…
ทุกย่างก้าวต้องมีสายตาจับจ้อง ทุกผู้ที่พบเห็นต่างหยุดมองเหมือนต้องมนต์สะกด อา! นี่สินะความรู้สึกของ...ซูเปอร์สตาร์!
โป๊ก!
"เลิกทำเป็เล่นแล้วเดินเร็ว ๆ เข้า" มอมเมอร์พูดเสียงกระซิบใส่คนที่เดินนวยนาด เพราะอาการยิ้ม ๆ ตาลอย ๆ เหมือนตกอยู่ในห้วงภวังค์แบบนั้น ทำให้คนมองเดาได้ไม่ยากว่าเพื่อนรักที่อยู่ในคราบสาวน้อยกำลังเข้าสู่โหมดหลงตัวเองหรือนาลซิสซินโดรมที่นานวันชักหนักข้อขึ้นทุกที
"อะไรเล่า เขกมาได้ ไม่รู้รึไงว่าอัจฉริยะก็เจ็บเป็!" เคียร่าที่กำลังเก๊กนิ่งกระซิบกลับด้วยตามทางเดินมียามในชุดเครื่องแบบเฝ้าอยู่เป็จุด ๆ
ทางมอมเมอร์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจด้วยความเหลืออด แล้วตัดสินใจเร่งฝีเท้าขึ้นอย่างไม่คิดสนใจอีก
ฝ่ายเคียร่าเห็นเพื่อนรักเดินหนีก็จำเร่งฝีเท้าตามไป หลังเดินไปตามโถงทางเดินยาวที่ปูพรมแดงได้ไม่นาน พวกเขาก็มาหยุดยืนอยู่หน้าบานประตูที่ดูหรูหราโออ่ายิ่งกว่าประตูบานไหน ๆ ซึ่งมีป้ายหน้าห้องประดับไว้ว่า 'ผู้อำนวยการ : ดาลน์ เรสที่นิวส์’
ต้องบอกว่าการที่ตลอดทางเดินที่ปูพรมยาวและมีคนทำอารักขาเป็จุด ๆ ยังไม่น่าทึ่งและชวนตะลึงเท่าบานประตูกับป้ายชื่อนี้เลย เพราะวัสดุของทั้งคู่ล้วนทำมาจาก 'ลาเบน' คริสตัลเวทที่มีลักษณะเปราะบางมาก ข้อดีเพียงอย่างเดียวของมันคือสวย โดยมีสีชมพูอ่อนเหลือบประกายรุ้งที่เรืองแสงอ่อน ๆ มันเป็วัสดุที่นิยมทำเครื่องประดับของพวกผู้หญิง ซึ่งเพียงชิ้นขนาดเท่าเล็บนิ้วก้อย ราคาของมันก็สูงลิ่วจนถึงกับทำให้เคียร่านึกสงสัยชีวิต ไม่ต้องพูดถึงเอามาทำประตู แถมยังแกะสลักเป็ลวดลายที่ดูวิจิตรแบบนี้
แอ๊ด... ประตูอันงดงามวิจิตรถูกผลักเปิดเบา ๆ ด้วยฝีมือมอมเมอร์ ซึ่งเคียร่านึกแอบเสียวว่าการผลักเบา ๆ ของอีกฝ่ายจะสร้างริ้วรอยบนบานประตูสุดหรูนั่นรึเปล่า
ที่สำคัญถ้าเป็รอยขึ้นมา พวกเขา 'จำเป็' ต้องชดใช้รึเปล่าเนี่ย?
"กำลังรออยู่เลย" เสียงทุ้มฟังเคร่งขรึมดังมาจากร่างที่นั่งบนเก้าอี้ที่ดูเผิน ๆ เหมือนบัลลังก์ ชายผมสีแดงยาวเลยต้นคอลงมานิด ๆ รับกับสูทหรูเข้ารูปสีไวน์ ใบหน้าคนพูดแลดูอ่อนกว่าความเป็จริง โดยมองดูยังไงผู้ชายที่นั่งอยู่นั้นเหมือนคนอายุแค่สามสิบกว่า ๆ แต่เคียร่าที่รู้ดีว่าคนตรงหน้าอายุแก่กว่าหน้าตาเกือบเท่าตัว
"เวทโกงอายุ..." เคียร่าแกล้งหลุดปากซึ่งนั่นทำให้รอยยิ้มของคนนั่งอยู่บนบัลลังก์กระตุก ทางมอมเมอร์กลอกตาอย่างซ่อนแววขบขัน
เคียร่าที่พอใจกับสีหน้าที่หลุดออกมาของฝ่ายตรงข้ามแล้วก็รีบแก้ไขสถานการณ์ด้วยการพูดยกยอเสียงใส
"ว้าว! คุณอาดาลน์ดูเด็กกว่าที่คิดไว้เยอะเลยค่ะ เหมือนใช้เวทโกงอายุเลย!" รอยยิ้มหวานใสไร้เดียงสาทำให้คนนั่งบนบัลลังก์กระแอมอย่างเขิน ๆ
"อืม แต่ฉันไม่ได้ใช้หรอกนะ มันเป็กรรมพันธุ์น่ะ" เสียงทุ้มดัดแบบหล่อ ๆ กล่าว ซึ่งฉากหน้าเคียร่าในคราบคาเรียส่งยิ้มหวานให้พร้อมทำสายตาประทับใจ แต่ข้างใน...
'ไอ้โกหก!'
"เหรอคะ แหม ดีจังเลย คาเรียก็อยากให้แด็ดดี๊หน้าเด็กแบบนั้นมั่งจัง"
บทสนทนาที่ดูราบรื่นแต่น่าเวียนหัวสำหรับมอมเมอร์ เขาอยากจะเป็ลมกับเ้าพวกนี้จริง ๆ ยิ่งเห็นเคียร่าทำท่าแอ๊บแบ๊วโดยใช้หนังหน้าของตนแล้วยิ่งรู้สึกอับอายอย่างถึงที่สุด!
"เข้าเื่ได้แล้ว ตกลง 'คาเรีย คัสตาน่า' จะเข้าทำงานที่นี่ในฐานะอาจารย์วิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์และดนตรีเวท นี่เอกสาร เื่อื่น ๆ ให้นายจัดการแล้วกัน ฉันขอตัวล่ะ" หลังพูดจบรวดเดียว มอมเมอร์ก็เตรียมจะหมุนตัวจากไป เพราะเขาทนหายใจร่วมกันพวกหน้าหนานาน ๆ ไม่ได้ แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อถูกอีกฝ่ายเรียกตัวไว้
"รอเดี๋ยวก่อน... รู้แล้ว ๆ ชื่อคาเรียจังใช่มั้ยจ๊ะ? เดี๋ยวอาจะให้ผู้ช่วยพาไปที่ห้องสอนนะ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเขาจะช่วยแนะนำเื่ที่ต้องทำให้เองนะจ๊ะ" ดาลน์พูดจ๊ะจ๋า ซึ่งเคียร่ายิ้มตอบรับเสียงใส
"ได้ค่า~"
"ไว้ว่าง ๆ แวะมาคุยกับอาอีกนะจ๊ะ" ดาลน์โบกมือลาเคียร่าที่เดินตามหลังผู้ช่วยของตนออกไป ก่อนหันกลับมาพูดกับคนที่รออยู่ด้วยสีหน้าจริงจัง
"ฉันมีเื่จะคุยด้วย..."
…
ตัดฉับมาด้านเคียร่าซึ่งเดินตามหลังผู้ชายใส่เครื่องแบบสีดำไว้ผมเสยไปด้านหลังให้ลุคพ่อบ้านที่คนผมแดงเรียกว่า 'ผู้ช่วย' มา
ระหว่างทาง เขาก็รับฟังอีกฝ่ายเล่าประวัติที่นี่ด้วยสีหน้าตั้งใจ แต่ความจริงข้อมูลเ่าั้ล้วนเข้าหูซ้ายแล้วทะลุหูขวาไป โดยในใจเขายังคงนึกถึงท่าทางวางมาดของคุณชายจอมเอาแต่ใจนั่นเมื่อกี้
ไม่นึกเลยว่าจะเผชิญหน้ากับเขาในสภาพนี้ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน ทั้งที่เมื่อก่อนขยาดมอมเมอร์ขนาดนั้นแท้ ๆ …
"ถึงแล้วครับ"
มันอะไรกันน่ะ โซนสีดำนี่?
ทั้งที่ในโรงเรียนแห่งนี้ ทุกก้าวเดินเป็ได้ัักับพรมสีแดงที่ราคาแพงลิบลิ่ว (ที่รู้ราคาเพราะสมัยก่อนเคยแงะพรมในห้องพักอีกฝ่ายไปขายบ่อย ๆ ) แต่พื้นที่ตรงหน้าซึ่งทอดยาวไปสุดอีกฝั่งกลับถูกถมด้วยกระเบื้องสีดำและผนังสีเทาหม่นที่ดูทนทาน แล้วััที่รู้สึกได้นี่มัน...
'เขตแดนกักพลัง'
เขตแดนกักพลัง เป็เขตแดนที่มักกางกั้นไว้ที่สนามประลองเวทเพื่อไม่ให้ผลของเวทมนตร์หลุดลอยไปกระแทกหัวคนดู ซึ่งเป็เวทที่แข็งแกร่งมาก สามารถสกัดกั้นเวทมนตร์ได้ทุกรูปแบบทั้งกายภาพ ภาพหลอน หรืออื่น ๆ ที่สำคัญการทำลายเขตแดนกักพลังเป็เื่ที่ทำได้ยากสุด ๆ
แล้วไอ้เวทมนตร์ขั้นสุดยอดนี่...ทำไมถึงมากางเอาตรงนี้?
ถ้าจะกันการโจมตีจากภายนอกก็ควรใช้ปราการพิทักษ์ ซึ่งเป็โดมเวทป้องกันขั้นสูง แล้วก็ควรกางครอบคลุมทุกส่วนของบริเวณโรงเรียนเอาไว้ แต่นี่ดันมาใช้เขตแดนกักพลังในโรงเรียน แล้วยังกางกั้นเฉพาะพื้นที่ั้แ่ชั้น 3 เป็ต้นไปด้วย นี่มันหมายความว่ายังไง?
ไม่ได้ใช้ปราการพิทักษ์ที่ป้องกันการโจมตีจากภายนอก แต่ใช้เขตแดนกักพลังแปลว่า...้าสกัดกั้นการโจมตีจากภายใน?
เขตแดนจะแข็งแกร่งแค่ไหนขึ้นอยู่กับระดับของคนร่ายเวท ซึ่งแปลว่า...พวกที่อยู่ข้างในแข็งแกร่งมากจนถึงกับต้องใช้คนร่ายเวทระดับนี้?
รอยยิ้มตัวร้ายแบบฉบับของเคียร่าค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เหมือน 'มอมเมอร์ คัสตาน่า' วัยเยาว์ทุกกระเบียดนิ้ว
"เห น่าสนใจจริง ๆ แฮะ โรงเรียนนี้"
ในฐานะอาจารย์ 'คาเรีย คัสตาน่า' คนนี้ขอเล่นสนุกให้เต็มที่ล่ะนะ!
ขณะยิ้มกริ่ม เขาก็ก้าวเท้าออกไป
เพียงแค่ก้าวล้ำเข้าไปในเขตแดนก็ััได้กลิ่นอายเวทที่คุกรุ่นหลายสายลอยปะปนกัน แต่ก็มีกลิ่นที่ชัดเจนอยู่กลุ่มหนึ่ง กลิ่นอายเวทที่รุนแรงเป็ตัวบ่งบอกว่าเพิ่งจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นที่นี่
เคียร่าที่ััถึงกลิ่นอายเวทได้ก็มีสีหน้าตื่นเต้นขึ้นมาทันที แต่ต้องพยายามสงวนท่าทางไว้ เพราะจะทำให้พวกลูกกระต่ายที่คิดว่าตัวเองเป็กวางหนุ่มตื่นตูมไม่ได้ ต้องค่อย ๆ ย่องเข้าหาแล้วแอบตลบหลัง
อุรุหึหึหึ แค่คิดก็สนุกแล้ว
ยิ่งเดินเข้าไปลึก กลิ่นอายเวทก็ยิ่งคละคลุ้งและหนาแน่นชนิดพวกอ่อนหัดมาเดินโต๋เต๋แถวนี้คงได้เป็ลมสลบเพราะทนรับแรงกดดันไม่ไหว
เคียร่าคิดย้อนกลับไปตอนได้รับการแนะนำจากผู้ช่วยลุคพ่อบ้านว่าอันที่จริง โรงเรียนนี้ได้กลายมาเป็สถานที่ที่คล้าย ๆ กับสถานกักกันไปแล้ว โดยเด็กที่ถูกส่งมาที่นี่นั้นต่างมีพลังเวทสูงมากชนิดถ้าหากนำไปใช้ในทางที่ดีย่อมเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมแน่ ๆ แต่เพราะพลังที่มากมายนั่นทำให้มีเด็กบางคนควบคุมไม่ได้และเด็กอีกหลายคนที่ไม่คิดจะควบคุม ด้วยทางโรงเรียนเรสทีตี้นี้ถูกมองว่าเป็สถาบันดัดนิสัยที่สามารถจัดการกับเด็กเ่าั้ได้ จึงมีคนส่งลูกหลานมาที่นี่กันมากมาย
เพียงแต่่ปีหลัง ๆ มา พวกเด็กรุ่นใหม่คงแข็งแกร่งขึ้นผิดหูผิดตา ถึงได้มีการจ้างนักเวทแห่งราชวงศ์มาผลัดกันกางกั้นเขตแดนแบบนี้
และเท่าที่ฟัง หน้าที่ของบรรดาอาจารย์ที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรจาก 'ผู้คุม' ที่มีหน้าที่ควบคุมความประพฤติของพวกนักเรียนไม่ให้ก่อเื่มากเกินไป
พอได้ยินแบบนั้น เคียร่ายอมรับเลยว่าเขาไม่สบอารมณ์อย่างสุด ๆ เพราะมันหมายความว่าถ้าอัจฉริยะอย่างเขาบังเอิญต้องมาเกิดในยุคนี้ก็ต้องโดนจับส่งมาเข้าเรียนที่นี่แล้วโดนควบคุมชีวิตไม่ต่างจาก 'นักโทษ'
หึ ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่โรงเรียนกลายเป็แบบนี้ ก็ขนาดอาจารย์ยังไม่คิดทำหน้าที่ให้สมเป็อาจารย์สักนิด!
เคียร่ามองกระดาษใบน้อยสองแผ่นที่แผ่นหนึ่งคือตารางสอน ส่วนอีกแผ่นก็เป็แผนที่เวทมนตร์
โดยจากของมูลในแผ่นแรก ห้องแรกที่เขาต้องสอนคือ…
‘ห้อง1/1’