บทที่ 20 ถูกจับได้ (รีไรต์)
เื่แบบนี้จะไม่หารือกันในที่ประชุมพนักงาน เว้นแต่ว่าจะนำมาวิพากษ์วิจารณ์
ผู้อำนวยการโรงงานทั้งสองคนไม่ชอบวิธีนี้ พวกเขาจึงจัดการประชุมและวิพากษ์วิจารณ์เท่านั้น แต่ไม่เอ่ยชื่อใครทั้งนั้น
แต่หัวหน้าฉีจากสมาพันธ์สตรีเป็คนที่ทนเห็นไม่ได้ บวกกับมีหลิ่วกุ้ยเซียงอยู่ข้าง ๆ เธอจึงเรียกชื่อจางชุ่ยฟางออกมาโดยตรงต่อหน้าผู้คนหลายร้อยคนในโรงงาน
หัวหน้าฉีคิดว่าหลิ่วกุ้ยเซียงพูดถูก สำหรับแม่ที่ชั่วร้ายอย่างจางชุ่ยฟางที่ป้ายสีลูกคนเดียวของผู้สละชีพอย่างประสงค์ร้ายนี้แล้ว การปกป้องชื่อเสียงของเธอไว้จะเป็การทำร้ายหลินเนี่ยน
หากเื่นี้ไม่ได้พูดออกมาให้ชัดเจน ชื่อเสียงของหลินเนี่ยนจะไม่กลับคืนมา
หลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้จะยิ่งไปกระตุ้นความคิดของผู้คนได้ ซึ่งไม่ดีสำหรับหลินเนี่ยน
หลังการประชุม จางชุ่ยฟางและหวงเจี้ยนกั๋วถูกสำนักงานโรงงานหลักสอบสวน หวงเจี้ยนกั๋วเตือนจางชุ่ยฟางเงียบ ๆ ว่าเขาไม่รู้อะไรด้วยเลย เพราะมีแต่การที่เขาไม่รู้เื่ด้วยเท่านั้น ถึงจะรักษาตำแหน่งรองผู้อำนวยการไว้ได้
จางชุ่ยฟางเองก็เข้าใจเื่นี้
เมื่อมาถึงสำนักงานที่จัดเตรียมขึ้นชั่วคราว จางชุ่ยฟางยังคงเถียงว่าเธอไม่รู้
แต่หลิ่วกุ้ยเซียงมีฝีปากยอดเยี่ยม เธอถามว่าทะเบียนบ้านของหลินเนี่ยนอยู่ในมือของจางชุ่ยฟาง แล้วทำไมถึงบอกว่าไม่รู้
จางชุ่ยฟางไม่สามารถโต้แย้งได้
หัวหน้าหยาง คนรักของผู้อำนวยการจางออกมาพิสูจน์ว่าหลินเนี่ยนถูกทารุณกรรมมาเป็เวลานาน ร่างกายขาดสารอาหาร และมีรอยแผลเป็ทั้งเก่าและใหม่มากมายบนร่างกายของเธอด้วย
สุดท้ายจางชุ่ยฟางก็ยืนยันว่าเธอบังคับลูกสาวแท้ ๆ ของเธอให้ไปชนบทแทนลูกเลี้ยง และทำร้ายลูกสาวแท้ ๆ ของเธอมาเป็เวลานาน
และเพื่อปกปิดพฤติกรรมที่เลวร้ายของเธอ เธอจึงแพร่ข่าวลือเพื่อทำลายชื่อเสียงของลูกสาว หลังจากเื่ที่หลินเนี่ยนไปชนบทถูกเปิดเผย เธอก็จะให้เหตุผลว่า เพราะชื่อเสียงของหลินเนี่ยนไม่ดี จึงส่งหลินเนี่ยนไปชนบท...
หัวหน้าฉีถามเธอว่า หวงเจี้ยนกั๋วเกี่ยวข้องกับเื่เหล่านี้หรือไม่ แต่จางชุ่ยฟางปฏิเสธอย่างหนักแน่น
ทางฝั่งสำนักงานโรงงาน หวงเจี้ยนกั๋วไม่ยอมรับอะไรเลย เขาบอกว่าเขายุ่งอยู่กับงาน ไม่รู้จริง ๆ ว่า จางชุ่ยฟางดูแลเด็ก ๆ อย่างไร เพียงแต่ได้ยินจางชุ่ยฟางบ่นกับเขาบ่อย ๆ ว่าหลินเนี่ยนไม่เชื่อฟังและฝ่าฝืนวินัยอย่างไรบ้าง
แต่เขาจะบอกให้จางชุ่ยฟางอดทนทุกครั้ง เพราะหลินเนี่ยนไม่มีพ่อ หากจะนิสัยเสียบ้างก็พอเข้าใจได้
ทันใดนั้นจางชุ่ยฟางก็ถูกพาตัวเข้ามา
หัวหน้าฉีอ่านผลการสอบสวนต่อหน้าสาธารณชนรอบหนึ่ง หวงเจี้ยนกั๋วปั้นหน้าเป็ทุกข์และกล่าวหาจางชุ่ยฟาง “คุณเป็บ้าหรือไง ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าถ้าจะสอนลูก ให้ใช้วิธีโน้มน้าวเป็หลัก อย่าลงไม้ลงมือ!”
จางชุ่ยฟางร้องไห้โวยวาย “คุณไม่สนใจเื่พวกนี้สักหน่อยก็พูดง่ายสิ! อีกอย่างลูกบ้านใครบ้างที่ไม่ถูกตีน่ะ!”
“ยังมาบอกว่าฉันบังคับให้เธอไปชนบทอีก นั่นก็เพราะตระกูลหวงเลี้ยงดูเธอมาหลายปี ถึงเวลาที่เธอจะต้องตอบแทนบุญคุณบ้าง แล้วทำไมถึงเป็ความผิดของฉันล่ะ!”
ทันทีที่เธอพูดสิ่งนี้ออกมา ผู้อำนวยการจางก็โมโหจนะเิหัวเราะ เขาหยิบเอกสารออกมาแล้วส่งให้ทุกคน “ผมขอเตือนพวกคุณหน่อยแล้วกัน หลังจากที่สหายหลินฉางเจิงเสียชีวิตตอนนั้น เงินำาญของเขามีอยู่ไม่กี่ร้อยหยวน และได้ให้คุณไปหมดแล้ว จางชุ่ยฟาง!”
“ตอนนั้นทางโรงงานยังถามคุณว่า ถ้าคุณไม่แต่งงานใหม่ โรงงานจะเลื่อนตำแหน่งให้คุณสามระดับ และขึ้นเงินเดือนให้สามระดับ ซึ่งเพียงพอสำหรับคุณที่จะเลี้ยงดูหลินเนี่ยนจนโต”
“แต่คุณบอกว่า พวกคุณสองแม่ลูก้าคนดูแล คุณก็เลยอยากแต่งงานใหม่กับหวงเจี้ยนกั๋ว”
“โรงงานจึงย้ายคุณไปที่ฝ่ายสหภาพแรงงาน และเลื่อนตำแหน่งหวงเจี้ยนกั๋วให้เป็รองผอ. เงินเดือนของคุณเพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ ของหวงเจี้ยนกั๋วเพิ่มขึ้นสองระดับ และเงินเดือนที่เกินมาจะถูกใช้เป็ค่าเลี้ยงดูของหลินเนี่ยน นี่คือสิ่งที่คุณสองคนตกลงและลงนามกัน”
“จางชุ่ยฟาง คุณอาจลืมมันไปนานแล้ว แต่เอกสารในโรงงานยังคงอยู่และถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน!”
จางชุ่ยฟางใช้ชีวิตดีมานานเกินไป และเธอก็ลืมเื่นี้ไปแล้วจริง ๆ
หวงเจี้ยนกั๋วชี้ไปที่จางชุ่ยฟางและพูดอย่างเศร้าใจว่า “ทำไมคุณถึงบ้าขนาดนี้! คุณปล่อยให้เนี่ยนเนี่ยนไปชนบทเพื่อลี่ลี่ได้ยังไง!”
“การไปชนบทเป็นโยบายจากเบื้องบน การที่ยุวชนไปช่วยเหลืองานสังคมที่ชนบทเป็เื่ที่ดีมากอยู่แล้ว”
“ไม่ว่ายังไงลี่ลี่ก็ต้องไปชนบท!”
เวลานี้หวงเจี้ยนกั๋วไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเสียสละลูกสาวคนโตของเขา เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นเขาถึงจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าเขาถูกปิดหูปิดตา และยังจะช่วยยืนยันสถานการณ์ของเขาได้
เขาแสดงออกว่าสนับสนุนการไปชนบทของหวงลี่ลี่ และไม่เห็นด้วยกับการที่หลินเนี่ยนไปชนบทแทนหวงลี่ลี่!
จางชุ่ยฟางตกตะลึง
มาถึงจุดนี้ เธอก็ไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไร
ผู้อำนวยการจางได้นำใบรับรองจากไปรษณีย์ออกมาและส่งให้ทุกคน การเคลื่อนไหวของเขาได้ทิ้งะเิลูกใหญ่เอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัย
ทุกคนตกตะลึง
หลังจากที่หลินฉางเจิงเสียชีวิต สหายร่วมรบของเขาก็ส่งเงินและตั๋วไปให้หลินเนี่ยนตลอดทุกเดือน หลายปีมานี้ไม่เคยขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่เดือนเดียว!
ให้ตายเถอะ!
แบบนี้จางชุ่ยฟางยังมีหน้ามาบอกว่าตระกูลหวงเลี้ยงดูหลินเนี่ยนอยู่อีกเหรอ
เห็นได้ชัดว่าหลินเนี่ยนเป็คนเลี้ยงดูครอบครัวนี้อยู่ต่างหาก!
ในเวลานั้นหลินฉางเจิงมีสถานะพิเศษ เขาเป็สมาชิกของหน่วยรักษาความปลอดภัย แต่มีตำแหน่งทั้งในหน่วยรักษาความปลอดภัยและในโรงงาน เขาเป็ทั้งบุคคลในโรงงานและบุคคลในหน่วยรักษาความปลอดภัย
ในยุคพิเศษนี้ การจัดเตรียมพิเศษเช่นนี้ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก
เมื่อใบรับรองส่งไปถึงมือหวงเจี้ยนกั๋ว กระดาษบาง ๆ นั่นเป็เสมือนเหล็กร้อนที่แผดเผามือของหวงเจี้ยนกั๋วจนสั่นเทา
เื่นี้ถูกจับได้…
ได้ยังไง
จางชุ่ยฟางบอกว่าไม่เป็ปัญหาไม่ใช่เหรอ เธอกะเวลารอบุรุษไปรษณีย์ทุกเดือน และไม่เคยบอกให้ใครรู้ว่ามีคนส่งเงินให้พวกเขา
“นี่...จางชุ่ยฟาง คุณกล้ามากนะที่ไม่บอกเื่ใหญ่ขนาดนี้ให้ผมรู้!”
จางชุ่ยฟางเองก็ตกตะลึงเช่นกัน ใบหน้าของเธอซีดเผือดและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เสียงะโดุดันของหวงเจี้ยนกั๋วปลุกเธอให้ตื่น เธอร้องไห้และอธิบายว่า “ในครอบครัวอะไร ๆ ก็้าใช้เงิน เด็กทั้งสี่คนเปิดปากปุ๊บก็รอกินอย่างเดียว...ฉันจะทำอะไรได้ ไม่กล้าบอกคุณด้วย”
“ถ้าบอกคุณไป คุณต้องไม่ให้ฉันแตะเงินก้อนนี้แน่ ๆ...”
ทั้งคู่เริ่มแสดงละครอีกครั้ง
หลิ่วกุ้ยเซียงประชดไปสองสามคำ แต่ก็ไม่เป็ประโยชน์ จางชุ่ยฟางแบกรับความผิดทั้งหมด ส่วนหวงเจี้ยนกั๋วก็ปัดความผิดของตนอย่างสิ้นเชิง
สุดท้าย ผู้อำนวยการหวังจึงตบโต๊ะกล่าวว่า “โรงงานได้จ่ายค่าเลี้ยงดูของหลินเนี่ยนไปแล้ว ดังนั้นเงินและตั๋วที่คุณหยางต้งเหลียงส่งให้หลินเนี่ยน คุณต้องเอามาให้สำนักงานโรงงาน จากนั้นสำนักงานโรงงานจะส่งมันไปให้หลินเนี่ยนเอง”
จางชุ่ยฟางอยู่ในสภาพย่ำแย่ เธอจะมีเงินมากขนาดนั้นได้อย่างไร เธอจะเอาอะไรมาใช้คืน
ผ่านมาหลายปีขนาดนี้ เงินนั่นถูกใช้ไปกับตระกูลหวง หรือไม่ก็ใช้ไปกับบ้านครอบครัวฝั่งแม่ เมื่อไม่กี่วันก่อนก็ถูกนังเด็กเวรนั่นกวาดเงินไปมากกว่าหนึ่งพันหยวน ตอนนี้มีเหลือในมือเธอไม่มากแล้ว!
“ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย?”
“ฉันเป็แม่แท้ ๆ ของหลินเนี่ยน ฉันใช้เงินของเธอก็เป็เื่ถูกต้องอยู่แล้ว!”
“นอกจากนี้ ฉันให้เงินเธอไปแล้วพันหยวนเมื่อสองสามวันก่อน ตอนนี้ฉันไม่มีเงินแล้ว!”
หวงเจี้ยนกั๋วยืนขึ้นชี้หน้าต่อว่าเธอด้วยความโกรธ “คุณกลับบ้านไปตอนนี้เลยนะ ที่บ้านมีเงินเท่าไหร่เอามาให้หมด!”
“แล้วก็ตั๋ว ต้องคืนให้เนี่ยนเนี่ยนด้วย!”
จางชุ่ยฟางมองหวงเจี้ยนกั๋วด้วยความเหลือเชื่อ ดวงตาของหวงเจี้ยนกั๋วเ็าจนเธอตัวสั่น
ผู้อำนวยการหวังพูดขึ้นในขณะนั้นว่า “เอาแบบนี้ พวกคุณคืนมาก่อนสามพัน อีกห้าพันที่เหลือจะถูกหักออกจากเงินเดือนของพวกคุณ และครึ่งหนึ่งของเงินเดือนจะถูกหักและส่งไปให้หลินเนี่ยนทุกเดือน จนกว่าหนี้ก้อนนี้จะถูกชำระหมด!”
“ตั๋วก็เหมือนกัน จะหักออกครึ่งหนึ่งทุกเดือน...”
“ถ้าพวกคุณสองคนทำสิ่งนี้ไม่ได้ ก็หยุดทำงานแล้วกลับไปไตร่ตรอง คิดดูดี ๆ คิดได้เมื่อไหร่ค่อยมาทำงาน!”
เมื่อจางชุ่ยฟางได้ยินดังนั้น ดวงตาของเธอก็มืดลง เป็ลมล้มพับไปทันที
เวียนหัวจริง ๆ...
เธอไม่ได้เสแสร้งนะ
ในบัญชีของเธอเหลือเงินเพียงไม่กี่ร้อยหยวน สองพันที่เหลือ หวงเจี้ยนกั๋วเป็ผู้ออกให้แทน
ั้แ่ที่หวงเจี้ยนกั๋วแต่งงานกับจางชุ่ยฟาง เงินเดือนของเขาก็ไม่เคยถูกแตะต้อง มันถูกเก็บออมไว้ทั้งหมด
จางชุ่ยฟางเป็คนจัดการเื่อาหารและเครื่องดื่มเองทั้งหมด ถ้าเขาไม่มีเงินเมื่อไหร่ก็จะส่งสัญญาณให้จางชุ่ยฟาง แล้วเธอก็จะหาเงินมาให้เขา
หวงเจี้ยนกั๋วเก็บออมเงินได้ไม่น้อย แต่เขาก็รู้สึกเ็ปใจเช่นกันเมื่อต้องหยิบเงินออกมาทีเดียวสองพันกว่าหยวน!