รุ่งอรุณที่ตำหนักเหมยฮวาช่างดูเงียบสงบจนน่าประหลาดใจ แสงแดดอ่อนยามเช้าทอแสงผ่านม่านมัสลินสีขาวนวลเข้ามากระทบบนผิวพรรณของ ไป๋หลิน ที่กำลังก้าวลงจากอ่างสรงน้ำอุ่น กลิ่นหอมจางๆ ของกลีบดอกเหมยยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่เด่นชัดกว่าคือร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ปรากฏอยู่ตามต้นขาและหัวไหล่ระหง... ร่องรอยจากพละกำลังที่ดิบเถื่อนและรุนแรงของ อาเฉิง เมื่อคืนวาน
นางยืนนิ่งอยู่หน้าคันฉ่อง มองดูร่องรอยเ่าั้ด้วยสายตาที่เย็นเยียบ ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามรอยนิ้วมือที่แข็งแกร่งซึ่งทิ้งความเ็ปจางๆ ไว้บนผิวขาวผ่อง ความเจ็บนั้นเตือนให้รู้นางว่า 'รสชาติของความจริง' นั้นแตกต่างจาก 'รสชาติของหน้ากาก' เพียงใด ชินอ๋องไม่เคยทิ้งร่องรอยใดไว้บนตัวนาง เพราะเขาไม่เคยใส่ใจที่จะ '' นางด้วยซ้ำ แต่ทาสชั้นต่ำผู้นั้นกลับกระทำราวกับจะฝังร่างของเขาลงในกายของนาง
ความทรงจำเมื่อคืนวานยังคงตราตรึงอยู่ในใจ... ััที่ร้อนผ่าวของลิ้นเขาที่เลียไล้ไปตามจุดลับ เสียงครางที่หลุดออกมาจากลำคอของนางเองโดยไม่อาจควบคุม และความรู้สึกเสียวซ่านที่ไฟฟ้าแลบวิ่งผ่านกระดูกสันหลังจนนางต้องกำผ้าไหมไว้แน่นจนปลายนิ้วขาวซีด นางพยายามจะลืม แต่ร่างกายของนางกลับจำได้ทุกรายละเอียด... จำได้ถึงความใหญ่โตและแข็งแกร่งของเขาที่ทำให้นางต้องกัดริมฝีปากจนเป็เื จำได้ถึงจังหวะการเคลื่อนไหวที่รุนแรงจนโต๊ะไม้สั่นไหว และจำได้ถึงจุดสุดยอดที่รุนแรงจนนางร้องออกมาเสียงแหบ
"พระชายาเพคะ... บ่าวเตรียมอาภรณ์สีม่วงอ่อนปักลายดอกบัวไว้ให้แล้วเพคะ" เซี่ยวเหอ นางกำนัลคนสนิทเดินเข้ามาในห้องด้วยกิริยาสำรวม
ไป๋หลินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับนางกำนัลคนสนิทที่อยู่รับใช้นางมาั้แ่ครั้งยังอยู่ในตระกูลไป๋ เซี่ยวเหอผู้นี้ซื่อสัตย์ยิ่งกว่าสุนัขรับใช้ ทว่าในแววตาของนางกำนัลผู้นี้กลับมีความกังวลบางอย่างที่ปิดไม่มิด
"เซี่ยวเหอ... เมื่อคืนมีใครเข้ามาในเขตตำหนักหลังยามไฮ่หรือไม่?" ไป๋หลินถามเสียงเรียบ ขณะปล่อยให้คนสนิทช่วยสวมชุดชั้นในตัวบาง
มือของเซี่ยวเหอสั่นเทาไปชั่วขณะ "...บ่าวเห็นเงาคนแวบๆ อยู่แถวกำแพงท้ายสวนเพคะ ทว่าพอเข้าไปดู กลับพบเพียงรอยเท้าในกองดินที่เพิ่งถูกขุดใหม่ๆ เท่านั้นเพคะ"
ไป๋หลินหยักยิ้มที่มุมปาก... มีคนเห็นจริงๆ ด้วย และรอยเท้าในดินที่ถูกขุดใหม่นั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็ฝีมือของใคร อาเฉิงคงพยายามกลบเกลื่อนร่องรอย แต่ด้วยความดิบเถื่อนและขาดความรอบคอบของชายชนบทอย่างเขา มีหรือจะรอดพ้นสายตาของพวก 'ตาเดิน' ในจวนอ๋องได้
"เ้าไปสืบมา... ว่าใครคือคนที่ชอบเดินเล่นในสวนยามวิกาลนอกจากข้า" ไป๋หลินสั่ง พลางหยิบปิ่นปักผมทองคำขึ้นมาปักลงบนมวยผมอย่างบรรจง "หากเป็คนของอนุเย่ว์เอ๋อร์... ข้าจะได้เริ่มเตรียม 'ของขวัญ' ชิ้นใหญ่ให้พวกนางเสียที"
ในยามบ่ายที่ศาลาริมน้ำกลางจวนอ๋อง บรรยากาศช่างรื่นรมย์ด้วยเสียงพิณจางๆ ทว่าความร้อนระอุของเล่ห์เพทุบายกลับคุกรุ่นอยู่ภายใต้รอยยิ้ม เย่ว์เอ๋อร์ อนุภรรยาคนโปรดนั่งเคียงข้าง ชินอ๋อง พลางป้อนผลลิ้นจี่หวานฉ่ำให้เขาด้วยท่าทางออดอ้อน
"ท่านพี่ดูสิเพคะ พระชายาท่านช่างขยันนัก เดินเล่นสวนท้ายจวนแทบทุกคืน จนบ่าวไพ่ลือกันว่าท่านคงชอบความสงบที่นั่นยิ่งกว่าเตียงอุ่นๆ ในตำหนักเสียอีก" เย่ว์เอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหลมเล็กที่จงใจเหน็บแนม
ชินอ๋องขมวดคิ้ว แววตาคมกริบมองไปยังไป๋หลินที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงศาลา "ไป๋หลิน... เ้าไปทำอะไรที่สวนร้างนั่นบ่อยๆ หรือ?"
ไป๋หลินย่อกายทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มที่ใสซื่อบริสุทธิ์ดุจดอกบัวขาว "หม่อมฉันเพียงแค่ไปสวดมนต์ขอพรให้ท่านพี่มีสุขภาพแข็งแรงและมีทายาทสืบสกุลโดยเร็วเพคะ ที่นั่นเงียบสงบ ลมเย็นพัดผ่าน เหมาะแก่การทำจิตใจให้บริสุทธิ์ยิ่งนักเพคะ"
ชินอ๋องชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำว่า 'ทายาท' ซึ่งเป็จุดอ่อนของเขามาโดยตลอด แววตาที่เคยเ็าเปลี่ยนเป็สับสนชั่วครู่ "หากเ้า้าความสงบ เหตุใดไม่บอกข้า ข้าจะได้สั่งให้ทหารไปเฝ้ายามให้รัดกุมกว่านี้"
"มิเป็ไรเพคะ... ในสวนนั้นมีทาสชายชื่ออาเฉิงคอยดูแลอยู่ เขาเป็คนซื่อและขยัน หม่อมฉันเห็นเขาตั้งใจทำงาน จึงได้ประทานรางวัลให้เขาไปบ้างเล็กน้อยเพคะ"
นางจงใจเอ่ยชื่อ 'อาเฉิง' ออกมาอย่างเป็ธรรมชาติที่สุดต่อหน้าสามี การซ่อนความลับที่ดีที่สุดคือการนำมันมาวางไว้ในที่แจ้งแต่เปลี่ยนรูปทรงของมันเสีย เย่ว์เอ๋อร์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป นางกำนัลของนางรายงานว่าเห็นพระชายาอยู่กับทาสชายในเรือนกระจก ทว่าคำพูดที่ดูเปิดเผยของไป๋หลินกลับทำให้นางเริ่มไม่แน่ใจว่านั่นเป็การ 'ลอบเล่นชู้' หรือแค่ 'การประทานรางวัล' ทั่วไป
ตกเย็นในป่าไผ่ท้ายจวน อาเฉิงยืนตัวสั่นด้วยความประหม่าเมื่อเห็นไป๋หลินก้าวเข้ามาหาเขาในเงามืด คราวนี้นางไม่ได้มาในชุดคลุมสีนวลตา แต่มาในอาภรณ์สีแดงเพลิงที่ดูราวกับปีศาจสาวที่หลุดออกมาจากตำนาน
"พระ... พระชายา" อาเฉิงรีบคุกเข่าลง "เมื่อเช้ามีนางกำนัลมาเดินวนเวียนแถวเรือนกระจก กระหม่อมเกรงว่า..."
ไป๋หลินไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่นางกลับเดินเข้าไปใช้ปลายนิ้วเชิดคางของเขาสูงขึ้น แววตาของนางที่มองเขาในตอนนี้ไม่มีความโหยหาในราคะ มีเพียงอำนาจที่กดข่มจนเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
"อาเฉิง... ข้าให้เ้าได้ทั้งความสุขและชีวิต และข้าก็เอาคืนได้ทุกอย่างเช่นกัน" นางกระซิบชิดริมฝีปากของเขา "เ้าต้องทำตามที่ข้าสั่ง... หากมีใครถามถึงข้า เ้าจงบอกว่าข้าสั่งให้เ้าขุดดินเพื่อปลูก 'สมุนไพรลับ' สำหรับท่านอ๋อง และเ้า... ต้องเป็คนเอาห่อผ้าใบนี้ไปทิ้งไว้ในตำหนักของอนุเย่ว์เอ๋อร์ให้ได้ในคืนนี้"
อาเฉิงมองห่อผ้าในมือนางด้วยความสงสัย "มันคืออะไรหรือขอรับ?"
"มันคือ 'หลักฐาน' ที่จะทำให้นางไม่มีวันได้เสนอหน้ามาเหน็บแนมข้าได้อีก" ไป๋หลินยิ้มอย่างเืเย็น
นางใช้ร่างกายของนางเข้าแลกกับความภักดีที่มืดบอดของอาเฉิง นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้เสพติดััของนางจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว นางจึงก้มลงมอบรสจูบที่ทั้งหวานล้ำและขมขื่นเป็การมัดจำพละกำลังของเขาอีกครั้ง
อาเฉิงคว้าเอวของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ความดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านทำให้เขาหลงลืมความหวาดกลัวไปสิ้น เขาอุ้มนางขึ้นพิงกับต้นไผ่ใหญ่ เสียงเสียดสีของใบไผ่และเสียงหายใจที่สอดประสานกันดังก้องอยู่ในป่าสลัว ไป๋หลินปล่อยให้เขาทำตามใจชอบ เพราะนางรู้ดีว่ายิ่งเขา 'ได้กิน' อาหารรสเลิศนี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งจะเป็สุนัขที่ดุร้ายที่พร้อมจะกัดทุกคนตามคำสั่งของนางเท่านั้น
แม้ไป๋หลินจะพยายามควบคุมสถานการณ์ แต่เมื่อมือแข็งแรงของอาเฉิงเริ่มสำรวจไปตามเรือนร่างของนาง ความทรงจำเมื่อคืนวานก็หวนกลับมาอย่างรุนแรง ร่างกายของนางเริ่มตอบสนองโดยไม่รู้ตัว เหมือนกับว่านางถูกฝึกให้โหยหาััของเขาแล้ว
"พระชายา... กระหม่อมคิดถึงท่านมากเหลือเกิน" อาเฉิงกระซิบที่ข้างหูนาง ลมหายใจร้อนของเขาทำให้นางสั่นเทา "ั้แ่เมื่อคืน กระหม่อมนอนไม่หลับ คิดแต่เื่ท่าน... คิดถึงรสชาติของท่าน... คิดถึงเสียงครางหวานๆ ของท่าน..."
"เ้า... เ้าอย่าพูดเช่นนั้น" ไป๋หลินพยายามผลักเขาออก แต่เสียงของนางสั่นเทาด้วยความ้าที่เริ่มก่อตัวขึ้น "ข้ามาที่นี่เพื่อมอบหมายงานให้เ้า ไม่ใช่เพื่อ..."
"แต่ร่างกายของท่านบอกเป็อย่างอื่น" อาเฉิงใช้มือลูบไล้ไปตามแขนเรียวของนาง "ท่านสั่นเทา... เหมือนเมื่อคืนวาน... เมื่อกระหม่อมใช้ลิ้นเลียไล้ไปตามจุดลับของท่าน"
คำพูดนั้นทำให้ไป๋หลินนึกถึงความรู้สึกที่เขาทำให้นางัั ความเสียวซ่านที่ไฟฟ้าแลบวิ่งผ่านกระดูกสันหลัง จุดสุดยอดที่รุนแรงจนนางร้องออกมาเสียงแหบ และความพึงพอใจที่ไม่เคยได้รับจากชินอ๋อง
"ไม่... ไม่ใช่..." นางพยายามปฏิเสธ แต่เมื่ออาเฉิงโน้มตัวลงจูบที่ต้นคอ นางก็ต้องหลับตาลงด้วยความเสียวซ่าน
อาเฉิงรู้สึกได้ถึงการยอมแพ้ของนาง เขาจึงเริ่มถอดอาภรณ์ของนางออกทีละชิ้นอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ผ้าไหมสีแดงเพลิงหลุดลื่นลงมาบนพื้นป่าไผ่ เผยให้เห็นเรือนร่างงดงามที่เขาเฝ้าคิดถึงตลอดทั้งวัน
"ท่านช่างงดงามเหลือเกิน..." เขากระซิบด้วยเสียงแหบพร่า "กระหม่อมไม่อาจลืมรสชาติของท่านได้เลย... ไม่อาจลืมความรู้สึกที่ได้อยู่ในร่างของท่าน... ความแน่นที่บีบรัดกระหม่อม..."
ไป๋หลินเปิดตาขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความปรารถนา "เ้า... เ้าทำให้ข้าเป็อย่างนี้ได้อย่างไร... ทำไมข้าถึง้าเ้าขนาดนี้..."
"เพราะกระหม่อมรักท่านอย่างแท้จริง" อาเฉิงตอบพลางใช้มือทั้งสองข้างกุมหน้าอกอิ่มของนางไว้ "ไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่... แต่เป็ความปรารถนาจากใจจริง... กระหม่อม้าให้ท่านเป็ของกระหม่อมคนเดียว"
อาเฉิงไม่ได้รอให้นางตอบ เขาโน้มตัวลงดูดหน้าอกของนางเข้าไปในปากอย่างเร่าร้อน ใช้ลิ้นเลียไล้รอบๆ จุดอ่อนไหวจนนางต้องแอ่นกายรับ ความรู้สึกที่คุ้นเคยแต่ยังคงเร้าใจทำให้นางครางออกมาอย่างไม่อาจกลั้น
"อ๊าห์... อาเฉิง..." เสียงครางหลุดออกมาจากริมฝีปากของนาง "เ้าทำ... ทำแบบนี้ไม่ได้... แต่ข้า... ข้าหยุดไม่ได้..."
แต่ร่างกายของนางกลับทรยศต่อคำพูด มือทั้งสองข้างไปกำผมดกของเขาไว้แน่น ผลักดันให้เขาทำต่อไป ความรู้สึกที่เขาสร้างให้นางนั้นรุนแรงกว่าเมื่อคืนวาน เหมือนกับว่าร่างกายของนางจำรสชาติของเขาได้แล้ว และกำลังเรียกร้องให้ได้รับมากกว่านี้
อาเฉิงเปลี่ยนจากหน้าอกข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง ใช้ฟันเขี้ยวเบาๆ ที่ปลายอกอิ่มจนนางต้องสั่นเทา เสียงดูดที่ชื้นแฉะดังก้องไปในป่าไผ่เงียบงัด ผสมกับเสียงใบไผ่ที่สั่นไหวตามลมค่ำ
"กระหม่อมอยากได้ท่านทั้งหมด..." เขากระซิบระหว่างการดูด "อยากให้ท่านเป็ของกระหม่อมคนเดียว... อยากทำให้ท่านลืมทุกคนยกเว้นกระหม่อม..."
"เ้าบ้า... ข้าเป็พระชายาของท่านอ๋อง..." ไป๋หลินพยายามเตือนสติตัวเอง แต่เสียงที่ออกมากลับเป็เสียงครางที่เต็มไปด้วยความ้า "แต่... แต่ท่านอ๋องไม่เคยทำให้ข้ารู้สึกเช่นนี้..."
อาเฉิงเลื่อนลงไปตามลำตัวของนาง ปลายลิ้นร้อนผ่าวเลียไล้ไปตามแนวกระดูกไหปลาร้า ก่อนจะหยุดที่หน้าท้องเรียบเนียน เขาใช้ลิ้นวาดวงกลมรอบๆ สะดือของนาง ทำให้นางต้องบิดตัวด้วยความเสียวซ่าน
"อ๊าห์... เ้าทำอะไรกับข้า..." นางหอบหายใจหนัก "ทำไม... ทำไมข้าถึงรู้สึกเช่นนี้... เหมือนร่างกายของข้าไม่ใช่ของข้าอีกต่อไป..."
"เพราะร่างกายของท่านรู้ว่า้าอะไร" อาเฉิงตอบพลางเลื่อนลงไปต่ำกว่านั้น "แม้ใจจะปฏิเสธ แต่ร่างกายไม่โกหก... ท่าน้ากระหม่อม... ้าให้กระหม่อมทำให้ท่านรู้สึกเป็ผู้หญิงอย่างแท้จริง"
เขาแยกขาทั้งสองข้างของนางออกอย่างช้าๆ สายตาจ้องมองไปยังจุดลับที่ซ่อนอยู่ระหว่างขาอ่อนนุ่ม ความชื้นแฉะที่เริ่มปรากฏทำให้เขายิ้มด้วยความพึงพอใจ
"ท่านเปียกแล้ว..." เขากระซิบ "ร่างกายของท่านพร้อมรับกระหม่อมแล้ว... มันเรียกหากระหม่อมอยู่..."
"ไม่... ไม่ใช่..." ไป๋หลินพยายามปิดขา แต่มือแข็งแรงของเขาจับไว้แน่น "ข้าไม่ได้... ไม่ได้้า..."
อาเฉิงโน้มหน้าลงไปััที่จุดอ่อนไหวที่สุดของนาง ลิ้นร้อนชื้นเลียไล้ไปตามซอกแซกที่ชื้นแฉะ ความรู้สึกแรกที่ััได้ทำให้นางกระตุกตัวอย่างรุนแรง
"อ๊าaaaห์!" เสียงร้องของไป๋หลินดังะเืไปทั่วป่าไผ่ ความรู้สึกเสียวซ่านที่คุ้นเคยแต่ยังคงรุนแรงทำให้นางต้องกำต้นไผ่ไว้แน่น "อาเฉิง... เ้าทำ... ทำอะไรกับข้า..."
"รสชาติของท่าน... หวานเหลือเกิน" อาเฉิงพึมพำระหว่างการเลีย "กระหม่อมติดใจแล้ว... ติดใจรสชาตินี้... ติดใจเสียงครางของท่าน... ติดใจทุกอย่างของท่าน..."
เขาใช้ลิ้นแทงเข้าไปในโพรงลึกของนาง เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แต่ลึกซึ้ง เสียงดูดที่ชื้นแฉะผสมกับเสียงครางของนางสร้างเสียงประสานที่เร้าใจ ความรู้สึกที่เขาสร้างให้นางนั้นแตกต่างจากเมื่อคืนวาน มันเข้มข้นกว่า รุนแรงกว่า เหมือนกับว่าเขารู้จุดอ่อนของนางมากขึ้น
"หยุด... หยุดเสีย... ข้าจะ..." ไป๋หลินพยายามผลักหัวของเขาออก แต่มือที่สั่นเทาของนางกลับไปกำผมดกของเขาไว้แน่น "ข้าทนไม่ไหว... มันรุนแรงเกินไป..."
อาเฉิงเพิ่มความเร็วของลิ้น ใช้ปลายลิ้นกระตุ้นจุดอ่อนไหวที่ทำให้นางเกือบสติแตกเมื่อคืนวาน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังจะะเิออกเป็พันชิ้น
"อ๊าห์! อ๊าห์! อาเฉิง!" นางร้องชื่อเขาออกมาด้วยเสียงแหบพร่า ร่างกายโค้งงอเป็รูปโค้งสวยงาม "ข้าจะ... จะไปแล้ว... อย่าหยุด... อย่าหยุดเลย..."
เมื่อรู้สึกว่านางใกล้จะถึงจุดสุดยอดแล้ว อาเฉิงจึงหยุดและลุกขึ้นมา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชน ความแข็งแกร่งของเขาที่นางเห็นทำให้นางต้องกลืนน้ำลายด้วยความตื่นเต้นปนความหวาดกลัว
"ไม่... ทำไมเ้าถึงหยุด..." ไป๋หลินพึมพำด้วยความผิดหวัง ร่างกายของนางยังคงสั่นเทาจากความรู้สึกที่ไม่สมบูรณ์ "ข้าเกือบ... เกือบจะ..."
"กระหม่อม้าให้ท่านได้รับความสุขจากกระหม่อมโดยตรง" เขาตอบพลางถอดกางเกงผ้าหยาบออก เผยให้เห็นความเป็ชายที่แข็งแกร่งและใหญ่โตที่นางจำได้แม่นยำ
"เ้า... เ้าใหญ่เหมือนเดิม..." นางกระซิบด้วยความหวาดหวั่นปนด้วยความตื่นเต้น "ข้าจำได้... จำได้ความรู้สึกที่เ้าเข้ามาในตัวข้า... มันเจ็บแต่ก็สุขสม..."
"แต่ก่อนที่กระหม่อมจะเข้าไป..." อาเฉิงกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า "กระหม่อมอยากให้ท่านทำอะไรให้กระหม่อมก่อน... อยากให้ท่านใช้ปากอันหวานหอมนั้นกับกระหม่อม..."
ไป๋หลินเบิกตากว้าง "เ้า... เ้าหมายความว่าอย่างไร?"
"ท่านรู้ดีว่ากระหม่อมหมายความว่าอย่างไร..." เขาใช้มือนำมือของนางไปัักับความแข็งแกร่งของเขา "กระหม่อมอยากรู้สึกถึงริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของท่าน... อยากให้ท่านเลียไล้... อยากให้ท่านอม..."
"ไม่... ข้าไม่เคยทำเช่นนั้น..." ไป๋หลินส่ายหน้า แต่มือของนางยังคงัักับความแข็งแกร่งของเขาอยู่ "มันไม่เหมาะสม... ข้าเป็พระชายา..."
"แต่ท่านก็เป็ผู้หญิงของกระหม่อมด้วย..." อาเฉิงกระซิบ "กระหม่อมอยากให้ท่านแสดงความรักให้กระหม่อมเห็น... อยากให้ท่านทำให้กระหม่อมรู้สึกดี... เหมือนที่กระหม่อมทำให้ท่าน..."
ไป๋หลินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของเขา และนึกถึงความรู้สึกที่เขาให้นาง นางก็ค่อยๆ โน้มตัวลงไป
"ข้า... ข้าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร..." นางกระซิบ
"ทำตามสัญชาตญาณ..." เขาตอบ "เลียไล้เบาๆ ก่อน... แล้วค่อยๆ อม..."
ไป๋หลินใช้ลิ้นเลียไล้ไปตามความแข็งแกร่งของเขาอย่างระมัดระวัง รสชาติที่แปลกใหม่ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นและอายขณะเดียวกัน เสียงครางของอาเฉิงทำให้นางรู้ว่าเขาชอบสิ่งที่นางทำ
"อ๊าห์... ท่าน... ดีมาก..." เขาครางออกมา "ต่อไป... อมเข้าไปในปาก..."
ไป๋หลินทำตามที่เขาขอ ค่อยๆ อมความแข็งแกร่งของเขาเข้าไปในปาก ความรู้สึกที่แปลกใหม่ทำให้นางต้องปรับตัว ความใหญ่โตของเขาทำให้ปากของนางรู้สึกคับแน่น แต่เสียงครางของเขาทำให้นางรู้สึกพึงพอใจ
"ใช่... แบบนั้นแหละ..." อาเฉิงใช้มือลูบผมของนาง "เคลื่อนไหวขึ้นลง... ใช้ลิ้นเลียไล้..."
ไป๋หลินทำตามคำแนะนำของเขา เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ในตอนแรก แต่เมื่อเห็นว่าเขาชอบ นางก็เพิ่มความเร็วขึ้น ความรู้สึกที่ได้ทำให้เขาพึงพอใจทำให้นางรู้สึกมีอำนาจ นางใช้ลิ้นเลียไล้ไปตามความยาวของเขา และใช้มือรูดไปด้วย ความใหญ่โตของเขาทำให้นางต้องใช้ทั้งปากและมือ
"อ๊าห์... พระชายา... ท่านทำให้กระหม่อมเสียวซ่าน..." เขาครางออกมา "กระหม่อมไม่อยากให้หยุด... แต่กระหม่อมอยากเข้าไปในตัวท่าน..."
ไป๋หลินยกหน้าขึ้นมองเขา ริมฝีปากของนางเปียกชื้นจากการที่เพิ่งทำ "เ้า... เ้าชอบหรือ?"
"ชอบมาก..." เขาตอบ "แต่ตอนนี้กระหม่อม้าท่าน... ้าเข้าไปในร่างของท่าน..."
อาเฉิงคุกเข่าลงระหว่างขาของนาง แต่แทนที่จะเข้าไปทันที เขากลับใช้ปลายของความเป็ชายเสียดสีไปตามช่องทางที่ชื้นแฉะ ทำให้นางต้องสั่นเทาด้วยความเสียวซ่าน
"เ้า... เ้าทำอะไร..." นางถามด้วยเสียงสั่นเทา
"กระหม่อมอยากให้ท่านขอร้อง..." เขากระซิบ "อยากให้ท่านบอกกระหม่อมว่าท่าน้าอะไร..."
เขาเสียดสีไปมาหลายครั้ง แต่ไม่เข้าไป ทำให้ไป๋หลินรู้สึกเสียวซ่านจนแทบทนไม่ไหว
"อ๊าห์... เ้าแกล้งข้า..." นางครางออกมา "เข้าไปสิ... ข้า้า..."
"้าอะไร?" เขาถาม พลางเสียดสีต่อไป
"้า... ้าให้เ้าเข้ามา..." นางตอบด้วยเสียงอ่อนล้า
"เข้าไปที่ไหน?" เขายังคงแกล้ง
"เข้าไป... เข้าไปในตัวข้า... ข้าทนไม่ไหวแล้ว..." นางร้องขอ
อาเฉิงยิ้มด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะค่อยๆ ผลักเข้าไปในร่างกายของนาง!!!!