อีกด้านที่จวนสกุลผิง นายท่านใหญ่ผิงซีหวงก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนระงับสติอารมณ์ไม่อยู่เลยทีเดียว ผลการตรวจสอบเื่ภาษีก็ยังไม่ทันจะออกมา สกุลเซียวจะรอดหรือไม่รอดในครั้งนี้ก็ยังไม่รู้ แต่ถึงแม้เซียวซ่านจะพ้นคราวเคราะห์ไปได้ อย่างไรเขาก็ไม่คิดจะแสดงละครต่อไปอีกแล้ว
สกุลเซียวเป็ดังผีในตาหนามในเนื้อ (สำนวนจีนความหมายเดียวกับหนามยอกอก) ที่แย่งชิงความรักใคร่เอ็นดูจากผิงเก่อไปจากเขาั้แ่รุ่นพ่อจนถึงรุ่นลูก สกุลยากไร้ที่อาศัยบารมีสกุลผิงมาได้ดิบได้ดีจนทุกวันนี้จะมาดีกว่าเขาไปได้เช่นไร บัดนี้บุตรสาวตัวดียังจะอยากออกเรือนไปกับคนสกุลเซียวที่เขาคิดจะยุติความสัมพันธ์ด้วยในอีกไม่ช้า ทำให้ผิงซีหวงต้องข่มกลั้นโทสะเอาไว้จนสูงเทียมฟ้า
พ่อบ้านลี่จัดการส่งแขกออกจากจวนไปทีละคน พวกเขาเ่าั้ก็เร่งรีบออกจากจวนสกุลผิงกันไปอย่างกระตือรือร้น จะให้พวกเขานั่งซุบซิบบุตรหลานสกุลผิงอยู่ในจวนสกุลผิงก็ใช่ที่ ไม่สู้รีบออกไปชมดูความครื้นเครงที่หน้าจวนสกุลเซียว หรือไปรอฟังข่าวอยู่ในโรงน้ำชาน่าจะสนุกกว่าอยู่แล้ว
“เ้าจะมามัวฟาดหัวฟาดหางอยู่ที่นี่ทำอันใด รีบไปที่จวนสกุลเซียวเดี๋ยวนี้เลยสิ หากหลานสาวข้าแขวนคอขึ้นมาจริงๆ จะทำเช่นไร” ผิงเก่อตวาดลั่น
“ลูกไม่ให้นางแต่งเข้าสกุลเซียวเด็ดขาดขอรับท่านพ่อ เสร็จพิธีปักปิ่นนี้ก็คิดจะหมั้นหมายให้นางไปเสีย ไม่คิดว่านังลูกทรพีจะก่อเื่ใหญ่ขึ้นมาเสียก่อน”
“เ้าว่าอะไรนะ ไม่แต่งให้เซียวซ่งแล้วจะแต่งให้ผู้ใด ข้าก็หมายตาเซียวซ่งเอาไว้เนิ่นนานมาแล้วเ้าเองก็รู้”
ผิงซีหวงไม่รู้จะตอบคำถามผู้เป็บิดาเช่นไรดี เื่คดีของเซียวซ่านเขาก็ปิดบังผิงเก่อเอาไว้ เพราะหากบิดารู้ก็ย่อมคาดเดาได้ทันทีว่าเื่นี้เป็ฝึมือของเขาที่วางแผนการมาเนิ่นนาน ดีไม่ดีผิงเก่ออาจจะออกปากให้เขาหาหนทางช่วยเซียวซ่านด้วยตนเองอีกด้วย ซึ่งเขายังไม่เต็มใจ
“พวกเขาปฏิบัติต่อกันเฉกเช่นพี่ชายน้องสาว เื่นี้ผู้คนเข้าใจผิดกันไปก็เท่านั้นเองท่านพ่อ ข้าก็รักอาซ่งดังบุตรชายจะให้เขามาเป็บุตรเขยข้ายังทำใจไม่ได้หรอก” ผิงซีหวงหาข้ออ้าง
“เ้าไม่ไปข้าไปเอง เื่มาถึงขั้นนี้แล้ว หากอาซ่งไม่ยินยอมข้าก็จะคุกเข่าขอร้องเขาเอง เ้าจะทำใจได้หรือไม่ได้ก็ไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นแล้ว พ่อบ้านลี่เตรียมรถม้ามา” ผิงเก่อตัดสินใจเด็ดขาด
ตัวเขาและหลานสาวผิงจินเยว่มีความคิดเห็นตรงกันก็คือ เซียวซ่งเป็บุรุษเพียงคนเดียวที่อดทนกับหญิงสาวได้ แม้ว่านางจะงดงามปานเทพธิดา แต่นิสัยเ้าอารมณ์เอาแต่ใจก็เป็ที่เลื่องลือไม่แพ้ใบหน้างามของนาง บุรุษที่พยายามเข้าหานางก็มักจะแสดงทีท่าดุดันข่มขวัญผิงจินเยว่เอาไว้ก่อน หากควบคุมนางอยู่ก็จะได้หญิงงามที่เื้ัมีครอบครัวที่ร่ำรวยไป
ผิงเก่อมองเห็นอนาคตของหลานสาวที่ไม่พ้นต้องถูกสามีทุบตี เพราะ้าสั่งสอนนางแล้วก็ต้องทอดถอนใจ ขนาดเขาและผิงซีหวงยังอยากจะจับนางมัดแล้วถ่วงน้ำทิ้งไปเสียวันละหลายครั้ง นับประสาอันใดกับผู้อื่นกันเล่า เซียวซ่งผู้อ่อนโยนจึงเป็ทางเลือกเดียวและเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดในสายตาของเขาและหลานสาวอย่างไม่ต้องสงสัย
เดิมทีสกุลเซียวสมควรที่จะส่งผิงจินเยว่กลับไปเข้าพิธีปักปิ่นให้เรียบร้อย แต่เซียวหยุนและภรรยาฉิงยี่บัดนี้ไม่หลงเหลือความเมตตาให้กับหญิงสาวที่ดูดีแค่รูปลักษณ์ผู้นี้แม้แต่น้อย ติดอยู่เพียงแค่ว่าพวกเขายังคงค้างคาใจกับนายท่านผู้เฒ่าผิงเก่อ จึงยังจำต้องทำตนราวกับคนใบ้กินบอระเพ็ด ที่แม้จะขมแต่กลับพูดออกไปไม่ได้ ั้แ่เกิดเื่ของเซียวซ่าน ผิงเก่อก็ยังไม่เคยส่งข่าวถามความมายังสกุลเซียวแม้แต่ประโยคเดียว ครั้งนี้ยังจะมีเื่ดีงามของผิงจินเยว่เข้ามาผสมโรงเข้าไปอีก พวกเขาจึงคิดจะรอดูว่าผิงเก่อจะจัดการเื่ราวเหล่านี้เช่นไร
“ท่านพ่อยามนี้ข้าได้พยานหลักฐานกลับมาด้วยขอรับ แต่เราก็สูญเสียทรัพย์สมบัติไปเป็จำนวนมาก กลุ่มพ่อค้ารวมทั้งสำนักเซินเหวินขูดเืขูดเนื้อสกุลเซียวของเราไปไม่น้อย” เซียวซ่งเข้ามาปรึกษาหารือกับบิดาโดยปล่อยให้ผิงจินเยว่ให้เข้าใจผิดไปว่าพวกเขากำลังปรึกษาเื่นางกันอยู่
“์!! พี่เ้ามีโอกาสรอดพ้นผิดใช่หรือไม่อาซ่ง ครั้งนี้หากผู้ตรวจสอบฉินไม่มั่นใจ คงไม่ตรวจสอบการยาวนานถึงเพียงนี้ พวกเขาต้องได้เบาะแสแล้วเป็แน่ หากเรามีพยานหลักฐานก็คงจะพ้นข้อกล่าวหานี้ไป” เซียวหยุนดีใจจนลืมความโกรธเคืองเื่ก่อนหน้าไปโดยสิ้นเชิง
“ยังขอรับ เื่นี้จัดการกันด้วยความแข็งแกร่งของเงินตำลึง หากข้ามอบพยานหลักฐานให้ผู้ตรวจการฉิน ก็ไม่แน่ว่าท่านลุงผิงกับใต้เท้าเผยจะยัดเงินปิดปากหรือสร้างพยานเท็จขึ้นลับหลังพวกเราอีกหรือไม่ เื่นี้สำนักเซินเหวินสืบความมาได้ว่าท่านลุงผิงส่งคนไปเยี่ยมกลุ่มพ่อค้าที่ข้าติดต่อไว้เช่นกัน”
“แล้วจะทำเช่นไรเล่า พวกเขา้าเงินอีกเท่าใดก็ให้เขาไป แม้ว่าข้าต้องขายจวนนี้ทิ้งก็ไม่อาจให้พี่ชายเ้าแบกรับคำกล่าวหาที่เป็ผู้ยักยอกกระทำความผิดต่อแผ่นดินไปได้หรอก”
“ไม่ใช่ว่าคุณหนูผิงก็หยิบยื่นโอกาสให้พวกเราแล้วหรือท่านพ่อ ข้าเชื่อมั่นในคำสัตย์ของท่านปู่ใหญ่ รอให้เขามาถึงที่นี่เสียก่อนเถิด" เซียวซ่งมั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าผิงเก่อจะมาจัดการปัญหาของผิงจินเยว่ด้วยตนเอง
และก็เป็ไปตามที่เซียวซ่งคาดเดา เพียงไม่ถึงชั่วเวลา 1 ก้านธูป รถม้าสกุลผิงก็พาคนเข้ามาแล้ว เป็นายท่านผู้เฒ่าผิงเก่อที่มาพร้อมกับพ่อบ้านลี่ลำพังเพียงสองคน เมื่อมาถึงก็ส่งสายตาดุดันไปยังหลานสาวคนงามทันที
“เ้ายังมัวแต่ร่ำร้องอยู่ด้วยเหตุใด รีบมาขออภัยท่านอาทั้งสองของเ้าเดี๋ยวนี้!!” ผิงเก่อตวาดเสียงดังตัวสั่นด้วยโทสะ
“ท่านปู่ เป็พี่ซ่งที่รังแกข้านะเ้าคะ” หญิงสาวยังคงโป้ปดออกมาอย่างหน้าไม่อาย
“เ้าคิดว่าผู้ชราเช่นข้าแยกแยะเขียวแดงดำขาวไม่เป็เช่นนั้นหรือ อาซ่งเป็เช่นไรเ้าเป็เช่นไรข้าย่อมมีตราชั่งอยู่ในใจ หากเปลี่ยนเป็ข้ามีสตรีเช่นเ้ามาร่ำร้องกล่าวหาอยู่หน้าเรือน ข้าคงจะเอาไม้ไล่ตีเ้าให้อับอายกลับไปแล้ว ยังดีนักที่เป็คนสกุลเซียวจึงได้เมตตาเ้า” ผิงเก่อตำหนิหญิงสาว
ผิงจินเยว่กัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนรับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวเืที่ไหลออกมาจากริมฝีปากบาง นางคิดว่าเมื่อท่านปู่ปรากฏตัวย่อมออกหน้าแทนนาง แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็ไปอย่างที่นางคิดเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่พวกเขาหรอกหรือที่พร่ำสอนนางที่ผลได้ผลเสีย การแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนและสกุลผิงมาั้แ่ยังเล็ก เมื่อนางคิดและทำตามเหตุใดนางจึงเป็ฝ่ายผิดกันเล่า
“ท่านปู่” นางยังคงร่ำร้องอย่างน่าเวทนา
“เงียบปากไปเสีย เข้ามาขอขมาเดี๋ยวนี้!!” ผิงเก่อยังคงไม่ยอมใจอ่อน
ชุ่ยอิงรีบสะกิดมือคุณหนูของนางเป็การเตือนสติ ทำให้หญิงสาวจำต้องค่อยๆ คลานมาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าคนสกุลเซียวทั้งสาม
“หลานขออภัยท่านอาทั้งสอง ขออภัยพี่ซ่งเ้าค่ะ ข้าสำนึกผิดแล้ว” หญิงสาวตัวสั่นอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ เงยหน้าขึ้นมองเซียวซ่งอย่างวิงวอนขอความเห็นใจ
สามพ่อแม่ลูกสกุลเซียว ไม่ได้ตอบรับคำขอโทษของนางแต่ประการใด เซียวซ่งยิ่งแล้วเขาไม่มองนางสักแวบเดียวด้วยซ้ำ ทำให้ผิงเก่อพอจะรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจอย่างถึงที่สุดของคนสกุลเซียว
“พ่อบ้านลี่ ส่งนางกลับไปจวนสกุลผิง ห้ามมิให้ออกจากเรือนจนกว่าข้าจะสั่ง”
หลังจากผ่านการเผชิญหน้าอย่างกระอักกระอ่วนของคนทั้งสองฝ่ายไปแล้ว เซียวหยุนจึงได้รีบมาคำนับผิงเก่อและพาเขาไปนั่งพักอย่างนอบน้อมเช่นเคย พวกเขาไม่ได้เอ่ยปากถึงเื่ของผิงจินเยว่เลยแม้แต่คำเดียว ยังคงสนทนาไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เซียวซ่งจะเริ่มชักนำบทสนทนาเข้าสู่เื่ของเซียวซ่านผู้เป็พี่ชายเพื่อหยั่งทีท่าของผู้เฒ่าสกุลผิง