“ฮุ่ยหนิงเ้าคิดว่า ฮ่องเต้ชั่วผู้นั้นจะรู้ฐานะของข้าหรือไม่”ฮุ่ยหนิงสะดุ้งกับคำว่าฮ่องเต้ชั่วจื่อหรานอยู่ๆ ก็เอ่ยปากถามฮุ่ยหนิงที่ กำลังพับผ้าและเตรียมแท่นนอนให้จื่อหรานสำหรับคืนนี้
“การคัดตัวนางใน เป็เื่ที่เข้มงวดรอบคอบมาก ภูมิหลังของทุกคนจะโดน สืบจนละเอียดถี่ถ้วน อยู่ที่ใต้เท้าจ้าวว่าจะ ทำทุกอย่างได้แเีขนาดไหน”
“ท่านลุง รับปากให้ข้าเข้าวังแน่นอนว่าต้องมี การเตรียมการที่ดีไม่เช่นนั้นเป็ท่านลุงเองที่จะติดร่างแหไปด้วย”
“คุณหนูเองก็ต้องระวังตัวให้มากการเป็ที่จับตามอง มักจะส่งผลเสีย หากโปรดปรานยิ่งแย่เข้าไปใหญ่”
“จื่อหราน เดิมทีคิดว่าจะเป็ม้ามืดมาบัดนี้ฝ่าารับสั่งให้นำถุงหอมของเ้าไปเผาทำลายเพราะสมุนไพรในถุงหอมทำให้ฝ่าาไร้เรี่ยวแรงและง่วงงุน”หนึ่งในผู้คัดตัวนางในคนหนึ่งคาบเอาเื่ที่ได้ยินมาถากถาง จื่อหรานถึงในห้องพัก
“ เห็นทีข้าจะอ่อนด้อยเื่การผสมสมุนไพรในถุงหอม คงต้องฝึกปรืออีกนาน”
“ เ้าเป็คนต่างแคว้นคงยังไม่รู้อะไร ฝ่าาแต่เดิม ชอบสีฟ้าครามที่สุด คงจะเห็นถุงหอมของเ้าสีฟ้าครามถูกใจ แต่กลิ่นของถุงหอม ฝ่าาไม่ทรงโปรดทำใจเสียเถอะ คนที่จะครองใจฝ่าาคงหายากเย็นดั่งงมเข็มในมหาสมุทร”อีกคนพูดเหหมือนจะปลอบใจก่อนจะเดินจากไปเมื่อจื่อหรานไม่เป้นที่น่สสนใจอีกต่อไป
จื่อหรานขมวดคิ้ว สมุนไพรที่ผสมไปนั้นทำให้รู้้สึกสดชื่น และผ่อนคลายนอนหลับสบายตื่นขึ้นมายิ่ง เพิ่มกำลังวังชา ยิ่งไม่เข้าใจว่าโจวเหวินหรง ให้เผาทำลายทำไมกันหรือจะเป็เพราะไม่ชอบลวดลายที่จือหรานปักลงไป หรืออาจจะเข้าใจความนัยของลวดลายนั้นได้จึงขู่จื่อหรานกลายๆ ช่างร้ายนัก หากจะรู้ว่าจือหรานเป็ใครหรือแค่ระแคะระคายก็คงสั่งปะาไปเสียแล้ว เหมือนที่เคยทำกับตระกูลจู
ก่อนหน้านั้น
“กระหม่อมจูจือหวังถวายพระพรฝ่าา”โจวเหวินหรงยิ้มอ่อนโยน
“ท่านอาจารย์ไม่ต้องมากพิธี”ลงมาจากแท่นนั่ง พยุงจูจือหวังให้ลุกขึ้น
“ฝ่าามีเื่เร่งด่วนใดกัน”
“หวงซู่วางเหิมเกริม แอบอ้างเบื้องสูงอาศัยคำสังข้าลดทอนกำลังทหารตามแนวชายแดนเปิดทางให้เหล่าโจร ฏออกปล้นสะดมชาวบ้าน ท่านอาจารย์คิดว่าข้าควรจะทำเช่นไรได้บ้าง”
“ฝ่าาเื่นี้ หากฝ่าาหยิบยกมาพูดในท้องพระโรงในการประชุมขุนนางอาจทำให้หวงซู่วาง ที่มีความอดทนเพียงน้อยนิดคิดการใหญ่ได้ เช่นนั้นเื่นี้ขอให้เป็ จือหวังที่เป็คนจัดการเพียงลำพัง”
“ท่านอาจารย์มันอันตรายเกินไปหวงซู่วางจะพุ่งเป้าไปที่ท่านอาจารย์”
“หากเรา ไม่แข็งข้อกับหวงซู่วางเสียบ้างอีกหน่อยบัลลังก์แห่งนี้คงไม่อาจรักษาไว้ กระหม่อมแค่เพียงอยากลองทดสอบดูว่ามีผู้ภักดีกี่มากน้อย”โจวเหวินหรงทอดถอนใจ
“กระหม่อมวันนี้ กำลังจะไปรับบุตรีที่กลับจาก แคว้นเหลียงปีนี้นางอายุครบสิบแปดปีแล้วไว้เข้าวังคราวหน้า กระหม่อมคงจะพานางเข้ามาถวายพระพรฝ่าาอย่างแน่นอน เื่หวงซู่วางตกลงตามที่พูดกันพรุ่งนี้กระหม่อมจะหยิบยกเื่นี้ขึ้นมาในท้องพระโรง”โจวเหวินหรงพยักหน้า
“บุตรี ท่านอาจารย์โชคดีไม่น้อยไม่ต้องเข้ามาใช้ชีวิตในวังหลวงให้วุ่นวาย แคว้นเหลียง ป่าเขาสายธารสวยงามตรึงใจข้าอิจฉาชีวิตของนางไม่น้อย”
“กระหม่อมไม่อยากให้นาง ละทิ้งความสดใสมาใช้ชีวิตในวังเช่นวังหลวงแห่งนี้มีแต่การแกร่งแย่ง”
“หากไม่กลัวผิดต่อบรรพชน ข้าเองก็คงเร้นกายหลบหนีความวุ่นวายเช่นกัน”
“ฝ่าา หากเราไม่สามารถหลบเร้นจากที่ที่ไม่ประสงค์ เราก็ควรจะทำที่ตรงนั้นให้ น่า อภิรมย์สำหรับตัวเอง”ยิ้มปลอบโยนเป็รอยยิ้มสุดท้ายที่โจวเหวินหรงได้เห็น
ค่ำคืนมืดมิดไร้ซึ่งแสงดาวและแสงจันทร์ด้วยมีเมฆบดบัง
โจวเหวินหรงในอาภรณ์สีดำพรางตัว พร้อมกระบี่ในมือหันมองแท่นนอนที่ถูกจัดให้เป็เหมือนตนกำลังนอนอยู่ ควันกำยานลอยอ้อยอิ่ง ประตูหน้าต่างถูกเปิดออกก่อนที่จะเร้นกายออกไปและปิดหน้าต่างไว้เช่นเดิม
ทะยานขึ้นไปบนหลังคาไต่ไปตามแผ่นกระเบื้องด้วยวิชาตัวเบาจนกระทั่ง ถึงที่พำนักของ เหล่าผู้คัดตัวนางในทอดกายลงนั่งเอกขเนกจ้องมอง หวังว่าจะพบจื่อหราน กวงซีิเองก็อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น เฝ้าอารักขาจื่อหรานตามบัญชาของเขา บนหลังคาลมเย็นพัดสบายโจวเหวินหรงยิ้มเป็สุข จะมีสักครั้งไหมที่เขารู้สึกเป็อิสระเช่นนี้ั้แ่ นั่งบนบัลลังก์ั ตัวเขาไม่ต่างจากหุ่นกระบอกที่ต้องคอย เดินหรือขยับตามเชือกที่บังคับ ดึงรั้งแขนขาอยู่ หลับตาลงช้าๆ เสียงบางสิ่งแหวกอากาศมาโจวเหวินหรงลืมตาขึ้นด้วยสัณชาติญาณ ร่างดำทะมึนพร้อมกับกระบี่ในมือทะยานลงจากคาคบไม้ วิ่งทะยานเข้าสู่ห้องๆ หนึ่ง พร้อมเพรียงกันทั้งสามคน
กวงซีิกลับพุ่งทะยานเข้าใส่อย่างรวดเร็ว สมกับเป็องครักษ์ชั้นหนึ่งเสียงกระบี่กระทบกันเสียงดัง แต่ไร้ซึ่งกำลังเสริมเหมือนกับกองกำลังหทารบางส่วนถูกโยกย้ายไปที่อื่น หรืออาจถูกใครสั่งไม่ให้มาเดินตรวจตราบริเวณนี้ มือสังหารสองคนกำลังต่อสู้ติดพันกับกวงซีิอีกคนกลับพุ่งเข้าหาประตู ยกกระบี่ขึ้นในท่าเตรียมพร้อม โจวเหรินหรงทะยานลงมาจากหลังคา พุ่งเข้าใส่มือสังหารที่กำลังเงื้อกระบี่ขึ้นหมายจะปลิดชีวิตของจื่อหราน โดยใช้กระบี่ในมือข้วางคมกระบี่ที่กำลังจ้วงแทงไปที่แท่นนอน จื่อหรานในอาภรณ์สีขาวลุกขึ้นนั่ง ผมยาวสลวยไม่ได้เกล้ารวบไว้แม้ยามตื่นใยังหน้ามองเพียงนี้โจวเหวินหรงเหลือบตามอง เสียงร้องด้วยความเ็ปของมือสังหารที่เพลี่ยงพล้ำต่อกวงซีิแต่ โจวเหวินหรงกลับถอยร่นจนเกือบชิดกำแพงห้อง กวงซีิพุ่งเข้ามาข้วางมือสังหารไว้
“ปล่อยเป็หน้าที่ของข้าเ้าพานางหนีไป”ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าใคร แต่หากจะเป็ใครสักคนมาช่วยก็ยินดีก็ในเมื่อตอนนี้ ฝ่ายมือสังหารกับเพิ่มจำนวนอีกเท่าตัว