เสียงมือถือของไนร่าดังขึ้นร่างเล็กพยายามคว้าหยิบมือถือที่อยู่บนหัวเตียง แล้วหยิบมากดรับสาย
“ฮัลโหลค่ะ” เธอกดรับสายด้วยความงัวเงีย
“นอนอยู่หรอครับ?”เสียงสกายดังมาจากปลายสาย
“ใช่ค่ะ กี่โมงแล้วคะเนี่ย?”
“เกือบสองทุ่มแล้ว”
“โห” ไนร่าถึงกับตกใจ
“ทำไมวันนี้นอนเร็วจัง?”เขาถามด้วยความสงสัยเพราะตอนเย็นที่เขามาส่งเธอที่บ้านก็ได้บอกว่าจะโทรหา ให้รอรับสาย
“ตั้งแต่กลับมาก็เผลอหลับไปเลยค่ะ”
“แล้วโทรมา มีอะไรหรือเปล่าค่ะ?”
“มีสิ คิดถึงครับ”
ไนร่าที่ได้ฟังถึงกลับยิ้มออกมา
“ไนร่าเมื่อไหร่ถึงจะใจอ่อน รับรักพี่บ้าง”
“พี่สกายทานข้าวหรือยังคะ?”
“ทานแล้วครับเปลี่ยนเรื่องเร็วจังนะเรา”
“งั้นเดี๋ยวไนร่าไปกินข้าวก่อนนะคะแค่นี้นะ”
“เดี๋ยวไนร่า”
“คะ?”
“พรุ่งนี้พี่มีแข่งฟุตบอลตอนเย็นมาดูให้ได้นะ”
“ค่ะ”
“รับปากแล้วต้องมานะไม่งั้นพี่ไปตามถึงห้องแน่ๆ” เขาขู่เธอ
“รู้แล้วค่ะไม่ต้องขู่หรอกไม่กลัว” ไนร่าหัวเราะและกำลังจะกดวางสาย
“เดี๋ยวก่อนไนร่ามีเรื่องสำคัญอีกหนึ่งเรื่อง”
“เรื่องอะไรคะ?”ไนร่าเริ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“คิดถึงพี่หรือเปล่าครับ?”
“ไม่บอก แค่นี้นะคะ”
เธอจ้องมองจอมือถือที่สีดำ ก่อนจะวางไว้ที่เดิมเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างแล้วเดินไปที่โต๊ะอ่านหนังสือ หยิบรูปที่เคยถ่ายด้วยกันกับเขา
“ไนร่าก็คิดถึงพี่สกายนะคะ”รอยยิ้มเล็กๆ เผยขึ้นที่มุมปาก
ไนร่ามองออกไปด้านนอกบริเวณบ้าน เธอแหงนหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าความมืดครึ้มปกคลุมโดยรอบ ทำให้มองเห็นพระจันทร์เพียงเศษเสี้ยว แต่ดาวดวงเล็กๆ ต่างระยิบระยับอวดความสวยงามของตนเองอย่างเด่นชัด
“ท้องฟ้าวันนี้ดูสวยกว่าทุกวันจริงๆ” เด็กสาวยืนยิ้มที่หน้าต่างเพียงลำพัง
กรี๊ด เสียงกรี๊ดดังลั่นมาจากสนามฟุตบอลในช่วงใกล้เวลาเลิกเรียน
“คนมุงอะไรกันที่สนามฟุตบอลอ่ะ” หวานหันไปถามกัส
“มีนักกีฬาจากโรงเรียนอื่นมาซ้อมฟุตบอลด้วย”หวานพูดในขณะที่มือกำลังไถมือถือดูข่าวนักร้องเกาหลี
“แล้วไปรู้มาได้ไง เราก็อยู่ด้วยกันตลอดทำไมชั้นไม่รู้” กัสทำหน้าเศร้า บ่งบอกความน้อยใจแล้วหันไปหาไนร่ากำลังนั่งกินไอศกรีมอย่างเอร็ดอร่อย
“ไนร่ารู้เรื่องนี้มั้ย?” กัสหันไปถามไนร่า
“รู้” ไนร่าตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอสนใจคือไอศกรีมที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น
“ไม่นะทำไมชั้นไม่รู้คนเดียว”
“ไนร่าไปรู้มาได้ยังไงบอกมาเดี๋ยวนี้ หรือว่าพวกเธอสองคนแอบปิดบังชั้น?”
“ยัยกัสจะเวอร์ไปถึงไหน ซ้อมบทละครหรือยังไง”หวานพูดแล้วส่ายหัวให้เพื่อน
“พี่สกายบอกตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”ไนร่าที่เผลอหลุดปากพูดไป ถึงกับอึ้งในสิ่งที่ตัวเองพูด
“ฮั่นแน่เดี๋ยวนี้มีแอบโทรคุยกันนะ ไม่ยอมบอกเพื่อนเลย” กัสรีบเปลี่ยนประเด็นคล้ายกิ้งก่าที่เปลี่ยนสีของตัวเองเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์
“เปล่า” ไนร่าพูดด้วยน้ำเสียงที่สูง
กัสและหวานมองหน้ากันเหมือนมีแผนอะไรบางอย่างก่อนที่จะเดินเข้าใกล้ๆตัวไนร่า ทั้งสองก็เกาะแขนไนร่าไว้
“เล่นอะไรเนี่ย ปล่อยนะ”ไนร่ารีบบอกเพื่อนให้ปล่อย และพยายามเบี่ยงตัวให้หยุด เพราะกลัวไอศกรีมของโปรดจะหล่นลงพื้น
“จำเลยตอบมาเดี๋ยวนี้ว่าจำเลยรักพี่สกายมั้ย?”
“สารภาพมาซะโดยดี”
กัสและหวานเล่นบทบนศาลเพื่อเค้นเอาความจริงที่อยู่ในใจของไนร่า
“ถ้าจำเลยไม่ยอมบอกไอศกรีมแท่งนี้ต้องตกมาในท้องของผู้พิพากษา” กัสยังคงเล่นละครต่ออย่างสมบทบาท
“ชั้นละปวดหัวกับพวกเธอสองคนจริง”ไนร่าส่ายหัวให้เพื่อนทั้งสอง
“ก็ได้ รักก็รัก”เธอตอบแล้วก้มหน้าเพราะความเขิน
“เรื่องแค่นี้ทำให้เป็นเรื่องยากไปได้”กัสถึงกับหัวเราะออกมา
“ป่ะเก็บของไปดูแข่งฟุตบอลกัน เผื่อมีหนุ่มหล่อมองให้ชื่นหัวใจ” กัสเจ้าเก่าเจ้าเดิม
“ทำหน้างอไปได้พวกชั้นจะพาไปดูแฟนเธอเล่นฟุตบอล” หวานเดินเข้าไปเกาะแขนไนร่าอีกรอบ
“ยังไม่ได้เป็นแฟนสักหน่อย”เธอรีบโต้กลับ
“เดี๋ยวก็เป็นอยู่ดีแหละน่าปากแข็งจริงๆ” กัสพูดขึ้นอีกเสียง
เมื่อมาถึงสนามฟุตบอล มีนักเรียนหลายคนต่างก็จับจองพื้นที่บนอัฒจันทน์เพื่อรอชมฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างสองโรงเรียน
ทีมของสกายมาในชุดสีน้ำเงินส่วนอีกโรงเรียนมาในชุดสีแดง ซึ่งตอนนี้ทั้งสองทีมกำลังเตรียมร่างกายก่อนลงสนาม
“ไนร่า” เสียงฟ้าตะโกนเรียกไนร่า และโบกมือให้เดินไปนั่งด้วยเพราะมีที่ว่างทั้งสามจึงค่อยๆ เดินเข้าไป
“ขอบใจนะมองหาที่นั่งตั้งนาน” ไนร่าหันไปขอบคุณฟ้าและกลุ่มเพื่อนๆในห้องก็จับจองที่นั่งตรงนี้เกือบหมด จะเรียกได้ว่ายกห้องมาดูการแข่งขันกันเลยทีเดียว
สกายที่กำลังยืนดื่มน้ำเมื่อมองเห็นไนร่าเขาก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที
“นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว” เขาเดินมาใกล้ๆ เธอ
“ก็มาแล้วไงคะ”
“แบบนี้พี่มีกำลังเยอะแน่ๆ”
“อิจฉาไนร่าจังเลยเนอะ”เสียงเพื่อนในห้องเริ่มแซวไนร่า ทำให้สกายก็เขินเช่นกัน
“ถ้านักกีฬาทั้งสองทีมพร้อมแล้วให้มาที่กลางสนามเลยนะครับ” เสียงพิธีกร ซึ่งก็เป็นอาจารย์ประจำวิชาพละกล่าว
“พี่ไปก่อนนะ ”
“สู้ๆ นะคะ” ไนร่าบอกเขา ทำให้สกายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยทีเดียว
“จะเล่นให้เต็มที่เลยครับ”เมื่อพูดจบสกายก็วิ่งกลับเข้าไปในสนาม
ปี๊ด เสียงนกหวีดในสนามดังขึ้นเป็นการบ่งบอกว่าการแข่งขันได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
ทั้งสองทีมที่กำลังวิ่งแย่งลูกบอลในสนามต่างไม่มีใครยอมใครไนร่าที่กำลังมองหาสกาย เด็กหนุ่มร่างสูง กำลังวิ่งเลี้ยงลูกฟุตบอลไปที่ฝั่งตรงข้ามก่อนจะเตะลูกบอลเข้าประตูไปอย่างเต็มแรง
เสียงสัญญาณนกหวีดครั้งสุดท้ายดังขึ้นเสียงเฮดังลั่นสนามอีกรอบ เมื่อทีมของสกายชนะ และจบเกมที่หนึ่งประตูต่อศูนย์
นักเรียนที่เข้ามาชมเกมต่างก็เริ่มทยอยกลับไนร่าที่กำลังจะเดินลงจากอัฒจันทร์ มืออีกข้างก็จับกระโปรง เป็นจังหวะเพื่อนอีกคนจะล้มและมาชนเธอพอดี
“ระวัง” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
“ว้าย” ไนร่าร้องด้วยความตกใจเพราะโดนชน และคิดว่าตัวเองต้องตกจากอัฒจันทร์แน่ๆ
ขวับ
ไนร่าหลับตาปี๋แต่ก็สัมผัสได้ว่าตอนนี้กำลังอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน
“เกือบเจ็บตัวแล้วมั้ย?”สกายที่วิ่งมารับไนร่าพอดี
“คราวหลังระวังๆ ด้วยสิ” สกายแอบดุไนร่า
“ขอบคุณนะคะ” ไนร่ารีบผละออกจากอ้อมกอดเขา
เหงื่อเป็นเม็ดที่อยู่เกาะบนหน้าของสกายเริ่มไหลเป็นทางอีกทั้งเสื้อที่เต็มไปด้วยเหงื่อ ไนร่าที่เห็นจึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในกระเป๋ายื่นให้เขา
“มือพี่เปื้อนทำยังไงดีล่ะ?”เขาเริ่มทำหน้าเจ้าเล่ห์
ไนร่าที่พอจะรู้ว่าเขาต้องการอะไรเธอส่ายหัว ก่อนจะนำผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กสีชมพูไปซับเหงื่อให้เขาเด็กหนุ่มจึงยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ
“เหม็นความรักโว้ย”ก้องที่เดินมา
“อะไรไอ้ก้องอยู่เฉยๆเลยมึง” สกายหันไปดุก้อง
“ครูประวิทย์เรียกครับคุณเพื่อน” ก้องพูดเชิงประชด และหันไปยิ้มให้ไนร่า
“พี่ยืมตัวไอ้สกายแป๊บนะครับ”
“ค่ะพี่ก้อง” ไนร่าตอบด้วยท่าทีที่เขิน
“เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านนะอย่าเพิ่งกลับ รอแถวๆนี้ก่อน” สกายบอกไนร่าก่อนที่จะเดินไปไนร่าก็พยักหน้าเพื่อเป็นการตอบรับ
“คนไม่ได้เป็นแฟนกันเนอะแต่ทำเหมือนแฟนเลย” กัสที่ยืนมองเหตุการณ์แอบแซว
“หยุดแซวได้แล้วน่า”ไนร่าหันไปบ่นกัส
“งั้นพวกเรากลับก่อนอยู่คนเดียวไปนะ เดี๋ยวคนของเธอก็มาแล้ว” หวานพูดแล้วเอามือมาจับแก้มเพื่อนเบาๆ
เมื่อเพื่อนทั้งสองกลับแล้วไนร่าจึงเดินมานั่งรอสกายที่ข้างสนามฟุตบอลคนเดียวเธอหยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนดูข่าวสารต่างๆ บนโซเชียล
“เอ่อ ขอโทษนะครับ”ไนร่าเงยหน้ามองตามเสียง ก็พบว่าเป็นเด็กผู้ชายใส่ชุดนักฟุตบอลจากโรงเรียนของอีกทีม
“คะ? มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ?” ไนร่าถามเขาด้วยความหวังดีเพราะเขาอาจจะกำลังขอความช่วยเหลือก็เป็นได้
“พอดีเพื่อนให้มาขอไลน์ครับ เพื่อนชื่อบอล” เด็กหนุ่มชี้ไปเพื่อนที่กำลังมองมาทางนี้และทำท่าทีเขินอาย ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามา
“ได้มั้ยครับ?” เด็กหนุ่มที่ชื่อว่าบอลพูดขึ้น เมื่อเดินมาถึง
“ขอโทษนะครับมีอะไรกับแฟนผมหรือเปล่า?”สกายที่เดินมาพร้อมใบหน้าที่บึ้งตึง แสดงท่าทีไม่พอใจ
“มีแฟนแล้วหรอครับ?”บอลทำสีหน้าเศร้า
“มีแฟนแล้วค่ะ” ไนร่าตอบกลับไป
“ครับ นี่ผู้หญิงของผมแล้วผมก็หวงมากๆ ด้วย” สกายพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแล้วเอามือมาโอบไหล่ของไนร่าไว้
“ขอโทษด้วยนะครับ”สองหนุ่มต่างโรงเรียนเดินกลับไปด้วยความผิดหวัง
“ปล่อยให้อยู่คนเดียวเลยไม่ได้นะเราเนี่ย” สหายหันมาพูดกับไนร่า
“ก็นั่งอยู่ดีๆเค้าก็มาจากไหนไม่รู้”
“ถ้าพี่มาไม่ทันป่านนี้ไม่ให้ไลน์ไปแล้วหรอ?” เขาทำหน้างอ
“ก็ไม่แน่นะคะ” ไนร่าหัวเราะ
“ไม่ต้องมาทำหน้าบึ้งเลยจะไปส่งก็เร็วๆค่ะ มัวแต่โกรธอยู่นั่นแหละ อยากกลับบ้านแล้ว”
“อยากให้พี่หายโกรธก็มาเป็นแฟนกับพี่สิ”
“อื้อ” ไนร่าตอบแล้วรีบเดินไป
“เมื่อกี้คือตกลงแล้วใช่มั้ย?”สกายวิ่งตามแล้วทำสีหน้าที่ดีใจและตกใจไปพร้อมๆกันไนร่าพยักหน้าอีกรอบ
“เย้ๆ” สกายถึงกับตะโกนแสดงความดีใจและกอดไนร่าแน่น
“ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยอายคนอื่น นี่ที่โรงเรียนนะคนเยอะแยะ”
“ขอโทษครับลืมตัวไปหน่อย” สกายยกมือลูบผมแบบเขินๆ
สกายหยิบหมวกกันน็อกมาใส่ให้ไนร่า ตอนนี้เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเขากำลังยืนยิ้มแบบมีความสุขทั้งสองสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนสกายจะเอ่ยประโยคที่เขารอมานานขึ้นมา
“กลับบ้านกันครับคุณแฟน”
“ค่ะ พี่สกาย”