2
ใน่เวลาเจ็ดวันที่ลลิษารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล หนูน้อย 'ลิลลี่' ถูกพาเข้าไปอยู่ในบ้านดำรงภักดีชั่วคราวบรรดาคุณชายของบ้านดำรงภักดีใจนอ้าปากค้างเมื่อเห็นบิดาพาเด็กหญิงวัยห้าขวบถักเปียสองข้างถือตุ๊กตาหมีเดินเข้ามาในบ้าน
คุณชายทั้งสี่สบตากันพ่อมีน้องสาวให้พวกเขาอีกคนเหรอ?
ศักดิธรรู้ว่าลูกชายทั้งสี่คิดอะไรอยู่เขาอธิบายเื่ราวให้ลูกชายรู้ พอรู้ความจริงจากพ่อแล้ว อรรณพ ลูกชายคนเล็กวัยสิบสามปีเดินเข้ามาหยิกแก้มหนูน้อย
'น้องสาวน่ารักจังเลย'
ลิลลี่ใกลัวรีบหลบหลังศักดาธร
'อย่าแกล้งน้อง' ศักดิธรปรามลูกชายจากนั้นหันไปเอ่ยกับบดินทร์ ลูกชายคนโต 'ดินเจ็ดวันนี้ลูกช่วยพ่อดูน้องหน่อย น้องเป็เด็กดีไม่ร้องไห้งอแง ลูกช่วยไปรับไปส่งน้องที่โรงเรียนแล้วก็สอนการบ้านก็พอ'
บดินทร์ ลูกชายคนโตปีนี้อายุสิบเก้าปีแล้วเขารับหน้าที่ดูแลน้องชายทั้งสามแทนบิดามาหลายปีดูแลน้องสาวตัวน้อยเพิ่มอีกคนคงไม่ยากเท่าไรหรอก….มั้ง
เจ็ดวันต่อมาลลิษาออกจากโรงพยาบาลแล้ว หนูน้อยลิลลี่ถูกจูงมือเดินออกจากบ้านดำรงภักดีเธอหันมาโบกมือบ๊ายบายให้ 'พี่ชาย' ทั้งสี่คน พี่ชายทั้งสี่คนถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกน้องสาวกลับบ้านไปแล้ว เลี้ยงน้องสาวไม่เหมือนเลี้ยงน้องชายจริงๆบดินทร์คิด
ในเวลานั้นพวกเขาต่างไม่รู้เลยว่าอีกสิบปีต่อมาลิลลี่จะถูกพาตัวกลับมาอยู่ในบ้านดำรงภักดีในฐานะ 'น้องสาว' ของพวกเขาอีกครั้ง
ลลิษากลับมาพักรักษาต่อที่บ้านเธอขาขวาหักทำให้เดินเหินไม่ค่อยสะดวกศักดิธรจ้างพยาบาลส่วนตัวมาคอยดูแลเธอที่บ้าน เขาแวะมาเยี่ยมเยียนเป็ครั้งคราวแต่ละครั้งที่เขามาเขามักจะเอ่ยถามถึงอาการของเธอว่าดีขึ้นบ้างหรือยังหนูน้อยเป็อย่างไรบ้าง แต่ละครั้งที่เขามาไม่เคยอยู่นานเกินครึ่งชั่วโมง
วันหนึ่งหลังจากที่เธอถอดเฝือกออกแล้วเขามาเยี่ยมเธอที่บ้าน'ผมให้พยาบาลส่วนตัวกลับไปแล้ว' เขาว่า
'ค่ะ' เธอก้มหน้ารับคำ
เขาหันไปมองเธอเธอมีเรือนร่างเพรียวบาง ผมยาวสลวย ผิวขาวเพราะรักษาตัวจนดีขึ้นแล้วสีหน้าจึงได้สดใสมีสีเืฝาดไม่ซีดเซียวเหมือนตอนอยู่ในโรงพยาบาลอีก
ลลิษาไม่ใช่สาวน้อยอ่อนต่อโลกเธออายุยี่สิบห้าแล้วทั้งยังมีลูกสาวอีกหนึ่งคนเธอรู้ดีว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ เธอรู้ว่าคนตรงหน้าทำดีกับเธอเพราะ้าชดเชยเื่ที่ขับรถชนเธอแต่เธอก็รู้ดีว่าสิ่งดีๆที่เขาทำให้เพราะเขา้าอะไรบางอย่างจากเธอ
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอดใจนนิ่งค้างกับแววตาคมเข้มที่จับจ้องเธอไม่วางตามิได้
'ลูกคุณอยู่ที่บ้านหรือเปล่า?' เขาถาม
'ลิลลี่ไปโรงเรียนค่ะ ยังไม่กลับ'
'ดี' เขาวางแก้วน้ำลงยังไม่ทันให้เธอคิดออกว่าดีที่เขาว่าคือดีอะไร เขาก็ปราดเข้ามาประชิดตัวเธอยกคางเธอขึ้น กดจูบลงมาอย่างรวดเร็ว
ลลิษาใคิดจะผละออกศักดิธรกอดเธอไว้ไม่ให้ขัดขืนกดจูบให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เธอตัวอ่อนระทวยรับมือไม่ทันกับการจู่โจมอย่างกะทันหันและร้อนแรงของเขาเธอกับสามีเก่าเป็แฟนกันั้แ่สมัยมัธยม เรียนจบมาก็แต่งงานมีลูกเธอไม่เคยมีประสบการณ์ความรักกับผู้ชายคนอื่นมาก่อน
ศักดิธรหัวเราะในลำคอเบาๆเมื่อเห็นว่าเธอ'ยอมรับ' เขาแล้วเขาช้อนตัวเธอขึ้นเดินไปทางประตูห้องนอน ใช้เท้าเตะประตูเปิดจากนั้นเตะประตูให้ปิด
ประตูกระแทกปิดลง
เมื่อเสร็จกิจแล้ว ทั้งสองนอนอยู่บนเตียงด้วยกายเปลือยเปล่าศักดิธรลูบเส้นผมนางเบาๆ ผมเธอนุ่มลื่นดุจแพรไหม ลูบแล้วสบายมือมาก 'ภรรยาเก่าผมเสียไปหลายปีแล้ว ผมไม่คิดจะแต่งงานใหม่' ศักดิธรเอ่ยขึ้นก่อน บดินทร์ลูกชายคนโตของเขาอายุสิบเก้าปีแล้วอายุน้อยกว่าลลิษาเพียงหกปี ลูกชายของเขาโตเป็ผู้ใหญ่กันแล้วเขาไม่คิดจะหาแม่เลี้ยงให้พวกลูกชาย ทำลายความสงบสุขในครอบครัวในปัจจุบัน
เขาลูบแก้มของเขาเอ่ยเสียงอ่อนโยน 'ต่อไปนี้ผมจะเป็คนดูแลคุณกับลูกเอง'
ประโยคนี้ทำให้นึกถึงคำสัญญาของชายคนนั้นในวันที่เธอรู้ว่าเธอตั้งท้อง
ผมจะเป็คนดูแลคุณกับลูกเอง
หลังจากวันนั้น ศักดิธรแวะมาที่บ้านของเธอสัปดาห์ละสามถึงสี่วันชีวิตของสองแม่ลูกดีขึ้นทันตาแม้รายได้จากการเป็ครูสอนดนตรีของลลิษาจะดีแต่ไม่ได้เหลือกินเหลือใช้อะไรนักเดิมสองแม่ลูกอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์สองห้องนอนศักดิธรซื้อบ้านเดี่ยวหลังใหม่ให้ทั้งคู่บ้านหลังใหม่มีพื้นที่กว้างพอวางเปียโนที่ลลิษาอยากได้รวมถึงทำห้องซ้อมดนตรีในฝันให้เธอ
ถึงแม้ว่าศักดิธรจะไม่สามารถมอบสถานะให้เธอได้แต่เขามอบชีวิตที่สะดวกสบายหรูหราหราให้แก่เธอ
ศักดิธรพาลลิษาและลูกสาวไปทานอาหารค่ำร่วมกับลูกชายของเขาหลายครั้ง หลังจากที่ศักดิธรคบกับลลิษา ชายผู้เข้าใกล้วัยห้าสิบกลายเป็หนุ่มอีกครั้งตอนนั้นเองที่ลูกชายของเขารู้ว่าพ่อผู้เผด็จการหัวแข็งของเขาก็้าคนอยู่เคียงข้างด้วยเช่นกัน
บดินทร์และมารุตยังจับตามองลลิษาเป็การส่วนตัวพวกเขาพบว่าเธอเป็ผู้หญิงอ่อนโยน จิตใจเรียบง่ายคนหนึ่งไม่ใช่คนที่ทะเยอทะยานหรือเ้าแผนการร้ายกาจอะไร
ศักดิธรคุยกับลูกชายคนโตเป็การส่วนตัวเขาไม่มีแผนจะเพิ่มน้องชายน้องสาวให้พวกเขาอีกเขาไปทำหมันที่โรงพยาบาลเพื่อแก้ปัญหานี้ลูกชายของเขาซาบซึ้งใจมากที่พ่อยอมทำเพื่อพวกเขาถึงขั้นนี้มีผู้หญิงมากมายที่สามารถแก้ปัญหาความ้าของร่างกายได้แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ศักดิธรพามาเจอ 'ครอบครัว' มาก่อน ลลิษาสามารถทำให้พ่อของพวกเขามีความสุขได้ดังนั้นพวกเขาจึงเคารพเธอ ให้เกียรติเธอ เรียกเธอว่า 'น้าหลิว'อย่างสุภาพ
ลลิษาเป็ผู้หญิงสุภาพอ่อนโยนมีมารยาท แต่เธอเป็เพียงดอกไม้ดอกหนึ่งที่ศักดิธรปลูกไว้ในห้องเพื่อบรรเทาความเบื่อหน่ายและคลายเหงาเธอเป็เพียงความรื่นรมย์แก้เบื่อฆ่าเวลาของศักดิธรเท่านั้นจนกระทั่งวันหนึ่งดอกไม้ดอกไม้โรยราไป
ศักดิธรอายุมากกว่าลลิษาสิบเก้าปีทุกคนต่างคิดว่าเธอจะอยู่เคียงข้างเขาไปตลอดชีวิตไม่คาดคิดว่าวันหนึ่งเธอจะจากไปด้วยโรคร้ายในวัยเพียงแค่สามสิบห้าปีเท่านั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดยิ่งกว่าคือ หลังจากสูญเสียลลิษาไปผู้ชายอย่างศักดิธรเหมือนถูกพรากความมีชีวิตชีวาออกไปทั้งหมด
ศักดิธรคิดว่าคงเป็เพราะเขาแก่แล้ว
เพราะว่าเขาแก่แล้วนี้เองความนุ่มนวลอ่อนหวาน เยาว์วัยมีชีวิตชีวาของลลิษาจึงหยั่งรากลึกในใจเขา
เขาหลับตาลงนึกถึงคำสั่งเสียสุดท้ายของลลิษาแล้วถอนหายใจยาวๆ