3
ร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมนี้ดูน่าเกรงขามเืสูบฉีดทำให้หัวใจของผมกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง
“คุณเป็ใคร”ผมรีบถามขึ้น
ไร้ปฏิกิริยาใด ๆ จากชายหนุ่ม ไม่ใช่สิเขาดูค่อนข้างจะอายุเยอะแล้ว มีเพียงสายตาที่เพ่งมองมาทางผมอย่างน่าเกรงขามไร้เสียงใด ๆ ในชั่วขณะหนึ่ง ผมไม่กล้าที่จะละสายตาออกจากเขาไปได้ ราวเสมือนกับว่าถ้าดวงตาคู่นี้ละจากกันเมื่อใดต้องมีคนสิ้นใจเป็แน่ยิ่งท่ายืนกอดอกของเขาด้วยแล้วในตอนนี้ มีเพียงเหงื่อของผมเท่านั้นในตอนนี้ที่จะสามารถขยับไหลลงมาจากร่างกายได้อย่างอิสระ
“รีบลงจากเรือแล้วตามฉันมา”
เขาพูดเสร็จก็หันหลังเดินจากไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายหมอก โดยที่ไม่คิดจะตอบคำถามของผมเลยสักนิด
“เดี๋ยวคุณเป็คนเขียนข้อความในกระดาษนี้หรือเปล่า” ผมหยิบขวดแก้วยกขึ้นมาให้เขาดูเขาหยุดเดิน และค่อยๆ หันหลังมาช้า ๆ และมองดูผมด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็มิตรนักและเขาก็พูดขึ้นว่า
“ถ้าฉันตอบว่าใช่ล่ะ”
ไม่ทันให้ผมได้ถามต่อเขาก็หันหลังก้าวเดินต่อไป ผมไม่มีเวลามาคิดตัดสินใจได้นานจึงรีบตัดสินใจรีบลงจากเรือ และวิ่งตามเขาไป ผมหยุดชะงักและหันหลังไปมองขวดแก้วผมกำลังคิดว่าจะเอามันไปด้วยดีไหม แต่ผมไม่มีเวลามากพอที่จะมาหยุดคิดทบทวนพอหันไปทางชายคนนั้นก็เดินออกห่างไปแล้ว ผมจึงไม่ได้วิ่งกลับไปเอาััเท้าเปล่าของผมสามารถบอกได้ว่า ผมกำลังวิ่งอยู่บนพื้นดิน บรรยากาศรอบข้างขาวโพลนไปด้วยหมอกทำให้ไม่สามารถมองออกไปไกล ๆ ได้เท่าไหร่ ่เวลานี้ก็สายเต็มที่แล้วแต่หมอกก็ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ผมวิ่งตามมาได้ไม่นานนัก ก็เห็นเขายืนอยู่พอผมวิ่งมาถึงตัวเขา เขาก็พูดขึ้นว่า
“นายเป็คนพายเรือนะ”พอเขาพูดจบ เขาก็ลงไปนั่งบนเรือบดทันที
หมอกค่อยๆ เริ่มจางลง จนค่อยๆเห็นเรือบดลำนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น มีถุงสีขาวขนาดใหญ่พอประมาณ สี่ถึงห้าใบได้ในชั่วขณะนั้นในหัวของผมมันคิดได้อย่างเดียวเลยว่าในถุงใบนั้นต้องเป็ชิ้นส่วนอวัยวะต่าง ๆ แน่นอนเลยผมเห็นข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อวานก่อน ต้องใช้แน่ ๆผมกำลังจะถูกลักพาตัวไปขายอวัยวะ หรือไม่ก็ต้องถูกตัดแขนตัดขาแล้วถูกนำตัวไปนั่งขอทานอยู่ตามสะพานลอยเป็แน่ เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงรีบหันหลังให้โดยเร็ว เตรียมตัวที่จะก้าวเท้าวิ่งอย่างสุดกำลัง
“ลงมาเถอะในถุงพวกนี้คืออาหาร” เขาพูดขึ้น
ผมถึงกับต้องสะดุ้งอย่างแปลกใจทำไมชายผู้นี้ถึงได้พูดแบบนี้ขึ้นมา ในเมื่อผมคิดในใจไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใด ๆออกมาสักคำ ทำไมกัน เขารู้ได้ยังไงว่าเราสงสัยในถุงนั้น หรือแค่บังเอิญกันนะถ้างั้น
“คุณบอกผมเื่ของในถุงทำไมในเมื่อผมยังไม่ได้ถาม” เขาค่อยๆ หันหน้ามามองผม ด้วยสีหน้าที่ดูจะไม่พอใจนัก
“ก็นายสงสัยและกำลังจะวิ่งหนีไป”
คำพูดนี้ยิ่งทำให้ผมใมากไปกว่าเดิมเขารู้ได้ยังไงว่าผมคิดอะไร ไม่สิ หรือเขาแค่เห็นผมทำท่าเตรียมที่จะวิ่ง แต่ว่าเขาก็ไม่ได้หันมามองในตอนที่ผมกำลังจะวิ่งเลยด้วยซ้ำ เขาอ่านใจได้หรือ
“รีบลงมาบนเรือได้แล้วถ้าไม่อยากหิวตายอยู่บนเกาะแห่งนี้”
พอผมมาคิดดูดี ๆ แล้วั้แ่เมื่อวานผมก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย ในตอนนี้ผมมีทางเลือกสองทางระหว่างหนีไปซะ หรือจะยอมลงเรือไปกับชายแปลกหน้าคนนี้ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็แย่พอกัน ถ้าหนีไปก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนได้นอกจากลอยลำอยู่กลางทะเล แต่ถ้าลองเสี่ยงดู อย่างแย่ที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นความตายถ้าดีหน่อยก็คงเป็ขอทาน พอคิดได้ดังนั้นผมจึงก้าวลงเรือลำนั้นไปและในขณะที่ผมกำลังจะถามเขา
“พายตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว”เขาหันมาพูด
และเป็อีกครั้งที่ปล่อยให้ผมงุนงงแต่ยังไงผมก็เลือกไม่ได้ จึงได้ถามเขาขึ้น
“เรากำลังจะไปที่ไหน”
เขาหันมาแล้วค่อยๆยิ้มที่มุมปาก อย่างไม่น่าไว้ใจสักเท่าไหร่
“อนาคต”