ย้อนกลับไปเมื่อ 3 วันก่อน...
แม้ว่าสมิทธิ์จะสามารถหยุดยั้ง คราสคนทรงเทพแห่งความมืด จากการที่เขาพยายามทำให้โลกอยู่ในความมืดมิดได้แต่จากการใช้สายฟ้า อาวุธที่ได้จากเทพแห่งาก็ทำให้สมิทธิ์อยู่ในสภาพที่เหมือนโดนดูดพลังงานชีวิตไปจนเกลี้ยง
ตอนนั้นเองที่คราสฟื้นขึ้นมาและเกือบเอาชีวิตของสมิทธิ์และนิษฐาที่ไร้ทางสู้ได้ถ้าเขาไม่ตายเพราะเปลวไฟลึกลับจากคนทรงระดับ 2 ทั้ง 3 คนที่มาทีหลังไปเสียก่อน
สมิทธิ์ยังนอนสลบอยู่ในอ้อมกอดของนิษฐา เธอกอดเขาไว้แน่นสายตายังคงจับจ้องไปที่ร่างทรงระดับ 2 ปริศนาทั้ง 3 คน ผู้นำเปลวเพลิงเผาผลาญคราสจนจบชีวิตไปยังไม่รู้ว่าพวกเขามาดีหรือร้าย แต่ด้วยพลังที่พวกเขาแสดงให้เห็นนิษฐาที่เป็เพียงร่างทรงระดับ 1 และสมิทธิ์ที่ไม่สามารถใช้พลังของร่างทรงระดับ 2ได้ ไม่มีทางที่จะต่อกรกับพวกเขาได้เลย
รอบตัวยังไม่สว่างเต็มที่จากผลข้างเคียงของหมอกทมิฬทำให้นิษฐามองเห็นพวกเขาทั้ง 3 เป็เพียงร่างเงาเท่านั้น
“พวกเราคือร่างทรงของ 3 เทพสูงสุด” คนทรงคนแรกพูดขึ้นมาก่อนเสียงของเขาสดใสร่าเริงแบบหนุ่มวัยรุ่น
เขาคนนี้นั่งอยู่บนแผ่นแสงรูปร่างเหมือนจานกลมขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศขาข้างหนึ่งชันขึ้นมาเพื่อวางศอก อีกข้างหนึ่งปล่อยลงมาสบายๆ
คนทรงคนที่ 2 เหาะอยู่ตรงกลาง ร่างของเขาลอยอย่างช้าๆลงมายืนบนพื้น ตรงหน้าของนิษฐาและสมิทธิ์พอดี
“พวกเราได้รวมเอาเหล่าคนทรงระดับ 2 ฝีมือดีที่้ากำจัดฆาตกรสังหารหมู่คนทรงเมื่อ 10 ปีก่อน”
เขาคนนี้รูปร่างสูงใหญ่สง่างาม ดูดีมีราศีพอที่น่าจะเป็ผู้นำของทั้ง3 คน สิ่งที่โดดเด่นเป็เอกลักษณ์ที่สุดคือแผ่นแสงด้านหลังศีรษะที่แสดงว่าเขาคือคนทรงระดับ2 เป็รูปจันทร์เสี้ยว 2 วงซ้อนกัน
“ในนามของ ภาคีสหเทพ”คนทรงคนสุดท้ายเอ่ยขึ้น เสียงแหลมเล็กของเขาเหมือนคนสูงอายุ ฟังดูเหมือนพ่อมดแก่ในนิทานสักเื่หนึ่ง
พวกเขาทั้ง 3 คนน่าจะเตรียมแบ่งกันแล้วว่าใครจะพูดประโยคไหน
คนทรง (แก่?) คนนี้นั่งขัดสมาธิบนอากาศแผ่นแสงด้านหลังศีรษะของเขาไม่เหมือนใคร เพราะมีแผ่นแสงนั้นต่อเชื่อมลงมาเป็ผ้าคลุมยาวโบกสะบัดเหมือนม่านแสงบนท้องฟ้า
คนทรงคนที่ 2 ชี้มาที่สมิทธิ์ “เ้าหนุ่มนั่นสามารถใช้สายฟ้าซึ่งเป็อาวุธของเทพแห่งาได้”
“ข้า้าให้เขาร่วมมือกับเรา” เสียงอันเปี่ยมไปด้วยพลังของเขาทุ้มต่ำแต่ชัดเจน
นิษฐาจ้องมองไปที่คนทรงปริศนาแววตาของเธอยังไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“ไม่!” เธอปฏิเสธอย่างหนักแน่น
“ร่างทรงระดับ 1 อย่างเ้าไม่เกี่ยว!” คนทรงคนที่ 2ตวาดใส่นิษฐา
“อ้อ… ข้าจำเธอได้ นิษฐาหมอดูชื่อดังของเทวาลัยแห่งโชคชะตา” คนทรงคนแรกชี้มาที่นิษฐา ท่าทีของเขาดีใจเหมือนได้เจอกับดาราที่ชื่นชอบ
นิษฐาชินแล้วกับพวกแฟนคลับหรือคนที่เจอแล้วจำเธอได้ทั้งคนทั่วไปหรือแม้แต่คนทรงด้วยกัน ปกติเธอก็เป็มิตรดี แต่ในกรณีนี้เธอเลือกจะทำเป็ไม่สนใจ
“ทำไมจะไม่เกี่ยวในเมื่อเราเป็ผู้เปิดประตูเชื่อมต่อระหว่างเทพแห่งากับร่างของเขา ตามคำบอกของเทพีแห่งโชคชะตา”เธอต่อปากต่อคำกลับไป
“ยิ่งเราได้เห็นการกระทำของพวกเธอที่สังหารคนได้อย่างไม่ลังเลเราคงมอบสมิทธิ์ให้พวกเธอไม่ได้หรอก”
นิษฐากำลังพูดถึงสิ่งที่คนทรงทั้ง 3 ทำกับคราสพวกเขาสามารถจบชีวิตพวกเดียวกัน เพียงแค่เขาทำพลาดได้อย่างง่ายดาย แล้วจะไว้ใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะไม่ทำอย่างเดียวกันกับสมิทธิ์ ถ้าสมิทธิ์เข้าร่วมกับ... กับอะไรนะเขาพูดว่า ภาคีสหเทพ ใช่ไหม? องค์กรอะไรชื่อพิลึกจัง... นิษฐาคิด
“นี่เ้าอยากตายนักมากใช่ไหม!” คนทรงคนที่ 2ะโขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว ชี้ไปที่หน้านิษฐา ดูเหมือนว่าคนทรงคนนี้จะจุดเดือดต่ำเป็พิเศษเมื่อเทียบกับอีก2 คน
“ใจเย็นๆ ก่อน”เสียงแหลมเล็กเ้าเล่ห์พูดขึ้นมาจากด้านหลังของเขาเพื่อเตือนสติ “ถ้าสังหารผู้หญิงเขาอาจไม่ยอมเป็พวกเดียวกับเราก็ได้”
เมื่อได้ฟังเหตุผลจากปากของคนทรงคนสุดท้าย คนทรงคนที่2 ก็คล้อยตามและมีท่าทีอ่อนลง
“ก็ได้ ครั้งนี้พวกข้าจะกลับไปก่อน” คนทรงคนที่ 2ยอมเก็บมือที่ชี้หน้านิษฐาลงอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
เมื่อเขาผู้ซึ่งดูเหมือนเป็ผู้นำของคนทรงทั้ง 3คน พาร่างลอยขึ้นจากพื้น อีก 2 คนก็พร้อมล่าถอยตาม
“แต่พวกเราต้องได้เจอกันอีกแน่คนทรงของเทวาลัยแห่งโชคชะตา” เสียงแหลมเล็กของคนทรงคนสุดท้ายกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้อย่างมีเลศนัยก่อนที่ทั้ง 3 คนจะเหาะหายไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
