ใน่พลบค่ำจิ่วเยว่กลับมายังห้องพักและทันทีที่มาถึงเธอก็รีบเคาะประตูห้องของเซียวเยี่ยด้วยความตื่นเต้น“พ่อหนุ่มหน้ามนพี่หน้าบากหาช่างตีเหล็กในเมืองเฮยสุ่ยให้พวกเราได้แล้วนะ!”
“พวกเราไปซ่อมอุปกรณ์กันหน่อยเถอะ”
ในเมื่อเป็เื่สำคัญเซียวเยี่ยจึงรีบจัดแจงอุปกรณ์บนร่างให้เรียบร้อยก่อนจะเปิดประตูออกมา“ช่างอยู่ที่ไหน?”
เซียวเยี่ยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้จิ่วเยว่ค้อนขวับใส่เขาทีหนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ช่างก็ต้องอยู่ที่โรงหล่อของเขาสิ!”
“หรือนายคิดว่าเขาจะแบกสังขารมาซ่อมของให้ถึงที่นี่กันล่ะ? อีกอย่าง ที่นี่ก็ไม่มีเตาหลอมด้วย”
เมื่อหาโอกาสทำให้เซียวเยี่ยเสียหน้าได้จิ่วเยว่ก็เก็บงำรอยยิ้มที่มุมปากไว้ไม่อยู่ เธอเอื้อมมือไปดึงแขนเซียวเยี่ย“รีบไปเถอะ! พี่หน้าบากรอเราอยู่ข้างนอกแล้ว”
..........
ภายใต้การนำทางของชายหน้าบากเซียวเยี่ยและจิ่วเยว่เดินตัดผ่านตลาดมืดที่แสนคึกคัก จนกระทั่งมาถึงตรอกเล็กๆแห่งหนึ่ง
แว่วเสียงกระทบของเหล็กที่ดังกังวานใสมาแต่ไกลพร้อมกับเสียงลมจากเครื่องสูบลมที่ดังเอี๊ยดอ๊าดอาคารไม้สีดำขลับเบื้องหน้าที่เห็นก็คือโรงหล่อสรรพาวุธนั่นเอง
ภายในโรงหล่อมีชายชราเปลือยอกผู้หนึ่งนั่งอยู่หนวดเคราของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็สีขาวโพลนทว่ากล้ามเนื้อแขนกลับดูทรงพลังแข็งแกร่งผิดกับอายุเขากำลังเหวี่ยงค้อนเหล็กทุบลงบนก้อนเหล็กดิบอย่างประณีตบรรจง
“อาจารย์หลัน!”
ชายหน้าบากเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มนำไปก่อนทว่าช่างตีเหล็กเฒ่ากลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง หรือให้ความสนใจใดๆ
จนกระทั่งชายหน้าบากบอกว่าตนเองได้รับการแนะนำมาจากเถ้าแก่เนี้ยแห่งโรงเตี๊ยมไนติงเกลช่างตีเหล็กเฒ่าจึงหยุดมือจากการทำงานเขาเงยหน้าขึ้นพินิจพิจารณาชายหน้าบากครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น“จะตีของใหม่ หรือจะซ่อมของเก่า?”
ท่าทางของเขาอาจไม่ถึงขั้นเ็าแต่ก็ห่างไกลจากคำว่ากระตือรือร้นนัก
อย่างไรก็ตามชายหน้าบากผู้ไม่ยี่หระต่อสิ่งใดกลับไม่ได้ใส่ใจเื่เ่าั้เขาฉีกยิ้มกว้างพลางยื่นขวานั์ในมือออกไป “รบกวนอาจารย์หลันช่วยซ่อมแซมให้ผมหน่อยขวานเล่มนี้ฟันจนคมเริ่มบิ่นหมดแล้ว!”
ขวานั์ของชายหน้าบากมีความสูงเกือบเท่าตัวคนทว่าช่างตีเหล็กเฒ่ากลับรับมันไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวก่อนจะวางลงบนโต๊ะทำงานได้อย่างมั่นคง
ภาพที่เห็นทำให้เซียวเยี่ยตื่นตะลึงอยู่ในใจค่าพลังความแข็งแกร่งของช่างตีเหล็กเฒ่าผู้นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!
ช่างฝีมือเป็อาชีพสายสนับสนุนซึ่งโดยปกติแล้วค่าสถานะย่อมไม่อาจเทียบเคียงกับอาชีพสายต่อสู้ได้
ยิ่งไปกว่านั้นชายหน้าบากเองก็ไม่ใช่อาชีพสายต่อสู้ธรรมดาๆ!
แม้แต่ตัวเขาเองตอนที่ต่อสู้กับปูั์ก้ามปีศาจบนเรือยังต้องใช้สองมือกุมด้ามขวานั์เล่มนี้ไว้
แต่ช่างตีเหล็กเฒ่าที่อายุล่วงเลยกึ่งศตวรรษไปแล้วกลับรับขวานั์นี้ได้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดายเชียวหรือ?
ช่างตีเหล็กเฒ่าวางขวานั์ของชายหน้าบากลงบนโต๊ะพิจารณาดูอย่างละเอียดรอบหนึ่ง จากนั้นจึงใช้นิ้วลูบััแล้วเอ่ยขึ้น“เหล็กกล้าลายเมฆา ศิลาคมเหมันต์!”
ชายหน้าบากเบิกตากว้างทันทีพลางเอ่ยประจบ“สมเป็อาจารย์หลันจริงๆมองปราดเดียวก็รู้ถึงวัสดุที่ใช้หลอมขวานของผมแล้ว!”
ช่างตีเหล็กเฒ่ากลับตอบกลับอย่างเ็าว่า“เหล็กกล้าลายเมฆาน่ะที่นี่พอมีอยู่ แต่ศิลาคมเหมันต์ไม่มีแกไปหาซื้อมาจากตลาดมืดเอาเองแล้วกัน”
“ได้เลยครับ! ผมจะรีบไปซื้อเดี๋ยวนี้”
ชายหน้าบากรีบพยักหน้ารับคำก่อนจะสะบัดก้นวิ่งกลับไปยังตลาดมืดอย่างรวดเร็ว
ช่างตีเหล็กเฒ่าวางขวานของชายหน้าบากไว้ด้านหนึ่งจากนั้นจึงหันสายตามามองเซียวเยี่ยและจิ่วเยว่ พลางถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ“พวกเธอสองคนก็มาซ่อมอุปกรณ์เหมือนกันงั้นเหรอ?”
นิสัยประหลาดของคนแก่ตรงหน้านี้ทำให้จิ่วเยว่รู้สึกขยาดเล็กน้อยเธอรีบหลบไปอยู่ข้างหลังเซียวเยี่ยทันที พร้อมกับส่งสัญญาณให้เขาเริ่มก่อน
และจากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เซียวเยี่ยตระหนักได้ว่าคนแก่เบื้องหน้าคนนี้ต้องมีฝีมือที่แท้จริงแน่เขาจึงรีบวางกระบี่ราชันพระราชทานและโล่าพยัคฆ์ร้ายลงบนโต๊ะทำงานด้วยความเคารพ
“รบกวนอาจารย์หลันด้วยครับ!”
คนแก่คนนั้นใช้มือข้างหนึ่งจับด้ามกระบี่ราชันพระราชทานส่วนนิ้วมืออีกข้างเชยปลายกระบี่ขึ้นเบาๆ เพื่อพิจารณาคิ้วของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “กระบี่เล่มนี้มีกลิ่นอายของแคว้นโหลวหลันโบราณอยู่บ้างนะ!”
ประโยคเดียวนี้ทำให้ความเคารพในใจของเซียวเยี่ยทวีคูณขึ้นไปอีก!
กระบี่ราชันพระราชทานเล่มนี้ถูกนำออกมาจากสุสานแม่ทัพโหลวหลันจริงๆและช่างตีเหล็กเฒ่ากลับมองออกได้เพียงการมองเท่านั้น!
“ตัวกระบี่มีความเสียหาย แต่ไม่รุนแรงนักแค่ต้องใช้เหล็กกล้าชั้นดีมาหลอมและขัดเกลาใหม่ก็เพียงพอแล้ว”
ช่างตีเหล็กเฒ่าวางกระบี่ราชันพระราชทานลงด้านข้างอย่างแ่เบาก่อนจะหยิบโล่าพยัคฆ์ร้ายขึ้นมาทว่าเมื่อสายตาของเขาตกลงบนลวดลายขาวพยัคฆ์อันเป็เอกลักษณ์บนหน้าโล่แววตาของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็คมปราบดุดัน!
เขามองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซียวเยี่ยพลางถามเสียงเข้ม“โล่ชิ้นนี้ นายได้มันมาจากไหน!”
เซียวเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่งโล่าพยัคฆ์ร้ายใบนี้เขาได้มาจากการแลกเปลี่ยนในคลังอาวุธของเมืองซ่างจิง
ทว่าเกี่ยวกับที่มาของโล่ใบนี้เซียวเยี่ยเองก็พอจะรู้มาบ้างลายพยัคฆ์พิเศษนั้นคือสัญลักษณ์ของตระกูลช่างฝีมือชื่อดังแห่งเมืองไป๋หู่
ในตอนที่เขาเลือกโล่ใบนี้ในคลังอาวุธก็เป็เพราะเขาถูกใจจุดเด่นข้อนี้เช่นกัน
และช่างตีเหล็กเฒ่าเบื้องหน้าที่ฝีมือสูงส่งปานนี้ย่อมเป็คนเจนโลกคนหนึ่งแน่นอนว่าเขาต้องรู้จักสัญลักษณ์ของตระกูลช่างฝีมือชื่อดังนั่นแน่
แต่ไม่รู้ว่าเขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับตระกูลช่างฝีมือแห่งเมืองไป๋หู่กันแน่?
เป็ศัตรูหรือเป็มิตร?
“โล่าลายพยัคฆ์ใบนี้ ผมได้มาจากคลังอาวุธของเมืองซ่างจิงครับ”
แต่เซียวเยี่ยก็ยังคงตอบไปตามตรงเพราะวิธีการที่เขาได้โล่ใบนี้มานั้นโปร่งใสไร้มลทิน ไม่จำเป็ต้องปิดบังสิ่งใด
ส่วนช่างตีเหล็กเฒ่าจะมีความผูกพันอย่างไรกับตระกูลช่างฝีมือนั้นก็คงไม่เกี่ยวกับเขาอยู่ดี
“คลังอาวุธ...”
ช่างตีเหล็กเฒ่าเหม่อมองโล่าพยัคฆ์ร้ายอยู่นานพลางพึมพำในลำคอ “ไม่นึกเลย... ไม่นึกจริงๆว่าจะได้เห็นเ้าที่นี่...”
ช่างตีเหล็กเฒ่าดูเหมือนกำลังพูดกับโล่ใบนั้นอยู่?
เซียวเยี่ยไม่กล้าเอ่ยแทรกในทันทีส่วนจิ่วเยว่ที่อยู่ด้านหลังก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบข้างหูเขาเบาๆ“ตาแก่คนนี้พิลึกจริงๆ!”
เซียวเยี่ยขมวดคิ้วหันไปถลึงตาใส่เธอทีหนึ่งจิ่วเยว่ทำหน้าไม่ยอมแพ้พลางแลบลิ้นใส่ เมื่อเขาหันกลับมาอีกครั้งก็พบว่าช่างตีเหล็กเฒ่ากำลังเงยหน้าขึ้นพินิจเขาั้แ่หัวจรดเท้าแววตาที่เคยมึนตึงและเ็าเลือนหายไป แทนที่ด้วยความอ่อนโยนบางเบาบนใบหน้าที่ปราศจากรอยยิ้มมาเนิ่นนานนั้น เขาขยับปากเอ่ยกับเซียวเยี่ยอย่างฝืนๆว่า“พ่อหนุ่ม นายรู้ไหมว่าใครเป็คนสร้างโล่ใบนี้ขึ้นมา?”
เซียวเยี่ยตอบกลับโดยไม่เสียเวลาคิด“ลายพยัคฆ์ร้ายคือสัญลักษณ์เฉพาะของตระกูลช่างฝีมือชื่อดังในเมืองไป๋หู่ ผมเห็นจุดนี้เข้าพอดีจึงได้เลือกมันมาจากคลังอาวุธของเมืองซ่างจิงครับ”
ทันใดนั้นช่างตีเหล็กเฒ่าก็เบิกตาโพลง สีหน้าเปลี่ยนไปทันควันเขาถามเซียวเยี่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ในเมื่อนายเป็คนเมืองซ่างจิงทำไมไม่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นดีๆแต่กลับมาที่เมืองเฮยสุ่ยที่เต็มไปด้วยคนปนเปกับปีศาจเช่นนี้ล่ะ?”
เซียวเยี่ยเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะตอบอย่างฉะฉาน “ไมาว่าจะเมืองเฮยสุ่ยหรือเมืองซ่างจิงต่างก็เป็เมืองของมนุษย์เหมือนกันไม่ใช่หรือครับ?”
“หึๆ!”
ช่างตีเหล็กเฒ่าแสยะยิ้มทว่ารอยยิ้มนั้นกลับให้ความรู้สึกประหลาดพิกล เขาเอ่ยขึ้นว่า“พ่อหนุ่ม โล่าพยัคฆ์ร้ายใบนี้คือสิ่งที่คนแก่อย่างฉันคนนี้สร้างขึ้นมาด้วยมือตัวเองในสมัยที่ยังหนุ่ม”
“เวลาผ่านไปกว่า 40 ปีแล้วไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้พบมันอีกครั้งที่เมืองเฮยสุ่ยแห่งนี้!”