พลิกชะตาฟ้า คว้าบัลลังก์เซียน

    บทที่ 34 สั่งสอน

    บทที่ 34 สั่งสอน

    ยามราตรีเข้ามาเยือน แสงจันทร์อ่อนๆส่องสว่างภายในห้องของชายหนุ่ม

    เมื่อชายหนุ่มกลับเข้ามาในตำหนัก ตำหนักแห่งนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดอีกตามเคย เห็นเช่นนั้นชายหนุ่มจึงมุ่งตรงสู่ห้องที่ตนเคยพักอยู่พร้อมกับจัดการเก็บของในห้องจนดูสะอาดตา

    เมื่อทำทุกอย่างเสร็จชายหนุ่มจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงพร้อมหลับตาย่อยข้อมูลในสมองของตน

    “เรื่องราวที่ข้าพบในวันนี้มันมากมายจริงๆ” ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังคิดกับตัวเองและผ่อนคลายอารมณ์อยู่นั้น จิตสัมผัสของชายหนุ่มจึงขยายออกไปทั่วบริเวณตำหนักด้วยตัวเอง

     ในตอนนี้เองชายหนุ่มจึงพบว่าพลังชีวิตที่อยู่ในตำหนักนี้นั้น ยังมีอีกหนึ่งนอกจากตัวเขา และเจ้าของพลังชีวิตนั้นกำลังเข้ามาใกล้ห้องของชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

    เห็นสถานะการเป็นเช่นนั้นชายหนุ่มจึงแสร้งทำเป็นหลับ และใช้จิตสัมผัสดูการกระทำของคนผู้นั้นต่อไป ไม่กี่ลมหายใจต่อมาร่างร่างนั้นก็มาถึงหน้าประตูห้องของชายหนุ่มพร้อมกับค่อยๆแง้มประตูเปิดอย่างไร้เสียงและย่างก้าวเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ

    เมื่อร่างนั้นเข้ามาในห้องของชายหนุ่มและปิดประตูกลับอย่างช้าๆ

    เมื่อประตูถูกปิดลงกลิ่นกลายของสตรีจึงลอยมาเตะจมูกของชายหนุ่ม “สตรีงั้นรึ” สิ้นความคิดชายหนุ่มจึงค่อยๆเปิดตาของตนออกพร้อมกับมองไปที่สตรีเบื้องหน้า

    “หวงหลิงเอ๋อ เหตุใดถึงเป็นนาง” ในตอนที่ชายหนุ่มกำลังคิดอยู่นั่นเอง หวงหลิงเอ๋อที่เห็นชายหนุ่มกำลังมองมาทางตนจึงรู้ตัวได้ทันทีว่าถูกชายหนุ่มพบตัวแล้ว

    เมื่อเห็นเช่นนั้นนางจึงหันหลังกลับและเตรียมจะวิ่งหนีในทันที ทว่าเมื่อก้าวขาไปได้ครึ่งก้าวฝ่ามืออุ่นๆได้จับแขนของนางเอาไว้

    “นี่…แม่นางหลิงเอ๋อเหตุใดจึงเข้าห้องบุรุษในช่วงเวลาเช่นนี้ เจ้าคงไม่คิดจะมาทำอะไรข้าหรอกนะ”

    เมื่อรับรู้ว่าตนกำลังถูกบุรุษจับข้อมือของตนอยู่ ตัวนางก็แข็งทื่อไปครู่หนึ่ง ตั้งแต่เล็กจนโตตัวนางไม่เคยโดนบุรุษใดนอกจากบิดาที่เลี้ยงนางมาแตะต้องตัวมาก่อนเลย แต่เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มตัวนางจึงได้สติกลับมา

    “ใครมันจะอยากเข้าห้องของเจ้ากัน ขะ…ข้าก็แค่เปิดห้องผิดแค่นั้นเจ้าอย่าได้คิดไปไกลเชียวไม่งั้นเมื่อท่านพี่กลับมาข้าจะให้ท่านพี่สั่งสอนเจ้า” นางเอ่ยด้วยสีหน้าโกรธๆ

    ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นจึงยิ้มตอบ “เช่นนั้นขวดที่อยู่ในมือของเจ้านั้นคือสิ่งใด”

    เอ่ยจบชายหนุ่มจึงเอื้อมมือไปหยิบขวดแก้วที่มีของเหลวสีเขียวอยู่ข้างในมาจากมือของหญิงสาวโดยไม่ให้นางได้ทันตั้งตัว

    “ข้าคงต้องให้แม่นาง ช่วยไขความกระจ่างให้ข้าแซ่หลินเสียหน่อย ว่าของที่อยู่ในขวดนี้มันคือสิ่งใดกันแน่ ไม่เช่นนั้นข้าคงปล่อยเจ้าไปไม่ได้” ชายหนุ่มเอ่ยพลางส่งยิ้มไปให้หวงหลิงเอ๋อ

    ด้วยระดับฝึกยุทธ์ระดับขุนพลของหญิงสาวจึงไม่อาจที่จะหลบหนีจากชายหนุ่มได้ ความห่างชั้นของทั้งสองนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

    ในด้านของหวงหลิงเอ๋อ เมื่อถูกจับได้และไม่อาจหนีพ้นตัวนางเองก็กระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก แม้นางจะอ้างชื่อของพี่สาวไป ทางด้านของชายหนุ่มก็ไม่มีวี่แววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

    ตัวนางในตอนนี้ ตื่นตะลึงและรู้สึกเสียหน้าในเวลาเดียวกัน ทั้งๆที่ก่อนนางจะมานางได้ตรวจสอบพลังของชายหนุ่มไปแล้วแท้ๆ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าตอนนั้นชายหนุ่มมีระดับพลังแค่ระดับขุนพลระดับ7เท่านั้น แต่เหตุใดตอนนี้นางที่เป็นถึง ขุนพลระดับ9จึงถูกจับตัวจนไม่อาจจะหนีพ้นโดยจอมยุทธ์ระดับขุนพลขั้นต่ำกว่าได้ล่ะ

    “ไร้สาระ เจ้าอย่ามาปรักปรำข้านะ นะ…นั้นมันคือยาฟื้นฟูลมปราณของสำนักข้า ข้าก็แค่จะนำยานี้มาให้สาวใช้ของข้า”

     แต่เมื่อนางเอ่ยจบนางก็อยากจะร้องไห้เสียจริงๆ นางที่ตื่นตะลึงและมึนงงกับระดับการฝึกยุทธ์ที่แท้จริงของชายหนุ่มว่าเป็นระดับใดกันแน่ จึงได้แต่พ่นเรื่องไร้สาระออกมาโดยไม่รู้ตัว

    “แล้วมันจะมีสาวใช้ของข้าในนี้ได้อย่างไร แล้วข้าเข้าห้องนี้มาเพื่ออันใด เหตุใดปากข้าจึงพูดอะไรไม่คิดละเนี่ย” นางได้แต่บ่นอุบอยู่ในใจ แท้จริงแล้วยาในมือของนางนั้นคือยากำจัดสิ่งเจือปนในร่างกาย มักถูกนิยมใช้ในช่วงส่งคราม

     เมื่อจอมยุทธ์คนใดมีบาดแผลที่ส่งผลถึงภายในระดับหนึ่ง ก็มักจะใช้ยานี้เพื่อขับโลหิตที่เสียภายในร่างกายออกมา ทว่าหากจอมยุทธ์ที่ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บกินเข้าไป สิ่งนี้จะกลายเป็นยาถ่ายชั้นดีในทันที หากมีผู้ใดกินไปในตอนที่ร่างกายปกติ1-2วันคนผู้นั้นคงจะไม่ต้องทำสิ่งอื่นใดเป็นแน่

    และในตอนกลางวันที่ชายหนุ่มมีปัญหากับนาง นางจึงคิดจะหาทางเอาคืนชายหนุ่มโดยการผสมยานี้ในน้ำดื่มในห้องของชายหนุ่ม และเมื่อชายหนุ่มดื่มน้ำเข้าไปและยานั้นออกฤทธิ์ ตัวนางก็จะปรากฏตัวและเสนอ โอสถแก้ให้ชายหนุ่มโดยที่ชายหนุ่มจะต้องโดนนางแกล้งก่อนเสียหน่อย

    ทว่าแผนทั้งหมดนั้นตอนนี้ได้พังหมดแล้ว

    เมื่อเห็นหญิงสาวไม่ตอบและยังคิดจะหาทางหนี ชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นอีกทีพร้อมกับสร้างรอยยิ้มชั่วร้ายไปให้หญิงสาว “หากเจ้าไม่บอกข้า ข้าคงจะต้องใช้วิธีที่รุนแรงนิดหน่อยแล้วละนะ”

    เมื่อหญิงสาวได้ยินคำพูดของชายหนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มอันน่าขนลุก ในใจของนางก็เกิดอาการหวาดหวั่นไม่น้อย แต่จะให้นางยอมรับได้อย่างไรว่านางมาที่นี่เพื่อจะวางยาชายหนุ่มแถมยาที่จะวางใส่นั้นผลของมันที่จะมีต่อชายหนุ่มนางไม่มีทางกล้าบอกเด็ดขาด ถึงแม้มันจะไม่ได้อันตรายก็ตามที

    คิดได้เช่นนั้น หญิงสาวจึงสะบัดหน้าหนีพร้อมกับเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ปล่อยข้า ข้าก็บอกไปแล้วไงว่าข้าเข้าห้องผิด ข้ากำลังจะไปหาสาวใช้ของข้ารีบปล่อยข้าได้แล้ว เจ้าอย่าคิดจะมาฉวยโอกาสข้าเชียว” เอ่ยจบนางจึงสะบัดมือหวังจะหลุดพ้นจากมือของชายหนุ่ม แต่ท้ายสุดมือของนางก็ไม่อาจหลุดไปไหนได้

    ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่คิดในใจ “แม้อายุนางจะน้อยกว่าข้า แต่อายุจริงๆของนางก็ต้องเกิน100ปีแล้วเป็นแน่แต่เหตุใดจึงทำตัวเหมือนเด็กเสียคนเช่นนี้” สิ้นความคิดชายหนุ่มจึงเอ่ย

    “หากเจ้าไม่ยอมบอกความจริงกับข้า งั้นเจ้าก็จงกินโอสถเหลวอันนี้เสียเถิด ข้าจะได้รู้ว่ามันคือโอสถชนิดใดกันแน่” เอ่ยจบชายหนุ่มจึงดึงจุกออกพร้อมนำปากขวดโอสถมาวางไว้ที่ริมฝีปากของหญิงสาว ในตอนที่ยานั้นกำลังจะเข้าสู่ปากของหญิงสาวนั้นเองปากที่กำลังจะสัมผัสกับโอสถได้ ขยับและเสียงของหญิงสาวก็ดังขึ้น

    “ ก็ได้ๆข้ายอมเจ้าแล้วข้าจะบอกเจ้าทั้งหมดเลย” ผ่านไป1 ก้านธูปเมื่อหญิงสาวเล่าเรื่องทั้งหมด ตาของชายหนุ่มก็อดที่จะกระตุกไม่ได้

    “อายุเจ้าก็ไม่ใช่เด็กแล้วนะ เหตุใดจึงยังเล่นอะไรเช่นนี้อยู่อีก” เอ่ยจบชายหนุ่มจึงฟาดมือไปที่ก้นของหญิงสาวอย่างแรง

    หญิงสาวที่ถูกทำเช่นนั้นได้แต่นิ่งค้างไป ตาของนางได้แต่จับจ้องไปที่ชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ

    “นะ…นี่เจ้าตีก้นข้า” นางเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าแดงก่ำ “ข้าจะต้องให้ท่านพี่มาสั่งสอนเจ้าให้ได้ ท่านพี่ข้าช่วยเจ้าไว้แต่เจ้ากลับรังแกข้า” เอ่ยจบนางจึงกัดไปที่แขนของชายหนุ่มสุดแรง

    แม้ตัวของชายหนุ่มจะไม่ได้เจ็บอันใดแต่ก็ยอมปล่อยมือแต่โดยดี ตัวของชายหนุ่มเองก็ตกใจกับสิ่งที่ตัวเองทำเช่นกัน ด้วยความเป็นเด็กเสียคนของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหวจึงตีก้นของนางด้วยความหมั่นเขี้ยว

     หากตัวเขาไม่ทันสังเกตถึงการมาของนางและกินน้ำที่นางผสมโอสถนั้นเข้าไป ตัวเขาไม่อยากจะจินตนาการตนเองในสภาพเช่นนั้นเลย

    เวลานี้เมื่อหญิงสาวพ้นจากประตูห้องของชายหนุ่ม ตัวนางจึงหันกลับมาประสานตากับชายหนุ่มด้วยดวงตาที่น้ำตาคลอ “ขะ…ข้าไม่ยอมแค่นี้แน่ๆ เจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว” เอ่ยจบนางจึงรีบวิ่งหายออกไปจากตำหนักอย่างรวดเร็ว

    ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวพร้อมปิดประตูเตรียมจะพักผ่อนอีกครั้ง

    ทว่าชายหนุ่มก็นึกเรื่องสำคัญได้อีกครั้ง “เวลานี้ข้าไม่ควรจะมาพักผ่อนแล้ว ข้าจะต้องรีบสร้างวิชามรรคของตนเองให้สำเร็จและก้าวเข้าสู่ ราชันย์ยุทธ์ระดับสูงได้แล้ว”

    “เหลืออีกเพียงก้าวเดียวช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ข้าบรรลุ ระดับราชันย์ยุทธ์ตัวข้าก็เริ่มคิดค้นวิชามรรคของข้าไว้แล้ว หากไม่เกิดสงครามครั้งนั้นตอนนี้วิชามรรคนั้นคงจะสำเร็จแล้วเป็นแน่”เอ่ยกับตัวเองถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจ

    “เอาเถอะถึงอย่างไรตอนนี้ข้าก็มีเวลาแล้ว หากข้าทำความเข้าใจอีกเสียหน่อยข้าเชื่อว่าข้าจะสำเร็จได้โดยเร็วเป็นแน่”

    “โดยเฉพาะในดินแดนแห่งนี้ความเร็วในการฝึกยุทธ์และการทำความเข้าใจกฎสวรรค์ มรรคาต่างๆจะต้องเร็วขึ้นกว่าดินแดนถงเทียนอย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นตอนที่ข้าเข้าสู่ราชันย์ยุทธ์ระดับสูงข้าก็จะสามารถนำของสิ่งนั้นออกมาได้เสียที”

    สิ้นความคิด ชายหนุ่มจึงนั่งขัดสมาธิพร้อมกับเริ่มสร้างวิชามรรคของตนให้สำเร็จ เวลานี้เองเบื้องหลังของชายหนุ่มปรากฏสัญลักษณ์หยินหยางหมุ่นวนอย่างช้าๆ พร้อมกับปล่อยแรงกดดันอ่อนๆออกมา

    ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio

    จากผู้เขียน: ฝากกดใจหรือคอมเม้นท์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะขอรับ ขอบคุณครับ

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตาฟ้า คว้าบัลลังก์เซียน ที่คุณอ่าน