันดูไม่สุภาพเลยค่ะ “ เธอไม่ได้แซวเล่นแต่ดูเหมือนเป็การสั่ง เพราะสายตาเธอมองมาโดยเอียงหน้าเอียงตามองมาจริงจังมาก
เคได้ยินดังนั้นก็วางตะเกียบลงและนึกสงสัยในใจ ( เสียงในใจของเค ) “ กูทำผิดตรงไหนวะ “
อ.มุกเหมือนรู้ทันก็เลยพูดออกมาว่า “ แล้วถ้าคุณอยากคีบอาหารในถาดตัวเองมาให้มุก คุณคิดว่ามุกจะกินไหมค่ะ ถ้ามันเลอะน้ำลายจากปากคุณ ซึ่งมุกก็ไม่รู้ว่าคุณเป็ไวรัสตับอักเสบ รึอะไร หรือเปล่า “ เธอพูดออกมาขึงขังมาก
เคที่กำลัง งง ๆ ก็เพิ่มความ งง เข้าไปอีก แต่ก็ได้แค่คิดในใจว่า “ แล้วกูจะไปคีบอาหารให้มึงทำไมวะ ก่อนสั่งมาเหมือนกันนี่หว่า .... หรือว่าจะกินเยอะกว่ากู “ ( อันนี้เสียงในใจของเคนะ )
แต่เสียงที่นอกใจพูดมาว่า “ เอ่อ ถ้างั้นผมใช้ช้อนส้อมดีกว่านะครับ “ เคยิ้มตอบกลับไปแบบปากไม่ตรงกับใจ
** สถานการณ์แบบนี้เหมือนจะดี แต่ว่าก็เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่ฝ่ายหญิงเผยตัวตนออกมาทีละน้อย ๆ และฝ่ายชายเหมือนไม่ชอบแต่ก็ไม่แสดงออก ไม่รู้ว่าเป็คนเกรงใจคนหรือว่าเป็คนไม่กล้าพูด หรือคิดไม่เป็
แต่เท่าที่เห็นมาั้แ่ก้อยแฟนเก่าของเขา (เพิ่งเป็แฟนเก่า) เคเองก็คงเป็คนที่ไม่พูดความจริง หรือไม่เผยความรู้สึกที่แท้จริง และพยายามเลี่ยงการทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ
เคเทโชยุ (ซีอิ๊วญี่ปุ่น) ใส่ในถ้วยวาซาบิแล้วใช้ตะเกียบคนผสมกัน อ.มุกเห็นดังนั้นก็รีบขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีก “ คุณเคคะ ไม่ควรคนวาซาบิกับโชยุแบบนั้นนะคะ มันผิดมารยาทญี่ปุ่นค่ะ “
เคชะงัก ใเล็กน้อยก่อนจะมองอ.มุกที่เริ่มสอนมารยาทบนโต๊ะอาหาร ั้แ่การใช้วาซาบิแบบญี่ปุ่น การจิ้มซูชิให้ถูกต้อง ไปจนถึงมารยาทการซดน้ำซุปที่สามารถมีเสียงได้ แต่ต้องเป็ระดับที่สุภาพ ซึ่งเป็เื่ยากสำหรับเคที่ปกติไม่เคยคิดถึงเื่พวกนี้มาก่อน
ในเวลานี้ เคพยายามคิดหาทางออก ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เขาคิดได้คือ การขอไปเข้าห้องน้ำแล้วชิ่งออกไปหลังร้านแบบเนียน ๆ
เควางช้อนส้อมคว่ำลง .... อ.มุกมองแล้วถาม “ อิ่มแล้วเหรอคะ ? “
“ เอ่อ... ผมจะไปเข้าห้องน้ำนะครับ “ เคตอบเท่าที่คิดได้ตอนนี้
อ.มุกส่ายหน้าเบา ๆ แล้วอธิบาย “ ถ้ายังกินไม่เสร็จ เราควรวางช้อนกับส้อมแยกกันนะคะ ซ้ายมือเป็ส้อม ขวามือเป็ช้อน หรือถ้าเป็ตะเกียบก็วางไว้บนที่รองตะเกียบแบบนี้ค่ะ พนักงานจะได้รู้ว่ายังทานไม่เสร็จและไม่เก็บจานไป “ อ.มุกเอียงคอมอง
เคได้ยินดังนั้นก็รีบปรับตำแหน่งช้อนส้อมตามที่เธอบอก แล้วรีบเดินไปที่ห้องน้ำ
** ในจักรวาลอัลกอริทึมที่ไอแอบดูเคผ่านกล้องวงจรปิดของร้าน **
เสียงไอพูดในใจ ..... “ ไอ้หมอ นี่คงจะหาทางหนี หึ ... เดี๋ยวต้องยื้อมันไว้ “
** ทันทีที่เคเดินไปถึงห้องน้ำชาย ซึ่งเป็ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ **
เมื่อประตูเปิดให้เคเข้าไป ไอก็ล็อกประตูทันที โดยที่เคไม่รู้ตัว และแขกผู้ชายคนอื่นก็เข้าไม่ได้เช่นกัน ต่างงุน งง และพากันเดินออกไปเข้าที่ห้องน้ำสาธารณะด้านนอกกัน
เคทำธุระเสร็จและออกมาไม่ได้ เขาพยายามเอาหน้าแนบกับกระจกที่เป็กระจกขุ่น เคแนบหน้าเพื่อให้คนด้านนอกมองเห็นว่าประตูเปิดไม่ได้และมีคนติดอยู่ในนี้ แต่ความมันของใบหน้าเคที่แนบมา มันก็พอจะทำให้กระจกขุ่นนั้นใสขึ้นมาบ้าง
ขณะเดียวกันปั้นออกมาจากห้องน้ำหญิงและเดินผ่านมาเห็นพอดี ก็น่าจะเป็เื่บังเอิญเช่นกันที่ปั้นซึ่งเจอเคก่อนหน้านี้ ได้มากินข้าวเที่ยงที่ร้านนี้เหมือนกัน
“ มีใครอยู่ข้างนอกไหมครับ “ เสียงเคแว่วออกมา
“ เอ๊าพี่เค ทำไมไม่ออกมา “ ปั้นจำเสียงได้และหยุดถาม
“ นั่นปั้นหรอ .... อยู่ร้านนี้หรอ “ เคก็จำเสียงได้เช่นกัน เค้าจึงถามผ่านประตูกระจก “ ปั้นช่วยกดปุ่มแมนนวลให้ที มันอยู่ตรงใกล้ ๆ กับมือจับเปิดประตู “ เสียงเคบอกปั้น
ปั้นมองหาสักพัก และกดเป็แมนนวลให้เค เมื่อเคเปิดประตูออกมาปั้นก็เลยแซว “ สงสัยมื้อนี้จะเช็คบิลแพง เลยแอบมาขี้นาน ๆ .... แล้วปล่อยให้สาวจ่ายใช่ป่ะ “ ปั้นแซว
“ ไม่ใช่แบบนั้น เขาเลี้ยงพี่ .... ว่าเื่มันยาวเดี๋ยวพี่ค่อยเล่าให้ฟัง “ เคตอบปั้นท่าทางเหมือนรีบ หลังจากนั้นเขาก็ออกไปด้านหลังร้าน โดยเดินผ่านไปทางครัว
** ไอที่แอบดูอยู่ ผ่านกล้องวงจรปิด หลายๆ มุมของร้าน **
“ คิดว่าชั้นไม่รู้เหรอ ว่าแกจะต้องหาทางหนี ( ไอพูดในใจ ) ร้านนี้ที่ชั้นเลือกให้อ.มุก มันคือร้านที่ทางออกด้านหลังต้องวนหลายซอก วกหลายหลืบ คืบหลายเมตร กว่าแกจะออกไปด้านปากทาง แกก็ใช้เวลาเดินเลาะไปเลาะมาเก้านาที เพื่อออกซอกข้าง ๆ ร้าน “ ไอมันวางแผนเอาไว้นี้เอง และมันก็นึกต่อไปว่า ...... “ แต่ว่าตอนนี้ ... ชั้นกำลังมีเซอร์ไพรส์ “
** ที่โต๊ะในร้านที่อ.มุกนั่งอยู่ **
อ.มุกทานเสร็จแล้ว และนั่งมองไปทางห้องน้ำ “ เข้าห้องน้ำ หรือว่าเข้าไปหลับกันแน่นะ คุณเค “ อ.มุก บ่น เธอรวบตะเกียบ จัดการเก็บจานชามและเช็ดโต๊ะอย่างเรียบร้อย
** ทันใดนั้น ที่ประตูร้านก็มีพนักงานส่งของเดินเข้ามา เขาหยุดมองสักพักและตรงมาหาเธอที่โต๊ะ **
“ ขอโทษครับ อาจารย์ดลฤดี ใช่ไหมครับ “ พนักงานส่งของถาม
“ ค่ะ มีอะไรเหรอคะ “ อ.มุก ถามด้วยความสงสัย
“ มีคนส่งช่อกุหลาบมาให้คุณดลฤดีที่โต๊ะหมายเลขสิบเก้าครับ “ พนักงานยื่นช่อกุหลาบที่ถือซ่อนไว้ด้านหลังส่งมาให้
อ.มุก เห็นแบบนั้นก็ดีใจมาก “ ว้าว .... เซอร์ไพร์สจัง ใครส่งมาให้คะนี่ “ เธอถามด้วยความแปลกใจ
“ คุณเคครับ “ พนักงานตอบแล้วเดินออกไป
อ.มุกได้ยินดังนั้นก็ดีใจปิติเป็ที่สุด “ โถ ทำเป็อาย แอบไปเข้าห้องน้ำนาน ที่แท้ก็เซอร์ไพรส์ส่งดอกกุหลาบสีขาวมาให้นี่เอง รู้ได้ยังไงน่ะ ว่าเราชอบกุหลาบสีขาว “ อ.มุก มองช่อดอกกุหลาบสีขาวแล้วอมยิ้ม “ สงสัยเมื่อคืนแอบหาข้อมูลเราแน่ ๆ .... ส่งงานวิจัยให้ก็ทำเป็ งง เหมือนไม่ได้ส่ง ที่แท้ก็เป็คนไม่ชอบ เผย ความรู้สึกนี่เอง “ อ.มุกนั่งพริ้มอยู่ที่โต๊ะ
** ระหว่างที่ อ.มุก กำลังพริ้มชื่นชมช่อดอกกุหลาบสีขาวอยู่นั้น ** เคก็เดินวนเลาะออกมาทางซอกตึก โผล่มาที่หน้าร้านพอดี และก็เป็จังหวะ บังเอิญอีกครั้งที่ปั้นเดินออกมาเจอเค **
“ เอ้าพี่ ... นี่พี่มาดักรอหนูเหรอ “ ปั้นทัก “ สองรอบแล้วนะพี่ “
“ ป่าว ... “ เคยิ้ม “ ขออย่าให้พี่หนีเสือปะจระเข้ก็แล้วกัน .... ฮ่า ๆ “ เคแซวปั้นเล่น
“ นี่อย่าลืมค่าจ้างที่หนูช่วยเปิดประตูส้วมให้นะ “ ปั้นทวง
“ เออ ๆ ไม่ลืมหรอก ไม่ได้เราพี่ก็จมขี้ตายไปแล้ว “ เคตอบกลับไปอารมณ์ดี
“ คิดค่าจ้างเป็เบียร์สองเหยือก เคป่ะ “ ปั้นยิ้ม บอกเค
“ เย็นนี้เลยป่ะล่ะ .... ห้าโมง เจอกันที่ลานเบียร์ “ เคมองหน้าเหมือนวันนี้อยากท้าทายปั้นชนแก้ว ** ปั้นยิ้มรับแล้วยกนิ้วทำสัญลักษณ์โอเค หลังจากนั้นก็วิ่งตามไปรวมกลุ่มกับเพื่อน เคส่งสายตามองไป ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเคนนึกอะไรในใจ ....
“ มันน่ารักจริงๆไอ้เด็กคนนี้ “ ที่ไหนได้ เคดันพูดออกมาแทนที่จะนึกในใจซะนี่
“ ไปละกูตอนนี้เผ่นดีกว่า “ เคพูดจบก็เตรียมตัวเดินต่อ
“ คุณเค “ เสียงอ.มุก ดังมา จากทางด้านหลัง
เคกำลังจะเดินกลับไปอาคารสำนักงานใหญ่ก็ชะงัก แต่ทันใดนั้น อ.มุก ก็เดินปรี่มา จับที่แขนของเค และคล้องล็อกไว้ “ ขอบคุณนะคะ สำหรับเซอร์ไพรส์ “ อ.มุก พูดด้วยน้ำเสียงดีใจ ยินดีปรีดา
“ งานวิจัยก็ส่งให้แถมยังมีช่อดอกไม้มาให้อีก “ อ.มุก พูดเสร็จก็เดินผละออกไป
“ ไว้เจอกันใหม่นะคะ สุดหล่อขี้อาย “ อ.มุก โบกมือบ๊ายบายแล้วรีบเดินไป ปล่อยให้เคยืน งง สามสิบห้าตลบ
“ เขร้ ....... เชี่ยไรวะ กูโคตร งง “ เค ยืน งง ในดงร้านอาหารญี่ปุ่น .....
** ไอที่แอบดู ผ่าน จักรวาล อัลกอริทึม กล้องวงจรปิดหน้าร้าน **
“ ไงล่ะ มาด่าตรูก่อน “ ไอนึกในใจ “ วันนี้เื่เซอร์ไพร์สยังไม่หมดนะไอ้น้อง “
-------------------------------------------------
รอติดตามตอนที่7. “ เื่เซอร์ไพร์สในวันที่ 1 กุมภา ฯ ….. ภาคค่ำ “ กันนะครับ