"อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊" เสียงเด็กน้อยดังแว่วมาจากทางไปป่าช้า
"เสียงเด็กที่ไหนดังแต่เช้าวะ" บุญล้อมสัปเหร่อของวัดที่สร้างบ้านไม้ขนาดเล็กอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณหลังวัดได้ยินเสียงขณะที่เขากำลังล้างหน้าล้างตาหลังจากตื่นนอนและเตรียมตัวไปช่วยหลวงปู่บัวบิณฑบาตร
"หรือหูแว่วแต่เช้าเด็กที่ไหนจะมาร้องแถวนี้" บุญล้อมพึมพำกับตัวเองเพราะไม่คาดคิดว่าจะมีเด็กมาอาศัยอยู่แถวนี้บ้านของเขาอยู่หลังวัดก่อนถึงป่าช้าเพียงไม่กี่ร้อยเมตร
"อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊" เสียงเด็กยังคงดังไม่หยุด
"ยังไงเสียแล้ววะ หรือเอ็งจะมาขอส่วนบุญ เออเดี๋ยวไปบิณฑบาตรกับหลวงปู่เสร็จข้าก็จะกลับมากรวดน้ำให้"
"อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊" คำพูดของบุญล้อมไม่ได้ทำให้เสียงเด็กเงียบหายไป
"ไหนไปดูหน่อยสิวะ ยังไงกัน" บุญล้อมเป็สัปเหร่อจอมขมังเวทย์เขาไม่เคยกลัวหากต้องเผชิญหน้ากับเหล่าิญญาหรือภูตผีปีศาจทั้งหลาย
เขาสาวเท้าเดินเร็วๆเพราะกลัวจะสายไปช่วยหลวงปู่ไม่ทันแต่ใจก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเสียงมาอย่างไร
เมื่อไปถึงป่าช้าเขาก็มองหันรีหันขวาหาต้นตอของเสียง จนกระทั่งมองเห็นห่อผ้าขาวที่ดุ๊กดิ๊กกระดิกไปมาได้อยู่ใต้ต้นกล้วยตานี
"อ้าว เฮ้ย นี่มันเด็กจริงๆนี่หว่า" บุญล้อมอุทานใพร้อมย่อตัวลงไปอุ้มเด็กขึ้นมา
"เอ็งมาจากไหนวะ หรือใครเอามาทิ้งไว้ ผู้หญิงเสียด้วย น่าเกลียดน่าชังจริงนังหนู ใครกันนะมันใจร้ายเอาเอ็งมาทิ้งได้ลงคอ"
"ไปๆเดี๋ยวไปหาหลวงปู่กัน" เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้วจริงๆเขาจึงได้อุ้มเด็กออกไป
............................................................................................................
"นมัสการครับหลวงปู่ วันนี้ถ้ากระผมไม่ไปบิณฑบาตรด้วยมีเด็กวัดคนไหนไปด้วยหรือไม่ครับ" บุญล้อมถามหลวงปู่
"ก็มีนะ เดี๋ยวให้ไอ้เ้าจ้อนมันไปช่วยก็ได้ ว่าแต่ทำไมหรือถึงไปไม่ได้ เอ้า!แล้วนั่นลูกเต้าเหล่าใครล่ะ" หลวงปู่เมตตาแต่ก็สงสัยว่าเขาไม่เคยที่จะไม่ไปช่วยหากไม่จำเป็เช่นไม่สบายจริงๆ หลวงปู่พูดพร้อมหันไปเตรียมบาตรไม่ทันสังเกตุในทีแรกว่าบุญล้อมหอบเอาอะไรมาในอ้อมแขนด้วย จนได้หันมาคุยอีกทีถึงได้สะดุดตาเข้ากับเด็กน้อย
"เนี่ยแหล่ะครับต้นเหตุที่ทำให้ขอตัวในวันนี้" บุญล้อมยิ้มแป้นให้หลวงปู่
"กระผมได้ยินเสียงเด็กมันร้องมาจากทางไปป่าช้าหลังบ้านกระผมโน่นแหน่ะหลวงปู่มองหาใครก็ไม่มี น่าจะพวกพ่อแม่วัยรุ่นไม่มีปัญญาเลี้ยงเอามาทิ้งไว้" บุญล้อมสาธยายเหตุการณ์ความเป็มาให้หลวงปู่ฟัง
"แล้วนี่หมายความว่าโยมจะเลี้ยงนังหนูนี่มันนะรึ"
"ก็คงต้องเป็อย่างนั้นครับหลวงปู่ เอ็นดูมัน จะว่าถูกชะตาก็ว่าได้ กระผมเองก็ไม่มีครอบครัวที่ไหนเลี้ยงมันไว้เอาบุญสักคนคงไม่เสียหลาย หลวงปู่ว่าไหมครับ" เขาหว่านล้อมให้หลวงปู่เห็นดีเห็นงามด้วย
"ในเมื่อวาสนามันมาสัมพันธ์กันแล้วถึงจะไม่ใช่สายเืก็ถือว่ามีบุญได้มาเป็พ่อลูกกันดีกว่าปล่อยให้เด็กมันเป็กำพร้าเสียเปล่าๆ" หลวงปู่เองก็เวทนาในตัวเด็ก
"ตัวยังแดงๆอยู่เลย ดีที่ไปเจอก่อนที่พวกมดพวกตัวเงินตัวทองจะมาคาบไป" ยิ่งพูดบุญล้อมก็ยิ่งสังเวชใจในชะตากรรมของเด็กน้อยผู้นี้
"ไปอยู่กับพ่อนะนังหนู" บุญล้อมโยกตัวไปมาเป็การกล่อมเขาเองก็เลี้ยงเด็กไม่เป็หรอกแต่อาศัยการได้เห็นคนเฒ่าคนแก่เห่กล่อมลูกหลาน
"ให้นังหนูมันชื่ออะไรดีครับหลวงปู่" บุญล้อมขอความเมตตาหลวงปู่ช่วยตั้งชื่อให้
“ขออาตมากลับจากบิณฑบาตรก่อนนะแล้วเดี๋ยวเรามาว่ากันเื่ชื่อลูกสาวคนใหม่ของเอ็งไอ้ล้อม ฮ่าๆๆ” หลวงปู่หัวเราะยิ้มให้ ซึ่งก็เป็ที่ชอบอกชอบใจของบุญล้อมไม่น้อยเลยทีเดียว
……………………………………